เธอปลดทั้งอานและสายบังเหียนออกจากเ้าม้าตัวที่สร้างความยุ่งยากให้อย่างกระแทกกระทั้นเอาโยนไว้ตรงมุมคอกแบ่งนั้นเอง ไม่อยากจะดูแลเช็ดเนื้อตัวให้มันเสียด้วยซ้ำ เดินกระแทกเท้าปัง ๆ ออกจากคอก ความพลุ่งพล่านยังคงอยู่แม้เมื่อขึ้นไปยืนสงบสติอารมณ์อยู่บนระเบียงเรือนแล้วก็ตาม เ้าคาฮุนเองก็ดูจะััความตึงเครียดในอารมณ์ของเธออยู่จึงเดินไปหดตัวลงตรงมุมระเบียง อาศัยความร่มจากชายคาหลับตาพักผ่อนอยู่ตรงนั้นเอง
ในความแค้นเคืองนี้สเตซี่กระแทกตัวลงนั่งในเก้าอี้ซึ่งตั้งอยู่ตรงระเบียง เพ่งสายตามองออกไปยังท้องทุ่งกว้างภายนอกที่เงียบสงัด สะท้านใจนักเมื่อคิดถึงเมื่อครู่ที่ผ่านมานี้เอง อ้อมแขนของคอร์ดยังโอบรัดอยู่รอบเรืยนกาย กลิ่นโคโลญจน์ที่เขาพรมไว้บนอกเสื้อยังติดมากับเสื้อตัวที่เธอสวมใส่อยู่ เธออดโมโหตัวเองไม่ได้ที่ตอนนั้นเธอน่าจะดิ้นรนหรือขัดขืนเขาบ้าง ไม่ใช่นอนนิ่งราวกับยินยอมพร้อมใจที่จะซบอกเขาอยู่อย่างนั้น...
และที่เธอน่าจะทำยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดคือน่าจะเอาเล็บข่วนแก้มให้เป็ทาง ให้เืไหลออกมาซิบ ๆ นั่นแหละถึงจะดี ไม่ก็ฟาดหน้าไปสักเที่ยงคงจะสะใจดีแท้
สเตซี่บอกตัวเองว่านับแต่นี้เป็ต้นไป เธอจะไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็นอีก ยิ่งกว่านั้นเธอก็ยังให้สัตย์สาบานต่อตัวเองด้วยว่า ในการพบกันครั้งต่อไปเธอจะต้องบอกให้เขารู้เสียทีว่าเธอมีความคิดเห็นในตัวเขาอย่างไร...
ความสงบเงียบของท้องทุ่งกว้างในระหว่างหุบเขาไม่อาจทำให้จิตใจของเธอสงบลงหรือช่วยบำรุงรักษาศักดิ์ศรีให้สูญเสียไปให้คืนดีได้ ความสงบที่เธอััอยู่เมื่อตอนเช้าวันนี้ดูเผื่อหายไปหมดสิ้น และยิ่งนั่งอยู่เช่นนี้ก็ดูจะยิ่งเพิ่มความหงุดหงิดให้เกิดขึ้นกว่าเดิม
ในที่สุดเธอก็ลุกขึ้นแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน ขณะนั้นแม้ใกล้จะเที่ยงแล้วแต่ สเตซี่ก็ไม่ได้รู้สึกหิวเลยแม้แต่น้อย ก็หันไปคว้าเสื้อชุดอาบน้ำขึ้นมาได้ก็เปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อสวมเสื้อแจ็คเก็ตผ้าขนหนูทับลงอีกชั้นแล้วเธอก็เดินลงไปที่ลำธารที่ทอดตัวคดเคี้ยวผ่านเข้าไปในทุ่งกว้าง บอกตัวเองอยู่ว่า บางทีการได้จุ่มตัวลงในลำธารใสกลางูเาเช่นนี้อาจช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นบ้าง
ไม่ห่างจากตัวกระท่อมเท่าไรนัก ลำธารได้ขยายตัวกว้างออกและมีความลึกพอที่เธอจะลงแหวกว่ายได้ สเตซี่ถอดรองเท้าแตะออกก่อนจะพุ่งหลาวไปในลำธาร เ้าคาฮุนตามออกมาด้วย แต่พยายามรักษาความห่างไว้ ในที่สุดมันก็ทรุดตัวลงนั่งใต้เงาของต้นไม้และคอยจับตาระวังภัยให้กับนายสาวของมันอยู่
สเตซี่แหวกว่ายอยู่ในลำธารใส่เกือบชั่วโมงจึงได้กลับมาหาเ้าคาฮุนและเดินขึ้นมาทรุดตัวนั่งลงข้างมัน เอื้อมไปหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบปล่อยจิตใจให้ล่องลอยผ่อนพักอย่างเต็มที่
