เหล่าผู้คนที่เห็นเด็กหนุ่มเดินฝ่า ท่ามกลางสายฝนไป พวกเขาต่างตัวเย็นเยือกด้วยความหวาดกลัว อีกไม่ช้าเมืองแห่งนี้ต้องมีการต่อสู้ครั้งใหญ่เป็นแน่ แล้วไหนจะเหล่าทหารผู้จงรักภักดีต่อเทพสวรรค์นั้นอีก เกรงว่าเมืองแห่งนี้จะต้องเลือดไหลนองอาบย้อมปฐพีจนแดงฉาน ดวงจันทร์ยามค่ำคืนจะต้องสะท้อนแสงกับพื้นเบื้องล่าง จนแปรเปลี่ยนเป็นจันทราสีเลือดอย่างแน่นอน
มีบางคนยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ ด้วยความสะใจ เตรียมรอดูเรื่องสนุกที่จะเกิดขึ้น อีกไม่ช้า เกรงว่าเมืองหลวงแห่งนี้จะคึกคัก ราวกับมีงานเลี้ยงฉลองเป็นแน่
อี้เฉินที่เดินฝ่าสายฝนไป ตัวเขาถึงกับหน้ามืดทะมึน เมื่อจับสัมผัสได้ ว่ามีสายตาของเหล่าผู้คน มองมาที่ตัวเขาอย่างไม่วางตาแต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรตัวเขาแต่อย่างใด
เหมือนดินแดนจันทราทมิฬ เองก็แตกออกเป็นหลายฝ่าย ทั้งพวกที่เข้าร่วมกับเทพสวรรค์ บ้างก็อยู่เฉยๆ ราวกับไม่ได้ทุกข์ร้อนอันใด ส่วนคนที่ไม่ยอมรับในเทพสวรรค์พวกเขาต่างพากันถูกกวาดล้าง
แม้แต่เมี่ยนจือเองนางที่เห็น สถานการณ์ต่างๆ มันก็ทำให้นางถอนหายใจยาวออกมา ไม่คิดคนพวกนี้ พอเห็นโอกาสก็หาทางกอบโกยผลประโยชน์ ราวกับฝูงแร้งที่เจอ ซากศพ
......อี้เฉินถอนหายใจยาวออกมา เมื่อเขามาถึงทางขึ้นไปด้านบนพระราชวังของจักรพรรดิ ดินแดนจันทราทมิฬ ที่เทพสวรรค์ประทับอยู่ "เมี่ยนจือเจ้าพร้อมหรือไม่ ที่จะเผชิญหน้ากับเทพสวรรค์"
แต่อี้เฉินกลับไม่ได้ยินเสียงนางตอบกลับมาแต่อย่างใด ราวกับว่านางในยามนี้กำลังจะรื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆ ของนางอยู่ ...ก่อนนางจะส่งปราณจิตกลับมาให้อี้เฉิน "เจ้านั่นแหละ ไหวหรือเปล่าอี้เฉิน เหมือนว่าเจ้าในยามนี้ จะได้รับความเจ็บปวดจากกายาไม่น้อยเลย
อี้เฉินเขาเพียงฝืนยิ้มขึ้นมาเท่านั้น ในยามนี้ตัวเขาไม่มีอะไรให้ต้องเสียอีกต่อไป กายาของเขาหลายๆ ส่วนเริ่มแดงฉานขึ้นมาราวกับเหล็กร้อนโดนเผา สลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปบางส่วน
ก่อนอี้เฉินจะกลับมาสงบนิ่งไม่คิดอะไรอีกต่อไป ก้าวเท้าเดินเข้าไปยังทางขึ้น พระราชวังของจักรพรรดิ ดินแดนจันทราทมิฬ 'ตัวเขาไม่รู้ในยามนี้ เมิ่งอี้นางจะยังปลอดภัยอยู่หรือไม่ แต่อย่างน้อยๆ นางก็เป็นคนของราชวงศ์ไม่น่าจะถูกฆ่าสังหาร ไปโดยง่าย'
บันไดนับพันขั้นมีทางขึ้นทั้งซ้ายและขวา ใจกลางของขั้นบันไดถูกสลักลวดลายมังกรทอดยาวจนไปถึงด้านหน้าพระราชวังของจักรพรรดิ ราวกับรูปสลักของมังกรที่บินทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมจะเติบใหญ่ในภายภาคหน้า ยิ่งมองดูยิ่งน่าเกรงขาม ราวกับรูปสลักมังกรที่มีชีวิตอยู่จริง
ระหว่างที่อี้เฉิน เดินขึ้นบันได ที่ล้อมพันไปด้วยมังกร อยู่ๆ เสียงเสียงหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมา สะท้านใจของเหล่าผู้คนออกไปไกลหลายสิบลี้ ผู้คนที่ได้ยินต่างตัวเย็นเยือกเมื่อได้ยินเสียงที่ แฝงมาด้วยความเดือดดาล เขาก็คือเทพสวรรค์หลินเทียน แห่งศาลาซากศพ "ข้ารอเจ้ามาตลอด ในที่สุดเจ้าก็มา ข้าเตรียมของขวัญไว้สำหรับเจ้าโดยเฉพาะ หวังว่าเจ้าจะชอบมัน"
