ห้องประชุม...
หลังจากที่จักรพรรดิอิกคลอสนำพาทุกคนมายังห้องประชุม แล้วให้หัวหน้าราชองค์รักษ์ทั้งหกเฝ้าอยู่ด้านนอก พร้อมทั้งกางม่านพลังที่ป้องกันเสียงเล็ดรอดหรือการดักฟังเอาไว้ ส่วนอามีน่ากับเทียร่าประกบข้างตัวฟ็อกซ์ตลอดเวลา แม้ว่าฟ็อกซ์จะมีออร่าพลังแปลกๆ อย่างมหาศาล หากแต่ว่าถ้าเกิดการต่อสู้ขึ้นมาจริงๆ โอกาสที่ฟ็อกซ์จะเอาชนะได้เท่ามันกับศูนย์ กระทั่งตัวฟ็อกซ์เองก็เข้าใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี [ถ้าเฟียสไม่ช่วยอ่ะนะ...ตายแน่]
"พี่มีอะไรก็รีบๆ พูดออกมาได้แล้ว!!" เป็นเทียร่าที่เริ่มเปิดประเด็นขึ้นมาก่อน
"นี่เจ้ากลายเป็นคนใจร้อนตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ช่างเถอะเอาเป็นว่าเจ้าหนูช่วยตอบคำถามของเรามาก่อนได้หรือไม่ ว่าเจ้ารู้จักกับบุตรีของเราตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แล้วน้ำเสียงยามที่เจ้าไถ่ถามเรื่องของบุตรีเรา มันแฝงไปด้วยความเกลียดชังอย่างชัดเจน" ซาเบรียลเลือกที่จะไม่สนใจน้องสาวของเขาอีก พลางหันหน้าไปถามฟ็อกซ์อย่างสงสัยแทน
"พวกเราเคยเจอกันมาก่อน!!" ฟ็อกซ์ตอบอย่างเรียบง่าย
"พอจะบอกได้ไหมว่าพวกเจ้าไปเจอกันตอนไหน เพราะที่ผ่านมาบุตรีของเราไม่เคยย่างกรายออกไปจากอาณาจักรลอยฟ้ามาก่อน" ซาเบรียลถามซ้ำอีกครั้งพร้อมนำลูกแก้วประหลาดออกมาถือในมือ ทว่าคำถามของเขาก็เข้าประเด็นอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาจักรพรรดิอิกคลอสกับคนอื่นๆ ที่กำลังสงสัยอยู่อยากรู้เหมือนกัน
"ใน..........ฝัน!! ส่วนเรื่องเกลียดกันผมคงบอกไม่ได้" ฟ็อกซ์ครุ่นคิดเพียงเล็กน้อยก่อนจะตอบอย่างเยือกเย็น
ทว่าคำตอบง่ายๆ ของฟ็อกซ์ทำเอาทุกคนในห้องถึงกับหน้าเหวอไปชั่วครู่ ก่อนจะรีบหันไปมองลูกแก้วในมือของซาเบรียลที่ไม่มีปฏิกริยาตอสนองอะไรออกมา ทำเอาภายในห้องถึงกับเงียบกริบไปทันที ขณะที่ต่างคนก็ครุ่นคิดไปต่างๆ นานา เมื่อเห็นว่าผ่านไปนานฟ็อกซ์ก็เริ่มเป็นฝ่ายถามกลับไปบ้าง
"แล้วท่านผู้นำจากเผ่าอวาลอนไม่ทราบว่าจะตอบคำถามของผมได้หรือยังครับ!?"
"อ่อ โทษทีๆ บุตรีของเราเข้าหอคอยดันเจี้ยนแห่งพระเจ้าไปได้อาทิตย์กว่าแล้ว นอกจากนั้นเมื่อสี่วันก่อนบุตรชายของแม่ทัพเผ่าชาโดว์ก็พึ่งเข้าไป ส่วนเผ่าพันธุ์อื่นๆ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดใด แต่มีรายชื่อกำลังจะเข้าไปครบทุกเผ่าพันธุ์ ที่น่าแปลกใจก็คือมีแต่พวกเด็กๆ ทั้งนั้น" ซาเบรียลตอบตามที่ได้ข้อมูลมา
"..........เสด็จพ่อลูกต้องรีบออกเดินทางแล้ว ขอเสด็จพ่ออนุญาติด้วย" ฟ็อกซ์ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่นึงรีบเอ่ยขึ้น
"ต้องเร่งรีบถึงเพียงนั้นเชียวรึ!?" จักรพรรดิอิกคลอสเอ่ยถามอย่างตกใจ
"เสด็จพ่ออาจยังไม่ทราบ ในฝันของลูกกับเด็กพิเศษอีก 9 เผ่าพันธุ์ ถูกจัดอันดับความแข็งแกร่งในการพิชิตหอคอยดันเจี้ยนแห่งพระเจ้า หากลูกยังรีรออยู่อีกเกรงว่าคงต้องพ่ายแพ้เป็นแน่"
ฟ็อกซ์เลือกจะพูดความจริงออกไปบางส่วน ทว่าสายตาทุกคู่กลับจับจ้องไปที่ลูกแก้วในมือซาเบรียล เมื่อไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดใด ทำให้จักรพรรดิอิกคลอสไม่อาจเหนี่ยวรั้งบุตรชายของเขาไว้ได้อีกแล้ว พลางได้แต่ถอนหายใจยอมรับคำขอจากบุตรชาย ผิดกับซาเบรียลในเวลานี้ที่ราวกับครุ่นคิดบางอย่างอยู่ ทว่าเมื่อเห็นฟ็อกซ์กำลังจะออกไปจากห้องทำเอาซาเบรียลต้องรีบถามขึ้นอย่างเป็นกังวล
"นี่เจ้าหนุ่ม ช่วยตอบคำถามของเราครั้งสุดท้ายได้หรือไม่!?"
"ครับ"
"เราไม่รู้ความขัดแย้งที่เจ้ากล่าวอ้างในฝัน และคาดว่าใครอีกหลายคนก็คงไม่รู้เช่นเดียวกัน ที่เราอยากรู้คือพวกเจ้าทุกคนเป็นศัตรูกันรึ!?"
"ในเวลานี้เป็นเพียงแค่คู่แข่งกันเท่านั้น ส่วนภายภาคหน้าจะเป็นมิตรหรือศัตรู ผมเองก็ไม่สามารถตอบท่านได้ครับ" คราวนี้ฟ็อกซ์ตอบออกไปแบบไม่ต้องคิด ก่อนจะหันไปเอ่ยกับองค์จักรพรรดิ "เสด็จพ่อลูกฝากขอประทานอภัยกับเสด็จแม่ด้วย ที่ลูกไม่ได้ไปกล่าวอำลาด้วยตนเอง"
สิ้นเสียงของฟ็อกซ์เขารีบผละตัวจากไป เพื่อรีบเร่งออกเดินทางไปในทันที ไม่เช่นนั้นมารดาของเขาคงไม่ยอมปล่อยให้ออกไปง่ายๆ เป็นแน่ โดยมีอามีน่ากับเทียร่าตามไปติดๆ ราวกับว่าชีวิตของฟ็อกซ์ในเวลานี้สำคัญกว่าชีวิตขององค์จักรพรรดิของราชอาณาจักรเซสซาร์เสียอีก โดยมีสายตาของจักรพรรดิอิกคลอสมองตามอย่างเป็นห่วง
หลังจากฟ็อกซ์กลับออกมาแล้วก็ได้เทียร่าพาไปยังจุดวาร์ป ส่วนอามีน่าก็ติดต่อให้เอเดนพาตัวลูเคียตามมาอย่างเร่งด่วน ไม่นานทุกคนก็มากันครบอามีน่ากับเทียร่าพาฟ็อกซ์กับลูเคียวาร์ปไปในทันที และให้เอเดนกลับไปดูแลความสงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักร
---------------------------------------------------------- เมื่อฟ็อกซ์วาร์ปมาถึงก็พบว่าเบื้องหน้าของเขาเป็นพื้นที่โล่งกว้าง กับสัตว์อสูรรูปร่างหน้าตาประหลาดๆ ที่เดินกันยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ทำให้ฟ็อกซ์อดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยถามขึ้น
"ที่นี่คือหอคอยดันเจี้ยนแห่งพระเจ้าหรอครับ!!"
