สัตว์อสูรร้ายปรากฏกายอยู่เพียงเบื้องหน้า ในมือขวาถือกระบองสีทมิฬแลดูใหญ่โต กล้ามเนื้อมหึมาสีเขียวขจีแตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป ดวงตาที่สาม ณ ใจกลางหน้าผากบ่งบอกถึงตัวตน
อสูรร้ายผู้บ้าคลั่ง..
‘ออร์คสามตา’
พลันสายตาจดจ้องไปที่กันและกัน เสียงคำรามของพวกมันทั้งห้าจึงดังกึกก้องตามมา โมมิยะไม่รอช้า เร่งเคลื่อนกายและเลือนหายไปจากสนามรบ ปล่อยให้เด็กสาวทั้งสามจำต้องเผชิญหน้ากับฝูงอสูรร้ายเพียงลำพัง
เมื่อการต่อสู้เริ่มต้นเปิดฉาก ชิรายูกิจึงยื่นมือทั้งสองชูขึ้นสู่เบื้องบนและจึงกล่าว
“คลังแสงต่างมิติ !!”
สิ้นเสียงของเธอ ฝ่ามือทั้งสองจึงส่องประกายแสงสว่างสีเขียวมรกต ครู่ต่อมาเพียงไม่นานนัก เหนือศีรษะของทุกคนจึงก่อเกิดเป็นห้วงอากาศสั่นไหว แปรเปลี่ยนเป็นช่องว่างมืดมิดประหนึ่งหลุมดำขนาดย่อมเยา
บางสิ่งร่วงหล่นลงมาจากช่องว่างระหว่างอากาศ มุราซากิบานะคือไม้คทาสีทมิฬ ส่วนทางด้านชิรายูกิได้รับดาบเล่มใหญ่สีแดงเพลิง และคนสุดท้าย แม่หนูน้อยคุโรนะได้รับคันธนูพร้อมลูกศรราวสิบสองลูกดอก
มุราซากิบานะยังไม่หยุดยั้งเพียงเท่านั้น เมื่อได้รับไม้คทามาอยู่ในครอบครอง สองมือเร่งปักไม้คทาลงสู่พื้นดิน เสียงดังก้องกังวานสะท้อนไปทั่วทุกบริเวณ
“จงออกมา สัตว์ร้ายแห่งเนล !!” เด็กสาวเปล่งเสียงตะโกนอีกครั้ง พลันถ้อยคำสิ้นสุดลง แสงสว่างพลันส่องสว่างในฉับพลัน ปรากฏสิ่งมีชีวิตประหลาดล่องลอยอยู่ ณ ห้วงอากาศราวห้าตน ส่วนอีกหนึ่งตนมีขนาดมหึมาซึ่งยืนอยู่ด้านหลังของสาวน้อยมุราซากิบานะ
พวกมันมีรูปลักษณ์คล้ายคลึงกับตุ๊กตาหมี ทั้งตัวเล็กและใหญ่ล้วนแล้วแต่ปกคลุมไปด้วยขนสังเคราะห์สีน้ำตาลอ่อน พวกมันแลดูไร้พิษสงเมื่อมองจากหน้าตา ถึงกระนั้น กลับแฝงไปด้วยออร่าอันทรงพลังเก็บซ่อนไว้ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังนอนบรรทม
“มุราซากิบานะ คุโรนะ ชั้นจะเร่งเข้าประชิดตัวแล้ว ขอฝากข้างหลังของชั้นเอาไว้กับทั้งสองคนด้วยล่ะ !!” ชิรายูกิยกดาบเล่มใหญ่ด้วยสองมือพลางตระเตรียมท่าทางเพื่อเข้าปะทะ
ดาบเล่มใหญ่ถูกโยนขึ้นสู่ฟากฟ้า แรงกายของเธอช่างมีมากมายมหาศาล แม้จะเป็นเพียงเด็กสาวร่างเล็ก กระนั้นกลับกวัดแกว่งดาบเล่มใหญ่ด้วยเพียงสองมืออันเล็กกระจ้อยร่อย
“ปรสิตจิ้งจอกโลหิต !!”
เสียงของชิรายูกิดังก้องกังวานอีกครั้ง เมื่อสิ้นเสียง ณ บริเวณหลังของเธอได้ปรากฏบางสิ่งงอกเงยออกมา ลักษณะคล้ายคลึงกับของเหลวสีแดงชาด ควบรวมรูปร่างและสร้างเกล็ดโดยรอบกลายเป็นหางทั้งห้า
ณ บริเวณเบื้องบน ดาบซึ่งถูกโยนขึ้นไปอยู่เหนือพื้นดินราวหนึ่งร้อยเมตร เริ่มต้นเปล่งประกายแสงสว่างประหนึ่งอาทิตย์อัสดง พลันแสงสว่างจางหายไป ดาบเล่มใหญ่ได้แยกส่วนกลายเป็นเจ็ดเล่ม แต่ละเล่มล้วนมีสีสันแตกต่างกันไปตามสายรุ้งทั้งเจ็ดสี
เมื่อดาบทั้งหมดร่วงหล่นใกล้ถึงผืนผิวโลก ชิรายูกิจึงเร่งเคลื่อนกายขึ้นสู่เบื้องบนด้วยความเร็วเหนือล้ำยากเกินจินตนาการ คว้าดาบทั้งเจ็ดด้วยสองมือและห้าหาง และจึงพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูด้วยแววตาเจือแววกระหายอยากการต่อสู้
“โฮ้กกกก !!”
เหล่าออร์คทั้งห้าเปล่งเสียงคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง พวกมันไม่รอช้าและเร่งฝีเท้ามุ่งตรงเข้าหาชิรายูกิ เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดินดังกึกก้อง คงไม่มีผู้ใดหยุดยั้งสัตว์ร้ายซึ่งถูกปลุกให้ตื่นได้อีกแล้ว
“ซุ่ม ซุ่ม ซุ่ม ซุ่ม !!”
ดาบทั้งเจ็ดเร่งเข้าฟาดฟันศัตรู แม้ต้องเผชิญหน้าเพียงลำพัง กระนั้นชิรายูกิกลับสามารถเผชิญหน้ากับศัตรูด้วยพละกำลังเทียบเคียงกันได้ถึงสี่ตน
ในขณะที่การปะทะเริ่มต้นขึ้น หนึ่งในออร์คสามตาได้หลุดรอดไปจากเงื้อมมือของสาวน้อย มันไม่สนใจชิรายูกิ เร่งฝีเท้ามุ่งตรงไปยังแดนหลัง เป้าหมายคงเพื่อกำจัดศัตรูซึ่งมีท่าทีอ่อนแอยิ่งกว่าเช่นมุราซากิบานะหรือคุโรนะ
กระนั้นแล้ว ชิรายูกิกลับไม่แสดงออกถึงท่าทีอันเป็นกังวล สายตาของเธอยังคงจดจ้องไปยังคู่ต่อสู้ซึ่งอยู่ตรงหน้า
ออร์คผู้หลุดรอดเร่งฝีเท้ามุ่งไปยังแดนหลังอย่างบ้าคลั่ง เบื้องหน้าของมันปรากฏเป็นเรือนร่างของเด็กสาวผู้มีเส้นผมสีดำเงา เธอกำลังเพ่งเล็งคันศรมา สายตามองแน่วไม่สั่นคลอนประหนึ่งไม้ขอนซึ่งตระหง่านต้านทานสายลม
“ซุ่ม !!”
ศรถูกยิงออกไป ทว่าช่างน่าเสียดาย สัญชาตญาณสัตว์ร้ายของออร์คสามตาเหนือล้ำเกินจินตนาการ พลันปลายศรแหลมคมใกล้เข้ามา มันเร่งเบี่ยงตัวไปทางขวาและเลี่ยงหลีกการโจมตีได้อย่างทันท่วงที
ศัตรูพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเดือดดาล แต่แล้ว แทนที่สาวน้อยจะแสดงออกถึงท่าทีอันหวาดกลัว ริมฝีปากน้อย ๆ กลับขยับยกขึ้นสูง แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอันงดงามกระนั้นกลับพิศวงชวนให้ครุ่นคิด
“เจ้าโง่ อย่างแกหลบมิสไซล์สตอร์มของชั้นไม่ได้หรอก เพราะว่ามันจะติดตามไป จนกว่าสมองเน่า ๆ ที่อยู่ภายในจะทะลักออกมาจากกะโหลกศีรษะอันไร้ค่าของแก”
คุโรนะพึมพำอยู่เพียงลำพังราวกับคนบ้า ทันใดนั้น ศรที่เคยล่วงผ่านไปแล้วกลับย้อนกลับมา พุ่งทะลวงศีรษะทะลุผ่านดวงตาที่สามทำให้ศัตรูสิ้นชีพในทันที
เรือนร่างขนาดยักษาล้มลงพลางส่งเสียงดังลั่นไปยังทุกหนแห่ง ทุกสิ่งเป็นดั่งที่เด็กสาวกล่าว มันสมองไหลทะลักออกมาอาบนองศีรษะของศัตรู
ในช่วงเวลาเดียวกัน ชิรายูกิยังคงประจันหน้ากับฝูงออร์คทั้งสี่ด้วยวิชาเจ็ดดาบ กระนั้นทุกอย่างกลับแลดูไม่เป็นใจ เมื่อศัตรูเริ่มต้นคุ้นชินกับกระบวนท่าต่อสู้ของเธอ ทำให้พวกมันจึงรับมือกับดาบทั้งเจ็ดได้อย่างง่ายดายเมื่อเทียบกับช่วงแรกเริ่ม
“ตู้ม !”
หนึ่งในฝูงออร์คสามตาตวัดไม้กระบองกระทบชายโครงของชิรายูกิ เด็กสาวพลาดท่าอย่างน่าเสียดาย ร่างกายบอบช้ำและลอยละลิ่วปลิวออกไปประหนึ่งผ้าขี้ริ้ว
“อั่ก-”
เด็กสาวกระอักเลือดออกมา อวัยวะภายในบางส่วนได้รับความเสียหาย ทั่วกายของเธอสั่นไหว ด้วยบาดแผลจำนวนดังกล่าว จำต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งจึงจะเข้าสู่สภาพเตรียมพร้อมเข้าต่อสู้อีกครั้ง
พวกออร์คเผยยิ้มและมองมาด้วยความสะใจ แต่แล้ว ชิรายูกิกลับลุกขึ้นยืนพลันตระเตรียมกระบวนท่าพร้อมรบ ช่างน่าประหลาด ร่างกายของเธอทำมาจากเหล็กกล้าหรือเยี่ยงไร จึงแข็งแกร่งคงกระพันไม่สั่นไหวราวกับไม้ใหญ่อายุร่วมร้อยปี
พลันลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ เรือนร่างของชิรายูกิจึงเลือนหายไปในชั่วพริบตาจนฝูงออร์คที่มิอาจจับตำแหน่งได้ทัน
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ห่างออกมาจากการต่อสู้ราวร้อยเมตร บางสิ่งอันน่าประหลาดได้เกิดขึ้น จากเดิมมีตุ๊กตาหมีน้อยล่องลอยอยู่บนห้วงอากาศอยู่ถึงห้าตน ทว่าในยามนี้ จำนวนของพวกมันกลับลดน้อยลง และหลงเหลืออยู่ ณ ช่วงเวลาในปัจจุบันเพียงสี่ตน
สัตว์ร้ายแห่งเนล ทักษะลึกลับเพียงหนึ่งเดียวของมุราซากิบานะ ทว่ากลับมีความสามารถเร้นลับถึงสองอย่าง
ความสามารถที่หนึ่ง น้องหมียักษ์
ความสามารถที่สอง น้องหมีน้อย
ในเรื่องของความสามารถที่สอง จะถูกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อใดก็ตามที่พวกพ้องได้รับความเสียหาย เมื่อสังเวยพวกมันหนึ่งชีวิต ความเสียหายทั้งหมดที่พวกพ้องของตนได้รับจะกลายเป็นศูนย์ เป็นทักษะที่เรียบง่ายแต่มอบผลลัพธ์อันเลิศหรูมาให้ ถึงกระนั้น ทักษะดังกล่าวยังมีจุดอ่อน หากเมื่อใดก็ตามที่เกิดการเสียสละ ครั้งต่อไปที่จะใช้งานได้อีกครั้งก็คือหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง
ท่ามกลางการต่อสู้ที่เริ่มต้นดุเดือดยิ่งขึ้น ณ บริเวณเบื้องบนยังมีชายผู้หนึ่งกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ต่อสู้พลางครุ่นคิด ชายผู้นั้นคือโมมิยะ
.
< ทั้งสามคนเข้าขากันดีทีเดียว ทำให้เราอดชมพวกเธอไม่ได้จริงๆ ทั้งพลัง ทั้งไหวพริบและสติปัญญา จะบอกว่าพวกเธอมีพื้นฐานดีกว่าเราตอนเริ่มฝึกก็คงได้ เด็ก ๆ สมัยนี้ช่างเรียนรู้อะไร ๆ ได้รวดเร็วจริงๆ >
.
โมมิยะครุ่นคิดพลางเฝ้าวิเคราะห์ ถึงกระนั้น ในหัวของเขากลับมีความคิดเห็นบางส่วนซึ่งย้อนแย้งไปคนละทิศทางกับถ้อยคำเอ่ยชมเมื่อครู่
“แต่ถึงจะพูดแบบนั้น ทว่าประสบการณ์ของพวกเธอยังคงตื้นเขินเกินไป”
กลับคืนสู่การต่อสู้อีกครั้ง ชิรายูกิยังคงจู่โจมและรับมือกับฝูงออร์คทั้งสี่อยู่ต่อไป สถานการณ์ในขณะนี้ทำให้เธอตกเป็นรอง ศัตรูมีจำนวนมากจนเกินไป ลำพังตัวเธอคงมิอาจสังหารศัตรูได้หมดในคราวเดียว
ในช่วงเวลาเดียวกัน คุโรนะยังคงเฝ้ารอโอกาสเพื่อลอบสังหารศัตรู
สายตาของเธอเล็งแน่ว ยื่นมือขวาออกไปและมือซ้ายดึงสายธนูกลับมาจนสุดแขน นิ่งสงบมั่นคงราวกับกำลังพาดพิงอยู่บนโครงหิน
“ซุ่ม !”
ลูกศรพุ่งตรงไปด้วยความเร็วสูง ทว่าเมื่อใกล้ถึงตัว ออร์คสามตากลับตวัดกระบองเข้าทำลายลูกศรในหนึ่งการโจมตี
“ชิ !” คุโรนะสบถถ้อยคำด้วยแววตาไม่สบอารมณ์ “เจ้าพวกนี้เรียนรู้ได้เร็วจริงๆ”
การรับมือกับลูกศรซึ่งสามารถติดตามไปทั่วทุกหนแห่งนั้นง่ายดายนิดเดียว ในเมื่อมิอาจเลี่ยงหลีก ก็เร่งมุ่งเน้นพละกำลังทั้งหมดเพื่อเข้าทำลายตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง
“แต่ช่างเถอะ” คุโรนะแปรเปลี่ยนอารมณ์ในฉับพลัน รอยยิ้มอันแฝงเลศนัย ณ ริมฝีปากกำลังบ่งบอกถึงบางสิ่ง
“จะหลบได้หรือไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะหน้าที่ของชั้นและชิรายูกิ..”
‘ก็คือตัวล่อ’
สิ้นเสียงของคุโรนะ เด็กสาวได้ขยับทิศทางระยะสายตาไปยังมุราซากิบานะซึ่งอยู่ข้างกาย ท่ามกลางเสียงคำรามและเสียงเสียดสีของอาวุธ มุราซากิบานะกำลังหลับตาลง สองมือถือคทาซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นดิน ในขณะเดียวกัน ตุ๊กตาหมียักษ์จากบริเวณด้านหลังกำลังก่อเกิดการเปลี่ยนแปลง เรือนร่างของมันกำลังส่องประกายแสงสว่างราวกับมณีสีมรกตออกมา
นับตั้งแต่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นจนถึงช่วงเวลาในปัจจุบัน น้องหมีน้อยได้ถูกบูชายัญไปแล้วสี่ตน นั่นจึงหมายความว่า ชิรายูกิจะสามารถรับความเสียหายอันส่งผลถึงชีวิตและร่างกายได้อีกเพียงครั้งเดียว
แม้จะรู้สึกเหนื่อยล้าสักเพียงใด กระนั้นทุกสิ่งจำต้องเป็นไปโดยขึ้นอยู่กับความอดทน
“ไม่เป็นไร อีกแค่หนึ่งอึดใจเดียว” ชิรายูกิกล่าวพลางปัดป้องการจู่โจมของคู่ต่อสู้
จนกระทั่งในท้ายที่สุด กระบองทมิฬพลันทุบลงบนอกของเธอ เรือนร่างจึงลอยละลิ่วปลิวออกไปเฉกเช่นกระดาษ
ไม่หลงเหลือตัวเลือกใดอีก ชิรายูกิลุกขึ้นยืน ดวงตาของเธอเบิกกว้างประหนึ่งกำลังจ้องมองภูตผีหรือปีศาจ เบื้องหน้าปรากฏออร์คสามตาทั้งสี่ตนกำลังจ้องมองมาด้วยแววตาอาฆาต
ความตายใกล้เข้ามาเยือน พวกมันยกกระบองขึ้นชูท้องนภาอย่างพร้อมเพรียง แต่แล้วเด็กสาวกลับเผยยิ้มออกมาในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ดาบทั้งเจ็ดหลอมรวมกลายเป็นเล่มเดียว เธอตวัดดาบลงสู่พื้นดินอย่างรุนแรง ก่อเกิดเป็นกลุ่มควันฟุ้งกระจายอยู่ทั่วกายจนมิอาจมองเห็นสิ่งใด
ในครู่ต่อมา ชิรายูกิจึงใช้หางทั้งห้าดีดตัวเธอขึ้นสู่เบื้องบนอย่างรวดเร็ว ฝูงออร์คทั้งสี่เกิดความงุนงง พวกมันไร้ซึ่งหนทางควานหาศัตรู ทำได้เพียงกวาดสายตาไปทั่วบริเวณกระนั้นกลับไร้ประโยชน์สิ้นดี
พวกมันรู้สึกถึงพลังอันกล้าแกร่ง พลันกลุ่มควันจางหายไป ปรากฏพบน้องหมียักษ์กำลังอ้าปากกว้าง ในขณะเดียวกัน เด็กสาวร่างเล็กพลันชี้คทามาที่พวกมันพลางเผยยิ้มออกมาอย่างเริงร่า
“ปืนใหญ่แห่งเนล !!”
เสียงตะโกนของมุราซากิบานะดังก้องกังวานไปทั่วทั้งผืนป่า พลันสิ้นเสียงของเธอ แสงสว่างส่องประกายผ่านริมฝีปากของเจ้าหมียักษ์ ปลดปล่อยออกมากลายเป็นลำแสงทำลายล้างเผาผลาญศัตรูให้วอดวายในหนึ่งการโจมตี
เรือนร่างของออร์คสามตาทั้งสี่ตนมืดดำเป็นตอตะโก เป็นอันจบการต่อสู้อย่างรวดเร็วในช่วงเวลาเพียงห้านาทีเศษ
สัตว์ร้ายแห่งเนล ความสามารถที่หนึ่ง น้องหมียักษ์ พลันน้องหมีน้อยถูกสังเวยชีวิต น้องหมียักษ์จะได้รับการชาร์ตพลังงานหนึ่งระดับ ยิ่งสะสมพลังงานได้มากเท่าใด พลังทำลายของปืนใหญ่แห่งเนลจึงจะเพิ่มพูนทวีอย่างมากมายอีกหลายเท่าตัว
ซึ่งหากมองตามความเป็นจริง มิได้มีความจำเป็นที่ชิรายูกิจำต้องยื้อเวลา เพียงตัวเธอได้รับความเสียหายจากศัตรู เพียงเท่านั้นเงื่อนไขในการสังเวยจึงจะถูกเติมเต็ม และคงใช้เวลาราวหนึ่งนาทีเพื่อรับการโจมตีทั้งห้าครั้ง
ทว่านั่นเป็นเพราะดาบของเธอ นั่นคืออาวุธระดับสี่ซึ่งมีความสามารถอันพิเศษ พลันดาบเล่มใหญ่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นดาบทั้งเจ็ด แต่ละเล่มล้วนมีความสามารถในการสร้างสถานะผิดปกติให้แก่ศัตรู
ในขณะเดียวกัน คุโรนะเองมิได้น้อยหน้า ทักษะแรกของเธอนับว่ามีประโยชน์รอบด้าน ลูกศรซึ่งสามารถติดตามศัตรูไปทุกหนแห่ง สามารถสร้างความรำคาญและก่อกวนสมาธิศัตรูให้หลุดพ้นจากขอบเขตแห่งสมาธิได้เป็นอย่างดี
เมื่อทั้งสามคนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว พวกเธอคือทีมที่ยอดเยี่ยม ซึ่งจะไร้ข้อกังขาใด ๆ เมื่อถูกขัดเกลาจนกล้าแกร่งโดยสมบูรณ์ และชัยชนะในครั้งนี้ จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่พวกเธออย่างมากมายมหาศาลจนมิอาจคาดคะเน
แต่แล้ว กลับมีเพียงโมมิยะที่มิได้คิดเช่นนั้น เสียงของเขาถูกเปล่งขึ้นอย่างบางเบาไร้ซึ่งผู้ใดได้ยิน
“พวกเธอเนี่ยนะ..”
‘ช่างประมาทกันจริงๆ’
ในขณะที่ชิรายูกิกำลังก้าวเดินกลับมาหาสหายร่วมรบทั้งสอง ฝีเท้าของเธอได้หยุดชะงักลงในชั่วครู่หนึ่ง เด็กสาวสำหรับได้ถึงพลังอันแรงกล้าจากเบื้องหลัง พร้อมเรือนเงาขนาดมหึมากำลังขยายขึ้น หากแต่มันช่างใหญ่โตเกินกว่าออร์คสามตาทั้งห้าตนหลอมรวมร่างกัน
ชิรายูกิยืนตัวสั่นท่ามกลางความงุนงง เมื่อเธอหันกลับไป ปรากฏพบอสูรร่างใหญ่ตนหนึ่งกำลังมองต่ำลงมาที่เธอ
ซากศพของเหล่าออร์คสามตาทั้งห้าไร้ซึ่งตัวตนอยู่บนผืนแผ่นดิน รูปลักษณ์โดยรวมของศัตรูตนใหม่คล้ายคลึงกับออร์คสามตา นอกเหนือไปจากเรือนร่างที่ขยายใหญ่ไร้ขีดจำกัด กลับมีดวงตาปรากฏอยู่บนใบหน้าถึงสิบดวงด้วยกัน
“ชิรายูกิ หนีเร็วว !!” เสียงของมุราซากิบานะดังก้องกังวานมาจากที่ห่างไกล ทว่าคงไม่ทันการณ์ ยามนี้สติของชิรายูกิมิได้หลงเหลืออยู่กับเนื้อกับตัว
หมัดขวาอันมหึมาพุ่งตรงลงมาประหนึ่งอุกกาบาต ความเร็วของมันเพิ่มทวีอย่างมากมายมหาศาล ด้วยระยะประชิดระหว่างเด็กสาวและศัตรู ไม่มีทางที่ชิรายูกิจะหลบหลีกได้อย่างทันท่วงทีหากไร้ซึ่งปาฏิหาริย์ใดๆ
“ซุ่มม !!”
บางสิ่งพุ่งทะลวงเข้ามาปัดป้องการโจมตีด้วยความเร็วเหนือเสียง ดาบเล่มหนึ่งปักอยู่บนพื้นดินมีสายฟ้าหมุนวนและอาบไปด้วยเลือดสีแดง
“โฮ้กกกก !!”
แขนของออร์คสิบตาขาดสะบั้นลง เสียงกรีดร้องดังกึกก้องกังวานไปทั่วทั้งป่าดงพงไพร
เมื่อมันหันมองขึ้นสู่ท้องนภา เบื้องหน้าของมันปรากฏรูปลักษณ์ของชายผู้หนึ่งกำลังล่องลอยอยู่บนห้วงอากาศ รอบกายของชายผู้นั้นส่องแสงสว่างราวกับเทพเจ้ามาโปรด เส้นผมของเขาตั้งชัน เสียงดังเป็นจังหวะพร้อมสายฟ้าหมุนวน
ดาบสายฟ้านับร้อยเรียงรายอยู่รอบตัวเขา หนึ่งในนั้นสะบั้นแขนของออร์คสิบตาให้ขาดลง คงไม่ต้องคาดคะเนให้มากความ ว่าหากดาบทั้งหมดพุ่งทะยานเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง ร่างกายของศัตรูคงแหลกสลายกลายเป็นเศษอณูไม่หลงเหลือเค้าเดิม
“ออร์คสิบตา.. ก็จริงที่เป็นอสูรหายาก ในบรรดาฝูงออร์คสามตาทั้งหมด จะมีเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่มีความสามารถในการรวมร่างเช่นพวกแก” โมมิยะสาธยายถึงข้อมูลของพวกมัน
แต่เดิมแล้ว ออร์คสามตาเป็นเพียงอสูรท้องถิ่นระดับสอง ทว่าเมื่อใดที่พวกมันหลอมรวมกัน ร่างกายจะขยายใหญ่พร้อมพลังกายเพิ่มพูนและมีสิบตา กลายเป็นอสูรระดับสาม
“แต่ชิ้นส่วนของแกจะเป็นยังไงก็ช่าง” โมมิยะเปล่งเสียงขึ้นมาอีกครั้งด้วยสายตาเยือกเย็น “แกกล้ามากที่คิดจะทำร้ายพวกพ้องของชั้น” สิ้นเสียงของเขา โมมิยะจึงยื่นมือขวาออกมาเบื้องหน้า จิตสังหารพุ่งทะยานเสียดแทงประหนึ่งใบมีดและพูดขึ้น
“เพราะงั้นก็..”
‘ไปตายซะ’
ดาบสายฟ้าทั้งหมดพุ่งทะลวงลงมาประหนึ่งพายุฝน เสียบแทงเรือนร่างของออร์คสิบตาอย่างพร้อมเพรียง สูญสลายหายไปทันที ไม่หลงเหลือแม้กระทั่งหยดเลือดแม้เพียงหยดเดียว มิอาจส่งเสียงกรีดร้องจนกระทั่งถึงคราวสิ้นลม