"ท่านนักบวชหลวง"
พลันได้ยินเสียงเรียกของสตรีดังขึ้นหน้าห้องของตน จูมี่เอินวางเสื้อคลุมลงที่โต๊ะน้ำชาตามเดิมแล้วเดินไปที่หน้าประตู
"มีอะไรรึ" ยามนี้ก็ดึกมากแล้วเหตุใดนางกำนัลถึงมาเรียกนางหน้าห้องเวลานี้
"ฝ่าบาทมีรับสั่งให้เข้าเฝ้า พระองค์ทรงตรัสว่ารู้สึกไม่ดี เหมือนจะนอนไม่หลับ อยากให้ท่านนักบวชไปจุดธูปหอมและปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้เจ้าค่ะ"
"ข้าเข้าใจแล้ว เจ้ารอข้าสักครู่เถิด" จูมี่เอินคิดว่าฝ่าบาทเองก็คงตกใจกับเหตุการณ์ที่ได้พบวันนี้ นางจึงรีบเดินกลับเข้าไปในตัวห้องนอนเพื่อไปเปลี่ยนชุดทันที
ได้ยินว่าในรัชศกของฮ่องเต้องค์ก่อนได้ลงนามเป็นพันธมิตรกับแคว้นโดยรอบทั้งหมดแล้ว ทำให้นอกจากโรคภัยไข้เจ็บ ภัยแล้งฝนไม่ตกตามฤดูกาลแล้วนั้น บ้านเมืองก็สงบสุขมาโดยตลอด ไร้สิ่งใดให้กังวล ไร้สงคราม เมื่อเปลี่ยนมือมาในรัชศกของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก็เลยไม่เคยมีการรบราฆ่าฟันกันเกิดขึ้นสักครั้ง
ฝ่าบาทของนางเองก็ไม่เคยยกทัพไปฆ่าใครที่ไหนสักครั้งตั้งแต่ครองราชย์มา ยามนี้เมื่อได้เห็นคนฆ่าตัวตายต่อหน้าก็คงรู้สึกไม่ดี จูมี่เอินยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ที่ไปสงสัยในตัวของเขา ทั้งตนยังแสดงทำท่าทางหวาดกลัวเขาออกไปอีกด้วย
แม้เขาจะมีหน้าเฉยชาไร้อารมณ์มาตั้งแต่ที่นางได้พบเขา ทว่าก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไร ไม่เหมือนชาวบ้านที่พากันขับไล่นางพวกนั้น คนเหล่านั้นด่าทอนาง ต้องการทุบตีนาง เพียงเพราะความหวาดกลัวในใจของตนเองแต่กลับเอามาลงที่นางแทน ฮ่องเต้ของนางนั้นเชื่อใจนาง เป็นแสงสว่างของนาง ยามรู้ว่าชาวบ้านเดือดร้อนได้รับผลกระทบจากโรคภัยไข้เจ็บก็รีบช่วยทันที คนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีอย่างเขา นางไม่ควรสงสัยในตัวเขาเลย ไม่ควรคิดว่าฝ่าบาทสังหารคนมา
แถมช่วงที่ผ่านมานางก็ได้เห็นพระองค์ทรงมีสีหน้ายิ้มแย้มบ่อยครั้ง ไม่ได้เป็นอย่างที่นางเข้าใจคราแรกว่าเขาไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึก
จูมี่เอินเองก็ยังไม่ได้ถามเขาให้ชัดเจนว่าเขาได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ ยามนั้นเขาบอกเจ็บก็ไม่รู้ว่าเจ็บส่วนไหน เพราะเมื่อถึงอารามหลวงได้เขารีบไล่นางให้ไปล้างเนื้อล้างตัว นางเองก็อยากจะถามเขาด้วยความเป็นห่วงเหมือนกัน แต่เห็นว่าค่ำแล้วเลยไม่อยากไปรบกวนเขายามดึกอีก จังหวะนี้ที่นางกำนัลมาเรียกจูมี่เอินก็คิดว่าพอดีเลย จะได้ถามเขาด้วยว่าเป็นยังไงบ้าง
ก่อนไปห้องบรรทมของฝ่าบาทจูมี่เอินขอนางกำนัลแวะไปหยิบถาดไม้ที่มีของสำหรับใช้จุดธูปมาด้วย
