คำรามเพลิงมรณะ (The Roar of Deadly Flames)

    ตอนที่ 41: เงาใต้เงา

                    หลังจากการศึกครั้งนี้ อาณาจักรเจียงหนาน ได้ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความรุ่งเรืองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ภายใต้การปกครองของ อ๋องหลงเฟย เมืองหลวงเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เส้นทางการค้าที่เชื่อมต่อกับแคว้นหนานหลงทำให้ตลาดคึกคัก ผู้คนจากหลากหลายถิ่นฐานเดินทางเข้ามาเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรม เสียงหัวเราะของเด็กๆ ดังก้องไปทั่วท้องถนน และกำแพงเมืองที่เคยพังทลายบัดนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างแข็งแรงตระหง่านฟ้า ราวกับเป็นสัญลักษณ์ของความหวังที่กำลังผลิบาน

                    แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองชัยชนะด้วยสันติวิธี เงามืด ก็ได้เริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงกลองศึก ไม่มีคมดาบที่ส่องประกาย มีเพียงความเงียบสงบที่น่าขนลุกซึ่งนำมาซึ่งความปั่นป่วนจากภายใน เรื่องราวเริ่มต้นจากรายงานด่วนที่ถูกส่งมายังห้องบัญชาการของหลงเฟย

                    รายงานฉบับแรกมาจาก แม่ทัพเหลียงกัง ที่ดูแลเมืองชายแดนทางตอนเหนือ มีการลอบวางเพลิงคลังเสบียงขนาดใหญ่ในยามค่ำคืน ไฟโหมกระหน่ำจนเผาผลาญธัญพืชสำรองไปเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ท่ามกลางความวุ่นวาย เหลียงกังพยายามสืบสวนหาต้นตอ แต่ก็ไม่พบร่องรอยใดๆ ของผู้บุกรุก ไม่มีแม้แต่เงาที่สามารถจับตัวได้

                     รายงานฉบับที่สองมาจาก ซูเหวิน ซึ่งดูแลด้านการแพทย์ในเขตชนบท เกิดโรคระบาดปริศนาขึ้นในหมู่บ้านชายแดนแห่งหนึ่ง ประชาชนล้มป่วยด้วยอาการแปลกประหลาดที่แพทย์ไม่เคยพบเจอมาก่อน โรคระบาดแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว สร้างความหวาดกลัวและทำให้ผู้คนเริ่มขาดความเชื่อมั่นในผู้นำ

                    รายงานฉบับสุดท้ายเป็นข่าวที่น่าตกใจยิ่งกว่ามาจาก ถานจง เสนาบดีคลัง ซึ่งดูแลเรื่องการเมืองการปกครอง มีข่าวลือแปลกๆ แพร่กระจายไปทั่วแคว้นเจียงหนาน โดยเฉพาะในหมู่ชาวหนานหลงที่เพิ่งถูกผนวกเข้ามา ข่าวลือกล่าวหาว่าการที่หลงเฟยยอมเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับพวกเขาเพียงเพราะต้องการทรัพยากร และเมื่อใช้หมดแล้วก็จะทอดทิ้งพวกเขาไปอย่างไม่ใยดี ข่าวลือเหล่านี้สร้างความแตกแยกภายในอาณาจักรที่เพิ่งรวมตัวกันได้ไม่นาน

                    อ๋องหลงเฟย และคณะที่ปรึกษาต่างตกตะลึงกับรายงานที่ได้รับ พวกเขารวมตัวกันในห้องบัญชาการด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด เหลียงกัง ผู้ซึ่งคุ้นชินกับการสู้รบอย่างตรงไปตรงมา กำปั้นของเขากำแน่น "ท่านอ๋องขอรับ! นี่มันอะไรกัน? หากมีศัตรูให้ข้าไปสู้ ข้าพร้อมที่จะนำกองทัพไปบดขยี้มันให้สิ้นซาก!"

                    "ใจเย็นก่อนเหลียงกัง" ซือหม่าคุน กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล "นี่ไม่ใช่สงครามที่เราจะชนะได้ด้วยกำลังทหาร" เขาเดินไปยังแผนที่บนโต๊ะทำงานด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม "นี่คือการโจมตีที่ไร้ร่องรอย นี่คือ สงครามเงาใต้เงา"

    ซือหม่าคุนชี้ไปที่แผนที่และอธิบายว่าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนการที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบและแยบยล มีเพียงแคว้นเดียวเท่านั้นที่มีความสามารถและแรงจูงใจที่จะทำเช่นนี้ นั่นคือ แคว้นฉิน (Qin) แคว้นทางตะวันตกที่กำลังผงาดขึ้นมาเป็นมหาอำนาจ และมี แม่ทัพหลี่เจี้ยน (General Li Jian) ผู้เชี่ยวชาญด้านกลศึกนอกแบบแผนและสงครามจิตวิทยาเป็นผู้บัญชาการทัพ

                    หลงเฟยเงียบไป เขากำลังคิดอย่างหนัก นี่คือบททดสอบที่แตกต่างจากทุกสิ่งที่เขาเคยเผชิญมา เขาไม่สามารถใช้กระบวนดาบที่เรียนรู้มาจาก เว่ยอู๋จี๋ ในการต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็นนี้ได้ หากเขาตอบโต้ด้วยกำลังทหาร เขาอาจจะทำลายความไว้วางใจที่เขาสร้างมากับประชาชน และอาจจะทำให้แคว้นที่เพิ่งรวมตัวกันต้องล่มสลายจากภายใน

                    ในขณะเดียวกัน ในราชสำนักของแคว้นฉิน อ๋องฉินเจิ้ง กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความพอใจ "หลี่เจี้ยน... เจ้าทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม" อ๋องฉินเจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง "ข้าบอกเจ้าแล้วว่า อ๋องหลงเฟย คือผู้นำที่อ่อนแอ เขาให้ความสำคัญกับความเมตตามากเกินไป เขาไม่สามารถปกป้องอาณาจักรของเขาได้หรอก"

                    แม่ทัพหลี่เจี้ยน ยืนอยู่ตรงหน้าอ๋องฉินเจิ้งด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา "ถูกต้องขอรับท่านอ๋อง" หลี่เจี้ยนกล่าว "ข้าจะทำให้ประชาชนของเขาหันหลังให้เขา และเมื่อนั้นเราก็จะสามารถยึดอาณาจักรของเขาได้โดยไม่ต้องเสียกำลังพลแม้แต่คนเดียว"

    หลงเฟยรู้ดีว่าเขาต้องตอบโต้การโจมตีนี้อย่างรวดเร็วและชาญฉลาด เขาเรียก ซูเหวิน มาพบเป็นการส่วนตัว "ซูเหวิน... เจ้ามีทางที่จะยับยั้งโรคระบาดนี้ได้หรือไม่?" หลงเฟยถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ได้โปรดช่วยชีวิตผู้คนของเราด้วย" ซูเหวินพยักหน้ารับคำ "ข้าน้อยจะพยายามอย่างเต็มที่ขอรับท่านอ๋อง"

                    จากนั้น หลงเฟยก็เรียก หมิงเหยา เข้ามาในห้องบัญชาการ "หมิงเหยา... ข้าต้องการให้เจ้าใช้หน่วยสอดแนมทั้งหมดของเราในการตามล่าเงาของหลี่เจี้ยนให้ได้" หลงเฟยกล่าวต่อ "จงหาตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีนี้ และนำตัวพวกเขามาให้ข้าไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม"

    คล้ายกับเรื่องคำรามเพลิงมรณะ (The Roar of Deadly Flames) ที่คุณอ่าน