ตอนที่68 :วันเกิดของเยว่เยว่
“คุณแม่ วันนี้เยว่เยว่ดีใจที่สุดในโลกเลย ! ”
ตั้งแต่ออกมาจากสวนสนุกปักกิ่งเยว่เยว่ก็อุ้มแต่ตุ๊กตาหมีขนาดครึ่งตัวของเธอแล้วยื่นหน้าออกมาออดอ้อนหลี่เมิ้งอี
หลี่เมิ้งอีมองไปทางเยว่เยว่ แม้ว่าร่างกายจะเหนื่อยล้าแต่สภาพจิตใจกลับผ่อนคลายและสบายใจมาก
เพราะเธอไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายแบบนี้มานานแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงเมื่อเดือนที่แล้วนับตั้งแต่ที่เข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในภูเขาเสินหนงเจีย เธอต้องบอกลาสภาพสังคมในปัจจุบันไปได้เลย และเมื่อหลายวันก่อนเพื่อจะได้โปรโมทภาพยนตร์เรื่องใหม่ จึงต้องวิ่งวุ่นไปเมืองต่างๆ ทำให้ร่างกายของเธอเหนื่อยสุดจะทน
ถ้าไม่ใช่เพราะเฉิงซือฉียกเลิกกิจกรรมการโฆษณาบางส่วนเกรงว่าหลี่เมิ้งอีจะต้องใช้เวลาทั้งกลางวันและกลางคืนอยู่บนเครื่องบินไม่ก็อยู่บนรถไฟความเร็วสูงแน่นอน
และต้องพบเจอกับแรงกดดันมหาศาล !
มีแค่วันนี้ เธอได้ปล่อยวางภาระของความเป็นไอดอลแล้วมาสร้างความสุขให้แก่ลูกสาวของตัวเองอยู่ในสวนสนุก แย่งกินไก่ KFC กับเยว่เยว่หลี่เมิ้งอีเพิ่งจะเจอกับความสบายใจที่ขาดหายไปตลอดครึ่งปี !
“เยว่เยว่ ต่อไปไว้ถ้าแม่มีเวลา แม่จะมาเล่นเป็นเพื่อนลูกอีกดีไหม ? ” หลี่เมิ้งอีลูบศีรษะของเยว่เยว่ พลางเอ่ยขึ้น
“อื้อ ! ”เยว่เยว่พยักหน้า จากนั้นก็เหมือนจะคิดบางอย่างออก จึงรีบพูดเสริม“ครั้งหน้าต้องพาคุณพ่อไปด้วย เราจะมาเล่นที่สวนสนุกด้วยกัน ! เพื่อน ๆในโรงเรียนอนุบาล ต่างก็มีพ่อแม่อยู่ด้วยกันทั้งนั้น”
“ตกลงจ๊ะ ! ” เมื่อได้ยินคำพูดของเยว่เยว่ในใจของหลี่เมิ้งอีรู้สึกผิดขึ้นมา จึงอดโพล่งคำนั้นออกมาไม่ได้
“เย้ คุณแม่ใจดีที่สุดเลย ! ”เยว่เยว่กอดหลี่เมิ้งอีอย่างเบิกบานใจ “ไปกันเถอะ เรารีบกลับบ้านกันเยว่เยว่จะไปบอกคุณพ่อ ครั้งหน้าเราจะมาเล่นสวนสนุกด้วยกัน”
ความปรารถนาของเด็กตัวน้อยเป็นความพอใจที่ง่ายมากแค่ประโยคเดียวของหลี่เมิ้งอี ทำให้เยว่เยว่ดีใจไปตลอดทั้งวันแล้ว
“เยว่เยว่... ตอนนี้ยังไม่ค่ำเลย คุณพ่อน่าจะยังไม่กลับบ้านเอาแบบนี้ไหม ให้แม่พาลูกไปกินขนมก่อน ? ” สีหน้าของหลี่เมิ้งอีเปลี่ยนเล็กน้อยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ
เธอไม่ลืมว่าวันนี้วันอะไรอีกทั้งยังตกลงกับหลิวจือเซียเอาไว้แล้วว่าจะทำเซอร์ไพรส์ให้กับเยว่เยว่เธอจะทำพังได้ยังไง ?
