(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 141 หมาป่าสีชาดที่มีลูกน้อย?

    ตอนที่ 141 หมาป่าสีชาดที่มีลูกน้อย?



    เสียงเห่าหอนของอสูรหมาป่าสีชาดที่คาดว่าจะอยู่ในวัยเด็ก ได้เห่าหอนครวญครางราวกับเสียงที่จิตวิญญาณของมันนั้นแตกสลาย เสียงร้องที่แม้กลุ่มนักผจญภัยจะฟังไม่เข้าใจ แต่ทว่าพวกเขากับรับรู้ถึงความโศกเศร้าของอสูรหมาป่าสีชาดวัยเด็กได้ด้วยจิตใต้สำนึก



    “มันกำลังเรียกร้องหาแม่ของมัน?”

    “มันกำลังร้องไห้ที่แม่ของมันตาย?”

    ทุกคนต่างรับรู้ผ่านจิตใต้สำนึกอันแตกต่างกันออกไป

    ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่มีความคิดไหนเลยที่เป็นไปในทิศทางที่ดีต่อเสียงร้องอันแสนโศกเศร้าของหมาป่าสีชาดที่กำลังเห่าหอน

    “ฉันเป็นคนฆ่าแม่ของมัน?” ไวทเคานต์นิคก็สะท้านไปกับเสียงเห่าหอนนี้เช่นเดียวกัน



    ในฐานะคนที่เป็นคนลงมือปลิดชีพ รวมไปถึงคนที่เป็นคนมอบหมายภารกิจให้กับนรักผจญภัย ทำให้ไวทเคานต์นิคนั้นรู้สึกผิดต่อการล่าครั้งนี้อยู่ไม่น้อย


    “นับตั้งแต่ที่อสูรหมาป่าสีชาดปรากฏตัว มีครั้งไหนไหมที่มันออกทำร้ายมนุษย์หรือชาวบ้านแถบนี้?” ไวทเคานต์นิคเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

    “ไม่...ไม่มีครับ” คาห์นชะงักไปเล็กน้อยกับคำถามของท่านไวทเคานต์ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมบอกถึงความจริงที่ว่า

    นับตั้งแต่มีข่าวลือเรื่องของอสูรหมาป่าสีชาดปรากฏตัวออกมา กลับกันไม่มีข่าวไหนเลยที่บ่งบอกว่ามันเข้าทำร้ายชาวบ้าน นอกเสียจากเคยเห็นมันเข้ามาใกล้ๆ ร้านอาหารสามเวลาเมื่อช่วงเดือนก่อน

    ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ไลท์นั้นได้ทะลุมิติข้ามมายังโลก The Gloria นั่นเอง



    ไวทเคานต์นิคนิ่งไปสักพัก สีหน้าของเขาดูไม่เหลือเค้าโครงแห่งชัยชนะที่ปราบพิชิตอสูรหมาป่าสีชาดได้อีกแล้ว หากแต่มันเต็มไปด้วยความรู้สึกกับสิ่งที่ได้ทำลงไปโดยหลงลืมไปว่า อสูรหมาป่าสีชาด ที่ทุกคนต่างมองว่าเป็นภัยอันตราย เนื่องจากพลังอันแข็งแกร่งของมัน

    ทั้งๆ ที่มันเองก็ไม่เคยทำร้ายหรือจู่โจมชาวบ้านในละแวกนี้มาก่อน นอกเสียจากป้องกันตัวเองเมื่อครั้งที่คาห์นออกล่ามันในครั้งก่อน เพียงครั้งเดียว



    “นี้เป็นความคิดที่ฉันคิดขึ้นมาได้...อสูรหมาป่าสีชาดที่เราได้สังหารไป จริงๆ แล้วมันอาจจะเป็นอสูรที่รักสงบและรักครอบครัวเหมือนกับพวกเรา การที่มันโผล่ตัวไปใกล้ๆ ร้านอาหารของท่านไลท์ในช่วงหลายเดือนก่อน อาจเป็นเพราะมันได้กลิ่นอาหารของท่านไลท์ก็เป็นได้” ไวทเคานต์นิคเปิดเผยความคิดของตัวเอง พลางบอกเล่าออกมาให้ทุกคนได้รับฟัง


