ซ่งจินเหยาได้เดินทางทะลุมิติมาแล้ว และทันทีที่ลืมตาตื่น เธอก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านนอก
“หากนางไม่ยอมไป พวกเราจะยอมให้อิ๋งเซี่ยแต่งงานกับเขาจริง ๆ หรือ?” เสียงร้องของหญิงวัยกลางคนดังขึ้น
“อิ๋งเซี่ยต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในบ้านที่ยากจนข้นแค้นมานับสิบปี ในที่สุดพวกเราก็หานางพบ เ้ายังจะยอมให้นางทนทุกข์ต่อไปได้อย่างไร?”
“ใช่ว่าข้าไม่ห่วงใยจินเหยา หลายปีมานี้ ข้าดีต่อนางเหมือนลูกในไส้ หากตอนนั้นข้าไม่ะโลงไปช่วยจินเหยาเอาไว้ อิ๋งเซี่ยก็คงไม่หายตัวไป จินเหยาใช้ชีวิตสุขสบายกับพวกเรามาหลายปี ทว่าอิ๋งเซี่ย…”
ซ่งจินเหยาพยายามอย่างหนักที่จะทำความเข้าใจบทสนทนาเ่าั้ พร้อมกับปะติดปะต่อความทรงจำที่สับสนของเ้าของร่างเดิมในหัว ในที่สุดเธอก็เริ่มเข้าใจเื่ราวต่าง ๆ ได้พอสมควร
เธอได้ทะลุมิติมายังยุคโบราณที่ไม่มีใครรู้จัก หญิงสาวเ้าของร่างเดิมอาศัยอยู่กับลุงและป้ามาั้แ่เด็ก และเสียงของหญิงวัยกลางคนที่กำลังพูดอยู่ขณะนี้ก็คือป้าของนาง
ลุงของนางเป็บัณฑิต ตอนนี้ทำงานเป็เสมียนอยู่ในที่ว่าการ ทำให้ครอบครัวของพวกเขามีฐานะดีกว่าชาวบ้านทั่วไปอยู่เล็กน้อย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาดีกับนางมาก
ครั้งเมื่อหญิงสาวเ้าของร่างเดิมอายุได้สามขวบ นางตกลงไปในแม่น้ำโดยบังเอิญ ป้าผู้นี้ก็เป็คนะโลงไปช่วยนางขึ้นมา ทว่าหลังจากนั้นกลับพบว่าลูกสาวแท้ ๆ ของตนเอง ‘หลี่อิ๋งเซี่ย’ ได้หายตัวไป พวกเขาออกตามหากันอยู่นานสองปี หาอย่างไรก็หาไม่พบ สุดท้ายก็ยอมแพ้และทำได้แต่ยอมรับความจริง จากนั้นจึงเลี้ยงดูเ้าของร่างเดิมประหนึ่งลูกสาวแท้ ๆ
แต่แล้วโชคชะตากลับพลิกผัน จู่ ๆ หลี่อิ๋งเซี่ยก็กลับมา บนตัวนางมีปานแต่กำเนิด แถมยังมีหน้าตาละม้ายคล้ายมารดาไม่ผิดเพี้ยน จึงยืนยันได้ว่านางคือลูกสาวของตระกูลหลี่จริง ๆ
ตามหลักแล้ว เ้าของร่างเดิมก็เป็เพียงหลานสาวของตระกูลหลี่ การกลับมาของลูกพี่ลูกน้องอย่างหลี่อิ๋งเซี่ยจึงไม่น่าจะส่งผลกระทบอะไรต่อนางมากนัก
แต่ปัญหาก็คือ…พ่อแม่บุญธรรมในชนบทที่เลี้ยงดูหลี่อิ๋งเซี่ยมา ได้จัดเตรียมการแต่งงานให้นางกับผู้ชายคนหนึ่งไว้แล้ว แถมพวกเขายังรับเงินสินสอดจำนวนห้าสิบตำลึงมาแล้วด้วย
หากจะพูดให้เห็นภาพก็คือ สำหรับชาวบ้านทั่วไป การจะหาภรรยาสักคนหนึ่ง แค่สิบตำลึงก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่นี่เป็ครอบครัวในชนบทแท้ ๆ กลับกล้าเรียกร้องเงินสินสอดมากกว่าถึงห้าเท่า แบบนี้ต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลแน่นอน
ใช่แล้ว ไม่ว่าจะมองมุมไหน การแต่งงานครั้งนี้ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะดีนัก
ชายคนนั้นอายุยี่สิบห้าปี มากกว่าหลี่อิ๋งเซี่ยถึงเก้าปี แถมยังเป็พ่อหม้ายลูกติด ที่ออกจากตระกูลมานานแล้ว เขาเลี้ยงดูลูกน้อยสามคนตามลำพัง ดังนั้นจึง้าแต่งภรรยาเพื่อให้มาช่วยเลี้ยงดูเด็ก ๆ งานนี้จึงยอมทุ่มสุดตัว ยกเงินสินสอดทั้งหมดที่มีเพื่อแต่งหลี่อิ๋งเซี่ยมาเป็ภรรยา
ยังลือกันอีกว่า ชายคนนั้นกังวลว่าภรรยาใหม่อาจจะใจร้ายกับลูก ๆ เขาจึงประกาศไว้ั้แ่เนิ่น ๆ ว่า หลังจากแต่งงานแล้วเขาจะไม่ขอมีลูกใหม่อีกในอนาคต
นั่นจึงเป็เหตุผลว่าทำไมเขาถึงยอมจ่ายค่าสินสอดมากมายขนาดนี้
ด้วยเงื่อนไขเช่นนี้ ในอดีตหลี่อิ๋งเซี่ยอาจยอมรับชะตากรรมนี้ก็เป็ได้ แต่ตอนนี้นางได้พบกับบิดามารดาผู้ให้กำเนิดแล้ว จะให้นางกลับไปแต่งงานกับชายหม้ายผู้น่าสงสารคนนั้นได้อย่างไร?
แน่นอนว่านางย่อมต้องร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้าบิดามารดาของนาง แสดงท่าทางที่น่าสงสารอย่างสุดฤทธิ์ จนทำให้พวกเขาใจอ่อนลง
ดังนั้น แม่ลี่จึงนึกถึงหลานสาวของตนอย่างซ่งจินเหยา
นางพูดความในใจทั้งหมดออกไป
“จินเหยา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ป้ากับลุงดูแลเ้าดีเพียงใดก็คงไม่ต้องพูดให้มากความ กล่าวกันว่าบุญคุณของการเลี้ยงดูนั้นยิ่งใหญ่กว่าการให้กำเนิด ข้าไม่เคยร้องขอสิ่งใดตอบแทน แต่พี่สาวของเ้าช่างน่าเวทนานัก นอกจากเ้าแล้ว ใครเล่าจะช่วยนางได้อีก?”
“ถ้าตอนนั้นข้าไม่ะโลงแม่น้ำไปช่วยเ้า อิ๋งเซี่ยจะหายตัวไปได้อย่างไร? แม่คนไหนจะยอมสละชีวิตลูกของตัวเองได้กันเล่า จริงไหม? แล้วตอนนี้เ้าจะไม่สนใจตอบแทนความเมตตาของพวกเราสักหน่อยเลยหรือ?”
ส่วนพ่อหลี่เองก็ไม่เต็มใจที่จะแยกจากลูกสาวที่พวกเขาเพิ่งได้กลับมา ทว่าก็ไม่อยากทิ้งหลานสาวที่เลี้ยงดูมาอย่างดีเช่นกัน
แต่ถึงอย่างไร พวกเขาก็ไม่สามารถคืนเงินสินสอดห้าสิบตำลึงนั้นได้ สุดท้ายจึงต้องตัดสินใจ
พวกเขาจำต้องกัดฟันและตัดสินใจส่งหลานสาวไปแต่งงานแทน เพราะไม่้าให้มีเื่วุ่นวายเกิดขึ้นในครอบครัว
หญิงสาวเ้าของร่างเดิมร้องไห้เสียใจอย่างหนัก สุดท้ายจึงะโลงบ่อน้ำฆ่าตัวตาย
และซ่งจินเหยาก็ทะลุมิติเข้ามาในร่างนี้พอดี
เธอเกาศีรษะด้วยความหงุดหงิดใจ
นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี่ย?
จากนิยายที่เธอเคยอ่านผ่านตามา เวลาที่คนอื่นเขาทะลุมิติ หากไม่ไปเป็พระชายา ก็ไปเป็คุณหนูผู้สูงศักดิ์กันทั้งนั้น
แล้วเหตุใดการเดินทางทะลุมิติของเธอจึงกลายเป็เื่เลวร้ายเช่นนี้เนี่ย?
ที่แย่ไปกว่านั้น หากเธอมาถึงเร็วกว่านี้สักหน่อยก็ยังพอจะพลิกสถานการณ์ได้ แต่นี่เ้าของร่างเดิมดันก่อเื่ไว้จนวุ่นวาย สายสัมพันธ์ในครอบครัวและความรู้สึกผิดที่ตระกูลหลี่มีต่อนางจึงมลายหายไปจนสิ้น
เื่นี้ยิ่งทำให้แม่หลี่มีความมั่นใจในความคิดที่จะให้หลานสาวไปแต่งงานแทนลูกสาวแท้ ๆ ของตนมากขึ้น ตอนนี้นางไม่มีความรู้สึกผูกพันกับจินเหยาอีกต่อไป จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะเก็บนางเอาไว้
ซ่งจินเหยาลุกขึ้นนั่งพร้อมกับถอนหายใจเบา ๆ ออกมา
เื่มาถึงจุดนี้แล้ว เธอจะทำอะไรได้อีก?
ซ่งจินเหยาลุกจากเตียงแล้วเดินออกไปพูดว่า “ท่านป้า หยุดร้องไห้ได้แล้ว ข้าจะไปเอง”
แม่หลี่ที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญอยู่ถึงกับหยุดชะงักไปทันที นางไม่คิดว่าหลานสาวจะฟื้นขึ้นมาได้ในเวลานี้ จึงรู้สึกอึดอัดและอับอายมาก ผ่านไปครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก
“จินเหยา ไม่ใช่ว่าป้าไม่รักเ้า แต่เป็เพราะ…”
“ข้าเข้าใจดี” ซ่งจินเหยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เมื่อข้าไปแล้ว การหมั้นหมายกับพี่เจียนปิ่งก็ส่งต่อให้อิ๋งเซี่ยเถอะ”
ใบหน้าของแม่หลี่พลันแดงก่ำ
ที่จริงแล้ว ซ่งจินเหยาได้หมั้นหมายกับหยางเจียนปิ่ง ลูกชายของรองนายอำเภอฉางฮวาเอาไว้แล้ว หยางเจียนปิ่งคนนี้เพิ่งอายุสิบเก้าปี ตอนอายุเพียงสิบหกปีก็สามารถสอบขุนนางผ่านได้ อนาคตถือว่าสดใสมากทีเดียว
ก่อนที่หลี่อิ๋งเซี่ยจะกลับมา ตระกูลหลี่ปฏิบัติต่อซ่งจินเหยาประหนึ่งลูกสาวแท้ ๆ ของตนก็มิปาน แน่นอนว่าอะไรดี ๆ พวกเขาย่อมมอบให้นางเสมอ
พ่อหลี่เป็เสมียนในที่ว่าการอำเภอ เขาเป็คนขยันขันแข็ง จึงได้รับความไว้วางใจจากรองนายอำเภอฉางฮวามาก สองสามีภรรยาตระกูลหลี่ต่างคิดว่า คงเป็เพราะเหตุนี้ที่ทำให้ตระกูลหยางมาสนใจหมั้นหมายกับซ่งจินเหยา
หากหลี่อิ๋งเซี่ยมิได้หายตัวไปั้แ่เด็ก การหมั้นหมายนี้จะต้องเป็ของนางอย่างแน่นอน เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็ลูกสาวในสายเืของพวกเขา หลานสาวนอกสายเืจะมาเทียบเคียงได้อย่างไร?
