หลี่จี้จงย่อมไม่อิดออดอะไรอีกและหอบเงินที่เจี่ยนซื่อเตรียมให้จากไปแต่โดยดี เด็กรับใช้ด้านหลังเห็นท่าทางยิ้มแย้มเบิกบานตลอดทางของเขาจึงเข้ามาประจบสอพลอ
“คุณชายช่างมีความสามารถยิ่งนัก ต่อให้เจี่ยนซื่อผู้นี้ร้ายกาจแล้วอย่างไร สุดท้ายต้องยอมจำนนมอบเงินให้อยู่ดี”
หลี่จี้จงได้ยินคำพูดประจบประแจงพลันถีบอีกฝ่ายเซถลา หลังจากมองท่าทางเอาอกเอาใจออกนอกหน้าก็พ่นลมเสียงเย็น “เจ้าจะไปรู้เรื่องอะไร หากครั้งนี้คนที่เอามาขู่ไม่ใช่พี่น้องบ้านจาง ฮูหยินโหวคงไม่ยอมง่ายๆ เช่นนี้หรอก”
“ขอรับๆ...ท่านสายตาเฉียบแหลมที่สุด...”
“ไปเถอะ วันนี้ตัวข้าจะจัดงานเลี้ยงที่หอจุ้ยเซียนเสียหน่อย”
หลี่จี้จงกล่าวด้วยรอยยิ้มบาง เหล่าสหายชั่วพวกนั้นคงกำลังรอดูเรื่องตลกของเขาอยู่เป็นแน่ ทว่าตนฝ่าถ้ำเสือรังมังกรอย่างจวนผิงซีโหวออกมาได้แล้วไม่ใช่หรือ
แน่นอนว่าสิ่งที่หลี่จี้จงไม่ทราบคือทันทีที่เขาออกจากจวนผิงซีโหว พ่อบ้านตระกูลหลี่ซึ่งรีบมารับคนได้ถูกตระกูลเหยียนปิดประตูใส่หน้า จึงทราบแล้วว่าเกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้น พลันรีบกลับไปแจ้งเรื่องนี้แก่แม่ทัพเซวียนเวยทันที
จวนผิงซีโหวในเวลานี้ เจี่ยนซื่อกำลังมองสองพี่น้องบ้านจางด้วยสายตาเย็นชาอันทรงอำนาจ “ข้าเคยสั่งให้คนไปบอกพวกเจ้าหลายครั้งหลายคราแล้ว คนที่อยู่ภายใต้โอรสสวรรค์ไม่มั่งคั่งก็สูงศักดิ์ ไม่ใช่คนที่พวกเจ้าจะยั่วยุได้ แต่พวกเจ้ากลับดีนัก นึกไม่ถึงว่าจะกล้าอ้างชื่อเสียงบารมีของจวนผิงซีโหว”
แม้การสั่งสอนลูกหลานของตระกูลเหยียนไม่เข้มงวดเท่าตระกูลเจี่ยน ทว่ายังคงเคร่งระเบียบปฏิบัติอย่างตระกูลขุนนางเก่าแก่ ต่อให้ภายในมีมดปลวกอยู่บ้างกลับไม่กล้าทำตัวโจ่งแจ้งเช่นนี้
“ฮูหยิน...”
ตอนที่เหยียนจื่อม่อมาถึง เจี่ยนซื่อกำลังเตรียมส่งพี่น้องบ้านจางกลับจวนรอง เมื่อคนทั้งสองเห็นเหยียนจื่อม่อจึงแทบกระโจนเข้าหาราวกับเห็นผู้ช่วยชีวิต
“ม่อเอ๋อร์ เจ้าต้องช่วยพวกข้าขอร้องนะ พวกข้าไม่อยากกลับไปจริงๆ”
เมื่อครู่ด้วยความโกรธ เจี่ยนซื่อบอกจะส่งทั้งครอบครัวของพวกเขาไปยังหมู่บ้านชิงสุ่ย แต่พวกเขาอุตส่าห์ได้ออกจากสถานที่ห่างไกลความเจริญและคุ้นชินกับเมืองหลวงอันรุ่งเรืองแล้วจะยอมกลับไปได้อย่างไร
“ท่านแม่ เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ”
เจี่ยนซื่อกังวลว่าเรื่องเหล่านี้จะทำให้หูของบุตรสาวต้องแปดเปื้อน จึงไม่อยากบอกกล่าวอะไรมากนัก “ที่นี่ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรหรอก เจ้ากลับเรือนชิงจู๋ก่อนเถิด ประเดี๋ยวแม่จะรีบไปหานะ”
“เจ้าค่ะ”
เหยียนจื่อม่อตอบรับอย่างเชื่อฟัง เมื่อเจี่ยนซื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย จากที่กำลังขมวดคิ้วก็เผยสีหน้าอ่อนโยนในที่สุด สิ่งที่ตนกลัวยิ่งกว่าอะไรคือบุตรสาวไม่รู้จักหนักเบาและเกิดเห็นอกเห็นใจขึ้นมาอีก โชคดีที่นางไม่ใช่คนโง่เขลา
เหยียนจื่อม่อเพิ่งมาถึงเรือนชิงจู๋ได้ไม่นานก็เห็นว่าด้านนอกเริ่มมีคนรวมหัวนินทามากขึ้นเรื่อยๆ นางเห็นดังนั้นพลันยกมุมปากขึ้นในที่สุด ดูท่าพ่อบ้านที่ท่านแม่มอบให้ตนจะมีความสามารถจริงๆ คาดไม่ถึงว่าจะแพร่งพรายข่าวคราวออกไปอย่างไร้สุ้มเสียงได้รวดเร็วเช่นนี้
นางจัดอาภรณ์ให้เรียบร้อยพร้อมเกลี่ยเส้นผมตรงหน้าผากเบาๆ ด้วยปลายเล็บสีแดง หน้าผากขาวเนียนเผยประกายเล็กน้อยทำให้ดูน่ารักน่าเอ็นดู
“ด้านนอกเอะอะอะไรกันหรือ”
ถึงแม้นางจะรู้เรื่องราวทั้งหมดอยู่ก่อนแล้ว ทว่ายังคงระงับความตื่นเต้นในใจแล้วเอ่ยถามไป ทางหลิวฮวาพอได้ยินคำถามก็รีบวิ่งเข้ามากระซิบกระซาบข้างกายนางทันที
หลิวฮวามองสีหน้าเหยียนจื่อม่อไม่ออกจึงลองถามหยั่งเชิง “เหล่าฮูหยินกับคุณหนูในจวนต่างไปกันหมดแล้ว ท่านไม่ไปหรือเจ้าคะ”
“คุณหนูสี่ล่ะ”
นางไม่สนหรอกว่าคนอื่นจะไปหรือไม่ ทว่าหากเหยียนจื่อหลิงไม่ไป การแสดงครั้งนี้คงจะขาดสีสันไปมาก ตนอุตส่าห์วางแผนบีบให้อีกฝ่ายที่เป็นเต่าหัวหดโผล่หัวออกมานี่
“ไปกันเถิด!”
นางได้คำตอบที่ต้องการจากสายตาของหลิวฮวาแล้ว เหยียนจื่อหลิงผู้นี้อดทนอดกลั้นได้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเรื่องราวจะเป็นไปตามที่อีกฝ่ายคาดคิดหรือไม่ รีบไปสักหน่อยดีกว่า