    “ซึ่งจากตรงนี้เมื่อมีคนพบเห็นมันมากขึ้นเรื่อยๆ อสูรหมาป่าก็คงรับรู้ได้ถึงอันตรายจากพวกเรา จึงได้ออกห่างจากร้านอาหารและใช้ชีวิตอยู่ในป่าดั่งเช่นที่เคยเป็นมาและก็เป็นพวกเรานี้เองที่เป็นคนออกล่ามันเพราะมันเป็นสัตว์อสูร” มาถึงตรงนี้ นักผจญภัยทุกคนก็ดูเหมือนจะเข้าใจในความคิดของไวทเคานต์นิคกันหมดแล้ว


    ซึ่งนักผจญภัยส่วนใหญ่ก็ต่างเห็นด้วยกับความคิดนี้เช่นเดียวกัน

    ทุกคนต่างสลดลง ความดีใจที่เคยโห่ร้องกันอย่างมีความสุข กลับกลายเป็นเงียบสงัดในชั่วพริบตา



    โดยไลท์เองที่เป็นตัวต้นเรื่องก็ไม่คิดว่าทุกคนจะเป็นเช่นนี้เหมือนกัน...ผิดแผน?! ไหงกลายเป็นทุกคนรู้สึกผิดกับการตายของเจ้าอสูรหมาป่าไปเสียดาย

    ต้องยอมรับว่าแผนการของไลท์ที่วางเอาไว้ดูจะผิดแผนไปมากทีเดียว เขาเองก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด นักผจญภัยถึงได้รู้สึกผิดต่อการตายของอสูรหมาป่าสีชาดมากขนาดนี้



    เขาก็แค่ให้เจ้าโปริ่งที่แยกตัวออกไปพร้อมกับโทมัสและคนอื่นๆ เพื่อให้มันสร้างสถานการณ์ว่าในป่าดาราฉายยังมี อสูรหมาป่าสีชาด หลงเหลืออยู่ อาจจะเป็นลูกของมันหรือเผ่าพันธุ์อะไรก็ได้ หวังให้นักผจญภัยยังคงไม่ลืมเลือนการมีอยู่ของอสูรหมาป่าในครั้งนี้



    แต่เขาไม่คิดเลยว่า อยู่ดีๆ เหตุใดนักผจญภัย จู่ๆ เกิดรู้สึกผิดกับการล่าอสูรขึ้นมาเสียอย่างนั้น



    “ร้านอาหารของท่านไลท์ก็ไม่เคยถูกอสูรหมาป่าสีชาด จู่โจมเลยสักครั้งใช่ไหมครับ?”

    “ไม่เคยครับ ผมเองก็พึ่งจะเห็นมันครั้งแรกเหมือนกัน...ส่วนตอนที่ถูกมันไล่ต้อนมา จนพลัดหลงออกจากกลุ่ม มันก็ไม่ได้ขู่หรือจะทำร้ายอะไรผมมากนัก มันแค่จ้องมองอาหารที่ผมเตรียมมา ตามสัญชาญาณของสัตว์ที่กำลังหิวโหยก็เท่านั้น”


    เมื่อสถานการณ์มันดูจะผิดแผนไป ไลท์ก็ได้แต่ไหลไปตามกระแส ก่อนจะพูดถึงมันไปในทิศทางที่ดูเป็นมิตรและไม่ได้ดุร้ายอะไร หากไม่ถูกผู้คนข่มเหงรังแกดั่งเช่นที่เกิดการต่อสู้กันไปเมื่อครู่

    และสุดท้ายก็กลายเป็น อสูรหมาป่าสีชาดที่ตกตายไปในที่สุด



    “ท่านไวทเคานต์อย่าได้รู้สึกผิดเลยครับเป็นพวกเราทุกคนเองต่างหากที่เป็นคนผิด แต่สิ่งที่พวกเราทำลงไปก็เพื่อปากท้องของครอบครัวของแต่ละคน ซึ่งเจ้าอสูรหมาป่าก็คงทำไปเพื่อปากท้องของลูกๆ มันเช่นเดียวกัน จึงได้โผล่ตัวออกมาให้พวกเราเห็นและถ้าหากเราไม่สังหารมัน อาจจะเป็นพวกเราสักคนก็ได้ที่เป็นอาหารให้กับมันและครอบครัว” ไลท์ไม่อยากให้ไวทเคานต์นิครู้สึกผิดกับบทละครของเขามากนัก

    ในฐานะที่เขาเป็นคนกำกับเรื่องราวทั้งหมดนี้ขึ้นมา เขาทำไปทั้งหมดก็เพื่อสร้างลมสร้างฝนให้กับร้านอาหารของเขา โดยมีตัวชูโรงเป็นสัตว์อสูรที่ดูแข็งแกร่งและน่าสนใจก็เท่านั้น

    และเพื่อที่จะเรียกลมฝนนี้เอง มันก็ต้องแลกมาด้วยการออกล่า ที่บางครั้งการล่าอาจส่งผลกระทบกับสัตว์อสูรภายในป่าดาราฉายก็ตาม



    ดังนั้นถ้าหากจะรู้สึกผิดกับการออกล่าครั้งนี้จริงๆ คนที่ดูจะผิดมากที่สุดก็คงเป็นไลท์ นั่นเอง



    “ท่านไลท์พูดถูก ทั้งหมดล้วนเป็นวัฏจักร แต่ในฐานะนักผจญภัยหากจะรักษาวัฏจักรของการอยู่รอดนี้ต่อไปได้ สมาคมกิลด์นักผจญภัยที่มีฉันเป็นผู้นำ อาจจะต้องมีการเพื่อเติมเหตุผลในการออกล่าให้รัดกุมมากกว่านี้ จะได้ไม่มีเหตุการณ์เฉกเช่นนี้เกิดขึ้นอีก”

    ไวทเคานต์นิคเหมือนจะได้สติกลับมาแล้ว ด้วยผลของการที่ได้ไปปลิดชีพอสูรหมาป่าสีชาดที่มีลูกน้อย

    ทำให้จิตใจและสติของไวทเคานต์นิคดูจะสั่นคลอนลงไปบ้างและเพื่อไม่ให้อสูรถูกล่าจนหมดไปแบบนี้อีก ทางด้านไวทเคานต์จึงตั้งใจที่จะกลับไปแก้ไขบทบัญญัติของสมาคมกิลด์นักผจญภัยขึ้นมาเสียใหม่



    โดยไวทเคานต์นิคตั้งใจที่จะจัดตารางและเดือนสำหรับการออกล่าขึ้นมาในอาณาจักร ลูนาเทีย ที่เคยถูกคัดค้านจากทางศาสนจักรแห่งแสง ที่ต้องการให้โลก The Gloria นั้นปลอดจากอสูร ดั่งเช่นที่เคยสามารถเอาชนะ ปีศาจและจอมมารไปได้เมื่อหลายร้อยปีก่อนนั่นเอง

    และด้วยเหตุการณ์ในวันนี้ที่ ไวทเคานต์นิคเป็นคนลงมือสังหารอสูรหมาป่าสีชาด ที่พึ่งจะมารู้ที่หลังว่ามันอาจจะมีลูกน้อยด้วยเช่นนี้ ก็ยิ่งกระตุกแผนการที่ค้างไว้ให้กลับขึ้นมาใหม่



    “ท่านไวทเคานต์อยากจะรื้อแผนการออกล่าในอดีตกลับมาหรือครับ?” ในระหว่างที่กำลังเดินทางกลับ คาห์นที่เฝ้าติดตาม ได้เอ่ยถามถึงแผนการที่เคยถูกคัดค้านนี้ขึ้นมากับท่านไวทเคานต์

    “ใช่ ฉันอยากที่จะลองเสนอมันในที่ประชุมกับทางสมาคมอีกครั้ง อย่างน้อยก็ขอรักษาป่าดาราฉายแห่งนี้เอาไว้เพื่อเป็นการทดลองแผนการ แม้จะต้องมีปัญหาและความขัดแย้งกับทางนักบวชแห่งแสงพวกนั้นก็ตาม” ไวทเคานต์นิคตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า เขาจะปกป้องอสูรหมาป่าที่เห่าหอนเรียกหาแม่ตัวนั้นให้อยู่รอดปลอดภัย รวมไปถึงสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์อื่นๆ ที่ถูกนักผจญภัยออกล่าไปเป็นจำนวนมาก ในช่วงตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านๆ มา ให้พวกมันได้ใช้ชีวิตและเติบโตออกลูกออกหลาน ตามวัฏจักร



