ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 51 : รูปแบบการฝึกฝนของเหล่านักรบ

    รอบตัวเซี่ยซีหานมีโครตหมียักษ์สามตัว ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว โดยมีตัวหนึ่งใหญ่เด่นเป็นพิเศษรอบดวงตามันมีสีน้ำตาลอ่อนกลมเล็กอยู่ มันคือไอ้ตัวที่ใหญ่ที่สุด


    เจียตัวยิ้ม


    "ในเส้นทางแห่งนักรบ สิ่งแรกสุดที่เราจะฝึกฝนกันคือ ความแข็งแกร่งทางกายแล้วจึงเป็นการสร้างปราณวิเศษ ศิลปะการต่อสู้ที่ข้าจะบ่มเพาะให้เจ้า มันมีชื่อเรียกว่า 'กายอมตะ'"


    ระหว่างนี้หัวหน้ากองกำลังอาวุโสเหอหมิ่น และเหล่านักรบกล้าของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ก็เดินมาพอดี


    "เจียตัวเจ้าพาซีหานมาที่เขตฝึกฝนทำไม"


    "เจ้าลูกชายของข้าเขากล้าหาญ และตัดสินใจที่จะเป็นนักรบ หลังผ่านมา 2 ปี ในที่สุดเขาก็คิดได้ มีแต่พลังของตัวเองเท่านั้น ที่จะปกป้องตัวเขาเองได้อย่างแท้จริง แม้เขาจะเดินไปบนเส้นทางของผู้วิเศษ แต่เส้นทางแห่งนักรบก็เหมาะกับเขาและมันก็น่าหลงใหลเช่นกัน"


    เหอหมิ่นนักรบอาวุโสยิ้ม ตลอด 2 ปี มีหลายครั้งที่เหอหมิ่นนักรบอาวุโสชักชวนเซี่ยซีหานเดินบนเส้นทางนักรบ แม้เซี่ยซีหานจะมีเวลาฝึกฝนเพียงในเวลาว่าง หลังจากการทำงานช่างหลอมก็ตาม แต่เซี่ยซีหานปฏิเสธมันทุกครั้ง ในใจเหอหมิ่นนักรบอาวุโสเสียดายในพรสวรรค์และร่างกายที่แสนพิเศษของเซี่ยซีหาน


    เมื่อสองปีก่อนในสนามรบถ้ำเหมืองอัญมณี ภาพความกล้าหาญของเด็กอายุ 12 ปี ยังติดตาเหอหมิ่น แม้มันจะไม่ได้มากมายอะไร แต่สำหรับนักรบอาวุโสเหอหมิ่น เซี่ยซีหานไม่ใช่เด็กชายที่ขี้ขลาด เขากล้าหาญเกินวัย และนั่นคือสิ่งที่นักรบที่แท้จริงต้องการมากที่สุด


    "แล้วเจ้าจะสอนทักษะใดให้กับเขาเจียตัว"


    "กายอมตะ" น้ำเสียงเจียตัวมุ่งมั่น


    แต่นักรบอาวุโสเหอหมิ่นกับขมวดคิ้ว "นั่นไม่ใช่ศิลปะการต่อสู้ที่เหมาะกับเด็ก มันคือศิลปะการต่อสู้ของมนุษย์ ที่พร้อมจะกลายเป็นอสูรหรือปีศาจที่น่าหวาดกลัวในสนามรบ มีแต่นักรบที่บ้าคลั่งและอดทนกับความทรมาน ที่ราวกับตกนรกได้ถึงจะฝึกมัน เจียตัวแม้แต่ตัวเจ้าและข้าที่มีจิตใจแห่งนักรบที่แท้จริงก็ยัง... ไม่สามารถอดทนต่อการฝึกมันได้"


    นัยน์ตาของเซี่ยซีหานจ้องมองไปที่นักรบอาวุโสเหอหมิ่นเขม็ง ก่อนจะหันหน้าขวับมองไปที่เจียตัวพ่อของมันอย่างโกรธเคือง 'เจียตัวไอ้พ่อไม่รักดี นี่เอ็งอย่าบอกนะว่า สิ่งที่เอ็งกำลังจะสอนบิดานั่นมันคือ... สิ่งที่แม้แต่ตัวเอ็งก็ยังฝึกไม่สำเร็จ'


    เจียตัวยืนนิ่ง เขาราวกับขุนเขาตั้งตระหง่าน หนักแน่นและไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด ราวกับว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง "เหอหมิ่นเจ้าไม่รู้อะไร ลูกชายของข้านั้นเขาคือนักรบที่แท้จริง เขากล้าหาญยิ่งกว่าข้า แม้แต่เหล็ก เลือด และเปลวไฟแห่งความอาฆาตแค้นใดๆ เขาก็สามารถเอาชนะได้ เขาจะเดินบนเส้นทางที่ข้าไม่อาจจะเดินได้ และเดินไปไกลยิ่งกว่าผู้ใดในโลกนี้"


    เซี่ยซีหานได้ยินแบบนี้หัวใจมันร่ำร้อง มันอยากบอกท่านพ่อของมันคนนี้ซะเหลือเกินว่า มันนะไม่ใช่คนแบบนั้น นอกจากนั้นมันไม่ได้กล้าหาญ มันขี้ขลาดจะตาย และในระหว่างนั้นอาวุโสเหอหมิ่นก็คล้ายปากสั่น พูดจาน้ำเสียงมีกังวล มันทำให้จิตใจเซี่ยซีหานดิ่งหนักกว่าเดิม


    "เจียตัวนี่เจ้า... เจ้าก็รู้นิว่า... วิธีการฝึกกายอมตะในกองทัพของพวกเราในอดีตนั้น มันมีไว้สำหรับ... คนที่คิดจะไปตาย..."


    "!หยุดพูดได้แล้วเหอหมิ่น นี่คือสิ่งที่ข้าตัดสินใจ"


    และในตอนนั้นเอง กลุ่มคนที่เจียตัวเรียกใช้ในระหว่างเดินทางมาเขตฝึกฝน พวกเขาก็เข็นบางสิ่งมาบนรถลากด้วยหมี สิ่งที่อยู่บนนั้นมันดูหนักมาก


    มันคืออะไร? เซี่ยซีหานจ้องมองมันตาไม่กะพริบ


    เจียตัวเดินไปเปิดผ้าคลุม จากนั้นเซี่ยซีหานเห็นโซ่เหล็กหนาๆ มากมาย 'เจียตัวเอ็งเอาพวกมันมาทำอะไร'


    ในระหว่างที่เซี่ยซีหานรำพันในใจ นักรบกล้าวัยฉกรรจ์คนหนึ่ง ที่ด้านหลังนักรบอาวุโสเหอหมิ่นก็พูดขึ้น


    "หัวหน้า 'กายอมตะ' คืออะไรหรือขอรับ ทำไมเวลาท่านพูดถึง สีหน้าดูมีกังวลมากนัก"


    เหอหมิ่นมองชายคนที่ถาม ก่อนจะปรากฏสีหน้าหน้าจริงจัง และเขาก็หันมองไปทางโซ่จำนวนมากที่อยู่บนรถลาก เขารู้ว่ามันเอาไว้ทำอะไร


    "ข้ากับเจียตัวนั้น พวกเราเคยเป็นนักรบเดนตายของอาณาจักรชั้นสาม 'ดาบที่สิบสาม' ในสมัยที่พวกเรายังรุ่งโรจน์และกล้าหาญ พวกเราเรียนรู้ที่จะเป็นนักรบที่แข็งแกร่งของอาณาจักร อย่างที่พวกเจ้ารู้ มีแต่นักรบสามดาบเท่านั้น ที่จะเป็นทหารของอาณาจักรชั้นสามได้ ข้าและเจียตัวก็เป็นหนึ่งในนั้น"


    "ในกองทหารของอาณาจักรดาบที่สิบสาม พวกเราสามารถไปเรียนรู้ทักษะต่อสู้ต่างๆ ได้มากมาย อย่างที่เรียกว่าไร้ขีดจำกัดสำหรับนักรบ 'สาม' ถึง 'ห้า' ดาบ อาณาจักรไร้กังวลที่จะให้พวกเราเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ หรือวิธีเพาะสร้างความแข็งแกร่งของนักรบรูปแบบใดๆ ของพวกเขา"


    "และในบรรดาทักษะและศิลปะการต่อสู้ทั้งหมด 'กายอมตะ' ได้ชื่อว่าเป็นการสร้างพื้นฐานร่างกาย ของผู้เดินบนเส้นทางนักรบที่ดีที่สุดในระดับต่ำกว่า 'ห้าดาบ' ว่ากันว่า เมื่อผู้ฝึกเคล็ดกายอมตะ จนสามารถชุบกายสำเร็จ เจ้าจะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่หลอมกายเหนือกว่าเจ้าหนึ่งขอบเขตใหญ่ได้"


    นักรบกล้าวัยฉกรรจ์ด้านหลังเหอหมิ่นนักรบอาวุโสจำนวนมากตกตะลึง คำว่าหนึ่งขอบเขตใหญ่นี้แฝงความหมายมากมาย


    ในอาณาจักรของเหล่าผู้เดินบนเส้นทางนักรบ


    พวกเขามีการแบ่งขอบเขตการฝึกฝนต่างจากผู้วิเศษ


    'ผู้วิเศษ' คือผู้ฝึกฝน 'กายวิญญาณหรือกายวิเศษ' ผ่านการตระหนักรู้และเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ พวกเขามุ่งเน้นปัญญารู้แจ้ง


    แต่เส้นทาง 'นักรบ' พวกเขาจะมุ่งเน้นฝึกฝน 'ร่างกาย ปราณวิเศษและจิตเดิมแท้' มันไม่ใช่การคล้องเกี่ยวหรือเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติและโลก แต่มันเป็นการฝ่าฝืน เหยียบย่ำ ขัดเกลาตัวเองอย่างกล้าหาญ จนจิตใจและตัวของพวกเขาแข็งแกร่ง จนแม้แต่สวรรค์และปฐพียังต้องสั่นไหว


    พวกเขาคือมนุษย์ธรรมดาที่ปราณนาจะฆ่าเทพเจ้า หรือแม้แต่จ้าวแห่งปีศาจทั้งปวง ทำทั้งหมดด้วยพลังของตัวเอง ไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากกายนอก


    อาณาจักรของเหล่านักรบจึงแบ่งเป็น


    'ขอบเขตที่หนึ่ง.ก่อร่าง' 'สอง.สร้างปราณ' 'สาม.เปลี่ยนเลือด' 'สี่.ทะเลปราณ' 'ห้า.เสาแห่งสวรรค์และปฐพี'


    นี่คือห้าขอบเขตใหญ่ ที่นักรบทั้งหลายรับรู้โดยพื้นฐาน


    โดยขอบเขตการฝึกฝนทั้ง 'ห้า' นี้ ไม่เกี่ยวข้องกับจำนวนดาบ ที่ตราอยู่บนเสื้อหรือเกราะบนอกซ้าย ของเหล่านักรบแต่ละคนแต่อย่างใด


    ดาบที่เหล่านักรบทั้งหลายได้มานั้น ต่างขึ้นอยู่กับการผ่านบนทดสอบ บนวิหารแห่งเทพนักรบผู้ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งพวกเขาผ่านชั้นที่สูงขึ้นของวิหารทดสอบไปได้มากเท่าไหร่ จำนวนดาบและเกียรติบนอกซ้ายของพวกเขาก็จะมากขึ้นเท่านั้น


    ดังนั้น นักรบที่ไร้ดาบจึงไม่ใช่ผู้ที่อ่อนแอไปทั้งหมด นั่นเพียงแต่ว่า เขาไม่ได้เลือกเดินบนบททดสอบ เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าแข็งแกร่งถึงระดับไหนแล้วก็เท่านั้น ดังเช่นเจียตัวที่เป็นนักรบสามดาบ แต่เขาแข็งแกร่งเทียบเท่านักรบห้าดาบได้


    แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ก็มีอัตราเฉลี่ยหรือขอสังเกตบางอย่างอยู่ ของผู้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้บนเส้นทางแห่งนักรบ


    ขอบเขตที่หนึ่งของเส้นทางนักรบ 'ก่อร่าง' มักจะผ่านบททดสอบแห่งเทพนักรบผู้ใหญ่ และมีจำนวนดาบอยู่ที่ 1 ถึง 3 ดาบ ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์และการเอาตัวรอดในวิหารศักดิ์สิทธิ์


    ขอบเขตที่สอง.สร้างปราณ มักมีจำนวนดาบอยู่ที่ 4 ถึง 5 ดาบ


    ขอบเขตที่สาม.เปลี่ยนเลือด มักมีจำนวนดาบอยู่ที่ 6 ถึง 7 ดาบ


    ขอบเขตที่สี่.ทะเลปราณ มักมีจำนวนดาบอยู่ที่ 8 ถึง 9 ดาบ


    และสุดท้ายในขอบเขตที่นักรบธรรมดารู้จัก 'ห้า.เสาแห่งสวรรค์และปฐพี' คือจำนวนดาบ 10 ถึง 12 ดาบ มันเป็นปกติแบบนี้เสมอ


    ยกเว้นนักรบอัจฉริยะ ที่มักก้าวข้ามและมีจำนวนดาบมากกว่าค่าเฉลี่ยเหล่านี้



    ฝาก Ebook เล่ม 3 ตอน 61 - 90 ด้วยครับ

    ออกพรุ่งนี้หรือมะรืน