กำเนิดธิดาสวรรค์ผู้เหี้ยมโหด(Devil in the Goddess)

    ตอนที่29:สองสัปดาห์สู่การทดสอบ

    ณ บริเวณวิหารศักดิ์สิทธิ์


    เช้าวันใหม่ในเมือง 896 แตกต่างจากเมืองเอเลนอย่างที่ไท่เซวียนเคยคุ้นชิน แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงบนกำแพงสีขาวสะอาดของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แม้จะไม่มีการประดับประดาด้วยทองคำหรืออัญมณีแพรวพราวเท่าวิหารฯ ที่เมืองเอเลน แต่สถาปัตยกรรมที่ดูสงบ เรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความศักดิ์สิทธิ์และมั่นคงนี้ ก็มีความงามในแบบของมันเอง


    "หืมม... ดูไปดูมา ก็ไม่เลวนะพ่ะย่ะค่ะ" แฮงก์ยืนกอดอกพิจารณา


    "ถึงจะไม่หรูหราเท่าที่เอเลน แต่ก็ดู...ขลังดีไปอีกแบบ"


    ไท่เซวียนพยักหน้าเบาๆ อย่างเห็นด้วย เขากำลังมองเหล่านักบุญหญิงในชุดขาวที่เดินขวักไขว่อยู่ภายในเขตวิหารฯ พวกนางบางคนเหลือบมองมาทางเขากับแฮงก์ บุรุษแปลกหน้าสองคนที่ยืนอยู่บริเวณทางเข้า ก่อนจะหันไปซุบซิบกันเบาๆ


    "นั่นใครกันน่ะ? ไม่เคยเห็นหน้าเลย" นักบุญฝึกหัดคนหนึ่งกระซิบถามเพื่อน


    "ไม่รู้สิ แต่คนที่ดูเด็กกว่านั่น หน้าตาดีไม่เบาเลยนะ แต่ท่าทางดูหงอยๆ พิกล" เพื่อนอีกคนตอบ สายตาเหลือบมองไท่เซวียนอย่างสนใจ


    คำซุบซิบนั้นแม้จะเบา แต่ก็ดังพอที่ไท่เซวียนจะได้ยิน เขารีบเบือนหน้าหนี รู้สึกร้อนวูบวาบที่แก้มอย่างบอกไม่ถูก ภาพของเหล่านักบุญหญิงทำให้เขาอดนึกถึง 'นานา' หญิงสาวที่เขาได้ทำลายอนาคตไปเพราะความโง่เขลาของตนเองไม่ได้ เขายกมือขึ้นสัมผัสแหวนโลหะเรียบๆ ที่ท่านอาวุโสนักบุญมอบให้เมื่อวานอย่างเหม่อลอย ก่อนจะถอนหายใจยาว


    'ท่านแม่... ท่านพ่อ...' เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่สดใสของเมืองแปลกถิ่น


    'ข้าจะไม่ทำให้พวกท่านต้องผิดหวังอีกแล้ว ข้าจะต้องเข้มแข็งขึ้นให้ได้!' ปณิธานอันแน่วแน่ก่อตัวขึ้นในใจเป็นครั้งแรก


    "เอาล่ะพ่ะย่ะค่ะ ท่านไท่เซวียน" เสียงของแฮงก์ดึงเขากลับมาสู่ปัจจุบัน


    "มัวแต่ยืนซึมอยู่ตรงนี้คงไม่ได้อะไรขึ้นมา ตามแผนที่เราต้องปลอมตัวเป็นคนของหอช่างเวทย์ เราก็ควรจะไปทำความคุ้นเคยกับที่นั่นเสียหน่อย ไปกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ!"


    แฮงก์เดินนำไปยังทิศทางของหอคอยที่ดูทันสมัยที่สุดในบริเวณนั้น ไท่เซวียนสูดหายใจลึกอีกครั้ง ก่อนจะก้าวตามไปอย่างเงียบๆ


    ในห้องพักของ ณิชา


    "อึก..." ณิชาปรือตาตื่นขึ้นมารับแสงอรุณที่ส่องลอดหน้าต่างเข้ามา ความรู้สึกสับสนมึนงงเข้าครอบงำทันที ร่างกายยังคงอ่อนเพลียจากการพักผ่อน แต่ในหัวกลับหนักอึ้ง...


    วูบ!


    ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนซ้อนทับเข้ามาในห้วงความคิด... ภาพ 'นิชา' ในกระจก... การอัปเกรดรอยสักวงแหวนที่แผ่นหลัง... ความเจ็บปวด... การประทับลูกแก้วดาบจำแลงและลูกแก้วนาค... การเผชิญหน้ากับท่านอาจารย์มทินาในห้องทำงาน... คำแก้ตัว... และสายตาที่อ่านไม่ออกของนาง...