    พอเมื่อวัฏจักรเติบโตได้อย่างเต็มที่ การออกล่าของนักผจญภัย ก็จะไม่เข้าไปทำลายวัฏจักรของสัตว์อสูรจนสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ จนพวกมันต้องระเห็จหนีไปหลบอยู่ในดินแดนแห่งความตายและเข่นฆ่ามนุษย์ไม่เลือกหน้า เฉกเช่นที่ทางใต้ของอาณาจักรลูนาเทีย ได้ถูกสัตว์อสูรและเผ่าพันธุ์อสูรยึดครองจนกลายเป็นดินแดนแห่งความตาย



    ที่ไม่มีมนุษย์คนไหน สามารถย่างกายเข้าไปใกล้เขตพื้นที่นั้นได้เลย มาตลอดหลายสิบปี



    “ว่าแต่ท่านไลท์ แยกตัวไปเก็บวัตถุดิบอีกแล้วเหรอ? มีคนติดตามไปหรือยัง” ไวทเคานต์ได้ว่างเรื่องของสัตว์อสูรและการที่อาจจะต้องมีปัญหากับทางศาสนจักรแห่งแสงเอาไว้ก่อน

    พลางมองหา พ่อครัวหนุ่ม ที่ตอนนี้แยกตัว หายไปจากขบวนกลุ่มอีกครั้งแล้ว


    “มีแมทและผู้ติดตามจำนวน 10 คน ติดตามไปแล้วครับ ครั้งนี้เจ้าแมทคงไม่กล้าปล่อยให้ท่านไลท์คลาดสายตาได้อีกแล้ว...เพราะเห็นว่าท่านไลท์ตั้งใจจะเอาเนื้อและอาหารที่เหลือ ไปวางตามจุดต่างๆ ให้กับสัตว์อสูรได้กินกันครับ” คาห์นตอบกลับ

    “คาห์น...ข้าได้ลองคิดดูเล่นๆ จากเรื่องราวทั้งหมดของสัตว์อสูรหมาป่าตัวนั้นดู จะเป็นไปได้ไหมว่า ที่อสูรหมาป่าสีชาดปรากฏตัวที่ร้านอาหารสามเวลาในช่วงก่อนหน้านี้จนมีคนพบเห็น มันอาจจะตามกลิ่นของอาหารที่ท่านไลท์เป็นคนทำ?” ถึงไวทเคานต์จะบอกว่าพูดเล่นๆ

    แต่ในใจของไวทเคานต์ก็เชื่อในเรื่องนี้ไปแล้วกว่า 9 ใน 10 ส่วน



    อาหารของไลท์นั้นมีทั้งกลิ่นหอมและรสชาติที่แสนอร่อย อีกทั้งจากที่ได้รู้จักกันมา พ่อครัวหนุ่มอย่างไลท์ก็ดูเป็นคนที่มีจิตใจดีมากคนหนึ่งเลยทีเดียว

    เพราะถ้าเป็นคนไม่ดี ก็อาจจะเป็นคนโง่เอามากๆ ที่ไปทำสัญญาเท่าเทียมกับอสูรอย่างสไลม์ ในฐานะสัตว์เลี้ยงที่เท่าเทียมกันเช่นนี้



    “ข้าน้อยก็คิดแบบนั้นเช่นกัน อาหารของท่านไลท์นั้นนอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยมากๆ กลิ่นของมันก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ารสชาติเลย ดูอย่างเจ้าโปริ่งที่ติดตามท่านไลท์ดูสิครับ ท่านเคยเห็นสไลม์มีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า แม้แต่นักผจญภัยที่มีพลังในการสะกดควบคุมอสูรหรือเทมเมอร์ ก็ยังไม่สามารถทำให้สไลม์ที่ไร้สติปัญญา ฉลาดได้แบบนี้เลย”

    “เฮ้อ! ให้พูดกันตามตรง ฉันเสียดายฝีมือการทำอาหารของท่านไลท์เอามากๆ หากท่านไลท์ยอมไปเปิดร้านอาหารที่เมืองหลวงหรือหัวเมืองต่างๆ คงจะก้าวหน้าจนถึงขั้น เข้าไปรับใช้ให้กับทางราชวงศ์ได้เลย”



    สิ้นสุดจากการออกล่า อสูรหมาป่าสีชาด...ทางด้านของไวทเคานต์นิคก็ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะอยู่ในเขคป่าดาราฉายต่อไปอีก


    แต่สิ่งที่ทำให้ ขุนนางผู้นี้เสียดายมากที่สุด ก็คงจะเป็น อาหารของร้านอาหารสามเวลา ที่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า จะต้องลาจากกันแล้วนั่นเอง



    “หากท่านไวทเคานต์ว่างๆ ก็แวะเวียนมาที่นี่บ้างสิครับ ข้าน้อยเชื่อว่าท่านไวทเคานต์และคุณผู้หญิงจะต้องหาเหตุผลมาที่นี่ได้แน่ๆ” คาห์นได้เสนอแนวทางให้กับไวทเคานต์นิค

    ไม่ว่าจะเป็นการจัดเลี้ยงต้อนรับการประชุมนอกสถานที่ หรือจะเป็นการเชื้อเชิญคนสนิทมาผูกมิตรไมตรีกันที่ป่าดาราฉาย โดยมีอาหารของไลท์คอยเป็นสื่อกลาง

    เพียงเท่านี้ คาห์นก็เชื่อว่า หลังจากที่บรรดาคนใหญ่คนโตได้ลองรับประทานอาหารของท่านไลท์กันสักครั้ง เชื่อว่าไม่แน่...ไวทเคานต์นิคอาจจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางในหมู่ขุนนางที่จะเดินทางมายังป่าดาราฉายบ่อยๆ ก็เป็นไปได้



    “ความคิดของเจ้าฟังดูไม่เลว กลับไปถึงกระโจมข้าจะลองเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับคุณผู้หญิงดู เชื่อว่าเธอต้องเห็นด้วยมากแน่ๆ”


    ไวทเคานต์นิคและคาห์น ต่างพูดคุยกันถึงเหตุผลที่จะเดินทางมายังป่าดาราฉายกันไปตลอดทาง

    ก่อนที่หลายชั่วโมงหลังจากนั้น บรรดานักผจญภัยทั้งหมดก็เริ่มกลับกันมาจากป่าดาราฉายกันหมดแล้ว

    ไม่เว้นแม้กระทั่ง ไลท์ ที่แยกตัวออกไปเก็บวัตถุดิบป่าจำพวก ผลไม้และผักป่าต่างๆ จนต้องให้บรรดาผู้ติดตามของแมท ช่วยกันแบกหามกันออกมาเลยทีเดียว



    อย่างไรก็ตาม ทันทีที่กลุ่มนักผจญภัยกลับกันมาจากป่า พวกเขาก็ได้พบเห็นโทมัส จิม เอลล่า แอลและเจ้าโปริ่ง ต่างยืนชะเง้อคอมองมาที่พวกเขา ราวกับกำลังมองหาท่านไลท์


    ซึ่งก็มีกลุ่มนักผจญภัยที่เป็นลูกค้าขาประจำของทางร้าน ก็ได้เดินเข้ามาบอก โทมัสและพนักงานของร้านอาหารสามเวลา เพื่อให้พวกเขาไม่ต้องเป็นห่วงนั่นเอง

    “ท่านไลท์ปลอดภัยดีครับ แต่ที่กลับออกมาช้า เป็นเพราะมัวแต่เก็บวัตถุดิบทำอาหารอยู่ท้ายขบวนครับ”

    “ปลอดภัยสินะครับ ได้ยินแบบนั้นพวกเราก็ค่อยเบาใจลงหน่อย เห็นนักผจญภัยกลุ่มแรกที่ออกมา พูดคุยกันว่าท่านไลท์ได้เผชิญหน้ากับอสูรหมาป่าสีชาด พวกเราก็อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงครับ” โทมัสและคนอื่นๆ ต่างพากันเป่าปาก แสร้งทำเป็นโล่งใจ



    ประหนึ่งว่า ทั้งหมด ไม่ได้รู้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในป่านั่นเอง



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy



    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน