“แปลกนัก เหตุใดจางซินจึงไปวุ่นวายกับหมิงเยว่เช่นนั้น หากบอกว่าจางซินต้องการกลั่นแกล้งหมิงเยว่ ก็ดูจะไม่ถูกต้องนัก เพราะถ้าหมิงเยว่รู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้ง ก็คงต้องรีบไปรายงานเจ้า ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเช่นนี้”
“ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน เมื่อเห็นว่าหมิงเยว่ดูไม่ได้เดือดร้อนกับเรื่องนี้ ข้าก็ไม่คิดไต่สวนเอาความ ยิ่งกว่านั้นก่อนที่ข้าจะมาหาเจ้า ข้าพบว่าทั้งจางซินและหมิงเยว่ เมาสุราอยู่ด้วยกัน” จางเหว่ยได้ยินดังนั้นจึงเบิกตากว้าง พลางส่ายศีรษะไปมาอย่างไม่เชื่อ
“ไม่มีทาง จางซินหวงเจ้าอย่างกับอะไรดี ที่ผ่านมานางไม่ใคร่ชอบหน้าหมิงเยว่นัก เป็นไปไม่ได้ที่จะยอมนั่งดื่มสุราอยู่กับหมิงเยว่จนเมามายเช่นนั้น” ตงหยางแน่นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น
“ข้าถึงบอกเจ้า ว่าตอนนี้จางซินยังไม่ได้ก่อเรื่องอะไรที่ทำให้ข้าหนักใจ และข้าคิดว่าจางซินไม่ได้มุ่งร้ายต่อหมิงเยว่เหมือนที่เจ้าเข้าใจ บางทีนางอาจกำลังปกป้องหมิงเยว่อยู่ก็เป็นได้” คำพูดของสหายรักยิ่งทำให้ราชันจางเหว่ยไม่เข้าใจหนักขึ้น
“อะไรที่ทำให้เจ้าคิดว่าน้องสาวที่แสนร้ายกาจของข้า กำลังปกป้องหมิงเยว่” ตงหยางยกชาขึ้นดื่มแล้วค่อย ๆ พูดออกมาด้วยท่างทางสง่างาม ท่ามกลางสายลมที่พัดโชยมาเป็นระลอก
“สาวใช้ในเผ่ามารล้วนแล้วแต่เป็นคนของไป่เอ๋อ บางทีจางซิน อาจจะกำลังไม่ไว้ใจไป่เอ๋อ หรือไม่นางก็อาจจะไม่ไว้ใจผู้ใดในเผ่ามารเลยนอกจากข้า” สิ้นเสียงของตงหยาง จางเหว่ยจึงเข้าใจเหตุผลทั้งหมด
“หากเป็นอย่างที่เจ้าคิดจริง ข้าก็ยังไม่เข้าใจการกระทำของจางซินอยู่ดี ตลอดเวลาที่อยู่ในเผ่ามาร จางซินมักเป็นคนถือยศถืออย่าง ข่มทุกคนที่ขวางหน้า ข้าไม่มั่นใจนักว่านางคิดปกป้องผู้ใดนอกจากตัวเอง ว่าแต่ครานี้เจ้าอย่าพึ่งรีบกลับเผ่ามาร อีกสองวันจะมีงานฉลองครบรอบการขึ้นครองตำแหน่งของข้าที่หอระฆังใหญ่ ตอนนี้เทียบเชิญพึ่งถูกส่งออกไปก่อนเจ้ามาได้เพียงครู่เดียว เมื่อเจ้ามาแล้ว ก็จงอยู่ต่อให้จบการฉลองกับข้าในครั้งนี้ก่อน” ประมุขตงหยางได้ยินดังนั้นจึงทบทวนแล้วตอบรับอยู่ที่เผ่าเทพต่ออีกสักระยะ
เช้าวันรุ่งขึ้นหมิงเยว่เดินตรงไปยังตำหนักไท่จู เพื่อรอฝึกพลังวิญญาณกับประมุขตงหยาง ทว่านางนั่งรอได้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนฝีเท้าของใครบางคนจะทำให้หมิงเยว่หันกลับไป พบกับเทพธิดาจางซิน พร้อมเทพรับใช้จากเผ่าเทพอีกสองคนเดินตามมาด้วย
“ข้าคิดไว้แล้ว ว่าเจ้าคงไม่รู้ว่าตอนนี้ประมุขตงหยางไม่อยู่” หมิงเยว่เอียงศีรษะแล้วเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ
“เทพธิดาจางซินรู้ได้อย่างไรว่าประมุขตงหยางไม่อยู่” ก่อนเทพรับใช้จะก้าวเท้าเดินออกมาแล้วค้อมตัวลงเคารพหมิงเยว่ด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“ประมุขตงหยางขึ้นไปยังเผ่าเทพ เพื่อขอให้พวกข้าทั้งสองมาดูแลเทพธิดาจางซิน และธิดาหมิงเยว่เจ้าค่ะ ทว่าเวลานี้บนเผ่าเทพกำลังจะมีงานฉลองครอบรอบการครองตำแหน่งของราชันจางเหว่ยที่หอระฆัง ประมุขตงหยางจึงฝากข้ามาบอกท่านว่า จะอยู่ที่เผ่าเทพอีกสักระยะ ระหว่างนี้ให้ธิดาหมิงเยว่เว้นการฝึกไปก่อนเจ้าค่ะ” หมิงเยว่ชะงักนิ่ง ก่อนฝีเท้าของธิดาไป่เอ๋อรวมถึงสาวใช้ของนางอีกห้าหกคนจะเดินเข้ามาด้วยความรีบร้อน พลันย่อค้อมตัวลงเคารพเทพธิดาจางซินอย่างไม่เต็มใจนัก
“เจ้าพรวดพราดเข้ามาเช่นนี้มีธุระอันใดงั้นเหรอ” จางซินจับจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนไป่เอ๋อจะยิ้มบางเบาแล้วตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงไร้ความเกรงกลัว
“อยู่ ๆ เผ่ามารของข้า ก็มีเทพรับใช้ต่างเผ่า เพิ่มมาอีกสองคน ข้าในฐานะผู้ดูแลเผ่ามาร ก็ต้องเข้ามาตรวจสอบความสงบเรียบร้อย” จางซินหันไปยังเทพรับใช้แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“พวกนางทั้งสองเป็นเทพรับใช้ที่ข้าไว้ใจ นามว่าเซียนซิง และเฟิ่งหลิน มีหน้าที่คอยดูแลติดตามข้าตั้งแต่เล็ก การที่พวกนางเข้ามาดูแลรับใช้ข้ากับหมิงเยว่ที่เผ่ามาร คงไม่หนักหนาอะไรมากนักกระมัง” ธิดาไป่เอ๋อยกยิ้มมุมปากแล้วเชิดหน้าขึ้น
“จริง ๆ แล้ว หากเทพธิดาจางซินไม่ไล่สาวใช้ของข้าออกมาจนหมด ประมุขตงหยางก็คงไม่ต้องเดือดร้อนขึ้นไปขอเทพรับใช้มาให้ท่านหรอกเจ้าค่ะ” จางซินได้ยินดังนั้นจึงยิ้มกว้าง แล้วพูดขึ้น
“ประมุขตงหยางยังไม่เดือดร้อน แล้วเหตุใดเจ้าจึงเดือดร้อนกับเรื่องนี้นัก” สายตาจางซินจับจ้องมองไป่เอ๋อย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะน้อมกายลงเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น
“เผ่ามารของเราอยู่อย่างสงบไม่เรื่องมาก อยู่ง่ายกินง่าย และข้าก็คุ้นชินกับการเป็นอยู่เช่นนี้มาตั้งแต่เด็ก หากข้าทำตัวจุ้นจ้านไปบ้าง ก็หวังว่าเทพธิดาจางซินจะไม่ถือสา” ท่ามกลางสายตาของหมิงเยว่ที่ยืนมองทั้งสองโต้กันไปมา พร้อมความคิดผุดขึ้นพิจารณาโดยละเอียด
“พวกนางทั้งสองดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก ไป่เอ๋อแม้ข้าจะไม่คุ้นชินกับนางมากนัก ทว่าสายตาที่นางมองข้าก็พอรับรู้ได้ว่านางไม่ชอบข้านัก ส่วนเทพธิดาจางซิน แม้ว่าก่อนหน้านางจะร้ายกาจจนข้าไม่อยากเข้าใกล้ ทว่าเวลานี้มีบางอย่างบอกว่าข้าไม่ควรดูนางที่ภายนอก” หมิงเยว่คิดได้ดังนั้นจึงขยับเท้าเอียงมาฝั่งเพทธิดาจางซินหนึ่งก้าว แล้วยืนฟังพวกนางอย่างเงียบ ๆ
“หึ! ข้าไม่ถือสาหรอก หากเจ้ามาด้วยเรื่องแค่นี้ เจ้าก็กลับไปเถอะ ข้ายังมีเรื่องจะคุยกับหมิงเยว่อีกมากมาย” จางซินพูดขึ้น ก่อนไป่เอ๋อจะส่ายศีรษะไปมา
“หากเป็นเรื่องที่ชวนกันไปหอสุรา แล้วดื่มจนกระทั่งเมามาย เดือดร้อนไปถึงประมุขตงหยางพาธิดาหมิงเยว่กลับตำหนักเหยาซง ข้าคงยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีกไม่ได้ เวลานี้ประมุขไม่อยู่ ข้ามีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของเผ่ามารทั้งหมด” จางซินยกมือขึ้นกอดอก พอเดาได้ว่าไป่เอ๋อไม่ได้หวังดีจริงอย่างที่กล่าวอ้าง
“เจ้าก็ดูแลไปสิ ข้ามิได้ขัดขวางเจ้าเสียหน่อย” ไป่เอ๋อหันไปมายังหมิงเยว่ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงยากจะคาดเดา
“ข้าได้ยินมาว่า ความสามารถพิเศษของธิดาหมิงเยว่ คือการผสมยา เวลานี้ข้าอยากให้ท่านใช้เวลาที่ว่างจากการฝึก ไปผสมยายังห้องปรุงสมุนไพรที่ท้ายตำหนักหน่อย” หมิงเยว่ค่อย ๆ ก้าวเท้าไปยังไป่เอ๋อ ด้วยรู้ว่าท้ายตำหนักเป็นที่อยู่ของสาวใช้ก้นครัว ที่มีฐานะต่ำสุดในเผ่ามาร