เช้าวันรุ่งขึ้น เวลา 7.45 น. คิมหันต์รีบเร่งมาที่โรงแรมเพราะนี่เป็วันแรกของการเริ่มงาน เขาลงจากแท็กซี่ที่ติดยาวเป็แพรเพื่อวิ่งมาทำงานให้ทันเวลา ด้วยระยะเวลาที่ไม่ไกลมากนักทำให้คิมมาถึงโรงแรมได้ทันพอดีเเต่ก็แลกมาด้วยเหงื่อที่ชุ่มและอาการหายใจหอบ
“อะแค่กๆ ฟู่ววว!!! ไม่คิดมาก่อนเลยว่าถนนเส้นนี้รถจะติดขนาดนี้ วันหลังต้องเรียกวินซะแล้ว เฮ้อ!!ฟู่วววว” คิมหายใจเข้าลึกๆตั้งสติพร้อมจัดชุดให้เข้าที่ ก่อนจะเดินเข้าที่ทำงานด้วยความเรียบร้อยและพร้อมเริ่มงาน คิมหันเดินตรงเข้าไปในลิฟต์พร้อมกดชั้น 2 ไม่นานลิฟต์ก็มาถึง คิมรีบตรงไปที่โต๊ะ เขาจัดทุกอย่างให้เข้าที่และนั่งเงียบๆรอต้อนรับหัวหน้าคนใหม่ของเขา เวลาผ่านไป 10 นาที คิมนั่งชะเง้อมองประตูห้องอยู่แบบนั้นจนกระทั่งมีใครบางคนเปิดประตูเข้ามา คิมรีบลุกขึ้นพร้อมกับกล่าวทักทายด้วยความเป็มิตร
“สวัสดีครับ GM ผมคิมนะ…..ครับ…!!?”
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณคิม มาเเต่เช้าเลยนะครับ อ่อ ผมทนนท์ครับ ไม่ใช่ GM ครับ”
“เอ่อ..ขอโทษครับ ผมนึกว่า……”
“อ๋อ…ปกติ GM ท่านมาทำงานประมาณ 10 โมงน่ะครับ ก่อนจะถึงตอนนั้นคุณคิมสามารถไปทานข้าวที่แคนทีนรอได้เลยนะครับ เรามีเเคนทีนบริการฟรีตลอด 24 ชม.ครับ”
“ดีจังเลยนะครับ ว่าเเต่เเคนทีนไปทางไหนครับ?”
“เเคนทีอยู่ชั้น 3 ครับ คุณคิมออกจากลิฟต์ไปเลี้ยวซ้ายก็ถึงเลยครับ ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ” คิมยิ้มตอบรับก่อนที่ทนนท์จะออกไป ในตอนแรกคิมคิดว่าจะได้เจอ GM ง่ายๆเเต่เขาคาดคะเนผิดไป เขาลืมไปว่าพวกตำแหน่งสูงๆมักเข้างานไม่เป็เวลา
“ดีเหมือนกัน เรารีบจนไม่ได้ทานข้าวเช้ามาด้วย งั้นไปกินข้าวรอละกัน อีกตั้งนานกว่าจะสิบโมง” คิมไม่ลืมที่จะหยิบกระเป๋าออกจากห้องไปด้วย เขาลงลิฟต์ไปที่เเคนทีนเพื่อทานข้าวรอในระหว่างที่เ้านายเขายังมาไม่ถึง ทว่าเขาไม่รู้เลยว่าวันนี้หัวหน้าของเขาดันมาทำงานเร็วกว่าปกตินั่นเอง
“ผมรู้แล้วน่ะพี่ผา ที่ผมมาเร็วก็เพื่อทำความรู้จักกับเลขาคนใหม่นี่แหละพี่ไม่ต้องเป็ห่วงหรอกผมไม่กัดคอเขาหรอกน่ะ เเค่นี้แหละ พี่ก็รีบๆตามมาละกัน…” นทีกดวางสายในขณะที่เขาเดินมาถึงหน้าห้องทำงานพอดี เขาเปิดประตูเข้ามาพบว่าในห้องเงียบสนิทไม่มีใครอยู่ซักคน นทีเดินมาที่โต๊ะทำงานของ เลขาคนใหม่ เขาสังเกตเห็นว่าไม่มีมีกระเป๋าวางอยู่ ท่าทางว่าเลขาคนใหม่ของเขาจะยังไม่มาทำงาน นทีเดินเลี่ยงไปที่โต๊ะตนเองด้วยอาการหัวเสีย
“นี่น่ะหรอ คนที่พี่ผาเลือกมาให้ จะแปดโมงกว่าแล้วยังไม่มาทำงานอีก นี่ฉันเป็หัวหน้านะเนี่ยต้องมานั่งรอเลขางั้นหรอ ชิ!!” คิมไม่รู้เลยว่าความซวยได้เดินทางมาถึงเขาตั้งเเต่วันแรกที่เข้ามาเริ่มงานซะแล้ว ณ ตอนนี้ คิมกำลังทานข้าวที่เเคนทีนพร้อมกับคุยโทรศัพท์กับนิ้กกี้ไปด้วย
“ยัง..ยังไม่ได้เจอเลย..อยู่นี่ GM มาทำงาน 10 โมงแน่ะ คิมก็เลยมานั่งกินข้าวที่โรงอาหารรอไปก่อน”
“(คร้าบบ..เเล้วเราพร้อมเริ่มงานไหมนิ)”