    "นี่มัน..." ณิชาผุดลุกขึ้นนั่ง ยกมือกุมขมับ


    "เมื่อคืน...ไม่ใช่ข้า..."


    ‘ก็ใช่น่ะสิ ยัยโง่!’ เสียงเย็นชาอันคุ้นเคยดังขึ้นในหัวทันที ‘ถ้าเป็นเจ้า ป่านนี้คงตัวสั่นงันงกเป็นลูกนกตกน้ำไปแล้วกระมัง ถูกจับได้คาหนังคาเขาแบบนั้นน่ะ!’


    ‘นิชา!’ ความคิดของณิชาเปลี่ยนจากสับสนเป็นหงุดหงิดทันทีที่จำได้ว่าตัวตนนี้ทำอะไรลงไปบ้าง


    ‘นี่เจ้า...แอบใช้ร่างข้าอีกแล้วงั้นรึ! แถมยัง...’


    ‘ข้าจำเป็นต้องทำ!’ นิชาตวาดกลับในความคิด


    ‘ข้าแค่จัดการอัปเกรดสิ่งที่ควรทำก็เท่านั้น ถ้าปล่อยให้เป็นหน้าที่เจ้า ชาติหน้าตอนบ่ายๆ คงจะได้ทำกระมัง! ข้าลังเลอยู่ว่าจะผนึกความทรงจำส่วนนี้ไปเลยดีหรือไม่ แต่ถ้าทำบ่อยๆ มันจะยิ่งดูน่าสงสัยเปล่าๆ ให้เจ้ารับรู้ไว้น่ะดีแล้ว จะได้รู้จักสถานการณ์ของตัวเองเสียบ้าง!’


    ณิชาอ้าปากค้าง พูดไม่ออกไปชั่วขณะ ความรู้สึกตกใจระคนหงุดหงิดตีกันในอก แต่แล้ว...มุมปากของนางก็ค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แววตาเปลี่ยนจากสับสนเป็นขบขันระคนหมั่นไส้


    'แหม... ที่แท้ก็ท่านพี่หญิงนี่เอง ที่ช่วยจัดการเรื่องยุ่งๆ ให้ข้าเมื่อคืน' ณิชาลากเสียงยาวในความคิด จงใจใช้คำเรียกที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบ


    'ข้าควรจะขอบคุณท่านพี่ดีหรือไม่นะ? หรือว่า... ท่านพี่แค่หาเรื่องใช้ร่างข้าทำอะไรตามใจชอบกันแน่? โดยเฉพาะตอนที่ข้าหลับเนี่ย...'


    ‘หนอย! ยัยเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! หุบปากเดี๋ยวนี้!’ เสียงนิชาตวาดกลับอย่างหัวเสีย เห็นได้ชัดว่าโดนยั่วโมโหเข้าเต็มๆ


    ‘อย่ามาทำเป็นต่อปากต่อคำ! รีบลุกไปล่าอสูรหาแก่นเวทมาให้ข้าเดี๋ยวนี้! พลังงานข้าเหลือน้อยเต็มทีแล้ว! ถ้าไม่ใช่เพราะร่างกายอ่อนแอปวกเปียกนี่ ทำให้ข้าต้องเสียพลังงานไปกับการรับมือสถานการณ์งี่เง่านั่นเมื่อคืน ข้าไม่มีทางทำอะไรสิ้นเปลืองแบบนั้นแน่!’


    ณิชาหัวเราะคิกคักในใจ รู้สึกสะใจเล็กๆ ที่ได้เอาคืนบ้างหลังจากโดนดูถูกมาหลายวัน แต่ก็ยอมลุกจากเตียงแต่โดยดี นางรู้ว่ายังไงก็ต้องพึ่งพา 'นิชา' ในตอนนี้


    ณ ห้องโถงกระท่อมมิติ


    ณิชาเดินออกมายังห้องโถง พบเพียงเชียร์ร่านั่งทำงานอยู่เงียบๆ ที่โต๊ะประจำตัว นางกำลังจดจ่ออยู่กับแผ่นแสงข้อมูล ไม่เห็นรุจีกับมารินเหมือนเช่นเคย


    "ท่านพี่เชียร์ร่า สวัสดีเจ้าค่ะ" ณิชาทักทายอย่างสุภาพ


    "เอ่อ... ท่านพี่รุจีกับท่านพี่มารินไปไหนหรือเจ้าคะ?"


    เชียร์ร่าเงยหน้าขึ้นจากแผ่นแสง มองณิชาแวบหนึ่งก่อนตอบ


    "พวกนางอยู่ในห้องฝึกเวทย์น่ะสิ" นางพยักหน้าไปยังประตูทางมุมห้องด้านขวา


    "กำหนดการทดสอบเข้าโรงเรียนสหเวทย์ออกมาแล้วนะ เหลือเวลาอีกแค่สองอาทิตย์เท่านั้น พวกนางก็เลยต้องเร่งฝึกกันยกใหญ่"


    "สองอาทิตย์! เร็วขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ!?" ณิชาอุทานอย่างตกใจ ไม่คิดว่าการทดสอบจะมาถึงเร็วขนาดนี้


    "ใช่ กำหนดการเลื่อนเข้ามาเร็วกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย" เชียร์ร่าตอบ


    "เจ้าเองก็ควรจะเริ่มฝึกอย่างจริงจังได้แล้วนะ" นางเหลือบมองกำไลของณิชา "คะแนน 15 แต้มนั่นคงทำอะไรไม่ได้มากนักหรอก" น้ำเสียงติดจะระอาใจเล็กน้อย


    เชียร์ร่าเหลือบมองข้อมูลบนแผ่นแสงอีกครั้ง พลางขมวดคิ้ว


    "เดี๋ยวนะ... สถานะในระบบของเจ้ายังเป็น 'นักบุญฝึกหัด' ทั้งที่ข้อมูลยืนยันแล้วว่าเจ้าเป็นจอมเวทย์ทวิลักษณ์... เดี๋ยวข้าจัดการให้เดี๋ยวนี้" นิ้วเรียวของนางแตะบนแผ่นแสงสองสามครั้ง เกิดแสงสีเขียววาบขึ้น


    "เรียบร้อย ตอนนี้เจ้าคือ 'นักบุญ' ตามสถานะที่ถูกต้อง"นางลุกขึ้น เดินไปหยิบห่อผ้าที่วางเตรียมไว้อย่างรู้การณ์จากชั้นวางใกล้ๆ ยื่นให้ณิชา


    "ชุดฝึกหัดนี่ไม่ควรใส่แล้ว ข้าให้คนนำชุดนักบุญที่ถูกต้องมาให้พอดี ไปเปลี่ยนเสียตรงนั้น ตอนนี้เลย" นางชี้ไปยังฉากกั้นมุมห้อง


    ณิชารับห่อผ้ามาอย่างงงๆ แต่ก็เดินไปเปลี่ยนชุดตามที่เชียร์ร่าบอกแต่โดยดี ครู่ต่อมา นางก็เดินออกมาในชุดนักบุญสีขาวสะอาด ที่มีแถบสีเงินเพิ่มเข้ามาที่แขนเสื้อและชายผ้าคลุม ทำให้ดูสง่างามและภูมิฐานขึ้นทันตา


    "อืม ดูดีขึ้นเยอะ" เชียร์ร่าพยักหน้าอย่างพอใจ "ทีนี้ก็เรื่องคะแนน..."


    "ข้าโอนส่วนของเจ้าให้แล้วนะ รวมทั้งหมด 90 คะแนน" เชียร์ร่าทำบางอย่างกับกำไลของตนเองครู่หนึ่ง


    ติ๊ง!


    เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นที่กำไลของณิชา นางรีบก้มลงดู ยอดคะแนนเปลี่ยนจาก 15 เป็น 105 คะแนนทันที!


    "ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ ท่านพี่เชียร์ร่า!" ณิชาโค้งขอบคุณอย่างดีใจ ตอนนี้อย่างน้อยนางก็มีคะแนนพอจะซื้อลูกแก้วว่างเปล่าดีๆ หรือทำอะไรอย่างอื่นได้แล้ว


    "แล้วเจ้าจะเข้าไปใช้ห้องฝึกเวทย์เลยหรือไม่? ห้องระดับต้นน่าจะพอว่างอยู่" เชียร์ร่าถาม


    ห้องฝึกเวทย์ที่เชียร์ร่าหมายถึงคือห้องพิเศษที่อยู่ในกระท่อมมิตินี้เอง ณิชาจำได้ลางๆ ว่ารุจีเคยอธิบายไว้ เชียร์ร่าย้ำอีกครั้ง


    "อย่าลืมสิว่าที่นี่คือหอฝึกเวทย์ที่ท่านอาจารย์มทินาประจำการอยู่ ห้องฝึกในกระท่อมนี้เป็นสิทธิพิเศษสำหรับพวกเรา ดีกว่าและใช้คะแนนน้อยกว่าห้องที่ดีที่สุดของหอฝึกเวทย์หลักข้างนอกนั่นเสียอีก ห้องระดับต้นที่นี่ใช้แค่ 30 คะแนนต่อวัน เทียบกับข้างนอกที่ต้องจ่ายถึง 40 คะแนนสำหรับห้องคุณภาพใกล้เคียงกัน"


    "เอ่อ... ข้ายังไม่ใช้ตอนนี้ดีกว่าเจ้าค่ะ" ณิชาปฏิเสธอย่างสุภาพ


    "ข้าคิดว่า... ข้าควรจะนำคะแนนนี้ไปลงทุนหาทรัพยากรที่จำเป็นก่อน แล้วค่อยกลับมาฝึกฝนอย่างเต็มที่เจ้าค่ะ ข้าขอตัวไปที่หอช่างเวทย์ก่อนนะเจ้าคะ"


    เชียร์ร่าพยักหน้ารับ ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ ณิชาจึงโค้งลาแล้วมุ่งหน้าออกจากกระท่อมมิติไปยังหอช่างเวทย์ทันที


    ณ หอช่างเวทย์


    บริเวณหน้าหอช่างเวทย์ยังคงคึกคักเหมือนเช่นเคย แต่สิ่งที่แปลกไปคือ มีร้านแผงลอยขนาดเล็กที่ดูใหม่เอี่ยมแต่ก็มั่นคง ตั้งประจันหน้ากับร้านของนายช่างเวทย์เจ้าเล่ห์ที่ณิชาเพิ่งมาใช้บริการเมื่อวันก่อน! หน้าร้านใหม่แขวนป้ายไม้ง่ายๆ เขียนว่า "แฮงก์ ช่างเวทย์รับซ่อมสร้างอุปกรณ์"


    ที่หน้าร้าน ชายร่างท้วมท่าทางยียวนที่ณิชาไม่เคยเห็นมาก่อนกำลังยืนกอดอกตรวจดูสินค้าจำพวกลูกแก้วว่างเปล่าและแร่พื้นฐานที่วางโชว์อยู่ไม่มากนัก ส่วนด้านหลังร้าน มีชายหนุ่มอีกคน หน้าตาหล่อเหลาแต่ดูเก้ๆ กังๆ กำลังง่วนอยู่กับการพยายามหลอมโลหะเพื่อขึ้นรูปเป็นลูกแก้วกลมๆ ตามคำสั่งของชายร่างท้วมอย่างทุลักทุเล


    ณิชาไม่ได้สนใจร้านใหม่มากนัก นางมุ่งตรงไปยังร้านของนายช่างคนเดิม แต่แล้วก็ชะงักเมื่อนึกถึงคำพูดของ 'นิชา' ที่สบถว่านาง 'โง่เง่า' ที่ซื้อของแพง บางที... ลองถามร้านใหม่ดูก่อนอาจจะดีกว่า?


    นางมองไปยังร้านแผงลอยใหม่ เห็นชายร่างท้วมท่าทางเจ้าเล่ห์ยืนอยู่หน้าร้าน และแวบหนึ่งเห็นชายหนุ่มอีกคนกำลังทำงานอยู่ด้านหลัง


    ความทรงจำเรื่องปัญหาที่เคยเกิดจากรูปลักษณ์ของตนเองผุดขึ้นมาในหัว เพื่อความรอบคอบและหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น นางจึงหยิบผ้าปิดปากผืนบางที่พกติดตัวไว้ออกมา สวมมันปิดบังใบหน้าส่วนล่างอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงดวงตาสีฟ้าใสที่มองตรงไป เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว นางจึงเดินตรงไปยังร้านแผงลอยของแฮงก์


    หญิงสาวในชุดนักบุญฝึกหัดผู้มีผ้าปิดปากหยุดยืนอยู่หน้าร้าน ชายร่างท้วมเงยหน้าขึ้นมอง ประกายตาของเขาวูบไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นลูกค้า แต่ก็ปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มต้อนรับ


    "ข้าต้องการซื้อลูกแก้วว่างเปล่า เจ้าค่ะ" ณิชาเอ่ยความต้องการออกไปอย่างสุภาพ เสียงลอดผ่านผ้าปิดปากออกมาไม่ดังนัก โดยไม่ได้สังเกตชายหนุ่มที่อยู่หลังร้าน ซึ่งบัดนี้ได้เงยหน้าขึ้นมองมาทางนางด้วยความประหลาดใจระคนสงสัยในท่าทางและเสียงที่คุ้นเคยนั้น...

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดธิดาสวรรค์ผู้เหี้ยมโหด(Devil in the Goddess) ที่คุณอ่าน