พลิกชะตานาง

    อ้ายฉิงมัดมือชก

    ขบวนรถหรูแล่นต่อมาอีกสักครู่ คนบนรถทั้งหมดก็พบกับรั้วสูงใหญ่ยาวสุดลูกหูลูกตา ความอลังการงานสร้างของรั้วที่ปรากฏสู่สายตาทำให้ทุกคนในที่นี้ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง พวกเขากะประมาณคร่าวๆ แล้วพบว่ารั้วนี้สูงไม่ต่ำกว่า 10 ถึง 20 เมตร 


    ยิ่งขบวนรถแล่นเข้าไปใกล้กับรั้วมากเท่าไหร่ พวกเขายิ่งเห็นความใหญ่โตมโหฬารรวมถึงวัสดุก่อสร้างที่มีความแข็งแรงทนทานดูแปลกตา เมื่อรถแล่นเข้ามาประชิดติดขอบรั้ว ทุกๆ คนจึงสังเกตเห็นประตูบานสูงใหญ่ ที่ปิดสนิทเหมือนเป็นเนื้อเดียวกันกับรั้วหากไม่ได้ลองสังเกตดีๆ


    รอบๆ แนวกำแพงของรั้วปรากฏกล้องวงจรปิดที่ถูกฝังอยู่ในผนังในจุดต่างๆ ส่วนบนสุดของแนวรั้วเหมือนจะถูกล้อมด้วยลวดหนามที่ขึงต่อกันเป็นแนวยาว พวกเขามั่นใจเกือบร้อยล้านเปอร์เซ็นต์ว่าลวดหนามที่ถูกขึงนั้นมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านแน่นอน


    เสียงใสๆ ดังกระดิ่งเงินลอยเบาๆ เข้ามากระทบกับโสตประสาทของทุกๆ คน ดึงสติที่หลุดและล่องลอยไปไกลให้กลับมา


    “ตอนนี้เรามาถึงเขตรั้วบ้านน้อยๆ ของเราแล้วนะคะ”


    ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นเส้นทางภายใน ขบวนรถแล่นต่อกันลอดผ่านประตูบานใหญ่เข้าไปด้านใน 


    “อ้ายฉิงขอกล่าวคำว่ายินดีต้อนรับสู่บ้านเราอีกครั้งนะคะ ตอนนี้เราเข้ามาถึงบริเวณบ้านของเราแล้วค่ะ”


    ภาพที่ทุกคนในขบวนรถเห็น เหมือนภาพหมู่บ้านหมู่บ้านหนึ่ง …เอ้ยยย ไม่ใช่… จากความใหญ่โตของมันแล้วเหมือนเมืองเมืองหนึ่งมากกว่า ถนนหนทางภายในจะตกแต่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แลดูสะอาดสะอ้าน อีกทั้งหากสังเกตุดูแล้วจะมีการออกแบบแผนผังของภายในสิ่งก่อสร้างต่างๆ เป็นอย่างดี 


    สิ่งก่อสร้างที่พวกเขาเห็น ประกอบไปด้วยอาคารหลากหลายรูปแบบยาวสุดลูกหูลูกตา ซึ่งพวกเขาก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งก่อสร้างแต่ละอย่างที่ปรากฏมีหน้าที่เอาไว้ทำอะไรบ้าง อีกทั้งยังความสูงใหญ่ของแต่ละอาคารทำให้ผู้ที่พบเห็นจำเป็นต้องแหงนมองขึ้นไปถึงจะมองเห็นหลังคาที่อยู่บนชั้นสูงสุดของอาคารแต่ละหลัง


    รถแล่นผ่านสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เข้าไปด้านในเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงบรรยายแว่วหวานที่ดังมาจากร่างแบบบางบนเบาะหลัง ซึ่งกำลังบรรยายหน้าที่ของแต่ละตึกไปตลอดเส้นทางที่รถเคลื่อนผ่านประหนึ่งเป็นไกด์มืออาชีพ


    จนในที่สุดขบวนรถทั้งหลายก็แล่นเข้ามาถึงเนินเขาสูงด้านในซึ่งเป็นบริเวณที่ติดกับภูเขาและทะเลสาบที่มีน้ำใสบริสุทธิ์สวยงาม 


    ไกด์มืออาชีพยกยิ้มเต็มใบหน้าด้วยความภาคภูมิใจเมื่อเห็นสิ่งก่อสร้างตรงมากปรากฏแก่สายตาทุกๆ คน 


    “นี่คือบ้านของเราคะ ทุกๆ คน”