ด้านเหรินโยว่หลุนเองเมื่อมาถึงก็ชำระล้างร่างกายเรียบร้อย วันนี้เขาได้รู้ว่าจูมี่เอินไม่ได้เห็นตอนที่เขาฆ่าคนก็ยกยิ้มขึ้น จะให้นางเห็นด้านโหดร้ายเช่นนั้นไม่ได้ แต่พอนึกถึงเหรินเยว่เทียนแล้วก็อารามณ์ไม่ดีขึ้นมา ซ้ำยังรู้สึกอยากเห็นหน้าของจูมี่เอินขึ้นมา ถึงได้แกล้งบอกนางกำนัลส่วนตัวไปว่ารู้สึกไม่ค่อยดี ไม่สบายตัว อยากให้นักบวชมาจุดธูปและปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ เขาไม่ได้เอ่ยว่าเป็นใคร คล้ายว่าตามใจเจ้าจะไปเชิญใครมาก็ตัดสินใจเอา
แต่ดึกดื่นเช่นนี้นางกำนัลคงไม่กล้าไปเชิญนักบวชท่านอื่นที่อยู่มานานหลายปีแล้วเป็นแน่ ยังไงเสียตัวเลือกเดียวที่เหลือก็คงหนีไม่พ้นจูมี่เอินแน่ๆ แถมเป็นสตรีด้วยกันทั้งคู่ไปมาหากันยามดึกน่าจะสะดวกกว่า
นั่งรออยู่เตียงอย่างสบายอารมณ์สักพักใหญ่จนเกือบจะเผลอหลับไปแล้วก็ได้ยินเสียงการมาถึงของนาง
เมื่อนางกำนัลเอ่ยอยู่หน้าประตูห้องบรรทมว่าท่านนักบวชมาถึงแล้ว เหรินโยว่หลุนก็เพียงบอกให้เข้ามาได้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนไม่ได้ใส่ใจ และยังบอกให้พวกนางกำนัลจากไปด้วยเขาอยากนอนเงียบๆ เหลือไว้เพียงฟางอี้ก็พอ
คราแรกจูมี่เอินคิดจะถามเขาว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ แต่เมื่อเดินเข้ามาเห็นเขาสวมเพียงชุดนอนหลวมๆ สีขาว คอเสื้อเปิดกว้างจนเห็นบางส่วนของหน้าอกลงไปถึงกล้ามท้องที่ได้รูปไร้รอยแผลอย่างที่นางคิดจูมี่เอินก็โล่งใจขึ้นมา ครั้นเมื่อพอรู้ตัวว่าเผลอไปมองสิ่งที่ไม่ควรเข้าแล้วก็รีบก้มหน้าลงต่ำมากกว่าปกติที่เคยเป็น
"ถวายบังคมเพคะ" จูมี่เอินมาคราวนี้สวมชุดนักบวชแบบเต็มยศมาด้วย
'ดูท่าที่นางมาช้าก็คงเพราะต้องเปลี่ยนชุดสินะ'
เหรินโยว่หลุนมองนางวางกระถางธูปลงที่โต๊ะไม่ไกลจากเตียงของเขา จากนั้นก็ลงมือจุดพร้อมบริกรรมคาถาไปด้วยก็แอบอมยิ้ม แต่เพียงแค่ชั่วเวลาเดียวนางก็ยกถาดขึ้นมาไว้ในมือข้างหนึ่ง หันมายกมือและย่อตัวให้เขา เดินถอยหลังคล้ายจะจากไป เขาก็รีบถามว่า "ใครบอกให้เจ้าไป"
ข้ายังไม่ได้เอาเรื่องที่เจ้าอยู่กับเหรินเยว่เทียนเลยนะ ไม่ใช่เคยเตือนไปแล้วรึไง
"ทรงมีรับสั่งเรื่องใดอีกหรือไม่เพคะ?" จูมี่เอินที่ไม่รับรู้บรรยากาศรอบกายก็ถามด้วยความใสซื่อ
ความนิ่งสงบของนางทำให้เหรินโยว่หลุนยิ่งไม่พอใจ ท่าทางเด็กซนที่เอามือจับไปทั่วหน้าอกของเขายามนั้นหายไปไหนเสียแล้ว จะบอกว่ายามนี้กำลังวางตัวเป็นนักบวชให้สมกับที่โกหกอยู่หรือ? เหอะ เมื่อครู่ที่นางเห็นเขาสวมเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยนางก็ยังนิ่งเฉยได้ขนาดนั้น เขาไม่น่าดึงดูดพอหรือไร ยิ่งนึกถึงใบหน้าของน้องชายที่ตามนางมาแล้วก็ยิ่งโมโหขึ้นมา
"เหตุใดเหรินเยว่เทียนถึงมากับเจ้า?"