บทที่57กำราบเซี่ยหลี่เฉียง1
“เอ๋!นั่นมันคนตระกูลเซี่ยนี่นา”จ้าวเฟยหลงเห็นคนสองสามคนกำลังยืนยามที่หน้าถ้ำแห่งหนึ่ง
“ที่นี่คงจะเป็นที่มั่นของพวกมันถึงได้มียามที่หน้าปากถ้ำหนาแน่นขนาดนี้”
จ้าวเฟยหลงลอบเก็บข้อมูลเอาไว้ หลังจากนี้ในตอนค่ำจะได้เข้าทำการปล้นชิง
หลังจากที่ได้ข้อมูลเพียงพอแล้ว จึงกลับไปที่ถ้ำของตนในเขตที่สองเพื่อวางแผนกับหยุนฟู่ในการออกแย่งชิงที่กำลังจะมาถึง
ถ้ำที่ตั้งของตระกูลเซี่ย
“รายงาน!!” คนเดินสารของตระกูลวิ่งเข้ามาที่หน้าโต๊ะของเซี่ยหลี่เฉียง
“มีอะไรก็ว่ามา”
เซี่ยหลี่เฉี่ยงที่กำลังอารมณ์ไม่ดีมองคนส่งข่าวด้วยสายตาเยือกเย็นนั่นทำให้ร่างกายของคนส่งข่าวถึงกับสั่นสะท้าน
“ระ...ระ...เรียนคุณชาย”แต่ยังไม่ทันได้พูดจบก็ถูกขัดเสียก่อน
“หากยังไม่รายงาน ข้าจะตัดลิ้นของเจ้าเสีย”
เมื่อสิ้นเสียงของเจ้านายคนส่งข่าวจึงได้สติกัดฟันรายงานข่าว
“เรียนคุณชายสามมีรายงานว่าจ้าวเฟยหลงและจื่อโม่ได้ทำการประลองฝีมือกันขอรับ”
คิ้วของเซี่ยหลี่เฉียงขมวดเข้าหากันทันใดตอนนี้เขาให้ความสนใจกับข่าวนี้อย่างเต็มที่แล้ว
“เป็นไปได้อย่างไรเมื่อครู่ข้าพึ่งตรวจดูตำแหน่งของไอ้สวะนั่นมันยังอยู่ในเขตที่สองอยู่เลย แล้วใครกันที่ประลองกับจื่อโม่”
เซี่ยหลี่เฉียงครุ่นคิดจากนั้นหันไปถามคนส่งข่าว
“เจ้าแน่ใจนะว่าเป็นไอ้สวะจ้าวเฟยหลงกับจื่อโม่”
“เรียนคุณชายสาม ข้าน้อยมั่นใจสายข่าวทุกสายรายงานตรงกันทั้งหมดขอรับ” คนส่งข่าวยืนยัน
เซี่ยหลี่เฉียงยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจเพราะเหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์ที่น่าปวดหัวอย่างนี้ เดิมทีที่นี่น่าจะเป็นที่ฝังศพของจ้าวเฟยหลงและเป็นที่ประกาศศักดาของเขาเซี่ยหลี่เฉียง
แต่กลายเป็นว่าไอ้สวะจ้าวเฟยหลงก็ไร้ร่องรอยส่วนความโด่งดังกลับกลายเป็นของสองโจรรัตติกาลตัวเขาผู้เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของแคว้นหมิงโจว หาได้รับสิ่งที่ควรเป็นของเขาไม่คิดแล้วก็ยิ่งเป็นการสุมไฟโทสะให้ลุกโชนมากขึ้น
“แล้วใครเป็นผู้ชนะในการประลองครั้งนี้”เซี่ยหลี่เฉียงต้องการเก็บข้อมูลของศัตรูให้มากที่สุด
“เรื่องนี้สายข่าวของเราให้ข่าวไม่ตรงกันขอรับ”คนส่งข่าวพูดตะกุกตะกัก
“หมายความว่าอย่างไรที่ว่าไม่ตรงกัน” แม้จะไม่พอใจแต่เซี่ยหลี่เฉียง ก็ไม่ได้ร้อนรนค่อยๆพยายามเก็บข้อมูลให้ได้
“เรียนคุณชายสามบางสายบอกว่าเป็นจ้าวเฟยหลงที่ชนะแต่อีกส่วนหนึ่งยืนยันว่าเป็นชัยชนะของจื่อโม่ขอรับ แต่มีสิ่งที่พวกเขายืนยันเหมือนกันหมดคือการประลองนั้นเกิดขึ้นและจบเร็วมากจนไม่อาจแยกแยะได้ว่าผู้ใดกำชัยชนะในตอนท้ายของการประลองนี้ขอรับ
“อืม!! ข้ารู้แล้วเจ้าออกไปได้”เซี่ยหลี่เฉียงต้องการใช้ความคิดอย่างสงบ
ตอนนี้หากคนที่ประลองกับจื่อโม่เป็นจ้าวเฟยหลงจริงนั่นเป็นสิ่งที่เซี่ยหลี่เฉียงต้องคิดหนักเพราะเขากับจื่อโม่ต่างเป็นอัจฉริยะระดับจอมยุทธ์ขั้นสามทั้งสองคนถ้าแม้แต่จื่อโม่ยังเอาชนะจ้าวเฟยหลงไม่ได้แบบนี้เท่ากับว่าตัวเขาเองก็ย่อมไม่อาจเอาชนะจ้าวเฟยหลงได้เช่นกัน
หากแต่ว่าตำแหน่งที่อยู่ของจ้าวเฟยหลงก็ยังเคลื่อนไหวไปมาที่ป่าเขตสอง
“แล้วแบบนี้ใครกันที่ต่อสู้กับจื่อโม่”
“สั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมในคืนนี้ให้ทุกคนกลับมาที่นี่ให้หมด” เซี่ยหลี่เฉียงสั่งการลูกสมุนที่อยู่ใกล้ชิด
อาทิตย์อัสดงไปแล้วราวหนึ่งชั่วยามความมืดมิดกลับเข้ามาปกคลุมผืนป่าแห่งนี้อีกครั้งเหล่าสัตว์อสูรที่ออกหากินตอนกลางคืนเริ่มเคลื่อนไหวป่าในตอนนี้อาจจะเงียบสงบชวนขวัญผวาแต่ความจริงแล้วมันสับสนอลหม่านยิ่งนัก
ด้วยคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของการทดสอบช่วงเวลานี้นับได้ว่าเป็นระยะเวลาที่ทรมานผู้เข้ารับการคัดเลือกที่หลบซ่อนตัวยิ่งนักเพราะเหลืออีกไม่กี่ชั่วยามเท่านั้นแสงสีทองของดวงตะวันจะสาดส่องลงมาสู่ผืนป่าแห่งนี้อีกครั้งและนั่นคืออาณัติสัญญาณแห่งการสิ้นสุดการทดสอบครั้งนี้หลังจากนั้นพวกเขาก็จะได้ผ่านการทดสอบเข้าเป็นศิษย์ของสำนักตงหยางสมดั่งที่มุ่งหวังตั้งใจ
หากแต่ในระยะไม่กี่ชั่วยามนั้นมิอาจบอกได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทุกๆการเคลื่อนไหว ทุกๆเสียงกรีดร้องทำให้สะท้านสะเทือนเข้าไปในวิญญาณของคนเหล่านี้จนแทบคุมสติไม่อยู่
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มิได้รวมคนสองคนเข้าไปด้วยเพราะตลอดระยะเวลาหกคืนที่ผ่านมาทั้งคู่ออกทำการแย่งชิงป้ายหยกสัญลักษณ์อย่างไม่เกรงกลัวหน้าไหนทั้งสิ้นไม่ว่ากลุ่มอิทธิพลใดจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตามล้วนแล้วแต่ถูกพวกเขาชิงป้ายหยกสัญลักษณ์มาแล้วทั้งสิ้นนี่คือสิ่งหนึ่งที่คอยหลอกหลอนทุกคนในการทดสอบนี้เช่นกัน