ขณะนี้ดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนดวงสู่ฟากฟ้าเบื้องทิศตะวันตกแล้วแต่กระนั้นทั้งเธอและเ้าสุนัขแสนรู้ตัวนั้นก็ยังคงนั่งอยู่ด้วยกันตรงโคนต้นไม้นั่นเอง ความเหน็ดเหนื่อยจากการว่ายน้ำช่วยให้เธอสงบสติอารมณ์ลงได้มาก แต่กระนั้นเธอก็ยังจดจำอาการยิ้มหยันของเขาได้อย่างติดตา
ในชั่ววูบหนึ่งของอารมณ์นั้น สเตซี่บอกตัวเองว่าเธอน่าจะเดินทางกลับบ้านเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่แล้วก็รีบปัดความคิดดังกล่าวออกจากสมองอย่างรวดเร็วเมื่อนึกถึงรอยยิ้มกับคำพูดแกมเยาะของคอร์ด ฮาร์ริส ที่ว่า
“คุณน่าจะกลับไปสู่ที่ที่เหมาะสมกับคุณมากกว่า”
สเตซี่จะไม่มีวันทำให้เขาได้รับความพอใจถึงขนาดนั้นอย่างเด็ดขาด
“เราจะอยู่กันที่นี่เราจริงไหมคาฮุน...และยิ่งกว่านั้นก็คือเราจะพยายามหาความสุขใส่ตัวเองให้มากที่สุดด้วย และนับแต่นี้เป็ต้นไปเราก็ไม่จำเป็จะต้องหลีกเลี่ยงทางไปไร่ปศุสัตว์ของนายคนนั้นอีกแล้ว เขาจะชอบหรือไม่ชอบก็ตามใจเขาเถอะ” สเตซี่ประคองตัวขึ้นยืน “เออ คาฮุน ฉันคิดว่าพรุ่งนี้ฉันจำเป็ต้องเข้าไปในเมืองจริงเสียแล้วล่ะ เพราะจะได้ส่งจดหมายไปถึงก่อนที่เขาจะเป็ห่วงจนยกขบวนผู้คนออกมาตามหาเราเสียก่อน”
เมื่อคุยกับสุนัขตัวโปรดเสร็จแล้ว ทั้งสองก็เดินกลับเข้าไปในกระท่อม คาฮุนนั้นเดินตามหลังนายสาวต้อย ๆ อารมณ์ของสเตซี่จะดูแช่มชื่นสดใสขึ้นมาก เมื่อคิดถึงว่านับแต่นี้เป็ต้นไป ถ้าจะมีการเผชิญหน้าเกิดขึ้นแล้ว เธอจะต้องทำอะไรสักอย่างให้สะใจตัวเองอย่างที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้น ดูเหมือนสเตซี่จะตื่นสายกว่าปกติไปหน่อย เธอตื่นเพราะเ้าเชฟเฟิร์ดมายืนเอาจมูกดุนอยู่ข้างแก้มเมื่อ เมื่อตื่นขึ้นแล้วก็รีบเข้าห้องน้ำแต่งตัว หลังจากนั้นก็ชงกาแฟอย่างรีบร้อนเพราะตั้งใจว่าจะเข้าไปในเมืองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่กระนั้นเธอก็ยังมีงานจะต้องทำให้เสร็จเสียก่อนสเตซี่รีบให้อาหารสุนัขกับม้าอย่างรวดเร็ว เมื่อสั่งเ้าคาฮุนให้อยู่ดูแลบ้านเรียบร้อยแล้ว ในชุดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาวสี่เหลี่ยมเธอก็ะโขึ้นรถจากัวร์และขับออกสู่ถนนใหญ่ทันที
เมื่อเลี้ยวรถเข้าสู่เส้นทางที่จะเข้าตัวเมืองแล้วเธอจึงได้เพิ่มความเร็วขึ้น ครั้งนี้สเตซี่พอมีเวลาชมธรรมชาติสองข้างทาง ูเาหินสูงตระหง่านนั้นดูจะผุดโผล่ขึ้นมาจากพื้นที่ราบกว้างใหญ่และพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในทันทีทันใด ยอดเขานั้นเป็สีเทาเข้มตัดกับพื้นแผ่นดินสีน้ำตาลสลับเขียวอย่างเห็นได้ชัด ทัศนียภาพที่สามารถมองเห็นได้รายล้อมนั้นสร้างความตื่นใจให้กับเธอเช่นทุกครั้ง
เมื่อรถมาถึงทางโค้งที่สเตซี่ได้เผชิญหน้ากับ คอร์ด ฮาร์ริส เมื่อวาน ความเร็วของรถก็ดูจะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ อาจจะเป็เพราะเธอไม่ปรารถนาจะรื้อฟื้นความทรงจำดังกล่าว และออกจะดีใจด้วยซ้ำที่ผ่านพ้นจุดนั้นมาเสียได้
