War Story
ตอนที่4 Keep Fight
เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ปัจจุบัน
“ โกลด์! โจว! ยิงคุ้มกันด้วย!“ หัวหน้าทีมกรีนเบเร่ต์ ะโสั่ง “ปัง!” “ฟิ้ว!” “แม่งเอ๊ย!” “เรียกศูนย์!นี่ทีมแอร์โรขอถอนกำลังด่วน! ล้มเลิกภารกิจ! ย้ำ! ล้มเลิกภารกิจ!”“นี่ศูนย์ รับทราบทีมแอร์โร ไปเจอกันที่จุดถอนตัวอีก 10 นาที ศูนย์ เลิกกัน”เสียงวิทยุตอบกลับ “รับทราบ! ทุกคนไปกันแล้ว!” “ทุกคนถอย!”หัวหน้าทีมกรีนเบเร่ต์ะโสั่งอีกครั้ง “บ้าเอ๊ย! พวกไหนกันแน่ว่ะ! ไอ้พวกรัสเซียหรือไอ้พวกทหารรับจ้าง?!” “ช่างหัวมันก่อนเถอะ!!!ยิงๆๆเข้าไป!! “ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ”เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว การต่อสู้เป็ไปอย่างดุเดือดชลมุนสับสนอลหม่าน ทหารหน่วยรบพิเศษGREEN BERET ต่างสับสนศัตรูที่สู้อยู่คือพวกไหน “ทางนี้ก็จะต้านไม่ไหวแล้ว!” สมาชิกทหารกรีนเบเร่ต์นายนึงะโบอก “ปัง!”ทหารกรีนเบเร่ต์คนนั้นได้ล้มลง “ไม่นะ! สกิป!” ทหารกรีนเบเร่ต์อีกนายหมายจะวิ่งตรงปรี่ไปช่วยเพื่อน “ปัง!” เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ะุเข้ากลางกระหม่อมทหารคนนั้นเข้าให้ “พอลล์!!!” ”บ้าเอ๊ย!” “ย้า!!!!!!ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!”ทหารกรีนเบเร่ต์ใช้ปืนกลกราดยิงไปยังศัตรูตรงหน้าก่อนจะไปวิ่งดูอาการของเพื่อนทั้งสอง“ทางนั้นเป็ยังไง?” หัวหน้าทีมวิทยุถาม “พวกเราถูกเก็บไป 2 คนแล้ว!” ทหารกรีนเบเร่ต์ที่วิ่งไปดุอาการของเพื่อนทั้งตอบพร้อมกับหิ้วร่างของเพื่อนทั้งสองคนมารวมกลุ่มที่หัวหน้าทีม “ทุกคนถอย! ไมเคิล! ะเิควัน!” หัวหน้าทีมสั่งไมเคิลให้ะเิควันอำพรางในการหนีแต่ไม่ทันไร “ตุ้บ!” “ะเิ!” “หมอบลง!” “หาที่กำ...” “ตู้ม!” ลูกะเิะเิขึ้น ทุกคนต่างกระเด็นกระดอนกระจายไปคนละทิศคนละทาง“วิ้งๆๆๆๆๆๆๆๆ.....”ทหารกรีนเบเร่ต์นายนึงพยายามประคองร่างกายตนเองลุกขึ้นแต่ก็ลุกไม่ไหว “ลุกขึ้นมาไมค์!เรากำลังออกไปจากที่นี่! ลุกขึ้น! “ เสียงวิ้งยังคงดังก้องอยู่ในหู เขาจึงไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น หัวหน้าจับเขาลุกขึ้น ก่อนที่จะวิ่งหายไปะเิควันที่เพิ่งปาไปเมื่อกี้เพิ่งเริ่มทำงานก่อให้เกิดม่านควันขนาดใหญ่ทำให้เขามองไม่เห็นทางข้างหน้า เขาตัดสินใจวิ่งฝ่าม่านควันออกไปอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้จนเขาวิ่งมาโผล่ที่แห่งหนึ่งใกล้โกดังทำให้เขารู้ตัวทันทีว่าเขาพลัดหลงกับทุกคนในทีมแล้วตอนนี้ ทันใดก็มีเสียง”ปัง!” “ฟิ้ว!” เขาหาที่หลบ “หัวหน้าตอบด้วย”“ใครก็ได้ช่วยตอบด้วย” “ซ่า...ซ่า...ซ่า....” “หัวหน้าตอบด้วย ใครก็ได้ตอบด้วย”“ซ่า...ซ่า...ซ่า....” “บ้าเอ๊ย! วิทยุใช้การไม่ได้อีก”เขาพยายามติดต่อทุกคนที่เหลือแต่ไม่เป็ผล “ปัง!” เสียงปืนดังขึ้นอีกนัดเขาถอดแมกกาซีนออกจากปืน ก้มมองะุที่ยังเหลืออยู่ ก่อนที่จะใส่กลับเข้าไปพร้อมกับถอนหายใจ ตอนนี้เขาโดนล้อมไว้หมดแล้วท่ามกลางดงศัตรู“สุดท้ายก็ต้องสู้คนเดียวจนได้สินะ” ไมค์บ่นพึมพำกับตัว เขาค่อยๆเดินออกจากที่กำบังพร้อมกับประทับปืนบนบ่าก้าวออกมาอย่างไม่รีรอ ทั้งที่รู้ตัวดีว่าเขาอาจไม่รอดกลับไปแต่ด้วยสายตาอันแน่วแน่ เขาจะยังคงสู้ต่อไป ไม่ว่าสถานการณ์ข้างหน้าจะเป็อย่างไรเขาจะต้องฝ่าฟันไปให้ได้ “เอาล่ะนะ...”ไมค์บอกกับตัวเอง “ปัง! ปัง! ปัง!...”
อีกด้านนึง
“ให้ทีม1 จัดการกับพวกอเมริกันไป ส่วนพวกเราไปเอาของนั้นกัน”หัวหน้าทีมรัสเซียของอเล็กซ์ กล่าว “ไปกันได้”สิ้นเสียงคำสั่งพวกเขาวิ่งไปในโกดังร้างที่ที่คาดว่าของ(อาวุธ)นั้นซ่อนอยู่แล้วมาหยุดอยู่ที่ประตูลับบานใหญ่บานหนึ่ง “ใช่ที่นี้แน่เหรอ ดูไม่เห็นมีอะไรเลย?”คนในทีมคนนึงถามแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างไร “ในเอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรไปมากว่านี้แล้ว”“ไม่ลองไม่รู้”
“เซรเกย์! ยูริ! เปิดประตู!” หัวหน้าทีมรัสเซียสั่ง“ครืน...” "ไป! ไป! ไป!" ทันทีที่ประตูเปิดออกพวเขาทั้งหมดเดินเกาะกลุ่มเดินเข้าไปอย่างมีระเบียบสู่ความมืดมิด โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่ามีอะไรรอพวกเขาอยู่