“แล้ว ฉันต้องไปทำอะไรที่ต่างโลก?”
“อะไรกันไม่ได้จะบอกให้เ้าไปล้มจอมมารหรือไปเป็ผู้กล้าอะไรอย่างนั้นหรอกนะ"
ชายชราตอบคำถามของฮิฟุมิด้วยรอยยิ้ม
“ยิ่งกว่านั้นสำหรับพวกข้าแล้วเ้าจะใช้ชีวิตยังไงในโลกฝั่งโน้นพวกข้าก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกจะว่าไปมันก็เหมือนกับการลักพาตัวคนจากฝั่งนี้ไปเ้าจะฟังหรือไม่ฟังเื่ที่ทางโน้นขอร้องก็ได้"
เทพแห่งศิลปะการต่อสู้เบ้ปากเป็รูปตัวอักษร‘へ’ ในภาษาญี่ปุ่นด้วยความโกรธโลกที่พวกตัวเองควบคุมอยู่ถูกรุกราน ไม่มีทางจะมัวอารมณ์ดีอยู่ได้หรอก
“นอกจากนี้นะ โลกฝั่งโน้นต่างจากฝั่งนี้ทั้งปิศาจชั่วร้ายและเวทมนตร์ ทั้งุ์อย่างคนแคระหรือเอลฟ์ก็มีตัวตนอยู่ถ้าถูกโยนเข้าไปในโลกแบบนั้นอย่างกะทันหัน ถึงเป็เ้าก็คงลำบากน่าดู”
“เพราะฉะนั้นพวกข้าจึงมาอธิบายล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เ้าสับสนแล้วก็คิดว่าจะมอบพลังเพื่อให้เ้าสามารถต่อสู้ได้ด้วยนะ”
“พลัง? อย่างเช่นทำให้ฉันใช้เวทมนตร์ได้งั้นเหรอ?”
ฮิฟุมิลองจินตนาการถึงตอนใช้เวทมนตร์แต่ก็นึกภาพไม่ออกเขารู้สึกว่าระหว่างการร่ายคาถาลึกลับกับการใช้ดาบฟันเนี่ยอย่างหลังยังเร็วซะกว่าสมมติว่าต่อให้ไม่ต้องใช้เวลาร่ายเวทแต่ถ้าทำได้แค่ระดับที่มีน้ำหรือไฟพุ่งออกมาก็คงหลบได้ง่ายๆ อยู่ดีสำหรับฮิฟุมิที่ต่อให้ใส่ผ้าปิดตาแต่ก็สามารถหลบลูกธนูได้นี่ไม่ใช่เื่ยากเลย
“ไม่หรอกๆ เวทมนตร์น่ะมีแต่ที่โลกโน้น เป็พลังที่ขึ้นอยู่กับลักษณะของแต่ละคนเพราะงั้นข้าเลยจะทำแบบนี้น่ะ"
ชายชราจับมือเขาด้วยท่าทีสบายๆในขณะเดียวกันฮิฟุมิก็รู้สึกได้ว่าดาบที่เขาถืออยู่ร้อนขึ้นมา
“ข้าแบ่งพลังแห่งเทพไปให้ดาบเล่มนั้นนิดหน่อยมันจะเพิ่มความคมให้ดาบจนสูงสุดและยังทำให้ดาบไม่หักไม่งอและไม่ขึ้นสนิมถึงจะไม่สามารถมอบพลังให้กับสิ่งมีชีวิตโดยตรงได้แต่อย่างน้อยก็ขอมอบของขวัญจากพระเ้าผู้ไร้ความสามารถแก่เ้าเถอะ"
“และของขวัญจากข้าคือการคุ้มครองของเทพแห่งการต่อสู้ถึงแม้ว่าข้าจะเคยคิดว่าสักวันเ้าคงจะเปิดโรงฝึกหรืออะไรที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็เอาเถอะตอนนี้ความสามารถในการต่อสู้ของเ้าได้ขยายขีดจำกัดเพิ่มขึ้นแล้วคงจะมีประโยชน์กับเ้าในโลกฝั่งโน้นนะ"
“อย่างนี้นี่เอง...”
เมื่อรับฟังคำอธิบายต่างๆและได้รับการอวยพรจากเทพเ้าฮิฟุมิลุกขึ้นยืนแล้วสาวเท้าไปตรงหน้ามากิวะระ*ที่ตั้งอยู่ตรงมุมโรงฝึก
เพียงฉับเดียว
ดาบที่ชักออกจากสะโพกไม่ได้ฟันโดนแค่มากิวะระแต่รวมถึงกำแพงโรงฝึกด้วย ด้านหลังของกำแพงไม้เห็นโครงเหล็กที่มีรอยโดนดาบฟัน
“…รุนแรงจริง"
เขาตั้งใจจะฟันแค่มากิวะระแต่ส่วนที่ไม่ได้ััใบดาบกลับโดนฟันจนขาดไปด้วยเสียอย่างนั้น
“เอาน่า ระหว่างที่ใช้ๆ ไปเดี๋ยวก็ชินเองแหละ"
“อีกเดี๋ยวน่าจะเกิดผลจากการอัญเชิญแล้วล่ะ…"
ในเวลาเดียวกับที่เทพแห่งการต่อสู้พึมพำใต้เท้าของฮิฟุมิก็มีลวดลายเรขาคณิตผุดขึ้นมา
“นี่มัน...”
“เริ่มแล้วสินะ…ฮิฟุมิเอ๋ยหลังจากนี้เ้าคงต้องเจอเื่ลำบากแต่ยังไงก็ขอให้เ้าจงพยายามและใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเ้า้าเถอะ"
“ในฐานะที่เป็เทพแห่งการต่อสู้ข้าอยากให้เ้าเพิ่มทักษะการต่อสู้ขึ้นในอีกโลกหนึ่งให้ได้แต่ก็อย่าฝืนเกินไปล่ะ"
“แหมๆ เป็ฉากบอกลาที่ซาบซึ้งจังครับ"
ทันใดนั้นเองที่พวกเขาได้ยินเสียงนุ่มหูพูดเหมือนกำลังกลั้นหัวเราะ
“...เทพแห่งความตายหรอกเหรอจำไม่เห็นได้เลยว่าเรียกเ้ามาด้วยน่ะ"
เทพแห่งการต่อสู้ทำหน้าบึ้ง
“ก็ไม่ได้มาเพราะถูกเรียกนี่ครับ"
ชายร่างผอมบางในชุดเทลโค้ทปรากฏตัวขึ้นด้านหลังฮิฟุมิใบหน้าที่ยิ้มบางๆ ขาวซีดเกินกว่าปกติดูราวกับศพกำลังพูดอยู่
“ฉันน่ะคอยดูคุณคนนี้อยู่ตลอดเลยล่ะครับมนุษย์ที่ส่งกลิ่นของความตายขนาดนี้ไม่มีอีกแล้วล่ะครับ"
ชายที่ถูกเรียกว่าเทพแห่งความตายเอามือประกบกันแล้วหัวเราะ
“มนุษย์ที่ปรารถนาการฆ่าคนมีอยู่มากก็จริงครับแต่เพิ่งจะเคยเห็นคนที่มุ่งมั่นไปจนถึงจิติญญาเพียงนี้"
ฮิฟุมิเหลือบตามองเทพแห่งความตายเงียบๆ โดยไม่แสดงสีหน้าใดๆทั้งไม่ตอบรับและไม่ปฎิเสธ เพียงแค่ฟังสิ่งที่เทพแห่งความตายพูดเท่านั้น
“กระหายเืงั้นหรือ…นั่นคือที่มาในการกระตือรือร้นของเ้าที่มีต่อศิลปะการต่อสู้เหรอ?”
ฮิฟุมิไม่ตอบคำถามของเทพแห่งศิลปะการต่อสู้
“การที่คุณได้รับคำเชิญไปยังต่างโลกนั้นเป็เื่น่ายินดียิ่งกว่าอะไร!เอาล่ะ ที่โลกแห่งดาบและเวทมนตร์นั้นคุณจะได้แสดงพลังออกมาดังใจคิดคุณสามารถฟันทุกสิ่งที่ขวางหน้าทิ้งด้วยดาบเล่มนั้นครับ ใช่แล้วแม้แต่พระเ้าของโลกนั้น!”
เทพแห่งความตายะโโลดเต้นไปมาตรงหน้าฮิฟุมิด้วยท่าทางราวกับเล่นละคร
“ถ้าทำอย่างนั้นฉันในฐานะเทพแห่งความตายก็จะมีโอกาสได้จัดการกับิญญาเพิ่มขึ้นครับ พูดตรงๆ ก็คือฉันจะสามารถเพิ่มพลังขึ้นได้และเพื่อเป็การตอบแทนล่วงหน้า นี่คือของขวัญจากฉัน"
เมื่อเทพแห่งความตายผายมือมาทางฮิฟุมิด้วยท่าทีเกินจริงก็เกิดหมอกควันสีดำซึมเข้าไปในตัวเขา
“ฉันมอบคุณสมบัติแห่งความมืดที่ฉันภูมิใจที่สุดให้คุณครับที่โลกฝั่งโน้นคุณจะสามารถใช้มนต์แห่งความมืดได้โดยขึ้นอยู่กับอิมเมจของตัวคุณเป็มนต์ที่มีระดับเหนือกว่าความรู้ของมนุษยชาติครับ"
“ถ้าให้มาก็จะรับไว้"
“ยินดีที่คุณดูท่าทางเต็มใจรับไว้นะครับเ้าสิ่งนั้นจะไม่ปรากฏในโลกที่ไม่มีพลังเวทแต่เอาไว้ไปทดสอบดูที่โลกโน้นก็ได้ครับ"
เทพแห่งความตายยิ้มให้กับคำพูดของฮิฟุมิแล้วขยิบตาให้เทพอีกสององค์ที่เหลือ
“ฉันก็จะตอบแทนด้วยเหมือนกัน"
“เอ๋?”
ก่อนที่เทพแห่งความตายจะทันเหลือบตามองกลับมาดาบของฮิฟุมิก็ฟันเทพแห่งความตายั้แ่ไหล่จนถึงใต้รักแร้อีกข้างจนขาดออกจากกันร่างกายท่อนบนลื่นหล่นลงมาที่พื้นด้วยเสียงที่ฟังดูหนักกว่าที่ตาเห็นเทพแห่งความตายตาเบิกกว้างด้วยความใ อ้าปากพะงาบๆ แล้วสลายกลายเป็ทรายไปทั้งอย่างนั้น
“โห ฟันเทพได้จริงด้วยถึงจะไม่รู้ว่าหมอนี่เป็เทพจริงหรือเปล่าก็เถอะแต่ฉันไม่มีทางยกโทษให้ใครก็ตามที่คิดจะใช้ประโยชน์จากฉันหรอกนะ"
ฮิฟุมิจ้องมองใบดาบที่ไม่เห็นทั้งรอยหมองหรือรอยเปื้อนใดๆ ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ขอบคุณสำหรับดาบเล่มนี้ ฉันจะได้ฆ่ามากเท่าที่้าละ"
ราวกับกดสวิตช์แล้วเปลี่ยนไปเป็คนละคนฮิฟุมิกระซิบด้วยรอยยิ้มโเี้
“อะไร...”
