(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 71 การทลายพันธะของราชันสงคราม

            ในเวลานั้น ทุกคนต่างตกใจทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของทันย่า ใบหน้าของราชันสงครามหลายคนเปลี่ยนไปในทันใด ราวกับพวกเขานึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ เพราะสิ่งที่ทันย่าต้องการนั้นไม่ใช่แค่พลังหรืออำนาจธรรมดา แต่เป็นสิ่งที่เหนือกว่าคำสั่งจากใครทั้งสิ้น


            “บททดสอบแห่งตำนาน...”


            หนึ่งในราชันสงครามเอ่ยขึ้นเบาๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจ


            “เป็นไปได้ยังไง? นี่คุณหมายความว่าจะขอรับการทดสอบทลายพันธะของราชันสงครามงั้นหรือ?”


            หัวหน้ากลุ่มคนเมื่อกี้นี้ได้ถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ


            การทลายพันธะของราชันสงคราม ถือเป็นบททดสอบพิเศษที่มีไว้สำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งพลเอกของสมาพันธ์โลกเท่านั้น มันเป็นการทดสอบที่เล่าขานกันว่าผู้ใดสามารถผ่านมันไปได้ จะกลายเป็นผู้มีอภิสิทธิ์เหนือใครในสมาพันธ์ แม้แต่เทพสงครามที่อยู่บนจุดสูงสุดยังไม่อาจสั่งการได้


            “ถูกต้อง ฉันทันย่าต้องการทดสอบความสามารถของตัวเอง เพื่อจะไม่ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของใครในสมาพันธ์โลก!”


            ทันย่าตอบเสียงเรียบ แต่ในดวงตาของเขามีความแน่วแน่ที่ไม่อาจปฏิเสธได้


            ราชันสงครามทุกคนต่างเงียบงัน พวกเขาต่างรู้ดีว่าบททดสอบนี้เป็นสิ่งที่ยากเย็นอย่างยิ่ง


            ผู้เข้ารับการทดสอบจะต้องต่อสู้กับราชันสงครามระดับสูงถึง 5 คนพร้อมกัน โดยไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้


            และในประวัติศาสตร์นับแต่ที่สมาพันธ์โลกได้ก่อตั้งองค์กรขึ้นมา ไม่มีราชันสงครามคนไหนเลยที่สามารถผ่านการทดสอบที่โหดหินนี้ไปได้


            “รู้หรือไม่ว่ามันหมายความว่ายังไง?”


            “การที่คุณจะรับการทดสอบนี้ คุณจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตและความตาย!!”


            ทันย่าได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะเบาๆ ก่อนจะตอบอย่างไม่ใส่ใจ


            “ความตายเป็นเพียงทางผ่านของผู้ที่อ่อนแอ! แต่สำหรับฉัน—มันเป็นเพียงบททดสอบอีกอย่างหนึ่งเท่านั้น!”


            คำพูดของทันย่าทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด ทว่ากลับแฝงไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ทุกคนต่างรู้แล้วว่าทันย่ามีเจตนาที่จะเข้าสู่การทดสอบนี้ และไม่มีใครจะหยุดเขาได้


            ขณะเดียวกัน บรรดาผู้คนและองค์กรต่างๆที่เคยมาเชิญชวนทันย่าต่างก็ตื่นตระหนกและพยายามห้ามปรามกันเป็นการใหญ่


            แม้แต่สำนักมังกรและสำนักดาบโบราณ ซึ่งเคยแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อทันย่า พวกเขาก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป


            ชายในชุดเกราะทองที่เคยปะทะคารมกับทันย่าในตอนแรก ถึงกับต้องถอยหายใจยาวก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


            “ทันย่า.. เจ้าไม่เข้าใจหรือ?”


            “การทดสอบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม! แม้แต่ราชันสงครามที่แข็งแกร่งที่สุดหลายคนยังต้องพ่ายแพ้.. แล้วเจ้าจะเสี่ยงชีวิตไปเพื่ออะไร?”


            สายตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล แม้ตอนแรกเขาจะต้องการปะทะกับทันย่าเพื่อแสดงพลังและให้เห็นคุณค่าของการร่วมมือกัน


            แต่เมื่อรู้ว่าทันย่าตัดสินใจเข้ารับการทดสอบอันตรายนี้ เขาก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป เพราะเขาไม่อยากจะเสียผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ไป


            “ใช่แล้วท่านทันย่า ลำดับที่ 56 พูดอย่างถูกต้องเลยเชียว การทลายพันธะของราชันสงครามไม่ใช่การต่อสู้ธรรมดาๆ ในการต่อสู้ที่เกิดขึ้นย่อมมีโอกาสที่จะเสียชีวิตอย่างมาก!”


            “อย่าอวดดีไปทันย่า! ถึงเจ้าจะมีพลังจิตในระดับ 4 ดาว แต่ราชันสงครามของสมาพันธ์โลกไม่ใช่ง่ายดายอย่างที่เจ้าคิด!”


            ผู้แทนจากองค์กรอื่นๆต่างก็ร่วมกันห้ามปรามทันย่า บ้างก็พยายามให้เหตุผล บ้างก็ใช้คำพูดรุนแรงเพื่อทำให้เขาหวั่นไหว


            “ท่านทันย่า.. ท่านคิดดีแล้วจริงๆหรือ?”


            ในตอนนั้นชายร่างใหญ่จากองค์กรกงล้อเพลิงก็เอ่ยขึ้นอย่างหนักใจ


            “การทดสอบนี้ไม่เหมือนกับการต่อสู้ทั่วไป หากท่านล้มเหลว ท่านจะสูญเสียทุกอย่างไป!”


            “เข้าร่วมกับพวกเราเถอะครับ แล้วท่านจะได้รับทั้งพลังและอำนาจโดยไม่ต้องเสี่ยงชีวิต!”


            ทันย่าได้ยินคำพูดของพวกเขาต่างๆนาๆ


            แต่ชายหนุ่มก็มองพวกเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่มีการแสดงออกถึงความหวาดกลัวหรือความลังเลเลยแม้แต่น้อย เขายังคงสงบนิ่งและแผ่บรรยากาศที่น่าเกรงขามออกมาอย่างต่อเนื่อง


            “เอาน่า ฉันไม่ได้โอ้ซักหน่อย อันที่จริงฉันไม่ต้องการพลังที่ได้มาเพราะการพึ่งพาคนอื่น”


            “สิ่งที่ฉันต้องการคือพลังที่ได้มาด้วยตนเอง และการทดสอบนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าฉันอยู่เหนือพวกคุณและองค์กรเหล่านี้ทั้งหมด”


            คำพูดของทันย่าทำให้บรรดาผู้นำองค์กรต่างๆ รวมถึงชายในชุดเกราะทองต้องนิ่งอึ้ง พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมทันย่าถึงยึดมั่นในแนวทางของตนเองเช่นนี้ และยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงปฏิเสธข้อเสนอที่น่าสนใจมากมาย


            ชายในชุดเกราะทองกัดฟันแน่น ขณะที่เขาเดินเข้าไปใกล้ทันย่า


            “เจ้าไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ ข้าเองก็เคยต่อสู้เพื่อแสดงพลังของข้า ข้าไม่ต้องการให้เจ้าต้องเสี่ยงโดยไม่จำเป็น!”


            ทันย่าหันมามองเขา


            “คุณอาจจะพอใจกับพลังที่คุณมี แต่สำหรับฉัน.. พลังที่มีอยู่ตอนนี้ยังไม่เพียงพอ และฉันจะไม่หยุดจนกว่าจะบรรลุถึงสิ่งที่ได้มุ่งหวัง”


            เสียงของทันย่าเงียบลง แต่กลับทิ้งความหนักแน่นไว้ในอากาศ ผู้คนรอบตัวต่างก็เข้าใจแล้วว่าไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไรก็ตาม ทันย่าจะไม่เปลี่ยนใจ


            ชายในชุดเกราะทองถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง เขาเพียงต้องการแสดงพลังเพื่อให้ทันย่าร่วมมือกับสำนักมังกรของเขา แต่ตอนนี้เขาเห็นแล้วว่าความมุ่งมั่นของทันย่ามากกว่าที่เขาคิด


            “หากเลือกเส้นทางนี้ ข้าก็ขออวยพรให้เจ้าโชคดี แต่ข้าหวังว่าเราจะไม่ได้พบกันในฐานะศัตรู!”