“พร้อมสิ!! พร้อมมากๆเลยด้วย คิมว่าวันนี้ต้องเป็วันที่ดีเเน่ๆ เพราะคิมตาขวากระตุกเเต่เช้าเลย จริงจริ๊ง!!นี่ละก็….” คิมเผลอนั่งคุยกับนิ้กกี้ยาวไปจนถึง 9.40 น. ณ ตอนนั้นคิมเห็นว่าใกล้ถึงเวลาเเล้ว เขารีบวางสายจากนิ้กกี้และเอาจานข้าวไปเก็บพร้อมกับรีบวิ่งลงบันไดไปที่ชั้น 2 เพื่อเตรียมตัวให้ทันก่อนที่ GM จะมาถึง ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังนั่งมองโต๊ะเลขาด้วยความหงุดหงิด
“จะสิบโมงอยู่แล้ว นี่ยังไม่มาอีกหรอ ชักจะบ้าไปล่ะ!!” นทีไม่รออีกต่อไป เขาลุกพรวดออกจากโต๊ะเพื่อจะออกไปบอกทนนท์ว่าให้ยกเลิกการทำงานของเลขาคนใหม่และเปลี่ยนคนซะ เเต่ทว่าทันทีที่เปิดประตูออก ใครบางคนก็เดินก้มหน้าก้มตาเขามาชนที่แผงอกของเขาอย่างจัง นทีเซถลาถอยหลังด้วยความจุกเพราะอีกฝ่ายนั้นวิ่งมาเร็วมาก เเต่ด้วยความที่ตัวเล็กว่าจึงต้านแรงไม่ไหว คิมล้มลงที่พื้นด้วยความใ นทีที่เจอแบบนั้นจึงลืมความโมโหไปชั่วขณะ
“โอ้ย!เจ็บ นายน่ะ ฉันขอโทษนะ นายเป็อะไรรึเปล่า” คิมคุ้นๆกับน้ำเสียงเเต่ก็ยังไม่ได้แหงนหน้าขึ้นมามองเพราะกลัวความผิดที่เขาวิ่งมาชนคนอื่น
“ขอโทษครับ ผมพึ่งมาทำงานวันแรกเลยรีบไปหน่อย ขอโทษจริงๆครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆครับ”
“ไม่เป็ไร นี่นายน่ะเวลาคุยกับคนอื่นมองหน้าเขาด้วย มันแสดงถึงความจริงใจยิ่งตอนขอโทษยิ่งต้องมองไม่รู้รึไง!!” ยิ่งฝ่ายตรงข้ามเริ่มพูดเยอะขึ้นคิมก็ยิ่งคุ้นกับน้ำเสียงนี้มากขึ้น ทำให้คิมสติหลุดไปกันใหญ่ เขาได้เเต่นั่งก้มหน้าเงียบไม่รู้จะตอบอะไร
“นายมาทำงานใหม่ใช่ไหม อยู่แผนกไหน?”
“...เอ่อ…คือ…ว่า….”
“อ้ำอึ้งอะไร!!...ฉันถามว่าอยู่แผนกไหน?” สถานการณ์เริ่มย่ำแย่และเสียงก็เริ่มดังไปถึงห้องของทนนท์เข้าพอดี เขารีบเปิดประตูออกมาดูเพราะคิดว่าสถานการณ์นั้นไม่สู้ดีมากๆแล้ว ทนนท์วิ่งเข้ามาถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“อ้าว สวัสดีครับ GM เกิดอะไรขึ้นครับเนี้ย?”
“คุณทนนท์ พาก็ดีแล้ว ช่วยตอบผมทีว่านายคนนี้ทำงานอยู่แผนกไหน ชื่ออะไร ผมถามไปเยอะมากเเต่เค้าไม่ตอบผม?”
“กะ..เกิด..อะไรขึ้นหรือครับGM?” คิมได้ยินทนนท์เรียกคนที่เค้าชนว่าGMก็รู้สึกใจไม่ดีขึ้นมา แต่ทว่าเขาก็ยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมอง
“เขาวิ่งมาชนผมแล้วก็ล้มไป ผมถามอะไรก็อ้ำอึ้ง สรุปเค้าชื่ออะไร ทำตำแหน่งไหน?”
“ต้องขอโทษGMด้วยครับ เขามาใหม่อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่ ขออนุญาตแนะนำนะครับ คุณคนนี้คือ คุณคิม เลขาคนใหม่ที่คุณภูผาเตรียมไว้ให้ GM ครับ”
“คุณว่ายังไงนะ!!..เมื่อกี้คุณบอกว่าเขาชื่อ!!!...คิมอย่างนั้นหรอ!! อย่าบอกนะว่า….คิม…หันต์!!”
“ครับ เขาชื่อคิมหันต์ อัศวนนท์ครับ” นทีอึ้งและใมาก เขารีบหันไปกระชากคอเสื้อชายผอมบางที่นั่งอยู่กับพื้นขึ้นมาเผชิญหน้า ผลปรากฏว่าทุก อย่างเป็ไปตามที่เขาคิดไว้ ชายตรงหน้าคือคนเดียวกันกับที่ฝากาแลึกไว้ในใจของเขา นทีจ้องหน้าคิมด้วยความโกรธ ในขณะที่อีกฝ่ายก็ไม่เคยคิดว่าหัวหน้าคนใหม่ของเขาคือนที ภูวเนศคนที่เขารักและคิดถึงมาโดยตลอด คิมทำได้เเค่ยิ้มผ่านม่านน้ำตา เขาจ้องมองหน้านทีด้วยความดีใจที่ได้เจอ ทว่าอีกฝ่ายนั้น…..ปั้ก!! ตุ่บ!!