แน่นอนว่านี่เป็เพียงความคิดของพวกเขาเท่านั้น แม่หลี่นั้นรักหน้าตาเกินกว่าจะพูดอะไรออกมาให้คนอื่นมองว่านางเป็คนใจแคบไร้ความเมตตา
“หากเ้าเต็มใจก็ดีแล้ว นี่เงินหนึ่งตำลึง เก็บติดตัวเอาไว้ใช้…”
พ่อหลี่ยื่นเงินหนึ่งตำลึงให้ซ่งจินเหยา แต่ก็ไม่ได้พูดเื่หากมีปัญหาก็ให้กลับมาหาพวกเขาได้อะไรทำนองนั้นออกมา
อย่างไรก็ตาม ชายที่ซ่งจินเหยาจะต้องไปแต่งงานด้วยนั้นมีลูกติดถึงสามคน อีกทั้งยังอาศัยอยู่ในชนบท หากนางทนความลำบากไม่ได้แล้วหนีกลับมาพวกเขาจะทำอย่างไร?
พวกเขาไม่มีเงินห้าสิบตำลึงมาคืนให้ฝ่ายชายหรอกนะ ตระกูลลี่เก็บเงินทั้งชีวิตก็มีไม่มากขนาดนั้น
กล่าวได้ว่าครอบครัวที่เลี้ยงหลี่อิ๋งเซี่ยมานั้นช่างเลวร้ายจริง ๆ
ในทางกลับกัน ซ่งจินเหยาไม่ใช่เ้าของร่างเดิมและไม่ได้เติบโตมาในโลกนี้ เธอจึงไม่มีความรู้สึกผูกพันใด ๆ กับลุงและป้าที่อยู่ตรงหน้านี้เลย เธอไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือต่อต้าน และยิ่งไม่มีทางปฏิเสธ ทำเพียงแค่รับเงินมาอย่างใจเย็นโดยไม่พูดอะไร
“พักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าจะมีเกวียนมารับเ้า”
ลุงและป้ากล่าวจบก็ออกจากห้องไป เห็นได้ชัดว่าพวกเขารีบร้อนที่จะส่งนางออกไปให้ไวที่สุด ไม่คิดแม้แต่จะเดินทางไปส่งนางเสียด้วยซ้ำ
บ้านตระกูลหลี่แม้ว่าจะมีฐานะดีกว่าชาวบ้านทั่วไป แต่พวกเขาก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร การให้เงินหนึ่งตำลึงแก่นางก็ถือว่าใจกว้างมากแล้ว
พ่อหลี่มีรายได้จากการเป็เสมียนในที่ว่าการ ก็แค่เดือนละห้าสิบเหวินเท่านั้นเอง
…
เช้าวันรุ่งขึ้น
แม่หลี่มาที่ห้องของซ่งจินเหยาั้แ่เช้าเพื่อช่วยจัดของ แท้จริงแล้วก็แค่ข้ออ้าง นางมาเพื่อคอยจับตาดูต่างหาก
ทว่าซ่งจินเหยาไม่ได้ใส่ใจอะไร นางเก็บเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนแค่สองชุดและปิ่นไม้สามอัน ส่วนเครื่องประดับเงิน กำไลหยก และของล้ำค่าอื่น ๆ ในกล่อง นางไม่ได้เอาไปแม้แต่ชิ้นเดียว
เมื่อซ่งจินเหยาจัดของเสร็จ แม่หลี่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ซ่งจินเหยารู้สึกขบขันอยู่ในใจ แต่สีหน้ากลับไม่ได้แสดงออกใด ๆ นางเดินออกจากบ้านและขึ้นเกวียนเทียมม้าหลังคาคลุมด้วยผ้าสีดำที่ตระกูลหลี่จัดเตรียมไว้ให้ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองสักครั้ง
กลับเป็พ่อแม่หลี่เสียเองที่รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
เลี้ยงดูมาสิบกว่าปี ต่อให้เป็หมาหรือแมวก็ยังมีความผูกพัน แล้วนี่คือซ่งจินเหยาที่เป็เด็กดี เชื่อฟังและว่านอนสอนง่าย เด็กที่ดูแลทุกอย่างในบ้านได้อย่างเรียบร้อยสมบูรณ์แบบ
เวลานี้…นางกลับเดินจากไปทั้งอย่างนั้น
ใครเล่าจะรู้สึกดี?
.
.
.