    ภาพตรงหน้าคือบ้านปูนสีขาวหลังใหญ่ …ใหญ่…มากๆ มีอาณาบริเวณรอบบ้านที่ถูกล้อมรั้วบ้านไว้อย่างดีบนเนินเขาสูง สนามหญ้าหน้าบ้านและสวนหย่อมถูกจัดวางไว้อย่างสวยงาม อบอุ่น อ่อนโยน ซึ่งแสดงให้เห็นความใส่ใจที่แสดงออกมาผ่านการออกแบบและจัดวางที่ดี รถจอดสนิทที่หน้ารั้วบ้านหลังนี้ 


    “มาค่ะเข้ามาเดินดูในบ้านของเราก่อน”


    “ถ้าหากป๊าและพี่หนิงเฉิง ไม่ชอบใจอะไรตรงไหน อ้ายฉิงจะได้สั่งให้ช่างและคนงานช่วยกันปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนะคะ”


    ร่างบางนำเข้าไปภายในบริเวณบ้านด้วยความร่าเริง ก่อนที่จะชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่ต่างขึ้นมาจากด้านหลัง


    “ไหนบ้านหลังเล็กของน้อง” หนิงเฉิงอดที่จะคิดในใจไม่ได้ว่า นี่น้องสาวของเขาพาพวกเรามาผิดที่หรือเปล่า เขาจำได้ว่าน้องบอกจะพาเขาและป๊ามาบ้านหลังน้อยที่น้องสาวเขาตั้งใจสร้างขึ้น เขาจึงต้องถามน้องน้อยเพื่อความแน่ใจ


    “ก็นี่ไงคะ” เสียงใสตอบกลับมาอย่างร่าเริง


    “นี่….???”


    “ใช่คะ บ้านหลังนี้ นี่ไงคะเป็นบ้านของเราค่ะ รวมถึงที่เราขับผ่านมาด้วย ล้วนเป็นบ้านของเราหมดเลยค่ะ”


    “มาค่ะมา ตามอ้ายฉิงเข้ามาดูข้างในบ้านกันเลยนะคะ”


    เสียงใสในโทนสบายหูก็ทำการบรรยายพื้นที่ต่างๆ ข้างในบ้านต่อไป หนิงเฉิงรู้สึกว่าเสียงของน้องเขาไม่ค่อยจะเข้าหู เนื่องจากสติที่ยังหลุดลอยของตัวเขาเอง …. นี่น้องเขาเข้าใจคำว่า “น้อย” จริงๆ ใช่ไหม …. หรือว่าคำว่าน้อยของน้องเขากับของคนทั่วไปมันไม่เหมือนกัน


    …… น้อยของเราไม่เท่ากันจริงๆ


    เธอบรรยายต่อไปจนเสียงใสแหบแห้ง ในขณะที่เธอคิดว่าเธอจะหยุดแล้วไปดื่มน้ำสักครู่ …น้ำหวานเย็นฉ่ำชื่นใจก็ถูกยื่นส่งมาให้ด้วยเลขาอู๋ที่เดินตามมาตลอดเวลาของการเยี่ยมชมภายในบ้าน 


    “ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณเบาๆ พร้อมทั้งรอยยิ้มน่ารักที่ส่งไปให้เลขาคนเก่ง 


    (เลขาอู๋ : โถ่คุณหนูน้อยของผมบรรยายจนเสียงแหบเสียงแห้ง คุณท่านกับคุณชายก็มัวแต่คิดถึงคำว่า “น้อย” ของคุณหนู จนไม่ตั้งใจฟังเลย น่าสงสารคุณหนูของเราจริงๆ)


    เมื่อเธอดื่มน้ำหวานในแก้วเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงยื่นแก้วน้ำกลับคืนไปให้เลขาคนเก่งที่ช่างรู้ใจเธอจริงๆ


    “ป๊าคะ…. พี่หนิงเฉิงคะ”


    …..มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา


    เธอเลยเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น ดังขึ้น ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นสิ่งตะโกน


    ทั้งสองคนหลุดจากภวังค์ความคิด เรื่องการนิยามของคำว่า “น้อย” ของอ้ายฉิง รอบๆ ตัวของพวกเขาในเวลานี้คือห้องนั่งเล่นที่ถูกประดับตกแต่งสิ่งของเครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์วางไว้อย่างลงตัว สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นอ่อนโยนให้กับรอบข้าง 


