ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 29 : หนอนบ่อนไส้

    ปราบเข้ามาที่ห้องของเขาแล้วเริ่มทำการฟื้นฟูร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว

     

    ผ่านไปสองวัน

     

    ชายหนุ่มออกจากห้องพร้อมกับร่างกายที่ปราศจากบาดแผลทำเอาผู้คนแตกตื่น พวกเขาเข้ารุมล้อมสอบถามอย่างรวดเร็วทำเอาชายหนุ่มตอบแทบมิทัน ครั้นได้รับคำตอบพวกเขาต่างจากไป

     

    ปราบมายังเสาส่งสัญญาณสูงแลกวาดตามองทั่ว “ ศึกต่อไปเห็นทีจะมีแต่อสูรระดับสาม “ เขาพึมพำ

     

    “ เวลานี้ข้ามีเพียงเก้าดารา คงไม่อาจที่จะต่อสู้กับพวกมันได้นานนัก “ เขาพึมพำ

     

     “ หากทะลวงขั้นพลังสร้างกายาได้ ก็คงยื้อเวลาได้นานขึ้น “ เขาพึมพำ

     

     “ โอสถรวมปราณ “ เขาพึมพำ

     

    ชายหนุ่มเรียกโอสถรวมปราณออกมาแล้วกรอกเข้าปากหลายเม็ด

     

    “ ครืนนน “ เมื่อฤทธิ์ของมันแผ่ออกทั่วกายาทำเอาชายหนุ่มสะท้าน

     

    เขาเร่งควบรวมพลังปราณในตันเถียนเพื่อหลอมรวมดาราทั้งเก้าให้เป็นหนึ่ง

     

    สามวันผ่าน

     

    “ ตูมม “ ดาราสร้างกายาของชายหนุ่มระเบิดพลังออก

     

    “ ครืนน “ แรงระเบิดของพลังปราณแผ่ออกเป็นวงกลมกว้างใหญ่

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    เขามองในตันเถียนของเขาเวลานี้มิมีเนบิวล่าหลงเหลือแล้วเพราะถูกนำไปสร้างดาราสร้างกายาแล้ว

     

    เขามองยังดาราสร้างกายาที่ใหญ่กว่าดาราสร้างวิญญาณถึงหนึ่งเท่าทำเอาเขาส่ายหน้าอย่างแรง เพราะนั่นมันหมายถึงพลังปราณที่ต้องสะสมมากขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว

     

    “ มันช่างบ้ามาก ก่อนนี้กว่าจะได้แต่ละดาราก็ถือว่าเลือดตาแทบกระเด็นแล้ว นี่ต้องเพิ่มปริมาณมากอีกเท่าตัว “ เขาพึมพำ

     

    “ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    ชายหนุ่มสลัดความคิดทิ้งไปแล้วกวาดตามองทั่วอาณาพร้อมกับส่งสัมผัสออกทั่ว เขาพยักหน้าช้าๆเมื่อสัมผัสของเขาคมชัดขึ้นแลยังไกลยิ่งกว่าเดิม

     

    “ น่าจะรับรู้ได้ราวห้ากิโล “ เขาพึมพำ

     

    “ ห้ากิโลกก็ไม่ใช่ใกล้ๆ มีเวลามากพอที่จะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว “ เขาเอ่ย

     

    “ ไป “ ปราบทะยานร่างออกจากเสาสูงแล้วเข้าตรวจสอบอาณาอย่างรวดเร็ว

     

    ชายหนุ่มใช้เวลาไปทั้งวันในการตรวจสอบอาณา เขาพบว่าในระยะสามสิบกิโลเมตรนั้นไม่มีอสูรหลงเหลืออยู่เลย พวกมันถอยร่นไปอยู่ในระยะที่สามสิบห้ากิโลเมตรทั้งยังอยู่แบบกระจายตัวไม่ได้เกาะกลุ่มเช่นก่อน

     

    ชายหนุ่มกลับยังเมืองแล้วเร่งทำรายงานส่งสำนักสิบสี่อย่างรวดเร็ว

     

    “ ฉลอง “ ผู้กองร้องลั่น

     

    ปราบเดินออกมาจากห้อง

     

    “ ผู้กองฉลองอะไร “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ เรื่องแรก ข้าจะได้ไปจากที่นี่แล้ว เรื่องสองที่เอ็งสามารถทะลวงขั้นพลังเป็นจอมยุทธสร้างกายาได้แล้ว “ ผู้กองเอ่ย