            ชายในชุดเกราะทองกล่าวเบาๆ ก่อนที่จะถอยออกไป ปล่อยให้ทันย่าเดินหน้าต่อไปในเส้นทางที่เขาเลือก


            ——


            ไม่นาน ข่าวการเข้าร่วมสมาพันธ์โลกของทันย่า นักสู้ผู้ทรงพลังที่มีศักยภาพทั้งพละกำลังและพลังจิตอันเหลือล้ำ ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกมุมของอาณาเขตโลกอย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแต่ในหมู่นักสู้พันธุกรรมและนักวิจัยแห่งยุคเท่านั้น แต่ประชาชนธรรมดายังได้ยินเรื่องราวนี้ด้วย


            ทันย่าได้รับการขนานนามว่าเป็นหญิงสาวผู้งดงามมากที่สุด ไม่ใช่เพียงเพราะพละกำลังที่เหนือมนุษย์ของเขา แต่เพราะพลังจิตอันยิ่งใหญ่ของเขาที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง ผู้คนได้เริ่มกล่าวขานถึงเขาในทุกหนแห่ง ตั้งแต่สนามรบ โรงงานอาวุธ ไปจนถึงห้องวิจัยระดับสูง


            ทุกคนต่างสงสัยว่าหญิงสาวคนนี้คือใคร ยีนพันธุกรรมของเธอเกิดการกลายพันธุ์ไปรูปแบบใด แล้วทำไมถึงได้แข็งแกร่งเพียงนี้


            ในขณะที่ทั่วโลกตื่นเต้นกับข่าวนี้ สมาพันธ์โลกกลับเป็นฝ่ายที่ยินดีที่สุด


            ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะสามารถดึงตัวทันย่าเข้าร่วมได้ การได้ผู้ที่มีพลังระดับนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ทำให้สมาพันธ์โลกกลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจจากกลุ่มอำนาจต่างๆ และยิ่งเพิ่มความมั่นคงของสมาพันธ์ในสายตาของประชาชนและผู้แข็งแกร่งมากมาย


            เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสมาพันธ์โลกได้ออกแถลงการณ์ด้วยความยินดี


            พวกเขายืนยันว่าการที่ทันย่าเข้าร่วมกับสมาพันธ์จะทำให้พลังการป้องกันและการพัฒนาเทคโนโลยีของโลกก้าวหน้าอย่างไม่เคยมีมาก่อน


            ผู้อำนวยการระดับสูงของสมาพันธ์ได้กล่าวยกย่องทันย่าในฐานะนักรบที่มีพลังจิตอันหายากและทรงพลังอย่างไม่เคยมีผู้ใดเทียบเทียมได้


            “ทันย่าไม่เพียงจะเป็นราชันสงครามที่มีอายุน้อยมากที่สุด แต่เขาจะเป็นผู้กำหนดทิศทางของอนาคตสมาพันธ์โลก!”


            “ด้วยอายุเพียงแค่ 20 ปี พลังของเขาจะช่วยให้เราสามารถปกป้องและนำพามนุษยชาติไปสู่ยุคใหม่ได้อย่างแน่นอน!!”


            ข่าวนี้ยิ่งกระตุ้นให้กลุ่มอำนาจอื่นๆ ต่างจับตามองทันย่ามากขึ้น ด้วยอายุและรูปลักษณ์ รวมถึงพลังจิตที่แข็งแกร่ง บางกลุ่มเริ่มวิตกกังวล


            การที่สมาพันธ์โลกมีนักสู้ระดับนี้เพิ่มอาจทำให้สมดุลอำนาจระหว่างองค์กรในอาณาเขตเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ขณะที่บางกลุ่มเริ่มส่งคนเข้ามาติดต่อทันย่าในเชิงลับ หวังที่จะดึงเขาไปร่วมฝ่ายของพวกเขา


            [ไม่ต้องสนใจ ตอนนี้เราเตรียมตัวให้พร้อมกันเถอะ]


            แต่ทันย่าไม่ได้สนใจคำเชิญเหล่านั้น เขายังคงเงียบสงบและดำเนินชีวิตตามเจตจำนงของตนเอง



    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน