การพบเจอกันนับเป็วาสนาความผูกพันที่ก่อเกิดขึ้นล้วนกลายเป็สถานะระหว่างคนสองคนสิ่งสำคัญคือการรักษาสถานะนั้นให้ยืนยาวคำกล่าวที่ว่าหญิงชายไม่อาจเป็สหายกันนั้นเห็นทีอาจจะใช้มิได้เสมอไป
หากได้สาบานเป็สหายแล้วนั้นย่มมีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน นับแต่จำความได้นางก็รู้จักเขาแล้ว เขาเฟิงหนิงเฉิงผู้มีฐานันดรแท้จริงเป็ถึงองค์ชายสามแห่งแคว้นชิงหลงแต่เพราะโชคชะตา้าทดสอบจึงทำให้ชีวิตแรกเกิดของเขานั้นอาภัพต้องหนีการถูกตามล่าฆ่าฟันการชิงดีชิงเด่นกันในราชสำนักจนเขารู้สึกถึงความเบื่อหน่ายและจะไม่กลับไปสู่ความวุ่นวายเช่นนั้นอีกนางฉีเยว่ซินผู้มีนิสัยไม่ต่างจากผู้ชายเนื่องด้วยถูกเลี้ยงและเติบโตมาในค่ายทหารชีวิตนางแต่งตัวเป็ชายนิสัยห้าวหาญแต่นิ่งมาก เฉลี่ยวฉลาดสนใจศึกษาสรรพวิชาการปกครองการเมือง และเศรษฐกิจ แตกต่างจากเฟิงหนิงเฉิงซึ่งจะศึกษาทุกสาสตร์เกี่ยวกับการาจนนับได้ว่าเขามีพัฒนาเยี่ยมยอดและเก่งกาจชำนาญทุกศาสตร์ตราวุธ
“เสี่ยวซินถ้าวันหนึ่งข้าต้องไปจากไปเ้าจะทำยังไง” เฟิงหนิงเฉิงในวัย 16 ปีที่กำลังนั่งมองพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้นจากขอบฟ้าที่หน้าผาโยวหยางหายจากค่ายฉีจิ้งไม่ไกลข้างกับสหายที่เห็นกันมาั้แ่จำความได้เพราะสหายของเขาชอบมองดูพระอาทิตย์ขึ้นนางบอกว่าเวลาเห็นพระอาทิตย์ขึ้นแล้วรู้สึกสบายใจเหมือนชีวิตมีแสงสว่างเพิ่มมากขึ้นดังนั้นวันไหนที่อากาศแจ่มใสนางก็ก่อกวนด้วยการปลุกคนขี้เซาอย่างเขามาดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยทุกเช้ามืด
“พูดอะไร ไม่เข้าท่า”ฉีเยว่ซินไม่ได้หันมามองผู้ถามแต่สายตาที่มองพระอาทิตย์กำลังขึ้นเบื้องหน้าหลุดต่ำลง
“หากว่าด้วยความเก่งกาจของข้าได้ไปประจำการหรือไปรับหน้าที่ที่อื่นเ้าจะทำอย่างไรอ้อใช่ไม่นานเ้าก็ต้องออกเรือนมีลูกมีเต้า” เฟิงหนิงเฉิงพูดพลางหัวเราะ เขาแค่เย้ยเล่นเนื่องจากสหายของเขานั้นเมื่อพูดถึงเื่แต่งงานก็จะต้องโมโหทุกทีท่าจะไม่ปกติเวลาโมโหนางจะโมโหไม่เหมือนคนอื่นคือโมโหแบบไม่เหมือนคนโมโหซึ่งเมื่อได้แกล้งให้นางโมโหเพียงเล็กน้อยเขาก็มีความสุขอาจจะเป็เขาเองที่ผิดปกติและเขาไม่มีวันจากไปแน่นอน
“ไอ้บ้าหนิงเฉิง ใครจะไปแต่งงานกันข้าไม่ชอบผู้ชาย”ฉีเยว่ซินพูดด้วยเสียงปกติแต่หันหน้ามาส่งสายตาพิฆาตเพราะเหตุที่สหายพูดไม่เข้าหู
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ประหลาดแท้เป็หญิงก็ต้องแต่งกับชาย เ้าไม่ชอบผู้ชายจะแต่งกับหญิงหรือไร”
“ไม่ทั้งหมด” ฉีเยว่ซินมองตอบแล้วมองหน้าไปมองพระอาทิตย์ที่ขึ้นพ้นขอบฟ้าแล้ว
“เสียชาติเกิดโดยแท้แต่ช่างเถอะหินอย่างเ้าย่อมไร้ใจ แต่เ้ายังไม่ตอบที่ข้าถามเลยนะ ว่าไงถ้าข้าต้องไปอยู่ที่อื่นเ้าจะทำยังไงตามไป หรืออยู่ที่นี้” เฟิงหนิงเฉิงมองหน้าสหายอย่างรอคำตอบ
“ไปไหนไปกัน”
“ต้องอย่างนี้สิไอ้เ้าสหายรักนี่ถือเป็พันธะสัญญาสหายรักระหว่างเราตกลงหรือไม่” เฟิงหนิงเฉิงกอดคอสหายรักคะยั้นคะยอให้นางตอบ ฉีเยว่ซินส่ายหน้าเอือมๆกันท่าทางเหมือนเด็กของสหายช่างเป็เด็กน้อยจริงๆ
“อืม”
ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็มากกว่าสหายเป็คนในครอบครัวเป็คนที่ค่อยช่วยเหลือกันทั้งสองต่างรู้ดีว่าไม่มีอะไรมาแทนหรือเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์นี้ไปได้มีเฟิงหนิงเฉิงต้องมีฉีเยว่ซิน ฉันใดก็ฉันนั้นหากไม่มีฉีเยว่ซินก็จะไม่เฟิงหนิงเฉิง