ทันใดที่เทพสวรรค์เอ่ยพูดเสร็จ อี้เฉินก็ถึงกับหน้ามืดทะมึน เมื่อเห็นแม่ทัพใหญ่เยี่ยหาญกวง กับเหล่าผู้อาวุโสชราคนอื่นๆ กลายเป็นซากศพที่เดินได้ไปเสียแล้ว พุ่งลงมาปิดล้อมตัวเขาเอาไว้ในทันที ไม่คิดแม่ทัพเยี่ยหาญกวง โหดเหี้ยมผู้นี้ จะไม่ยอมจำนนต่อเทพสวรรค์ ต่อสู้จนตัวตาย กายาเต็มไปด้วยบาดแผล จนกลายเป็นหุ่นเชิดของเทพสวรรค์ไปเสียอย่างนั้น
มันจึงทำให้อี้เฉิน ยอมหัวใจในตัวของชายวัยกลางคนผู้นี้ กับผู้อาวุโสชราคนอื่นๆ อย่างน้อยๆ พวกเขาก็ไม่ทรยศต่อแผ่นดินบ้านเกิด ต่อสู้จนตัวตาย
แต่ทันใดอี้เฉินก็เดือดดาลขึ้นมาในทันที เมื่อเห็นใบหน้าของชายคนหนึ่งที่เขาแค้นเคืองจนไม่อาจลืมเลือนได้ เหมือนชายชราผู้นี้ จะเป็นผู้นำของ เหล่าซากศพพวกนี้ เขานั้นก็คือผู้เฒ่าชราเทียนจือซาน คนที่ฆ่าสังหาร เยว่ฉาน คนรักในยามอดีตของเขา
ถึง กายาของผู้เฒ่าชราเทียนจือซานจะคล้ายกับซากศพเป็นอย่างมากก็ตาม แต่อี้เฉินก็ยังสัมผัสได้ว่า คนผู้นี้ยังมีปราณจิตหลงเหลืออยู่ ไม่ได้ถูกฆ่าสังหารเหมือนคนอื่นๆ แต่อย่างใดแถมปราณพลังของเขาเองก็ไม่ได้อ่อนด้อยเหมือนแต่ก่อน มาแตะอยู่ในขั้นครึ่งก้าวเทพสวรรค์เหมือนกับอี้เฉิน มันจึงทำให้อี้เฉินประหลาดใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะสบถ ด่าขึ้นมาในทันที "ไอ้หมาแก่ เจ้ากลืนกินไฟเทพไปงั้นหรือ เหตุใดเจ้าถึงกลายเป็นเทพสวรรค์ครึ่งก้าวไปได้"
ทันทีที่อี้เฉินเอ่ยพูดเสร็จเขาก็ถึงกับมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก 'กลายเป็นว่าในยามนี้เขาต้องปะทะกับ เทพสวรรค์แท้จริง หนึ่งองค์ เทพสวรรค์ครึ่งก้าวอีกหนึ่งองค์อย่างนั้นหรือ'
ผู้เฒ่าชราเทียนจือซาน ยกยิ้มขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง "เจ้าเองก็ทำเช่นนั้นไม่ใช่หรือ ....ข้าไม่คิดเหมือนกันว่าคนที่เทพสวรรค์แท้จริงหวั่นเกรงจะเป็นเจ้า ไอ้เด็กน้อย เหมือนว่าเจ้ากับข้าจะมีชะตา ให้มา ฆ่าฟันกันให้ตายไปข้างหนึ่งเจ้าคิดเช่นนั้นหรือไม่"
อี้เฉินในยามนี้ เขาเลือดขึ้นหน้าเป็นอย่างมาก มือทั้งสองกำหมัดไว้จนแน่น จนมีเลือดไหลซึมออกมา "ข้าจะฝังความแค้นทั้งหมดของข้า ไปพร้อมกับเจ้าเองเข้ามา"
ชายแก่เทียนจือซาน พูดจาแทงใจดำอี้เฉินในทันทีหมายมั่นให้อี้เฉินขาดสติ ไม่อาจประมาทอี้เฉินได้อีกต่อไปในยามนี้ "เจ้ายังไม่ลืมหญิงสาวที่ ช่วยชีวิตเจ้าไว้อีกหรือ นางช่างโง่เขลา ยิ่งนัก เจ้าว่าเช่นนั้นหรือไม่"
อี้เฉิน บ้าคลั่งในทันที เมื่อได้ยินชายชราพูดจาถากถางไปที่หญิงสาวที่ยอมตายเพื่อเขา ความโกรธแค้นเข้าครอบงำ อี้เฉินในทันใด "บัดซบ!!" เขาพุ่งหายออกไปอย่างฉับพลันง้างกำปั้นต่อยเข้าใส่หัวของ ชายแก่เทียนจือซาน ในทันที
"เจ้าจงตายเสีย"
ชายแก่เทียนจือซาน ยกยิ้มขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง อยู่ๆ ด้านหลังของเขาก็มีโซ่ตรวนวิญญาณ ปรากฏออกมา มันคือวิชาเชิดหุ่นประเภทหนึ่งที่ ศาลาซากศพใช้กันเพื่อ สร้างการต่อสู้ที่ได้เปรียบ ชักโยงไปที่เหล่าผู้อาวุโสที่อยู่โดยรอบ เข้าโจมตีอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง
ในยามนี้ไม่ต่างอะไรกับอี้เฉินที่ถูกรุมหลายสิบคน เมี่ยนจือนางถึงกับหน้ามืดทะมึน รีบเตือนอี้เฉินที่บ้าคลั่งในทันที "เจ้าตั้งสติก่อนอี้เฉิน ไม่เช่นนั้น เจ้ากับข้าได้ตายแน่"
อี้เฉิน ในยามนี้ราวกับไม่ได้ยินเสียงผู้ใดอีกต่อไป จดจ่ออยู่กับการล้างแค้นในทันที หอกเลือดที่อัดแน่นไปด้วยปราณพลังสีแดงฉาน ฟาดออกไปด้านหน้าอย่างรุนแรง ก่อเกิดมังกรสีแดงฉานพุ่งเข้ากลืนกินซากศพชายชราคนหนึ่งไปในทันที จนร่างของเขาแตกสลายในพริบตา
เสียง"ตู้ม"ดังก้องฟ้า พื้นดินถึงกับเป็นหลุมยุบใหญ่ เมืองหลวงสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับโลกถูกสั่นคลอน เมฆฝนแหวกออกเป็นทางยาว ก่อเกิดเป็นละอองน้ำกระจัดกระจายไปทั่วทิศ
แต่ทันใดอี้เฉินก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อเห็น ชายแก่เทียนจือซาน มาอยู่ที่ด้านข้างของเขาอย่างฉับพลัน จนดวงตาของอี้เฉิน ไม่อาจจับการเคลื่อนไหวได้ทัน พุ่งหมัดเข้าใส่กลางหน้าอกของเขาอย่างรุนแรง อี้เฉินที่เห็นหัวใจของเขากำลังจะถูกทะลวงยกแขนขึ้นมาปัดป้องไว้ในทันที
"ตู้ม" เสียงกระดูกแตกหักดังออกไปไกล ยังดีที่เขายกแขนขึ้นมาปัดป้องไม่เช่นนั้น หัวใจของเขาได้แหลกสลายไปแล้วเป็นแน่ หน้าอกถึงกับเป็นหลุมยุบใหญ่ ซี่โครงแตกร้าวในทันที ก่อนตัวอี้เฉิน จะรอยกระเด็นออกไปไกล พ่นเลือดออกมาคำใหญ่
อี้เฉินถึงกับ สบถ ด่าออกมา"บัดซบเอ๊ย!!"
ทันใดซากศพของแม่ทัพใหญ่เยี่ยหาญกวงก็พุ่งเข้ามาโจมตีซ้ำมาที่เขาในทันที ดาบ ตวัดเข้ากลางหน้าอกอี้เฉินจนมีเลือดหลั่งไหล ออกมาไม่หยุด เสื้อที่เขาสวมใส่ถึงกับพังทลาย ยังดีที่เขาถอยหลังทันไม่เช่นนั้น บาดแผลของเขาน่าจะลึก กว่านี้อีกหลายสิบเท่า
อี้เฉินที่ยันร่างขึ้นมายืนได้ ชี้หอกเลือดไปที่ ชายแก่เทียนจือซาน ด้วยความเดือดดาล "เจ้า ถึงกับใช้วิชานอกรีตอย่าง วิชาเชิดหุ่นคนตายเลยงั้นหรือไอ้หมาแก่เทียนจือซาน ทั้งๆ ที่คนพวกนี้เป็นคนใกล้ตัวของเจ้าแท้ๆ เจ้ากลับไม่มีความรู้สึกผิด อะไรต่อพวกเขาเลยงั้นหรือ"
ชายแก่เทียนจือซาน ขำออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าๆๆๆ!!" "เจ้าพูดอะไรโง่ๆ ออกมา ในยามที่ข้าอยู่ พวกผู้อาวุโสชราพวกนี้ ไม่เคยเห็นข้าอยู่ในสายตา การที่ให้มันเป็นหมากให้กับข้า ก็น่าจะเพียงพอสำหรับพวกมันแล้ว"
ชายแก่เทียนจือซาน ที่เอ่ยพูดเสร็จ เขาก็หยิบศาสตราวุธ ระดับ จักรพรรดิ อย่างกงจักรสุริยันจันทรา ออกมา มันจึงทำให้ใบหน้าของอี้เฉินมืดทะมึนขึ้นมาในทันที ไม่คิดเทพสวรรค์แท้จริงจะมอบศาสตราวุธ ระดับจักรพรรดิ ให้ชายแก่เทียนจือซาน ใช้งานเช่นนี้ แถมยังมีเหล่าซากศพอีก6ตน ที่พร้อมจะต่อสู้ เคียงข้างเทพสวรรค์ครึ่งก้าว มันจึงทำให้อี้เฉินถึงกับมีใบหน้าที่มืดทะมึน