     

    “ หึ หึ “ ปราบหัวเราะออก

     

    และแล้วคืนแห่งความเมามายก็ได้เกิดขึ้น ชายหนุ่มดื่มกินอย่างบ้าคลั่งทั้งร่ำร้องเพลงอย่างโหยหวน

     

    เช้าอีกวันชายหนุ่มสลัดความเมาออกไป แลเข้าอาบน้ำเพื่อให้ร่างกายสดชื่นหลังจากแล้วเสร็จเขาออกจากห้อง

     

    “ เอ๋ “ ชายหนุ่มให้สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเขาพบพานเข้ากับยานของศูนย์ขอนแก่น

     

    “ มาทำไม “ เขาพึมพำ

     

    เขาเรียกทหารคนหนึ่งเข้ามาสอบถาม

     

    “ ศูนย์ขอนแก่นจะนำเขาของมันไปแล้ว “ ทหารเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    เขาเร่งเข้าไปดูแลความเรียบร้อยในทันใด เพราะการเคลื่อนย้ายพลังงานที่มากมายขนาดนี้มันอาจก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ได้

     

    ชายหนุ่มเข้ามาถึงยังชั้นวิจัย เขามองยังคนของศูนย์ขอนแก่นแล้วให้สงสัย

     

    “ คนพวกนี้ทำไมมีจิตสังหารเกินกว่าที่จะเป็นนักวิจัย “ เขาพึมพำ

     

    ชายหนุ่มเดินเข้าไปยังลานกว้างที่วางร่างของอสูรห้าเขา

     

    ชายหนุ่มปิดประตูแลลั่นดาลไว้แน่นหนา แล้วเดินไปถอนปลั๊กเลื่อยไฟฟ้าออก

     

    “ ใครถอดปลั๊ก “ ชายวัยกลางคนร้องลั่น

     

    “ ผมเอง “ ปราบเอ่ย

     

    “ มึงคิดว่ามึงดังแล้วมึงจะทำอะไรก็ได้ว่างั้นเถอะ “ ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าหา

     

    “ ศูนย์ขอนแก่นเขาไม่ได้บอกหรือว่าเวลาพบเจอนักล่าต้องทำยังไง “ ปราบเอ่ย

     

    ชายหนุ่มที่อยู่ต่อหน้าพลันคิ้วขมวด “ มึงพูดอะไร “ เขาเอ่ย

     

    “ หึ “ ปราบยิ้มออก

     

    “ เขาบอกว่าให้คุกเข่ากราบกรานเสีย “ ปราบเอ่ย

     

    “ ไอ้สัตว์ “ ชายหนุ่มร้องตะโกนลั่น

     

    “ อ่อค “ เขาพลันกระอักเลือดออกในทันใดเมื่อความดันเลือดสูงขึ้น

     

    “ มึงคงแดกไปเยอะสินะเลือดอสูรน่ะ “ ปราบเอ่ย

     

    เขาวาดมือออก “ วู๊มม “ มวลอากาศรายรอบร่างของชายหนุ่มพลันไหวกระเพื่อม

     

    “ วิ้ง “ พลันปรากฏเชือกดารารวบรัดร่างของเขาไว้

     

    “ ไอ้สัตว์ ปล่อยกู “ ชายหนุ่มน้องลั่น

     

    “ พูดไม่เพราะเลย อย่างนี้เสียชื่อของศูนย์ขอนแก่นหมด “ ปราบเอ่ย

     

    กลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบเดินเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับระเบิดจิตสังหารออกในทันใด

     

    “ ผมจำได้ว่าที่ศูนย์ขอนแก่นนั้นไม่มีคนที่มีจิตสังหารแบบนี้สักคน “ ปราบเอ่ย

     

    “ ครืนน “ ชายหนุ่มแผดจิตสังหารสวนกลับ

     

    “ อ้ากก “ ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกรีดร้องลั่นแลทิ้งร่างลงแทบพื้นแล้วดีดดิ้นอย่างทรมาน

     

    ผอ.ศูนย์เร่งวาดมือสร้างเชือกดาราผนึกชายกลุ่มนั้นไว้

     

    “ ส่วนมึง “ ชายหนุ่มชี้หน้าชายวัยกลางคน

     

    “ ไอ้สัตว์ “ เขาร้องลั่นแล้ววาดมือเรียกปืนเลเซอร์ออกมา

     

    “ ตูมม “ นิ้วชี้ของเขายังมิทันที่จะแตะยังไกปืนปืนเลเซอร์ก็ได้ระเบิด

     

    “ อ้ากก “ ชายผู้นั้นกรีดร้องลั่นเมื่อมือทั้งข้างของเขาขาดออกเพราะแรงระเบิด ทั้งร่างของเขายังเป็นรูพรุนจากแรงระเบิด

     

    เหล่านักวิจัยต่างเข้ามาผนึกร่างของเขาในทันใด

     

    “ ปราบเอ็งรู้ได้ยังไง ว่าพวกมันไม่ได้มาจากศูนย์ขอนแก่น “ ผอ.ศูนย์เอ่ยถาม

     

    “ พวกมันมีจิตสังหารที่เหนือกว่าคนทั่วไป มันเป็นจิตสังหารของนักฆ่า ผมก็มี “ ปราบเอ่ย

     

    “ มันมาจากไหนรึจิตสังหาร “ ผอ.ศูนย์เอ่ยถาม

     

    “ ท่านผอ. เพียงฆ่าให้มากจิตสังหารก็จะปรากฏเอง “ ปราบเอ่ย

     

    “ อืม “ ผอ.ศูนย์พยักหน้า

     

    “ ทำไมถึงปล่อยมันเข้ามาได้ไม่มีการตรวจสอบอะไรเลยหรือ “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ พวกมันมีเอกสารครบถ้วนทั้งพวกเราก็สอบถามไปยังศูนย์ขอนแก่นแล้วว่าให้ทำการเคลื่อนย้ายเขาของอสูรระดับเจ็ด “ นักวิจัยสาวเอ่ย

     

    “ พวกมันแทรกซึมเข้าสู่องค์กรแล้วรึ “ ปราบเอ่ย

     

    “ อันตรายยิ่งนัก “ เขาพึมพำ

     

    “ ลองตรวจดูว่าคำสั่งนั้นยังอยู่รึไม่ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ได้ “ นักวิจัยสาวพยักหน้าแล้วเข้าสู่คอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว

     

    “ ไม่มีแล้ว “ นางเอ่ย

     

    “ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง

     

    “ งานนี้เห็นทีมีความผิดกันทั้งกระบิ “ เขาเอ่ย

     

    “ ปราบ ทำอะไรสักหน่อย ทุกคนไม่อยากติดคุก “ ผอ.ศูนย์เอ่ย

     

    “ ก็แค่ไม่ต้องรายงาน “ ปราบเอ่ย

     

    “ เอ็งแน่ใจ “ ผอ.ศูนย์เอ่ย

     

    “ หากถูกจี้มากก็บอกไปเลยว่าผมกำลังสืบอยู่ว่าใครเป็นหนอนบ่อนไส้ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ได้ “ เหล่านักวิจัยต่างพยักหน้า

     

    “ แล้วจะทำยังไงกับคนเหล่านี้ “ ผอ.ศูนย์เอ่ย

     

    ชายหนุ่มยิ้มออกแล้วเก็บร่างของพวกมันลงไป “ ผมจะรีดข้อมูลจากพวกมันเอง “ ปราบเอ่ย

     

    “ รบกวนแล้ว “ ผอ.ศูนย์เอ่ย

     

    “ ไม่มีปัญหา “ เขาเอ่ย

     

    ชายหนุ่มทะยานร่างออกจากศูนย์วิจัย

     

    เมื่อเขาขึ้นมาเขาพลันพบว่ายานที่จอดอยู่ได้จากไปแล้ว

     

    “ ผู้กอง “ ปราบร้องลั่น

     

    เขาเร่งวิ่งไปยังร่างที่แข็งทื่อของผู้กอง

     

    ปราบมองหน้าของผู้กองแล้วคิ้วขมวดในทันใด เพราะดวงตาของเขานั้นเหม่อลอย

     

    “ ผู้กอง “ ชายหนุ่มร้องลั่นต่อหน้าของเขา

     

    “ อะ “ ผู้กองร้องออก

     

    “ ไอ้สัตว์ “ ผู้กองร้องลั่น

     

    “ พวกมันไปแล้วรึ “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ ใช่ “ ผู้กองพยักหน้าช้าๆ

     

    “ ข้างล่างเป็นยังไง เอ็งจัดการได้รึไม่ “ ผู้กองเอ่ย

     

    “ เรียบร้อย “ เขาเอ่ย