“เอิ่ม…”
เยว่เยว่เอียงคอครุ่นคิด แล้วโพล่งออกไป“งั้นเราไปหาคุณพ่อที่ทำงานดีไหม ! เยว่เยว่เคยไปที่ทำงานของคุณพ่อหลายครั้งแล้วที่นั้นใหญ่โตมากเลย แล้วก็ยังมีพี่สาวแสนสวยคนหนึ่ง มักจะมาเล่นกับหนูอยู่บ่อย ๆ”
‘พี่สาวแสนสวย ? ’
สีหน้าของหลี่เมิ้งอีเปลี่ยนไป ไม่รู้ว่าทำไมในใจถึงได้รู้สึกอิจฉาแปลก ๆ
เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูตื่นเต้นของเยว่เยว่หลี่เมิ้งอีก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจ แล้วถามกลับ “เยว่เยว่เคยไปที่ทำงานของพ่อหรือ? งั้นบอกแม่ได้ไหมว่าพี่สาวที่ลูกพูดถึงชื่ออะไร ? พ่อของลูกชอบเธอไหม ? ”
“พี่สาวแสนสวยคนนั้นชื่อว่า จางเจี๋ย” เยว่เยว่อ้าปากพูด“คุณพ่อก็ชอบเธอ ! ทุกครั้งที่เยว่เยว่ไปที่นั่นก็จะมีพี่สาวแสนสวยมาพาหนูไปเล่นด้วย และยังเตรียมของกินอร่อย ๆ ให้หนูอีกด้วย”
หัวใจของเยว่เยว่นั้นบริสุทธิ์ ใครดีกับเธอ เธอก็ดีตอบทั้งนั้นสำหรับเธอแล้ว จางเจี๋ยก็คือพี่สาวที่ใจดีและน่ารักมากคนหนึ่ง ใคร ๆก็ชอบเธอทั้งนั้น !
คนพูดไม่คิดอะไร แต่คนฟังจำขึ้นใจหลี่เมิ้งอีกลับครุ่นคิดไปอีกความหมายแฝงหนึ่ง
“หลิวจือเซียมีคนที่ชอบแล้ว หลิวจือเซียมีคนที่ชอบแล้ว...”
หลี่เมิ้งอีพึมพำเสียงต่ำ ก่อนจะเปล่งออกมาจากปากสีแดงชุ่มชื่นนั้นโดยไม่รู้ตัว
“ใช่ คุณพ่อชอบคนเยอะแยะเลยค่ะ !” เยว่เยว่ยกนิ้วขึ้นมานับ“แล้วก็ยังมีคุณอาซ่ง คุณอาไป่ คุณอาซู่ คุณอาหลาง... จริงสิ ๆแล้วก็ยังมีอาจารย์ที่โรงเรียนอนุบาลของหนูด้วย ! ”
หลี่เมิ้งอีอึ้งงันไปชั่วขณะ สุดท้ายก็เข้าใจ ที่แท้ความหมายในคำว่าชอบที่เยว่เยว่พูดนั้นก็คือความหมายของความสัมพันธ์ที่ดีนี่เอง
เธอจึงรู้สึกโล่งใจในทันที ก็ดี แค่ความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อน !
“คุณแม่ ตกลงเราจะไปบริษัทของคุณพ่อไหมคะ ? ”เยว่เยว่อยากจะเล่าเรื่องนี้ให้หลิวจือเซียฟังแทบขาดใจ
“ไม่ไป พ่อคงจะยุ่งมาก” หลี่เมิ้งอีอุ้มเยว่เยว่ขึ้นมาแล้วโน้มน้าวว่า “เราไปหาของกินก่อนดีกว่า รอให้ถึงเวลาที่พ่อจะเลิกงานเราค่อยกลับบ้าน ดีไหม ? ”
เยว่เยว่ลูบท้องน้อย ๆ โต้ตอบอย่างชัดเจนก่อนจะเอ่ยอย่างกระเง้ากระงอดเล็กน้อย “งั้นก็ได้ ! ”
……………………
กระทั่งเจอร้านเค้กร้านหนึ่ง หลี่เมิ้งอีจึงหาที่นั่งในมุมหนึ่งของร้าน
สองแม่ลูกรออยู่ในร้านเค้กสองชั่วโมง
เยว่เยว่กินทาร์ตไข่สองชิ้น แล้วก็ไอศกรีมหนึ่งลูก เมื่อกินเสร็จก็เช็ดมุมปากแล้วพูดกับหลี่เมิ้งอีว่า “คุณแม่ โทรศัพท์หาคุณพ่อดีไหม ? ”
“ทำไมล่ะ ? ” หลี่เมิ้งอีถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
“ถามคุณพ่อว่าจะกลับบ้านตอนไหน ตอนนี้ก็ 6 โมงกว่าแล้วน่าจะใกล้ถึงบ้านแล้วมั้ง” เยว่เยว่ได้เอ่ยขึ้นตามใจตัวเอง “หนูจะไปบอกพ่อ ว่าหนูอยากกินไข่ตุ๋นไข่ตุ๋นที่คุณพ่อทำอร่อยที่สุดเลย...”
เมื่อเห็นเยว่เยว่รำพึงรำพัน จู่ ๆหลี่เมิ้งอีก็อยากหัวเราะขึ้นมาฉับพลัน เด็กคนนี้เกือบกลายเป็นคนพูดมากเสียแล้ว
“เอาล่ะ งั้นตอนนี้เรากลับบ้านกันเถอะ”หลี่เมิ้งอีไม่ได้โทรศัพท์หาหลิวจือเซีย แต่พูดกับลูกสาวโดยตรงว่า“พ่อของลูกมาถึงแล้วล่ะ”
“ไหน อยู่ไหนคะ ? ” เยว่เยว่หันซ้ายทีขวาที มองหาไปรอบ ๆ ด้าน
ตอนนี้เองหลิวจือเซียที่ใส่แว่นและหมวกแก๊ปก็ปรากฏขึ้นในร้านเค้ก
“อ่า คุณพ่อ ! ”
เยว่เยว่ตาแหลมมาก เธอกระโดดลงจากเก้าอี้ขาสั้นที่ก้าวได้ไม่ไกลก็วิ่ง ‘ตึก ตึก ตึก’ ออกไปทันที
หลิวจือเซียจึงย่อตัวลง แล้วอุ้มเยว่เยว่ขึ้นมา
“คุณพ่อ คุณพ่อมาที่นี่ได้ยังไงคะ ? ”เยว่เยว่ถามด้วยความประหลาดใจ
หลิวจือเซียแตะปลายจมูกของเยว่เยว่ ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม“พ่อมีเวทมนตร์ ขอแค่ใช้เวทมนตร์ ก็รู้แล้วว่าเยว่เยว่อยู่ที่ไหน”
“คิกคิก คุณพ่อมีเวทมนตร์ด้วยหรือ ? ”เยว่เยว่กระพริบตากลมโตคู่นั้น “งั้นคุณพ่อมีคนแคระด้วยไหมคะ ? คนแคระของสโนไวท์ !”