อย่างไรก็ตาม มันก็ออกจะเป็ความลำบากอยู่ไม่น้อยที่จะตัดสินใจให้ลืมภาพความสูงสง่าของเรียนกาย ดวงตาคู่ที่บางครั้งก็ราวจะฉายแววแห่งความเว้าวอนและบางครั้งก็คงปรับด้วยความขุ่นเคือง โดยเฉพาะยามที่มองตามร่างเธอที่นั่งตัวตรงหลังแข็งอยู่บนอานม้านั้น จะอย่างไรก็ตามแววหยันเยาะก็ยังติดตามมาหลอกหลอนอยู่นั่นเอง มันทำให้อารมณ์ของ
สเตซี่วูบวาบขึ้นมาอีก
กว่าที่เธอจะนำพาหนะคู่ใจเข้าสู่ตัวเมืองแม็คเคล้าด์ได้ก็กินเวลาเกือบชั่วโมง ท้องถนนในยามนี้ดูเงียบสงบมีผู้คนเดินเข้าออกอยู่กับร้านรวงต่าง ๆ ไม่มากนัก เธอจอดรถลงตรงหน้าที่ทำการไปรษณีย์ ตอนที่ลงจากรถนั้นเธอก็หยิบจดหมายที่จะส่งออกจะมาจากกระเป๋าถือและเดินเข้าไปในอาคารที่สร้างขึ้นด้วยอิฐ ผงกศีรษะทักทายพนักงานที่กำลังคัดเลือกจุดหมายอยู่ในห้องหนึ่ง ก่อนจะทิ้งจดหมายลงในช่องที่เขียนไว้ว่า “ขาออก” เธอตั้งท่าจะเดินออกจากตรงนั้นอยู่แล้ว แต่บังเอิญนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเดินกลับไปหาเ้าหน้าที่ซึ่งนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ตัวใหญ่
“ขอโทษเถอะค่ะ ตอนนี้มีจดหมายมาถึงสเตซี่ อดัมส์ มั่งไหมคะ” เธอเอ่ยถามออกไป
“อ๋อ คุณคงเป็สุภาพสตรีที่มาเช่าเคบินของโนแลนส์อยู่ใช่ไหมครับ” เสียงผู้ชายคนนั้นถามช้า ๆ ราวกับใช้ความคิดกับเื่อะไรบางอย่างอยู่ “ครับ รู้สึกว่ามีจดหมายมาถึงคุณฉบับหนึ่ง แต่ผมฝากคอร์ด ฮาร์ริส ให้ช่วยเอาไปส่งให้คุณด้วย แล้วคุณรู้จักเขาหรือเปล่าล่ะครับ เห็นเขาบอกว่าเขารู้จักคนดีนี่ครับ แล้วเขาก็เป็เพื่อนบ้านของคุณด้วย เพราะฉะนั้นผมก็เลยฝากไป”
“ตายจริง นี่คุณเอาจดหมายของฉันฝากเขาไปงั้นเหรอคะ” สเตซี่โมโหขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “แต่เขารู้อยู่แล้วนี่คะว่าถึงยังไงวันนี้ฉันก็จะต้องเข้ามาในเมือง”
“บางทีเขาอาจจะลืมไปก็ได้กระมังครับ” เ้าหน้าที่วัยกลางคนกล่าว “แต่ผมแน่ใจอย่างที่สุดเลยครับว่าวันนี้เขาต้องเอาไปให้คุณที่เคบินแน่ แถวนี้ไม่มีอะไรหรอกครับผู้คนล้วนแล้วแต่รู้จักสนิทสนมแล้วก็ยินดีจะให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันทั้งนั้นล่ะครับ”
“คราวหน้าคราวหลังคุณไม่ต้องฝากจดหมายหรือข้าวของที่ส่งมาถึงชั้นไปกับใครหรอกนะคะ เก็บไว้ที่นี่จนกว่าฉันจะมารับเองก็แล้วกัน” สเตซี่พยายามสงบระงับอารมณ์ของตัวเองไว้อย่างสุดความสามารถ เพราะที่จริงเ้าหน้าที่ผู้นี้อาจจะคิดว่าเขาได้แสดงน้ำใจกับเธออย่างดีที่สุดแล้วเพราะฉะนั้นเธอจะไปตำหนิเขาก็ไม่ได้อีกเช่นกัน
“ครับผม” เขาตอบพร้อมกับมองเธอด้วยสีหน้าขัดเขินที่ทำเกินหน้าที่ไป
สเตซี่กล่าวคำขอบคุณเรียบ ๆ ก่อนจะเดินออกประตูที่ทำการไปรษณีย์แห่งนั้น เมื่อออกมาถึงทางเท้าภายนอกเธอก็หยุดและใช้ความคิดอยู่เป็ครู่ ในที่สุดก็ตัดสินใจว่าเธอควรจะแสดงมารยาทด้วยการแวะไปเยี่ยมมิสซิสโนแลนส์เสียอีกหน่อย จะได้ขอบคุณในน้ำใจไมตรีที่หล่อนได้หยิบยื่นมาให้ด้วย
ขณะที่เดินเข้าไปในร้านค้าเครื่องกระป๋องกับของชำนั้น สเตซี่สังเกตเห็นว่ามอลลี่ที่กำลังคุยกับผู้หญิงผมแดงคนหนึ่งโดยมีพ่อหนุ่มตัวเล็ก ๆ สองคนกำลังดึงกระโปรงผู้หญิงคนนั้นอยู่คนละข้าง