กระเป๋าเดินทางของพ่อลูกดกเต็มไปด้วยเสื้อผ้าอีกครั้ง หลังจากผ่านไปสามวัน ไอ้โชนก็พร้อมเดินทางกลับไปรับใช้นาย มันบอกลาลูกเมียที่บ้านและให้สัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมใหม่ เหมือนมะลิจะไม่พอใจที่ยังไม่ได้รับแรงกระแทกจากผัว แต่เธอก็ว่าอะไรไม่ได้ เพราะคนที่ทำให้ครอบครัวสุขสบายมาจนถึงตอนนี้คือไอ้โชนคนเดียว
“เดินทางปลอดภัยนะคะพี่โชน”
“จ๊ะ ฝากดูแลลูกด้วยนะ เดี๋ยวพี่โอนเงินมาให้”
“ค่ะ”
ชายร่างใหญ่บอกลาลูกๆก่อนจะขึ้นรถทัวร์กลับกรุงเทพฯ เมื่อหลับได้ตื่นหนึ่ง ชายฉกรรจ์ก็หิ้วกระเป๋าลงจากสถานี ตอนนี้มันสายมาก รถทัวร์เดินทางช้ากว่ากำหนดเกือบชั่วโมง ไอ้โชนบอกกับเ้านายว่ามันจะถึงคฤหาสน์ไปเกินหกโมงเย็น ซึ่งตอนนี้เวลาล่วงเลยมาครึ่งชั่วโมง
“พี่! ไปบ้านหลังนี้ ด่วนๆเลย เดี๋ยวผมให้เงินพิเศษ”
หนุ่มบ้านนอกบอกลุงแท็กซี่ ก่อนจะโยนกระเป๋าสัมภาระและถุงของฝากเข้าไปหลังรถ แท็กซี่ขับเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ ไอ้โชนกระวนกระวาย เหงื่อไหลท่วมตัวเปียกเต็มหลัง ตอนนี้เข้าสู่่หัวค่ำ เมื่อมาถึงหน้าคฤหาสน์หลังงาม คนขับรถบ้านนอกก็พบว่าตัวเองมาสายหนึ่งชั่วโมงเต็ม
“อ้าว โชน กลับมาแล้วหรอ” ป้าแม่บ้านถาม
“ครับป้า”
“คุณท่านฝากมาบอกว่าถ้าแกกลับมาแล้วให้ไปหาที่เรือนเล็กทันที”
“อ๋อ…ครับ สงสัยอยากรู้ว่าผมเอาอะไรมาฝาก”
“แหม เอาใจเ้านายเก่งจังเลยนะเอ็ง”
“ผมก็มีมาฝากป้าเหมือนกัน”
ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่มีชายชราอาศัยอยู่คนเดียว นั่นก็คือคุณดิเรก เขาเป็ชายแก่อายุ 70 ปี หน้าตาสุขุมผ่องใส มองจากไกลๆก็เห็นรัศมีความรวยฉายออกมา คุณดิเรกยังคงเดินเหินได้เหมือนหนุ่มๆทั่วไป ภรรยาเสียชีวิตไปหลายสิบปีแล้ว ส่วนลูกๆก็ออกไปสร้างครอบครัวและสานค่อธุรกิจจนรุ่งเรือง นั่นจึงทำให้คฤหาสน์หลังใหญ่มีเ้านายเพียงคนเดียว
กิจวัตรประจำวันของคุณดิเรกก็ไม่มีอะไรมาก เขาชอบปลูกต้นไม้ สะสมของโบราณราคาแพง บ้างก็หาเวลาออกไปทักทายเพื่อนร่วมรุ่น ภายนอกเป็คนมีอายุดูอบอุ่น แต่มีเพียงไอ้โชนเท่านั้นที่ได้เห็นธาตุแท้ของชายแก่
“แฮก แฮก…ผม…กลับมาแล้วครับนายท่าน!”
คนขับรถวิ่งแจ้นมายังเรือนหลังเล็ก มันตั้งอยู่ด้านหลังของคฤหาสน์ เป็เรือนไทยโบราณที่ถูกสร้างด้วยวัสดุทันสมัย โอบล้อมไปด้วยสวนธรรมชาติและต้นไม้สูงใหญ่ ั้แ่ที่ภรรยาเสียชีวิตไปคุณดิเรกก็แทบจะเข้ามาใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้ คฤหาสน์หลังใหญ่ทำหน้าที่เป็เรือนต้อนรับแขกเท่านั้น ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามาในเรือนหลังเล็ก ยกเว้นคนขับรถส่วนตัว
“หนึ่งชั่วโมง”
“….”
เสียงนั้นเยือกเย็นยิ่งกว่าฟังในโทรศัพท์
เก้าอี้หนังสีดำค่อยๆหมุนตัวหันกลับมา ปรากฏชายชราร่างสูงมาดผู้ดี ใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นตามวัย สายตาเรียบเฉยมองคนขับรถหอบเหนื่อยั้แ่หัวจรดเท้า เส้นผมสีขาวถูกจัดทรงด้วยเจล สวมชุดสูทหรูตัดเย็บอย่างประณีต บนนิ้วมือมีซิการ์มวนใหญ่กำลังติดไฟคุกรุ่น เมื่อชายชรายกขึ้นมาดูด ควันโขมงก็กระจายไปทั่วห้องทำงานชั้นสอง
“ฉันต้องพลาดงานเลี้ยงสำคัญก็เพราะแก”
“ผม…ผมขอโทษครับนายท่าน”
ณ เวลานี้คุณดิเรกควรจะอยู่ในงานเลี้ยงสังสรรค์ แต่การมาสายของคนขับรถทำให้เขาพลาดงานสังคมไปอย่างง่ายๆ ไอ้โชนนั่งคุกเข่าตรงหน้า มันก้มมองรองเท้าหนังแวววาวของนายท่าน ร่างใหญ่คลานเข้าไปหารองเท้าคู่นั้น ก่อนจะเอาหัวแนบชิดอย่างคนสำนึกผิด
“ผมผิดไปแล้วครับ”
“แกไม่ได้ผิดหรอก”
“….”
“สามปีที่ผ่านมาฉันคงฝึกแกไม่ดีเอง”
“น…นายท่าน”
“ต่อจากนี้คงต้องเปลี่ยนวิธีฝึกใหม่”
ไอ้โชนตัวสั่น มันก้มหน้ารับชะตาของตัวเอง
“ถอดเสื้อออก”
“ค…ครับ”
เสื้อยืดเก่าๆถอดออกไปจากร่างพร้อมกางเกงยีนส์สีซีด ไอ้โชนไม่มีอะไรติดตัว มันนั่งคุกเข่าก้มหน้าสำนึกผิดในห้องทำงาน ด้านในเต็มไปด้วยรูปวาดราคาแพง เฟอร์นิเจอร์ล้วนแล้วแต่เป็แนวยุโรปยุคเก่า แสงจากโคมไฟสลัวส่องกระทบผิวหยาบกร้าน ห่วงเหล็กสีเงินแวววาวห้อยกลางง่ามโตงเตง
แควก!!
“อ๊ากก อื้มม!!!”
คนขับรถร้องจ๊าก ก่อนจะรีบเม้มปากเก็บเสียง น้ำตาไหลพราก เสียงกัดฟันดังกรอดจนสันกรามเด่นชัด เมื่อสักครู่นี้คุณดิเรกพึ่งจะกระชากเทปปิดหัวนมของสัตว์เลี้ยงออกไป และดูเหมือนแรงกระชากนั้นจะดึงิัชั้นบนของไอ้โชนติดมาด้วย
“มองหน้าฉัน”
“….”
“พูดสิว่าแกสมควรโดนแบบนี้”
“ผ…ผมสมควรโดนลงโทษครับท่าน”
ไอ้โชนพูดไปสะอึกน้ำตาไป หัวนมชิ้นใหญ่แสบร้อนจากแผลถลอก แม้จะมีเืซึมจางๆที่ยอดหน้าอก แต่ก็ไม่มีอะไรเ็ปไปกว่าลำเอ็นแข็งขืนในห่วงล็อคอีกแล้ว แรงกระชากเมื่อสักครู่กระตุ้นอะไรบางอย่างในตัว แท่งเนื้อความเป็ชายที่เคยผงาดอย่างภาคภูมิกลับถูกขังไว้ในห่วงล็อคที่เล็กเกินไป มันไม่ได้พองขยายเต็มตัวมานานกว่าสามเดือน
ไอ้โชนยอมทำทุกอย่าง ขอแค่เ้านายไขกุญแจเพียงหนึ่งครั้ง มันจะก้มหน้ากราบเท้านายท่านกับความกรุณาที่เมตตาสุนัขโง่ๆตัวนี้
“หึ” คุณดิเรกหัวเราะในลำคอ “เหมือนแกจะชอบนะ”
“น…นายท่านครับ อึก”
“จัดการซะ”
“ครับท่าน”
คุณดิเรกนั่งบนเก้าอี้หนังสีดำ เขายื่นเท้าไปหาชายฉกรรจ์ผิวเข้ม ไอ้โชนรู้หน้าที่ของตัวเอง มันก้มหน้าจูบรองเท้าหนังและใช้ลิ้นเลียคราบฝุ่นออกไป เมื่อรองเท้าแวววาวสะท้อนแสงไฟ มือหนาก็ค่อยๆถอดมันออกช้าๆ จมูกโด่งสูดดมกลิ่นอับในช่องฟอดใหญ่ ก่อนจะหันมาสูดดมกลิ่นถุงเท้าเ้านายทั้งสองข้าง
คุณดิเรกสูบซิการ์มองท่าทางของไอ้โชนอย่างพอใจ กว่าจะฝึกให้มันเชื่องแบบนี้ได้ไม่ง่ายเลย