ในคืนนี้คืนสุดท้ายทั้งสองคนหาได้หยุดพักหรือแอบซ่อนดังเช่นผู้อื่น หากแต่แต่งกายด้วยชุดของคนตระกูลโหย่วออกแย่งชิงป้ายหยกสัญลักษณ์เชกเช่นทุกคืนที่ผ่านมา
นอกถ้ำที่ตั้งตระกูลเซี่ย
“เฟยหลง! เจ้าบอกว่าคนตระกูลเซี่ยพวกมันอยู่แถวนี้ใช่ไหม”หยุนฟู่หันมาเอ่ยถามสหายของตน
“ถูกต้องเจ้าเห็นแสงไฟข้างหน้านั่นไหม ที่นั่นคือถ้ำที่ตั้งใหญ่ของพวกมัน”
จ้าวเฟยหลงชี้นิ้วไปทางด้านหน้าของตนเพื่อให้หยุนฟู่ได้เห็นเป้าหมายของพวกเขา
“หึ..หึ!! นี่คงเป็นที่ให้พวกเราได้ล้างแค้นพวกมันเสียที”หยุนฟู่กำหมัดแน่น
“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ถึงยามโฉ่ว*เมื่อไรพวกเราค่อยลงมือตอนนี้พักผ่อนเอาแรงก่อนเถอะ”
จ้าวเฟยหลงกับหยุนฟู่จึงแอบไปหลังต้นไม้ใหญ่เก็บกลิ่นอายของตนเองป้องกันการถูกตรวจจับของคนตระกูลเซี่ย
ยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาวเหน็บสายลมพัดพาเอาความหนาวเย็นนี้เข้าสู่จิตใจของผู้คนให้หดหู่สัมผัสผิวกายให้สั่นสะท้าน ทุกผู้ทุกนามโหยหาความอบอุ่นเพื่อขับไล่ความหนาวเหน็บนี้ให้ออกไปจากตนเฉกเช่นคนของตระกูลเซี่ยที่ยืนยามหน้าถ้ำตอนนี้พวกเขากำลังผิงไฟขับไล่ความหนาวหาได้สนใจสิ่งรอบตัว
“หยุนฟู่ถึงเวลาแล้วพวกเราไปกันเถอะ” จ้าวเฟยหลงกระซิบแทนคำตอบของเขาหยุนฟู่พยักหน้าและตามจ้าวเฟยหลงไป
ทั้งสองคนเดินฝ่าลมหนาวจนมาใกล้กับปากถ้ำซึ่งพอดีกับหนึ่งในยามหน้าปากถ้ำหันมาพบเจอเข้าพอดี
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! พวกเจ้ากล้าดียังไงกล้าบุกรุกเข้ามาถึงที่ตั้งของตระกูลเซี่ย”
ยามคนนั้นตะโกนออกมาดึงความสนใจของทั้งกลุ่มออกมาจากกองไฟหันไปสนใจตัวของผู้มาใหม่ทั้งสองคน
“พวกมันมากันเพียงสองคน เดินไปมาในคืนสุดท้ายนี้นะหรือ”ยามอีกคนหนึ่งพูดขึ้น
“หรือว่าพวกมันคือ...สองโจรรัตติกาล”ยามคนแรกโพล่งขึ้นมา
“แจ้งข่าวเข้าไปในถ้ำเดี๋ยวนี้”ยามคนแรกตะโกนออกมา ทันใดนั้นมีคนรีบวิ่งเข้าไปรายงานในถ้ำอย่างรวดเร็ว
จ้าวเฟยหลงและหยุนฟู่ไม่เอื้อนเอ่ยอะไรให้มากความดาบในมือทั้งสองคน เปล่งประกายราวกับยินดีที่จะได้เข้าห้ำหั่นดื่มเลือดกินเนื้อของศัตรูอีกครั้ง
ในพริบตาจ้าวเฟยหลงใช้ก้าวย่างดาวตกเคลื่อนเข้าหายามคนหนึ่งหน้าปากถ้ำจนระยะห่างเหลือไม่ถึงครึ่งจั้งปราณดาบถูกฟาดออกมาอนุภาพของปราณดาบนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่สูงส่งจนไร้ทางสู้จิตใจตกต่ำอยากทำเพียงการยอมแพ้เท่านั้น
“แย่แล้ว!”