    หนิงเทียนกวาดสายตาคมกริบพร้อมทั้งเดินไปรอบๆ ตัวบ้านหลังนี้ เขาพบว่าบ้านหลังนี้ได้รับการออกแบบตกแต่งมาอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของผู้ที่ทำการออกแบบ ห้องนอนทั้งของเขาและของหนิงเฉิงมีการประดับตกแต่งด้วยโทนสีที่พวกเขาล้วนชมชอบ นอกจากนี้ห้องทำงานของเขาทั้งสองยังมีการออกแบบให้สามารถทำงานได้อย่างสบายใจ สิ่งของเครื่องใช้ที่วางไว้ ยังสามารถหยิบจับและส่งเสริมการทำงานได้ง่ายดายอีกด้วย ทุกๆ อย่างล้วนใช้แต่ของที่เลือกสรรมาอย่างดีที่สุด


    แต่เธอยังไม่พาพวกเขาไปพบกับพวกห้องลับของเธอหรอก เดี๋ยวรอให้เธอล่อซื้อ …. เอ้ยย….ล่อหลอก ให้พวกเขาเข้ามาอยู่ในบ้านเสียก่อน ถึงตอนนั้นเธอค่อยบอกพวกเขาว่าเธอสร้างอะไรไปบ้างก็ยังไม่สาย


    หลังจากมองประเมินสิ่งต่างๆ ที่เขาพบเห็น หนิงเฉิงก็รู้สึกชอบบ้านหลังนี้ ด้วยการออกแบบที่พิถีพิถัน และความครบครันต่างๆ 


    “พี่ชอบบ้านของเราหลังนี้นะ เจ้าตัวเล็กของบ้านเรานี่มันเก่งจริงๆ”


    “ขอบคุณค่ะ อ้ายฉิงดีใจที่พี่หนิงเฉิงชอบบ้านของเรา”


    หนิงเทียนได้ยินจึงมองไอ่เด็กตัวเหม็นตาขวาง แหมไอ่เจ้าเด็กนี่ มาตัดหน้าชมลูกสาวของเขาได้อย่างไร


    “ป๊าก็ชอบบ้านของเราหลังนี้เหมือนกัน สมเป็นลูกป๊าจริงๆ มีหัวด้านการออกแบบและมีรสนิยมการเลือกสิ่งของต่างๆ ได้อย่างลงตัว”


    หน้าสวยหวานยิ้มแก้มปริเต็มใบหน้า ดวงตาที่เคยโตปิดสนิทโค้งรับกับรอยยิ้มแสดงถึงความสุขที่ได้รับคำชมจากป๊าและพี่ชาย ก่อนปากสวยจะพูดคำที่อาจจะทำให้ทั้งสองต้องตกตะลึงอีกครั้ง ทั้งๆ ที่วันนี้คนทั้งหมดก็ตกตะลึงกันไปหลายรอบแล้ว


    “แค่ป๊ากับพี่หนิงเฉิงชอบ อ้ายฉิงก็ปลื้มใจสุดๆ แล้วคะ ในเมื่อชอบแล้ว ถ้าอย่างงั้น พรุ่งนี้ก็มาอยู่ที่นี่กันเลยเถอะนะคะ”


    “ได้ซิ มาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดี ว่าแต่ เราอยากพักผ่อนซักกี่วันดีละ ป๊าว่าห้าวันพอไหม”


    “ป๊าพูดอะไรอย่างงั้น นานๆ ได้พักอยู่กับน้องทั้งที ก็พักผ่อนอยู่ซักสิบวันไปเลย ดีไหม เจ้าตัวเล็ก”


    “ดีเลยคะที่ทั้งสองจะมาอยู่ เพียงแต่ อ้ายฉิงหมายถึง เราจะมาอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังนี้ตลอดไปเลยค่ะ”


    …………"เมื่อกี้ เหมือนผมจะได้ยินอะไรผิดไปรึเปล่านะ ป๊า"


    “ไม่ผิดหรอกคะ ดูปากอ้ายฉิงนะคะ….. เราจะย้ายบ้าน…. มา… อยู่… ที่ … นี่ ตลอดไปคร่าาา”


    “ไม่ต้องอึ้งคะ ….. ไม่รู้แหละ ป๊ากับพี่หนิงเฉิงรับปากอ้ายฉิงแล้วว่าจะมาอยู่ด้วย ก็ต้องทำตามนะคะ ห้ามผิดคำพูด ห้ามผิดสัญญากับอ้ายฉฺิงด้วย”


    “ไม่งั้นละก็ ….. อ้ายฉิงจะงอลจริงๆ ด้วยนะคะ”


    ไม่รู้แหละในเมื่อรับปากแล้ว จะมาผิดคำพูดกับเธอไม่ได้ ในเมื่อคิดแผนอะไรไม่ออก เธอก็มัดมือชกมันไปซะเลย

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานาง ที่คุณอ่าน

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471