วันหยุดสุดสัปดาห์มาถึงเร็วกว่าที่ฉันคาด หลังจากผ่าน่เรียนที่วุ่นวายติดต่อกันหลายวัน ฉันเดินออกมาหน้าบ้านเพื่อเตรียมจะรดน้ำต้นไม้ช่วยพี่แคท ก็ได้ยินเสียงใส ๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักคนหนึ่งที่วิ่งเข้ามากอดพี่เจแน่น
“พี่เจ น้องเบลล์คิดถึงพี่เจที่สุดเลยค่ะ!” ฉันชะงักแล้วมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้
“ไม่เจอกันตั้งนาน พี่เจก็คิดถึงน้องเบลล์เหมือนกัน” พี่เจย่อตัวลงลูบหัวน้องเบลล์เบา ๆ ก่อนจะจูงมือพาออกไปข้างนอกด้วยกัน
น้องเบลล์เด็กหญิงวัยสิบเจ็ดปี ใบหน้าน่ารักราวกับตุ๊กตา ยิ้มกว้างจนดวงตาโค้งเป็สระอิ เสียงหัวเราะสดใสของทั้งคู่ดังสลับกับเสียงพูดคุยไม่ขาดสาย ฉันมองภาพนั้นแล้วรู้สึกเหมือนว่าพวกเขาเป็พี่น้องสายเืเดียวกันจริง ๆ
เสียงทุ้มของเขาที่ปกติจะฟังราบเรียบและกวนประสาทฉันอยู่เสมอ กลับอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันยืนอยู่ห่าง ๆ พลางกอดแขนตัวเอง หัวใจเต็มไปด้วยคำถามที่ผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ…
พี่เจเป็แบบนี้กับทุกคนเหรอ? ใจฉันหวิวขึ้นมาทันทีที่คิดเช่นนั้น ระหว่างที่กำลังจมอยู่กับความคิด เสียงคุ้นหูของป้าเมย์ก็ดังขึ้นที่ด้านหลัง
“น้องเบลล์น่ะ หลานเพื่อนป้าเอง ติดตาเจอย่างกับอะไรดี” ป้าเมย์เดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม เธอมองภาพทั้งคู่เดินจูงมือกันด้วยสายตาอบอุ่น ก่อนพูดต่อราวกับอยากเล่าเื่เก่า ๆ ให้ฟัง
“นี่ดีขึ้นเยอะแล้ว ตาเจน่ะ รักเด็กมาก โดยเฉพาะกับเด็กผู้หญิงเนี่ย”
คำพูดนั้นทำให้ฉันเหมือนถูกน้ำเย็นราดลงมาทั้งตัว สิ่งที่ฉันได้รับไม่ต่างอะไรจากสิ่งที่เขามอบให้กับเด็กผู้หญิงคนอื่น หรือในสายตาของเขา ฉันก็เป็เพียงเด็กผู้หญิงอีกคนที่เขาจำเป็ต้องดูแล…ไม่ต่างอะไรจากน้องเบลล์
ฉันเผลอกำโทรศัพท์แน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกในอกสับสนปนเปกันจนไม่อาจหาคำอธิบายได้
ติ๊ง—
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น ทำให้ฉันรีบก้มมองหน้าจอโทรศัพท์เพื่อหลบสายตาตัวเองจากป้าเมย์ เป็ข้อความจาก พี่ปูน พี่รหัสแสนดีที่คอยช่วยเหลือฉันเสมอ
POON : ส้ม พี่มีงานพาร์ทไทม์มาแนะนำ คาเฟ่เพื่อนพี่เพิ่งเปิดใหม่ ้าพนักงานพอดี สนใจไหม?
ฉันเบิกตากว้าง รีบพิมพ์ตอบด้วยความดีใจ
SOM : สนใจค่ะพี่ปูนนน
POON : ถ้าโอเค พรุ่งนี้เริ่มได้เลย 8.30 - 17.00 น.
SOM : ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะที่นึกถึงส้ม
ฉันยิ้มกว้างอย่างดีใจที่จะมีรายได้เสริม แม้ตอนนี้แม่จะเริ่มมีงานทำและสามารถเคลียร์หนี้สินได้บ้างแล้ว แต่ฉันก็ยังอยากช่วยแม่แบ่งเบาภาระให้มากที่สุด อย่างน้อยรายได้จากงานพิเศษนี้ก็จะช่วยให้เราหายใจได้สะดวกขึ้นอีกหน่อย
โชคดีที่ฉันเคยทำงานในคาเฟ่มาก่อนเลยไม่ค่อยกังวลเื่นี้เท่าไร ที่สำคัญคือฉันรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ออกไปทำงานพิเศษอีกครั้ง
หลังช่วยพี่แคททำความสะอาดและทำอาหารเสร็จเรียบร้อย ฉันก็รีบกลับห้องเพื่อเข้านอนทันที การได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จะทำให้ฉันพร้อมสำหรับงานใหม่ที่กำลังจะมาถึงในวันพรุ่งนี้
แต่ทันทีที่หมุนลูกบิดประตูห้อง เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดิน
“รีบนอนจังนะวันนี้”
ฉันสะดุ้งเล็กน้อย รีบหันไปตามเสียง พี่เจยืนพิงผนังสองมือสอดกระเป๋ากางเกง ใบหน้าเรียบนิ่งเหมือนเคย แต่สายตาคมที่มองตรงมาเล่นเอาหัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ
“ค่ะ…พอดีพรุ่งนี้มีธุระนิดหน่อย” ฉันฝืนยิ้มพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด ก่อนจะรีบพูดต่อ
“พี่เจก็ฝันดีนะคะ”
พูดจบฉันก็แทบจะผลุบเข้าห้องทันที ไม่รอให้พี่เจตอบกลับ กลัวเหลือเกินว่าท่าทีหรือใบหน้าของตัวเองจะเผยความรู้สึกจริง ๆ ออกมา โดยเฉพาะในเวลาที่เขามองมาแบบนั้น—สายตานิ่ง ๆ แต่กลับทำให้ใจฉันสั่นอย่างไม่มีเหตุผล
ฉันปิดประตูห้องลงอย่างรวดเร็ว พิงหลังกับบานประตู สูดหายใจลึกหัวใจยังเต้นแรงไม่เป็จังหวะ
พยายามบอกตัวเองซ้ำ ๆ เขาก็เป็แบบนี้กับเด็กผู้หญิงทุกคน ท่องไว้ส้มท่องไว้อย่าเผลอคิดเกินกว่าความจริง