ยามคนแรกถูกปราณดาบจู่โจมพูดได้แค่นั้นก็นิ่งสงบแต่ปราณดาบชนเข้ากับหน้าผาเกิดเสียงดังสนั่นมองเห็นร่องรอยของดาบเป็นร่องลึกเข้าไปในหน้าผาราวสามจั้งร่างที่นิ่งสงบของยามคนแรกก็แยกจากกันเป็นสองส่วนตายแบบไม่รู้ตัว
“ใครเป็นคนต่อไปดี”เสียงทุ้มต่ำของจ้าวเฟยหลง แม้ไม่ตะโกนแต่ก็ดังสะท้านเข้าไปในจิตใจของยามอีกสามคนที่เหลือ
“บังอาจนัก!แกกล้าฆ่าคนของตระกูลเซี่ยคงอยากตายนักใช่ไหม”
ยามอีกคนตวาดเสียงดังเพราะเขาหายจากการตกตะลึงได้ก่อนเพื่อน ก่อนความตกใจจะกลายเป็นความโกรธที่เห็นเพื่อนถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา
ฉับ!
เสียงดังของการผ่าดังขึ้นทำให้ร่างของชายที่ตวาดออกมาขาดเป็นสองท่อนช่วงตั้งแต่เอวขึ้นไปตกลงบนพื้นโดยที่ส่วนเอวลงยังคงยืนอยู่เลือดพุ่งออกมากลายเป็นลำธารเลือดเล็ก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว
“สารเลวตระกูลเซี่ยตระกูลโหย่วของข้ามาแก้แค้นแทนคนที่พวกเจ้าชิงป้ายหยกสัญลักษณ์ไป”
หยุนฟู่ตะโกนเสียงดังแล้วพุ่งตัวเข้าไปต่อสู้กับยามที่เหลือใช้เวลาไม่นานยามทั้งสองคนก็ถูกจ้าวเฟยหลงและหยุนฟู่สังหาร
ตูม! ตูม!ตูม!
ปราณดาบที่ยิ่งใหญ่ถูกฟาดฟันออกมาเป้าหมายก็คือโจรรัตติกาลทั้งสองคนที่กล้ามาอหังการถึงหน้าที่ตั้งของพวกเขาร่างหลายสิบร่างเคลื่อนที่ออกมาจากถ้ำราวสายลมจ้องมองอย่างแค้นเคือง
จ้าวเฟยหลงพาหยุนฟู่ออกมาจากวงล้อมของปราณดาบอย่างไม่ยากเย็นจนผู้ที่ออกดาบยังต้องขมวดคิ้ว
“พวกมันไม่ธรรมดาจริงๆ” หยางป้ารำพึงในใจ
“โจรรัตติกาลพวกเจ้าต้องการอะไรถึงมาฆ่าคนตระกูลเซี่ยเช่นนี้ไม่กลัวการล้างแค้นของตระกูลเซี่ยหรือไง”
หยางป้าข่มขู่ด้วยอิทธิพลของตระกูลเซี่ยทันเมื่อเห็นฝีมือของทั้งสองคน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!
หากบิดากลัวอำนาจตระกูลเซี่ยของพวกเจ้าจะมาฆ่าหมาแมวที่นี่ทำไม” หยุนฟู่แสดงความแข็งกร้าวออกมาทันที
“เจ้า!...”
หยางป้าขมขื่นในปากเขาไม่อาจทำให้โจรทั้งสองหวาดกลัวกลับกันกับถูกลอบด่าว่าเป็นหมาแมว ยิ่งทำให้เกิดความแค้น
“ดี...ดีพูดดีไม่ชอบต้องให้ใช้กำลังแบบนี้ข้าจะส่งพวกเจ้าไปโลกหน้าก่อนค่อยหาความลับจากศพของพวกเจ้าภายหลัง”
หยางป้าไม่รอช้าโคจรพลังลมปราณทันทีเขาคือจอมยุทธ์ขั้นสองส่วนสองโจรรัตติการนั้นจากที่สังเกตุยังเป็นเพียงนักยุทธ์ขั้นเก้าเท่านั้นหามีอะไรต้องเกรงกลัว
ปราณดาบสีเหลืองอ่อนควบแน่นออกมากว้างสามจั้งรูปร่างเหมือนจันทร์เสี้ยว พุ่งใส่จ้างเฟยหลงอย่างรวดเร็วแสงเรืองรองของปราณดาบเหมือนดวงอาทิตย์ กวาดล้างทุกอย่างที่มันเคลื่อนผ่านมวลอากาศผกผันบิดเบี้ยว ผู้คนรอบข้างรับรู้ถึงพลังดาบนี้ทำให้รู้สึกไม่อาจต่อต้านจิตใจหวาดหวั่น
“ไอ้โจรคนนั้นต้องตายแน่อย่างไม่ต้องสงสัยโดนดาบนี้ของพี่หยางป้าเข้าไป”
“ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจุดจบย่อมตายอย่างอนาถ”
“บังอาจมาล่วงเกินตระกูลเซี่ยช่างไม่คิดถึงผลที่จะตามมาตายไปเสียก็ดี”
กลุ่มคนที่ตามหยางป้าออกมาพูดขึ้นอย่างสะใจพวกเขาต่างเสียขวัญจากการเข่นฆ่าของสองโจรรัตติกาล เมื่อเห็นสถานการณ์เปลี่ยนแปลงย่อมมีกำลังในกลับมาฮึกเฮิมอีกครั้ง
จ้าวเฟยหลงยืนนิ่งมองพลังของดาบนี้แต่ไม่อาจชมเชยได้ด้วยพลังปราณดาบนี้สำหรับเขาแล้วอ่อนด้อยนัก ความเร็วนับได้ว่าอยู่ในขั้นเชื่องช้ากระบวนท่าเต็มไปด้วยช่องโหว่มากมาย
จ้าวเฟยหลงตวัดมือฟันดาบออกไป ปราณดาบสีทองเปล่งประกายเจิดจ้าทรงพลังอันแข็งแกร่งหาใดเทียบฉีกห้วงอากาศจนแยกออกจากกันไร้สิ่งต่อต้านทุกอย่างราบเรียบเมื่อปราณดาบนี้เคลื่อนผ่านนี่คือกระบวนท่าที่หนึ่งของวิชาดาบเย้ยปฐพี “ราพณาสูร” เมื่อฟันออกไปไร้สิ่งต้านทานทุกสิ่งแหลกลานมิอาจหยัดยืน
หยางป้าผู้เป็นเป้าหมายของปราณดาบ ยิ้มเยาะในตอนที่เขาฟันดาบออกไปเมื่อได้ยินเสียงของคนรอบข้างเขายิ่งลำพองใจ มีความสุขที่ได้รับความชื่นชมความยำเกรงแต่วินาทีที่จ้าวเฟยหลงฟันดาบออกมานั้นทำให้ความสุขของเขาที่พึ่งได้รับมาสูญสลายไปอย่างรวดเร็วราวกับโดยพายุโหมกระหน่ำพัดหนีหาย
ทุกสิ่งถูกแทนที่ด้วยพลังอันแข็งแกร่งกดข่มตัวเขาเอาไว้ทำให้ไม่สามารถหลบหนีไปได้ทำให้รู้สึกถึงความตายที่แผงมากับปราณดาบสีทองสายนี้
ตูม!
ปราณดาบทรงพลังสองสายปะทะกันปราณดาบสีเหลืองของหยางป้าถึงกับขาดเป็นสองท่อนในทันทีแตกสลายเป็นแสงสว่างพร่างพราวในอากาศส่วนปราณดาบสีทองของจ้าวเฟยหลงยังคงมุ่งเข้าหาตัวหยางป้าอย่างไม่ลดความเร็วแม้แต่น้อยเหมือนกับว่าการปะทะกันกับปราณดาบเมื่อครู่นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรเลย
“แย่แล้ว”หยางป้าเห็นดังนั้นจึงรีบยกดาบขึ้นมาป้องกันตนเองเอาไว้
ตูม!
สิ้นเสียงการปะทะภาพที่ทุกคนเห็นทำให้คนตระกูลเซี่ยสมองขาวโพลน ร่างกาบแข็งค้าง หยางป้าผู้ที่เก่งกล้าเป็นอีกหนึ่งพรสวรรค์ของตระกูลเซี่ยนอนตายโดยร่างกายของเขากระจัดกระจายไปทั่ว โดนดาบของนักยุทธ์ขั้นเก้าฟันจนตายเรื่องนี้ขนาดมองดูกับตายังทำใจเชื่อไม่ได้เลยที่เห็นจอมยุทธ์ถูกนักยุทธ์สังหารต่อหน้าต่อตา
“หยุนฟู่ที่เหลือแบ่งกันนะ!” จ้าวเฟยหลงหันไปบอกสหาย
“ได้เลย!” พูดจบหยุนฟู่กระโดดเข้าหากลุ่มของคนตระกูลเซี่ยทันที
ไม่นานจากนั้นสามสิบกว่าคนที่ตามหยางป้าออกมาก็ถูกจัดการจนหมดสิ้น
สองโจรรัตติกาลจึงเดินเข้าไปในถ้ำแบบสบายอุราซึ่งตอนนี้ก็เหลือคนตระกูลเซี่ยเพียงอีกไม่กี่คนเท่านั้น
ราวครึ่งเค่อทั้งสองคนมาถึงโถงถ้ำที่เซี่ยหลี่เฉียงรออยู่สายตาที่มองเหมือนกับอยากจะสังหารพวกเขาให้ตายอย่างทรมาน
“พวกเจ้า! สองโจรรัตติการปลอมตัวเป็นคนตระกูลนั้นตระกูลนี้ออกทำการปล้นชิงป้ายหยกสัญลักษณ์ของคนไปทั่ว สร้างความร้าวฉานระหว่างอัจฉริยะพวกเจ้าต้องการอะไรกันแน่”เซี่ยหลี่เฉียงเอ่ยถาม
จ้าวเฟยหลงกับหยุนฟู่มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาจากนั้นจึงถอดผ้าคลุมหน้าออก
ทันทีที่มองเห็นใบหน้าทั้งสองคนเซี่ยหลี่เฉียงตกใจจนเกือบพลัดตกกับเก้าอี้
“จะ...เจ้า”เสียงพูดตะกุกตะกักของเซี่ยหลี่เฉียงถูกขัดโดยจ้าวเฟยหลง
“คงคิดว่าข้ายังอยู่ที่ป่าเขตที่สองสินะ”จ้าวเฟยหลงพูดออกมาสายตาสงสารจับใจมองไปที่เซี่ยหลี่เฉียงที่ถูกหลอกมาตั้งนาน
“ไม่ถูกต้อง! ป้ายไม่มีทางผิดพลาด” เซี่ยหลี่เฉียงไม่อาจยอมรับได้
“ถูกแล้วมันไม่ผิดพลาดป้ายทำงานของมันได้ดีอย่างที่สุด แต่ที่พลาดคือพวกเจ้าเลือกที่จะทำร้ายข้าต่างหาก”
จ้าวเฟยหลงแผ่จิตสังหารออกมาจนคนที่อยู่ในโถงถ้ำถึงกับรู้สึกเย็นยะเยือก
*ยามโฉ่ว คือ 01.00 – 02.59 น.