เทพที่เหลือสององค์ต่างตกตะลึงในการกระทำอันอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“มันเหมือนกับการลักพาตัวจริงๆ นั่นแหละแต่เื่ครั้งนี้สำหรับฉันแล้วเป็เื่ที่สุดแสนจะยินดีเลย"
ฮิฟุมิพูดโดยไม่สบตากับเทพทั้งสององค์ผู้ไม่เอ่ยปากแม้แต่คำเดียว
“เป็ครั้งแรกที่ได้ฟันสิ่งมีชีวิต...พระเ้านี่จะเรียกว่าสิ่งมีชีวิตได้ไหมก็ไม่รู้นะ...แต่ก็ฟันไปแล้วรู้สึกดีชะมัด ฉันเข้าสู่เส้นทางการต่อสู้มาสิบกว่าปีแล้ว ยิ่งยกแขนขึ้นมากเท่าไรความปรารถนาก็ยิ่งเรียกร้องให้เอาชีวิตคนอื่นมากเท่านั้น โลกของดาบกับเวทมนตร์สินะ? ถ้ามีปิศาจก็หมายความว่ามีคู่ต่อสู้ที่ต่อให้ฆ่าก็ไม่เป็ไรหรือก็คือที่นั่นให้คุณค่าชีวิตคนน้อยกว่าที่ญี่ปุ่นเยอะถ้ามีเหตุผลให้ฆ่าก็น่าจะฆ่าคนได้สินะ"
เขาสะบัดดาบทั้งที่ไม่มีเืติดแล้วเก็บกลับเข้าฝัก
ร่างของฮิฟุมิค่อยๆ โปร่งใสจากบริเวณปลายขาที่ััข่ายอาคม
“ท่าทางจะถึงเวลาเคลื่อนย้ายแล้วล่ะนะ"
“ตะ...แต่จะปล่อยเ้านี่ไปทั้งอย่างนี้งั้นเหรอ?"
เทพชราลูบหนวดเหมือนกับใจเย็นลงแล้วแต่เทพแห่งการต่อสู้กลับดูเหมือนเดือดร้อนใจ
“เอาน่า ไม่ได้แล้วล่ะ ถึงจะฆ่าเทพไปแต่เมื่อการเคลื่อนย้ายเริ่มขึ้น พวกเราก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว"
ตอนที่เทพทั้งสองคุยกันตัวของฮิฟุมิหายไปจนถึงสะโพกแล้ว
“พวกเทพเ้า"
“อะไรหรือ?”
“แล้วพบกันใหม่ฉันจะฆ่าคนฝั่งโน้นให้มากๆแล้วทำให้โลกเต็มไปด้วยความหวาดกลัวหลังจากนั้นฉันจะรวบรวมพลังเพื่อกลับมาที่โลกนี้ ก่อนอื่นเริ่มจากพวกที่เรียกฉันไปเพราะฉันเกลียดการไม่ได้ทำตามที่ตัวเองตั้งใจแล้วเกลียดการถูกบังคับให้ทำเื่ยุ่งยากชะมัด"
ฮิฟุมิรู้สึกถึงพลังที่ยิ่งใหญ่หมุนวนอยู่ในตัวเขาพลังสำหรับการฆ่า แล้วก็ความรู้สึกขอบคุณกับความโกรธที่มีต่อคนที่เรียกเขามาอีกโลกหนึ่ง
หายใจเข้าลึกๆ แล้วเตรียมใจให้พร้อม
“ฉันจะลองเปลี่ยนโลกโน้นให้เป็ไปตามความคิดของฉันอาจจะดูเหมือนความฝันของคนโง่...แต่ฉันจะใช้พลังทำให้โลกโน้นปั่นป่วนสะสมพลังแล้วทำสักวิธีเพื่อให้ได้กลับมา จากนั้นที่ฝั่งนี้...ที่โลกอันน่าเบื่อนี้...ฉันก็จะทำให้มันปั่นป่วนเอง"
“อะ...อะไรกัน...”
“ไปล่ะ"
ฮิฟุมิหายไปจากโลกนี้โดยทิ้งไว้แต่รอยยิ้มที่แม้แต่พระเ้ายังรู้สึกเสียวสันหลัง
“พวกเราอาจจะส่งคนที่เลวร้ายมากๆ ไปทางโน้นซะแล้วสิ...”
และแล้วในชั่วขณะที่การเคลื่อนย้ายเสร็จสิ้นดาบที่แล่นออกจากฝักก็พุ่งออกไปจ่ออยู่ที่เด็กสาวตรงหน้า
“เอ๋…?”
“เธอคือคนที่เรียกฉันออกมางั้นเหรอ?”
สายตาของฮิฟุมิพุ่งไปที่เด็กสาวนั้นอย่างเย็นเยียบ
“เอ๊ะ? เอ๊ะ…?”
*มากิวะระ : เป้าสำหรับฝึกซ้อม ทำด้วยเสื่อฟางม้วนเป็แท่งกลมมัดด้วยเชือกจนแน่น