“มีสิ ไม่เพียงแต่มีคนแคระนะพ่อยังมีรองเท้าแก้วของซินเดอเรลล่า หมวกของหนูน้อยหมวกแดง จมูกยาว ๆของพิน็อกคิโออีกด้วย ! ” หลิวจือเซียยิ้มอย่างเบิกบานใจที่พูดมาทั้งหมดนี้ล้วนเป็นตัวละครในนิทานทั้งสิ้น
“จริงหรือคะ ? ” ดวงตาของเยว่เยว่เปล่งประกาย “งั้น…ให้เยว่เยว่ดูได้ไหมคะ ? ”
“ได้แน่นอน ! ” หลิวจือเซียพูด “แต่เยว่เยว่ต้องเป็นเด็กดีเชื่อฟังพ่อนะ ! ”
“อื้อ เยว่เยว่จะเป็นเด็กดีค่ะ ! ”เยว่เยว่พยักหน้าอย่างจริงจัง จากนั้นก็ใช้มือเล็ก ๆ กวักเรียกหลี่เมิ้งอีที่อยู่ไม่ไกล“คุณแม่ กลับบ้านกันเถอะ ! ”
“พร้อมรึยัง ? ” หลี่เมิ้งอีเดินเข้ามามองหลิวจือเซียแล้วถามขึ้น
“อืม” หลิวจือเซียพยักหน้าจากนั้นก็อุ้มเยว่เยว่เดินออกจากร้านไป
……………………
ณ ชุมชนซานสุ่ย
ระหว่างทางเรื่องที่เยว่เยว่เอาแต่คิดถึงคือตัวละครและสิ่งของในนิทานเหล่านั้นแล้วคอยซักถามหลิวจือเซียตลอด ว่าเมื่อไหร่จะได้เห็น
หลิวจือเซียทำได้แค่ยิ้ม ไม่ได้ตอบคำถามเยว่เยว่
ในตอนที่เดินออกมาจากลิฟต์และตรงมายังหน้าประตูนั้นเยว่เยว่ได้ทำแก้มป่อง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เมื่อเห็นเยว่เยว่ไม่สนใจเขาหลิวจือเซียก็ได้ปลอบโยนเยว่เยว่ด้วยความละอายใจ
แต่เยว่เยว่คล้อยตามหลิวจือเซียที่ไหนกัน แค่มุ่ยปากเล็ก ๆ นั้นไม่มองหลิวจือเซียด้วยซ้ำ
สองพ่อลูกยืนอยู่หน้าประตู คนหนึ่งก็พยายามปลอบอีกคนก็กระเง้ากระงอด เมื่อเห็นฉากนี้ก็ทำให้หลี่เมิ้งอีอดยิ้มไม่ได้
“เยว่เยว่ ถ้ายังไม่สนใจพ่ออีกสิ่งของในนิทานเหล่านั้นจะหายไปเลยนะ ! ” หลิวจือเซียงัดท่าไม้ตายออกมา“แล้วพ่อก็ตั้งใจจะพาพวกเขามาที่บ้านด้วยนะ ? ”
“จะมาเมื่อไหร่คะ?” สีหน้าของเยว่เยว่ก็หายโกรธฉับพลันจากนั้นก็หันหน้าไปมองหลิวจือเซียด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เรื่องนี้น่ะหรืออออ...” หลิวจือเซียลากเสียงยาวแล้วชี้มายังแก้มขวาของตัวเอง
“มั๊วะ ! ”
เยว่เยว่หอมแก้มของหลิวจือเซียหนึ่งฟอด
“ตอนนี้แหละ...”หลิวจือเซียส่งสัญญาณไปทางหลี่เมิ้งอีจากนั้นก็ยื่นมือไปข้างหน้า
หลี่เมิ้งอีเปิดประตูได้จังหวะพอดี ภายในห้องยังคงมืดมิดมองอะไรไม่เห็นเลย
เยว่เยว่ยื่นหน้าเข้าไปแล้วมองเข้าไปในห้องตามนิ้วของหลิวจือเซีย
ในห้องมีแต่ความมืดมิด ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น
เยว่เยว่เบิกตากว้าง ถึงแม้จะหวาดกลัวกับความมืดแต่ก็ยังพูดอย่างกล้าหาญ “คุณพ่อ ไม่เห็นจะมีอะไรเลย ! อีกอย่างมันก็มืดมากด้วยเยว่เยว่กลัวค่ะ”
หลิวจือเซียกำลังจะพูดแต่กลับสัมผัสได้ว่าเสื้อผ้าของตัวเองถูกดึงไว้
เขาหันไปมองแวบหนึ่ง ก็เห็นว่าเป็นหลี่เมิ้งอีที่แสดงสีหน้าเป็นกังวลรวมทั้งมือขวาที่เนียนใสข้างนั้นก็กำลังจับชายเสื้อของตัวเขาไว้
นี่เป็นการยืนยันได้ว่าพวกเขาคือแม่ลูกกันเขาสัมผัสได้ว่าผู้หญิงคนนี้ก็กลัวความมืดเช่นกัน !
หลิวจือเซียเกิดความลำพองอยู่ในใจและใบหน้าก็ยังแสดงออกมาอย่างชัดเจน
หลี่เมิ้งอีดึงสติกลับมา เธอเบิกตากว้างมองหลิวจือเซียแวบหนึ่งจากนั้นก็ดึงมือขวาที่จับชายเสื้อของหลิวจือเซียออกแล้วก้าวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว คว้าเนื้ออ่อนบริเวณเอวของหลิวจือเซียก่อนจะบิดอย่างรุนแรง !
“ซี๊ด ! ”
ภายใต้สถานการณ์ไม่ทันตั้งตัว ความเจ็บก็ทำให้หลิวจือเซียต้องร้องคร่ำครวญออกมา
เมื่อเห็นมุมปากของหลิวจือเซียกระตุกขึ้นใบหน้าแสดงความรู้สึกเจ็บปวด หลี่เมิ้งอีจึงได้คลี่ยิ้มใบหน้าที่มีเสน่ห์นั้นแสดงสีหน้าลำพองใจ
“เธอมันร้ายกาจ ! ”
หลิวจือเซียใช้ปากขยับเป็นคำหยาบคายไปทางหลี่เมิ้งอีโดยไม่ออกเสียงกระทั่งเปิดไฟในห้องนั่งเล่น
พริบตาเดียว ไฟในห้องนั่งเล่นก็สว่างโร่
“ว้าว ! ” เยว่เยว่อ้าปากด้วยความตื่นตกใจ และเซอร์ไพรส์มาก
“สวยมากเลย ! ”แม้แต่หลี่เมิ้งอีก็ยังรู้สึกเซอร์ไพรส์อย่างไม่อาจปิดบังได้
เมื่อเดินผ่านระเบียงทางเดินมายังประตูห้องนั่งเล่นประตูนั้นได้ถูกเปิดทิ้งไว้ ขอบประตูถูกตกแต่งด้วยสายรุ้งสีเขียวเหมือนกับมังกรยาวสองตัว กำลังเลื้อยคดเคี้ยวไปมา
บนพื้นห้องถูกปูด้วยพรมสีเขียวที่ดูสดชื่นสะอาดตาตั้งแต่หน้าประตูเข้าไปในห้องนั่งเล่น
เมื่อเดินต่อไปอีกหน่อยในห้องนั่งเล่นก็ได้ถูกตกแต่งให้เหมือนกับปราสาทในนิทาน
ในบ้านไม้ขนาดเล็ก มีสโนไวท์ที่แต่งกายด้วยชุดเจ้าหญิงและคนแคระที่ต่างใส่หมวกทรงแหลมอยู่บนศีรษะ ด้านหน้าเตียง มีหนูน้อยหมวกแดงที่สวมหมวกสีแดงเอาไว้และมีหมาป่าจอมชั่วร้ายนอนอยู่บนเตียง ในรถฟักทอง มีซินเดอเรลล่าใส่รองเท้าแก้ว...
ตัวละครในนิทานทุกตัวและฉากทุกฉากล้วนถูกปั้นเป็นหุ่นขี้ผึ้งซึ่งมีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร วางอยู่บนตู้โชว์กระจกซึ่งในตู้โชว์มีไฟเป็นของตัวเอง พวกมันถูกจัดวางเป็นวงกลมทำให้แสงไฟได้สาดส่องให้ตัวละครในนิทานเหล่านี้ดูมีชีวิตขึ้นมา
เหนือห้องนั่งเล่นที่เดิมทีว่างเปล่าตอนนี้ถูกประดับด้วยริบบิ้นสีดำระโยงระยางลงมา ปลายริบบิ้นมีดาวส่องแสงระยิบระยับท่ามกลางดวงดาว มีลูกโป่งรูปหัวใจแขวนอยู่ บนลูกโป่งทุกลูกถูกเขียนเป็นตัวอักษรหนึ่งตัวด้วยสีเรืองแสงเมื่อเอามารวมกลุ่มกันจะกลายเป็นประโยคหนึ่งว่า:
‘เมืองแห่งเทพนิยายสุขสันต์วันเกิดเยว่เยว่’