[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    เล่มที่ 1 บทที่ 40 หลี่ชางฮ่าว


    ชิ้ง.....!


    ชายคนนั้นชักดาบออกมาและนำดาบไปพาดไว้บนคอของหวังถิง


    "เจียงเฉิน ทั้งสี่คนนี้เป็นทหารรับจ้างที่มาด้วยกันกับเจ้า ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่าเจ้าต้องการที่จะเห็นพวกมันตายต่อหน้าเจ้าเพราะการตัดสินใจของเจ้า"


    หลี่ชางเย่ว์มองไปยังเจียงเฉินด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย


    "ไร้ยางอาย!!"


    เยี่ยนเหมิงตะโกนออกมาด้วยความรังเกียจ เรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวกับหวังถิงและอีกสามคน ทั้งสี่เป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เยี่ยนเหมิงได้สู้ผ่านสถานการณ์เป็นตายมาพร้อมกับพวกเขา หากพวกเขาตกตายต่อหน้าเขาโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้ เขาคงเป็นทุกข์


    "ฮ่าฮ่า..... หลี่ชางเย่ว์ เจ้าจะฆ่าก็ฆ่าซะ เจ้าประเมินพวกค่าสูงไปนะ ข้าหวังถิงและน้องชายเจียงเฉินเพิ่งได้พบก่อนหน้าที่จตุรัสเมื่อไม่นานมานี้ ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าสนิทด้วยซ้ำ เจ้าคิดจะใช้พวกเรามาข่มขู่น้องชายเจียงเฉินเรอะ เจ้าคำนวณพลาดอย่างแรง!"


    หวังถิงหัวเราะเสียงดัง ใบดาบที่คมกริบได้กดลงมาบนคอเขา ทำให้เลือดเขาไหลออกมา อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้แสดงออกถึงความหวาดกลัว ความบ้าดีเดือดของเขาทำให้ทุกคนยกนิ้วโป้งให้ เขาช่างเป็นบุรุษที่แท้จริง


    "จะฆ่าก็ฆ่า หากบิดาผู้นี้ขมวดคิ้ว เรียกข้าว่าเจ้าลูกเต่าได้เลย"


    "ชีวิตของข้าถูกน้องชายเจียงเฉินเป็นคนช่วยไว้ เพราะเขาข้าถึงอยู่ได้นานขึ้นอีกสองวันแค่นี้ข้าก็พอใจแล้ว"


    "น้องชายเจียงเฉิน ข้าหนิวเมิ่ง ข้าคือคนที่บอกชื่อของเจ้าข้าขอโทษ"


    อีกทั้งสามไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ในฐานะทหารรับจ้าง ทุกๆคนเป็นคนเช่นนี้ ผู้ที่เดินบนเส้นทางทหารรับจ้างมีชะตาที่จะต้องตายสักวันหนึ่งและเมื่อพวกเขาเลือกเส้นทางนี้พวกเขาได้เตรียมใจไว้ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เมื่อวันนั้นได้มาถึง พวกเขาจึงไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย


    "ดี ในเมื่อพวกเจ้าไม่กลัวนัก ข้าจักสนองความต้องการของเจ้าให้ ฆ่าพวกมันซะ!"


    หลี่ชางเย่ว์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา


    "หยุดมือ!"


    เจียงเฉินตะโกนออกมา และก้าวไปด้านหน้าสองก้าว และเขาพูดออกมาด้วยท่าทีเย็นชา 


    "หลี่ชางเย่ว์ ในฐานะผู้นำตระกูลหลี่ หนึ่งในผู้ทรงอำนาจแห่งเมืองชื่อ เจ้าใช้วิธีสกปรกต่ำช้าเช่นนี้เพื่อที่จะสู้กับรุ่นเยาว์เช่นข้างั้นรึ คำว่าขายขี้หน้ายังไม่พอที่จะอธิบายคนเช่นเจ้าได้"


    "เจ้า........."


    รอยยิ้มของหลี่ชางเย่ว์ชะงักงัน เจียงเฉินพูดถูก ด้วยสถานะของเขา ถึงกับต้องวิธีการสกปรกต่ำช้าเช่นนี้ มันเสียชื่อหมด


    "น้องชายเจียงเฉิน เจ้าจะปลอดภัยเมื่ออยู่กับเยี่ยนหยวี่โหรว ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อคนอย่างพวกเราทั้งสี่เลย ชีวิตของเจ้ามีค่ามากกว่าพวกข้ายิ่งนัก"


    หวังถิงพูดออกมา


    "ข้าเจียงเฉิน แม้จะไม่ใช่คนดีอะไรนัก แต่ข้าไม่เคยปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องมาเป็นทุกข์เพราะข้า ข้าจะไม่ยอมให้หน้าไหนต้องมารับผลที่ข้าได้ทำไว้เด็ดขาด"


    เจียงเฉินพูดอย่างเฉยเมย ความรู้สึกระหว่างเจียงเฉินและหวังถิงไม่ได้มากมายนัก พวกเขาเพิ่งพบกันโดยบังเอิญก่อนหน้านี้ ชีวิตพวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจียงเฉินด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ในตอนนี้มันแตกต่าง ทั้งสี่คนได้รับประสบการณ์ที่ขมขื่นเป็นเพราะเขา นั่นคือเหตุผลที่เจียงเฉินต้องยื่นมือช่วยเหลือพวกเขา


    "หยุดพล่ามเรื่องไร้สาระได้แล้ว!เจียงเฉินจงก้าวออกมารับความตายซะ แล้วข้าจะปล่อยตัวพวกมันไป"


    หลี่ชางเย่ว์ตะโกนอย่างเย็นชา


    "หลี่ชางเย่ว์ เจ้าไม่สนใจชื่อเสียงขี้หมูขี้หมาของเจ้าแล้วกระมัง ในฐานะผู้นำตระกูลหลี่ เจ้าข่มขู่เด็กหนุ่มคนหนึ่งด้วยวิธีการต่ำช้าเช่นนี้อย่างงั้นหรือ?"


    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นก้าวออกมายืนเคียงข้างเจียงเฉิน เจียงเฉินนั้นช่วยชีวิตเยี่ยนเฉินหยวี่เอาไว้ เขาคือผู้มีพระคุณของตระกูลเยี่ยน เขาจะไม่มีวันให้เรื่องเลวร้ายเกิดกับผู้มีพระคุณของเขาได้ แม้ว่าต้องสังเวยด้วยชีวิตของทหารรับจ้างทั้งสี่ เขาจะต้องปกป้องความปลอดภัยของเจียงเฉินให้จงได้


    "ใช่ ใช่ ใช้วิธีการต่ำช้าแบบนี้มันก็เกินไป มันไม่สมกับสถานะตระกูลหลี่"


    "ถูก! ด้วยสถานะของหลี่ชางเย่ว์ ถึงแม้จะเป็นการแก้แค้น ก็ไม่ควรใช้วิธีการต่ำช้า ยิ่งอีกฝ่ายเป็นเพียงรุ่นเยาว์ด้วย "


    ผู้คนโดยรอบเริ่มพูดคุยเรื่องนี้ และเสียงพูดคุยมันดังขึ้นเรื่อยๆ


    นี่คือสิ่งที่บุคคลมีชื่อเสียงในเมืองชื่อต้องเผชิญหน้า หลี่ชางเย่ว์เองก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงมาก และทุกๆการกระทำของเขาเสมือนเป็นหน้าตาของตระกูลหลี่


    หลี่ชางเย่ว์ขมวดคิ้ว มันไม่เคยคาดว่าสถานการณ์จะเป็๋นเช่นนี้ ดูเหมือนว่าถ้ามันสังหารหวังถิงและคนอื่นๆจะทำให้ชื่อเสียงของมันจะเสียหายหนัก มันไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับตระกูลหลี่ในอนาคตภายในเมืองชื่อ


    "ผู้นำตระกูลหลี่ เหตุใดเจ้าถึงไม่ให้บุตรชายเจ้ามาสู้กับเจียงเฉินซะล่ะ หากว่าบุตรชายเจ้าสามารถที่จะสังหารเจียงเฉินได้นั่นเท่ากับว่าเจ้าแก้แค้นสำเร็จ"


    ใครบางคนในฝูงชนได้พูดขึ้น


    "ใช่เลย เป็นความคิดที่ดี จัดการต่อสู้กันระหว่างอัจฉริยะทั้งสอง"


    คนเริ่มเห็นด้วยมากขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆกับความคิดนี้ ผู้ที่ชอบชมการแสดงย่อมไม่เบื่อถ้ามีการบันเทิงด้วย


    ทุกคนต้องการที่จะชมวิชาการต่อสู้ของเจียงเฉินว่าเขาทำเช่นไรถึงสามารถสังหารหลี่ช่างหงได้ และทำไมเขาถึงได้รับความคาดหวังจากเยี่ยนหยวี่โหรวมากเช่นนี้


    เมื่อได้ยินข้อเสนอ หลี่ชางเย่ว์ได้มองไปยังบุตรชายที่ยืนข้างเขา


    หลี่ชางเย่ว์มีบุตรชายสามคน พวกเขาล้วนเป็นอัจฉริยะที่หาพบได้ยากทั้งสิ้น บุตรชายคนโตหลี่ชางหมิงและบุตรคนรองหลี่ชางฮ่าวมีระดับการบ่มเพาะจุดสูงสุดของขอบเขตฉีไห่ หลี่ชางหมิงได้ปิดด่านฝึกตนเพื่อทะลวงเข้าสู่ขอบเขตแก่นแท้มนุษย์ หลี่ช่างหงที่ถูกเจียงเฉินสังหารที่เมืองเทียนเซียงเป็นบุตรคนสุดท้อง และที่ยืนข้างหลี่ชางเยว์เป็นบุตรคนกลาง มีนามว่าหลี่ชางฮ่าว


    มุมปากของหลี่ชางฮ่าวยกขึ้นเล็กน้อย ด้วยความภาคภูมิใจเขาได้ก้าวไปด้านหน้า เขาชี้นิ้วไปยังเจียงเฉิน และกล่าวออกมาอย่างหยิ่งยโส


    "เจียงเฉิน ข้าได้ยินมาว่าเจ้าได้สังหารน้องชายข้าในการประลองชี้ตายนี่ วันนี้ข้าจะสังหารเจ้าด้วยการประลองชี้ตายเพื่อแก้แค้นให้น้องชายข้า เจ้ากล้าที่จะรับคำท้าหรือไม่?"


    หลี่ชางเย่ว์เหลือบมองไปยังเจียงเฉินด้วยรอยยิ้มเย้ย ตัวเขาก็คิดว่าความคิดนี้เป็นความคิดที่ดี เขาไม่รู้ว่าเจียงเฉินใช้วิธีการใดทำให้เขาไม่สามารถสัมผัสถึงระดับการบ่มเพาะของเจียงเฉินตอนนี้ได้ จากที่เขารู้ตอนเจียงเฉินได้ต่อสู้กับหลี่ช่างหงตอนนั้นมันอยู่ระดับขั้นฉีจิงระดับเก้าเพียงเท่านั้น ตอนนี้เจียงเฉินน่าจะอยู่ระดับฉีไห่ขั้นต้น แม้เขาจะแข็งแกร่งอย่างไม่ธรรมดา แต่หลี่ชางฮ่าวรับมือได้อย่างแน่นอน


    แม้เจียงเฉินจะสามารถที่จะสังหารมู่หรงเจิ้นได้ แต่มู่หรงเจิ้นนั้นไม่มีทางที่จะเทียบกับหลี่ชางฮ่าวได้ แม้ว่าทั้งคู่อยู่ระดับฉีไห่ขั้นปลาย แต่ไม่อาจนำมาเทียบกับหลี่ชางฮ่าวได้ หลี่ชางฮ่าวเป็นถึงอัจฉริยะรุ่นเยาว์ หลี่ชางฮ่าวนั้นมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด ไม่ใช่ผู้ที่คนที่อยู่ในระดับเดียวกันจะเทียบได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่หลี่ชางฮ่าวมีวิชาร้ายกาจอยู่ การที่จะสังหารคนไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามอย่างเจียงเฉินมันไม่ได้ยากเย็น ด้วยการนี้ก็สามารถที่จะรักษาชื่อเสียงของตระกูลหลี่ไว้ได้


    สายตาของทุกคนตกไปยังเจียงเฉิน และดูว่าเขาจะกล้าที่จะรับคำท้าหรือไม่


    เมื่อได้ยินสิ่งคำพูดของหลี่ชางฮ่าว เจียงเฉินเผยรอยยิ้มและถามขึ้น


    "เจ้าแน่ใจหรือว่าจะลงประลองชี้ตายกับข้า?"


    เจียงเฉินเตือนหลี่ชางฮ่าวด้วยความหวังดี เขาเกือบจะพูดว่า 


    'เจ้าหนู การประลองชี้ตายนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ หากเจ้าตาย ก็ไม่มีทางที่จะคืนชีพได้หรอกนะ'


    "เป็นอะไรไป? เจ้าไม่กล้ารับคำท้างั้นรึ?"


    หลี่ชางฮ่าวเชิดขึ้นด้วยความภาคภูมิและหยิ่งยโสและมองไปด้านเจียงเฉิน


    "ปล่อยทั้งสี่คนนั่นไปซะ แล้วข้าจะรับคำท้าเจ้า"


    "น้องเจียงเฉิน เจ้าต้องตัดสินใจให้รอบคอบนะ หลี่ชางเย่ว์มีบุตรด้วยกันสามคน หลี่ช่างหงนั้นธรรมดา ไม่อาจนำไปเปรียบกับพี่ชายทั้งสองของเขาซึ่งเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากได้ ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าผู้นี้เป็นบุตรคนรอง หลี่ชางฮ่าว เขามีระดับการบ่มเพาะจุดสูงสุดของฉีไห่"


    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นกล่าวเตือน


    "น้องเจียง ความแข็งแกร่งของหลี่ชางฮ่าวนั้นแข็งแกร่งยิ่ง ข้ายังไม่สามารถเอาชนะเขาได้โดยง่าย การที่เจ้าจะประลองชี้ตายกับเขานั้น มันเสี่ยงเกินไป"


    เยี่ยนหยางเตือนด้วยความหวังดี


    "อย่าได้กังวลเลย มีคนมากมายดูพวกเราอยู่ ถ้าข้าปฎิเสธคำท้าไปมันคงเสียหน้าแย่"


    เจียงเฉินยักไหล่ เขามีสีหน้าสบายๆ ข้อเสนอนั้นถูกยื่นให้อยู่หน้าประตูแล้ว หลี่ชางเย่ว์จะต้องคิดว่าเขานั้นมีบุตรมากมาย และเขาต้องการยกบุตรให้แก่เจียงเฉินคนหนึ่ง


    ในอีกด้านหนึ่ง หลี่ชางเย่ว์โบกมือให้สัญญาณให้คนของเขาปล่อยหวังถิงและอีกสามคน เยี่ยนเหมิงรีบพาทั้งสี่มาฝั่งตระกูลเยี่ยน


    พรึ่บ!....


    ฝูงชนขยับตัวออกและเว้นพื้นที่กว้างขวางไว้เพื่อใช้เป็นสนามประลองชี้ตาย เวทีประลองอย่างเป็นทางการนั้นอยู่ห่างจากที่นี่มากนัก มันง่ายที่จะจัดการประลองชี้ตายขึ้นที่นี่


    "เข้ามาเลยเจียงเฉิน แสดงความสามารถของเจ้าออกมา วันนี้แหละ ข้าจะฆ่าเจ้าล้างแค้นให้น้องชายของข้า"


    หลี่ชางฮ่าวเดินไปที่ใจกลางพื้นที่ประลองเป็นตาย ชุดสีเหลืองของเขากระพือโดยที่ไม่ได้มีลมพัด ใบหน้าของเขามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม เขาไม่ได้เห็นเจียงเฉินอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย เพราะเขานั้นมีไม่เพียงแค่มีความแข็งแกร่งที่ร้ายกาจแล้ว เขายังมีไพ่ตายที่ทรงพลังอีก วันนี้จะเป็นวันตายของเจียงเฉิน!


    "น้องเจียงเจิน ระวังตัวให้มาก"


    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นกล่าวเตือนเจียงเฉินอีกครั้ง


    เจียงเฉินพยักหน้าก่อนที่จะเดินก้าวใหญ่ตรงไป เขาได้มาถึงด้านตรงข้ามของหลี่ชางฮ่าว


    ปังงง......!!!


    หลี่ชางฮ่าวทำการรวบรวมพลังและปลดปล่อยพลังหยวนออกมา ทันใดนั้นเขาก็ปล่อยหมัดออกไป หมัดของเขาเปล่งแสงระยิบระยับ พลังหยวนคมดั่งคมดาบ การเสียดสีระหว่างหมัดกับอากาศทำให้เกิดเสียงระเบิดขึ้น


    พลังของผู้เชี่ยวชาญฉีไห่ขั้นปลายได้ถูกปลดปล่อยออกมาเต็มที่ การระเบิดพลังครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าอัจฉริยะแห่งเมืองชื่อ มิใช่แค่คำคุย


    เจียงเฉินส่ายหัว หลี่ชางฮ่าวนั้นทรงพลังยิ่งกว่ามู่หรงเจิ้นแต่โชคร้าย......เจียงเฉินไม่ได้อยู่ระดับฉีไห่ขั้นต้นอีกแล้ว เขาได้ทะลวงเข้าอาณาจักรฉีไห่ขั้นกลางเป็นที่เรียบร้อย ผู้เชี่ยวชาญฉีไห่คนไหนๆก็ล้วนอ่อนแอสำหรับเขา


    เจียงเฉินกางฝ่ามือออก เกิดพายุพลังหยวนขึ้นบนฝ่ามือของเขาและเข้าปะทะกับหมัดของหลี่ชางฮ่าว เจียงเฉินใช้กำลังเพียงแค่ครึ่งเดียวกับการโจมตีครั้งนี้ ในตอนนี้เขาได้สร้างตราประทับมังกรดวงที่ห้าแล้ว ถ้าเขาใช้พลังเต็มที่มีหวังได้สังหารหลี่ชางฮ่าวในหมัดเดียว แต่เจียงเฉินไม่ต้องการให้มันเป็นเรื่องใหญ่ นั่นเป็นเหตุที่ว่าเจียงเฉินใช้พลังเพียงครึ่งเดียว


    ปังงงงงง.........


    หมัดและฝ่ามือได้ปะทะกัน เกิดเสียงเหมือนฆ้อนกระทบกัน พลังหยวนของหลี่ชางฮ่าวแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ และหลี่ชางฮ่าวถอยหลังออกไปด้วยกำลังที่เหนือกว่า เขาได้ถอยไปสองสามก้าวก่อนที่จะทรงตัวเขา แขนที่ปะทะรู้สึกชาและรู้สึกปวดร้าว รู้สึกอึดอัดอย่างไม่สามารถบรรยายได้


    "สุดยอด!"


    "เจียงเฉินผู้นี้มีใช่คนธรรมดาแฮะ เขาทำให้หลี่ชางฮ่าวถอยหลังได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว"


    "เขานั้นดูเป็นคนอ่อนแอเหมือนอย่างคุณชายจากตระกูลที่มั่งคั่งทั่วไป ไม่มีผู้ใดคาดคิดหรอกว่าเขาจะมีพละกำลังมหาศาลเช่นนี้ แต่หลี่ชางฮ่าวเพียงแค่ประเมินคู่ต่อสู้เท่านั้น เขายังไม่ได้ใช้ทักษะยุทธที ใครแพ้ชนะไม่อาจบอกได้"


    ทุกๆคนต่างตกตะลึง ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเจียงเฉินจะเป็นฝ่ายชนะ เพียงฝ่ามือเดียวก็สามารถทำให้หลี่ชางฮ่าวถอยหลังได้


    "ดี"


    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นตะโกนออกมาเสียงดัง


    "ฮึ่ม! ฮ่าวเอ๋อร์ เจ้าอย่าได้ออมมือ รีบๆฆ่ามันได้แล้ว"


    หลี่ชางเย่ว์กล่าวออกมาขณะที่ใบหน้าของเขาทะมึน


    "ได้"


    หลี่ชางฮ่าวสะบัดแขนออก แววตาเหยียดหยามไม่มีแล้ว เขารวบรวมฝ่ามือเข้าหากันและใส่พลังหยวนเข้าไปด้วยกันก่อนที่จะชี้นิ้วออกไป


    เปรี้ยง.....!


    นิ้วที่เปล่งแสงสีเหลืองปรากฎให้เห็น การเสียดสีกับอากาศทำให้เกิดเสียงดังสนั่น ดัชนีขนาดยักษ์สูงนับหนึ่งจ้าง มันจะบดขยี้ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามัน


    "น้องเจียง นี่มันทักษะดัชนีหวงหมิงของตระกูลหลี่ หลี่ชางฮ่าวได้ฝึกทักษะนี้จนช่ำชอง เจ้าต้องระวังตัวให้มาก"


    เยี่ยนหยางเตือนเจียงเฉิน


    มุมปากของเจียงเฉินยกขึ้น เผยรอยยิ้มกว้าง เขาเคยเห็นทักษะดัชนีหวงหมิงมาแล้วที่เมืองเทียนเซียงในตอนที่เขาได้สู้กับหลี่ช่างหง เมื่อนำมาเทียบกับดัชนีสุริยะหนึ่งนิ้วของเจียงเฉิน ดัชนีสวรรค์หวงดูด้อยไปเลย


    อย่างไรก็ตามทักษะดัชนีหวงหมิงนั้นแข็งแกร่งมากเมื่อหลี่ชางฮ่าวเป็นผู้ใช้มัน แต่เจียงเฉินหาได้สนใจไม่


    เจียงเฉินนั้นดูผ่อนคลายและเฉยเมยเมื่อเผชิญกับการดัชนีที่กำลังจะมาถึง เมื่อมันมาใกล้ถึงตัวเขาแล้ว เขาเพียงแค่ปล่อยหมัดออกไป



    *********************************


    โปรดติดตามตอนต่อไป...

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ ที่คุณอ่าน