"ใช่!! แต่เจ้าต้องไปให้ถึงตรงใจกลางแล้วถึงจะพบจุดวาร์ปเพื่อเข้าหอคอย ส่วนอสูรพวกนั้นเจ้าจะสังหารพวกมันเพื่อเรียกเหงื่อก่อน หรือฝ่าเข้าไปถึงจุดวาร์ปด้านในเลยก็ได้" อามีน่าตอบอย่างเชี่ยวชาญ
"อ่อ!! เข้าใจแล้วครับ" ฟ็อกซ์เข้าใจได้ในทันที พลางหันไปมองลูเคียที่ยืนหน้าตายอยู่ พอสำรวจแล้วเห็นว่าอาการบาดเจ็บของเธอหายดีแล้ว ก็เรียกให้คิวบิกับซาฟิร่าออกมาเพื่ออาศัยความเร็วของคิวบิวิ่งฝ่าเข้าไป แล้วให้ซาฟิร่าคอยซัพพอร์ต ส่วนเขากับลูเคียจะใช้มนตราโจมตีเพื่อเปิดทาง แต่ก็ถูกเสียงของผู้ดูแลหอเทียร่าเรียกไว้ก่อน
"เจ้าหนู..........ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องเจ้า!!" น้ำเสียงของผู้ดูแลหอแฝงไปด้วยความลังเลอย่างชัดเจน
"เรื่องอะไรครับ" ฟ็อกซ์เองก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพราะที่ผ่านมา ผู้ดูแลหอมีแต่ช่วยเหลือเขามาตลอด แต่การที่จู่ๆ มาเอ่ยปากขอร้องมันต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดาแน่นอน
"ก่อนหน้านี้ข้าและกลุ่มเคยเข้าไปพิชิตหอคอยดันเจี้ยนแห่งพระเจ้ามาก่อน แต่เกิดพลาดท่าเสียทีทั้งกลุ่มตัวข้าบาดเจ็บสาหัสและเพื่อช่วยชีวิตของข้า แปดคนในกลุ่มที่เห็นข้าเปรียบเสมือนน้องสาวคนเล็กได้เข้าต่อสู้เพื่อถ่วงเวลา ส่วนคนรักของข้าใช้มนตราต้องห้ามส่งข้ากลับไปยังอาณาจักรลอยฟ้า ข้าเฝ้ารอหาโอกาสที่จะกลับไปล้างแค้นตลอดเวลา หากเจ้าสามารถพิชิตหอคอยดันเจี้ยนแห่งพระเจ้าชั้นที่ 25 ได้ ข้าอยากเข้าร่วมกลุ่มเจ้าสังหารบอสชั้นที่ 26 เพื่อแก้แค้นจะได้ไหม" น้ำเสียงของเทียร่าแฝงไปด้วยความเศร้าหมองและความหวังเล็กๆ
"..........ตกลงครับ เมื่อวันนั้นมาถึงผมจะกลับมารับคุณ" ฟ็อกซ์ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยตอบไป ถึงเขาจะไม่ได้สนใจสิ่งที่ผู้ดูแลหอต้องสูญเสียไป แต่เพื่อตอบแทนที่ช่วยฝึกสอนวิชาให้เขามาตลอด 3 ปี จึงรับปากไปโดยไม่มีเงื่อนไขใดใด ก่อนจะโดดขึ้นหลังคิวบิพร้อมกับลูเคียแล้วออกเดินทางทันที
เมื่อผ่านเข้าม่านโปร่งใสเข้ามาได้ สัตว์อสูรที่แต่เดิมไม่สนใจพวกเขาต่างที่ยืนอยู่นอกม่านพลัง ต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวโหยแล้วเห็นเหงื่ออันโอชะมาอยู่ตรงหน้า ทว่าฟ็อกซ์กับลูเคียก็ระดมร่ายมนตราชุดใหญ่เปิดทางอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคิวบิที่วิ่งฝ่าเข้าไปโดยมีซาฟิร่าร่ายมนตราเสริมการเคลื่อนไหว
อามีน่าได้แต่มองตามไล่หลังเป็นครั้งสุดท้าย เพราะนับตั้งแต่เปิดโรงเรียนหลวงมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกและรุ่นแรกที่เข้าพิชิตหอคอยดันเจี้ยนแห่งพระเจ้า แม้ว่าเธอจะกลายเป็นคนเย็นชาหลังการสูญเสียครั้งใหญ่ แต่เธอเองก็รู้สึกผิดลึกๆ เหมือนกันหากนักเรียนของเธอต้องพบเจอชะตากรรมเดียวกันกับเธอ
ส่วนเทียร่าที่มองตามหลังไปราวกับว่าเด็กน้อยในวันวานคนนั้น กลายเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของเธอในวันนี้ ก่อนที่ทั้งคู่จะวาร์ปกลับไปยังอาณาจักรเพื่อสะสางปัญหาที่ค้างคาอยู่
หลายชั่วโมงต่อมา...
หลังจากที่ฟ็อกซ์กับลูเคียผ่านวาร์ปเข้าสู่หอคอยดันเจี้ยนแห่งพระเจ้ามาได้แล้ว ตอนนี้พวกเขากำลังสับสนมึนงงอยู่ว่าพวกเขามาถูกที่หรือเปล่า เพราะในเวลานี้พวกเขาโผล่มาอยู่ใจกลางเมืองขนาดใหญ่ ตรงบริเวณน้ำพุและที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือ กลุ่มคนที่เดินทางผ่านไปผ่านมานอกเหนือไปจากสิบเผ่าพันธุ์ในอาร์เทเรี่ยนแล้ว ยังมีอีกหลากหลายเผ่าพันธุ์ที่พวกเขาไม่รู้จักเลยแม้แต่น้อย ทำเอาฟ็อกซ์ถึงกับติดสตั้นไปพักใหญ่เลยทีเดียว
ทางด้านลูเคียกลับไม่ได้สนใจอะไรมากนัก การที่เธอติดตามฟ็อกซ์มามีสองเหตุผล เหตุผลแรกคือเขาเคยช่วยชีวิตของเธอ ส่วนเหตุผลที่สองเพราะฟ็อกซ์รับปากว่าจะช่วยตามหาครอบครัวที่แท้จริงของเธอให้ โดยข้อแลกเปลี่ยนคือเธอต้องกลายมาเป็นคนติดตามและเชื่อฟังคำสั่งของเขา ส่วนฟ็อกซ์ที่กำลังคิดไม่ตกว่าจะเริ่มไปทางไหนก่อนดี พลันได้ยินเสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้างๆ เขา
"เจ้าจะยืนงงไปถึงเมื่อไหร่กัน!?" เฟียสที่ปรากฏร่างออกมายืนอยู่ข้างๆ ฟ็อกซ์ แต่กลับทำให้ลูเคียที่จดจำใบหน้านั่นได้ถึงกับรีบเรียกอาวุธออกมา ก่อนจะโดนเฟียสแย่งอาวุธจากมือได้อย่างง่ายดาย พลางดีดหน้าผากของลูเคียไปทีนึง ทำเอาลูเคียถึงกับมึนหัวขึ้นมาทันที ก่อนจะได้สติแต่ก็ถูกคำพูดของเฟียสทำเอาชะงักไป
"หากเจ้าเรียกอาวุธออกมาอีกรอบ ถึงแม้ข้าจะไม่สังหารเจ้า คิดว่าทหารพวกนั้นจะปล่อยเจ้าไปหรือไง" น้ำเสียงของเฟียสฉายแววจริงจัง พลางเบนสายตาไปมองกลุ่มทหารที่กำลังมุ่งตรงมาหาพวกเขา
"ข้าซากัสคือผู้ดูแลพื้นที่ภายในเขตนี้ พวกเจ้าคงจะเป็นกลุ่มมือใหม่กันสินะ ข้าขอควบคุมตัวพวกเจ้าไปรับโทษและอบรม!!" ลิซาร์ดแมนในชุดเกราะสีเงินวาวท่าทางเหมือนหัวหน้ากลุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความโลภ
"ขอปฏิเสธ!! นั่นศิษย์ข้า ฉะนั้นข้าจะอบรมนางเอง" เฟียสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา
"หึ!! เจ้าเป็นตัวอะไรกันถึงได้กล้าปฏิเสธกฏของที่นี่ ในเมื่อเด็กปากกล้าอย่างเจ้าอยากเจ็บตัวข้าก็จัดให้" หัวหน้าลิซาร์ดแมนเอ่ยอย่างผยอง พลางสั่งการให้เหล่าทหารเข้ามาสั่งสอนกลุ่มของเด็กใหม่ที่กล้าอวดดี
ทว่าแค่เพียงพริบตาเดียวเฟียสก็ลอยตัวโบกกระบาล เจ้าลิซาร์ดแมนจนหน้าทิ่มมุดลงไปกับพื้นดิน เหล่าทหารรอบๆ เริ่มทำการร่ายมนตราเพื่อกักขังกลุ่มเด็กใหม่ แต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อสองอาวุโสผู้คุมกฏของเมืองแห่งนี้ ออกมาห้ามปราม ก่อนที่อาวุโสทั้งสองจะเข้าไปพูดคุยกับเด็กสาวที่ลงมือก่อเหตุ
"ไม่ทราบว่าคุณหนูเป็นใครงั้นหรือ เหตุใดถึงได้ลงมือทำร้ายคนของเมืองนี้!?" ชายชราหนึ่งในผู้คุมกฏเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ ทำเอาเหล่าทหารที่กำลังจะทำการจับกุมเมื่อครู่ถึงกับงงไปตามๆ กัน
"สวะชั้นต่ำอย่างมันกล้าขึ้นเสียงใส่เรา ที่ไม่ฆ่ามันก็ถือว่าปรานีมากแล้ว!!"
เฟียสไม่แม้แต่จะชายตามองทั้งสองด้วยซ้ำ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชากว่าเดิม และเรียกการ์ดขึ้นมาใบนึงแล้วโยนไปให้หนึ่งในอาวุโสราวกับมันไม่มีค่า ทว่าทันทีที่สองอาวุโสผู้คุมกฏได้เห็นข้อมูลการ์ดใบนั้น ถึงกับรีบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด ทำเอาเหล่าทหารถึงกับตกตะลึงไปไม่น้อยแต่ก็รีบทำตามอย่างรวดเร็ว แต่ลูเคียกลับเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาบแทน