ตลาดนัดขายของเก่า
จางเจิ้นได้มาถึงจุดนัดหมายก่อนมองเห็นหญิงสาวแซ่ฉีที่มีท่าทีพิรุธซํ้ายังแต่งตัวแปลกๆราวกับไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอเป็นใครมาอีกด้วย
เขาจึงอดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้
“พี่สาวฉีทําไมครั้งนี้พี่ถึงปลอมตัวล่ะ?
“หลายวันมานี้คนติดตามและแฟนคลับพี่เพิ่มเยอะมากดีไม่ดีถ้าพี่ไม่ระวัง การไปไหนมาไหนจะยุ่งยากขึ้นได้’’ ฉีซีตอบด้วยเสียงบางเบาพลางมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวังเห็นได้ชัดเลยว่าเธอกลัวเป็นอย่างมากที่จะถูกมือดีถ่ายภาพของเธอที่มานัดเจอชายหนุ่มเอาไว้
จางเจิ้นพยักหน้าเข้าใจเขาไม่ใช่คนโง่ จึงรู้ได้เลยว่านอกจากเธอจะสามารถป้องกันเรื่องที่ว่าได้แล้วเขายังจะไม่ต้องมีปัญหาไปกับเธออีกด้วย
ไม่อย่างนั้นคงมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้...
จริงไหม?
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มแซ่จางและหญิงสาวแซ่ฉีได้เริ่มออกหาของเก่าและซื้อไปทีละชิ้นสองชิ้นติดไม้ติดมือกลับไปในทุกๆครั้ง
กระทั่งหลายนาทีต่อมา
“พี่ได้ยินมาว่าร้านนี้มีวัตถุโบราณที่น่าสนใจเยอะมากโดยเฉพาะของจากสมัยราชวงศ์ บอกได้ว่าถ้าต้องการซื้อมันแล้ว จะต้องมาที่นี่เท่านั้น’’ฉีซีมองร้านขายของเก่าตรงหน้าแล้วหันไปยิ้มให้กับชายหนุ่ม
วัตถุโบราณจากสมัยราชวงศ์?
จางเจิ้นกลอกตาบางทีพวกนี้อาจจะทําให้เวิ๋นซางพึงพอใจก็ได้
โดยไม่รอช้าเขาเอ่ยทันทีว่า
“ถ้างั้นเราเข้าไปข้างในกันเถอะพี่สาวฉี’’
พริบตาทั้งสองคนก็ได้เดินเข้าไปในร้านและให้ความสนใจกับวัตถุโบราณทั้งหลายที่ถูกแสดงโชว์เอาไว้โดยมีพนักงานคอยแนะนํา
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่…
จางเจิ้นได้มาหยุดอยู่ที่หน้าแจกันใบหนึ่งมันแลดูเก่าแก่และมีความโบราณคงเอาไว้ให้เห็น เขาจึงมองมันอย่างสนอกสนใจ
ทางด้านพนักงานที่เห็นก็รีบอธิบายด้วยรอยยิ้ม
“คุณลูกค้าแจกันใบนี้มีชื่อว่าแจกันถังเชิ่งเป็นมรดกตกทอดจากสมัยราชวงศ์หมิง โดยมีราคาอยู่ที่ 785,000 หยวน’’
“มรดกตกทอดจากสมัยราชวงศ์หมิง?’’ข้างๆกัน ฉีซีเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ สมัยนี้วัตถุโบราณจากสมัยราชวงศ์หมิงที่ราคาตํ่ากว่าล้านนั้นหาได้ยากมากโดยเฉพาะบางอันนั้นมีราคาหลายสิบล้านหยวนเลยทีเดียวราคาของแจกันถังเชิ่งจึงทําให้เธอรู้สึกแปลกๆ
เป็นไปได้ไหมว่ามันจะเป็นของปลอม?
ขณะที่เธอสงสัยอยู่นั้นเอง…
เสียงของชายชราคนหนึ่งก็ได้ดังขึ้น
“แม่สาวน้อยเธอกําลังสงสัยอยู่สินะว่ามันอาจจะเป็นของปลอม?’’
วินาทีต่อมา
ชายชราในชุดจีนโบราณได้ปรากฏตัวขึ้นเขาแลดูมีภูมิฐานที่สูงส่ง
และชายชราคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก...หลิวอวี้เฉิง!
นักประเมินวัตถุโบราณ!
“นักประเมินหลิว!’’ทางด้านพนักงานที่ได้ยินและเห็นว่าเป็นใครก็อดทักทายอีกฝ่ายด้วยความเคารพยําเกรงไม่ได้
ฉีซีประหลาดใจอีกครั้งเธอเคยได้ยินชื่อๆนี้มาก่อนว่ากันว่าเขาเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญในการประเมินวัตถุโบราณและมีโอกาสน้อยครั้งมากที่เขาจะประเมินพลาด
ระหว่างนี้เองนักประเมินหลิวก็ยังคงเอ่ยต่อ
“แจกันถังเชิ่งใบนี้ถูกสร้างขึ้นโดยช่างฝีมืออี้ถงหวังแห่งราชวงศ์หมิงเพียงแค่มองดูย่อมต้องสามารถรู้ได้ว่ามันเป็นวัสดุชั้นดีที่ถูกสร้างขึ้นด้วยแรงกายและแรงใจ ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเป็นของปลอม’’
“สายตาของนักประเมินหลิวเฉียบแหลมมากหากมีการทุบออกมาย่อมต้องรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นของแท้ไม่ผิดเพี้ยน!’’พนักงานที่ได้ยินก็อดสรรเสริญขึ้นมาไม่ได้ ในสายตาของเขาแล้วชายชราคนนี้เป็นคนที่มีทักษะในการประเมินสูงส่งมากนอกจากนี้แล้วสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมายังเต็มไปด้วยความจริงที่ไม่อาจบิดเบือน
แล้วแบบนี้จะมีสักกี่คนที่จะไม่เชื่อ?
ฉีซีเองก็เห็นด้วยมองด้วยตาเปล่าแล้วเธอสามารถรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นของดีที่ถูกสร้างขึ้นโดยนายช่างที่มีฝีมือ
มีเพียงจางเจิ้นเท่านั้นที่ยังคงนิ่งเงียบโดยไม่ได้พูดอะไรเขาเพียงแค่มองมันด้วยความรู้สึกบางอย่าง ก่อนจะฉายให้เห็นถึงสีหน้าที่หม่นหมองลง
เฮ้อ…
พริบตาจางเจิ้นก็ถอนหายใจออกมาทันที เขารู้แล้วว่ามันเป็นของแท้หรือของปลอมดังนั้นเขาจึงหันไปมองนักประเมินหลิวด้วยสายตาที่ผิดหวัง
นี่น่ะเหรอนักประเมินวัตถุ?
ก็แค่เดาส่งเดชเท่านั้นเอง!
โดยไม่สนใจจางเจิ้นเมินนักประเมินหลิวและไปเลือกชมวัตถุโบราณชิ้นอื่นแทน
ฉีซีเองก็ไม่ได้มีความเห็นอะไรเธอเพียงแค่เดินตามเขาไปด้วยรอยยิ้ม บอกได้ว่าแค่เธอได้เห็นเขาเธอก็มีความสุขแล้ว
อา...เธอนี่ช่างแปลกจริงๆ
กลับกันนักประเมินหลิวรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา เห็นได้ชัดเลยว่าชายหนุ่มคนเมื่อครู่นี้ไม่เชื่อคําพูดเขาทั้งยังแสดงความดูถูกออกมาอีก
พนักงานที่อยู่ข้างๆก็ทําได้แต่ยิ้มแห้งๆเขาไม่คิดเลยว่าจะมีคนกล้าเมินชายชราคนนี้
หลายนาทีผ่านไป
“เอาชิ้นนี้แหละ!’’จางเจิ้นหยุดอยู่ที่หน้าโอ่งใบหนึ่งก่อนพูดขึ้น เขาไม่สนใจกระทั่งราคาของมันด้วยซํ้า
“โอ่งเจิ้งหลวน?ถึงมันจะมีราคาเท่ากันกับแจกันถังเชิ่ง แต่...มันเป็นงานฝีมือของนายช่างไร้นามทั้งยังเห็นได้ชัดเจนเลยว่ามันเป็นแค่งานห่วยๆอันหนึ่งแล้วแบบนี้มันคู่ควรที่เธอจะเสียเงินไปกับมันอย่างนั้นเหรอ?’’นักประเมินหลิวที่เห็นก็เอ่ยขึ้น ในสายตาของเขาโอ่งใบนี้นอกจากจะมีคุณภาพไม่ดีแล้ว มันยังเป็นผลงานของนายช่างไร้นามคนหนึ่งแล้วแบบนี้ใครจะโง่ไปซื้อกัน?
ไม่ต้องสงสัยว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นตัวโง่งมอย่างแท้จริง!
อย่างไรก็ตามจางเจิ้นก็ยังคงไม่สนใจเขามองพนักงานแล้วพูดยํ้าอีกครั้ง
“ผมเอาอันนี้!’’
พนักงานที่ได้ยินก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาแต่ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นลูกค้า เขาจึงรีบนํามันไปจัดการทันที
เห็นอย่างนั้นนักประเมินหลิวก็ยิ่งไม่สบอารมณ์ขึ้นไปอีกเขาจึงเอ่ยด้วยความไม่พอใจ
“พ่อหนุ่มนี่เธอต้องการหักหน้าฉันรึไงถึงได้ซื้อของที่ฉันบอกว่าห่วย?’’
จะมีสักกี่คนกันเชียวที่ได้ยินคําแนะนําของเขาแล้วยังกล้าเมินเฉย?
การกระทําตรงหน้าจึงถือเป็นการหักหน้าเขาเป็นอย่างมาก!
ฉีซีที่ทนมาตลอดก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปเธอมองไปที่ชายชราด้วยความไม่พอใจ
“นักประเมินหลิวคุณมันจะเกินไปแล้วนะเราจะซื้ออะไรมันก็เรื่องของเราอีกอย่างถ้าคุณเห็นมันดีทําไมคุณไม่ซื้อมันเองซะล่ะ? น่ารําคาญจริงๆ!’’
เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนและเธอก็รําคาญจริงๆ เพราะชายชรานั้นได้ตามมาติดๆ ทําให้เธอไม่มีเวลาส่วนตัวกับชายหนุ่มเลยดังนั้นแบบนี้ถ้าไม่ให้บอกว่าโกรธจะให้บอกว่าอะไร?
“...’’ทางด้านของนักประเมินหลิวที่ได้ยินก็อึ้งไปเขาไม่คิดว่าจะได้ยินคําพูดนี้จากปากของหญิงสาว โดยเฉพาะเธอที่ดูสงบเสงี่ยมมาตลอด
นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน!
เขาเป็นถึงนักประเมินวัตถุชื่อดังเชียวนะแล้วไหงถึงได้มีคนกล้ามาพูดจาแบบนี้ใส่?