หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    ความโกรธของหยางจื่อ

            กลุ่มของหยางจื่อที่เดินทางไปถึงสถานที่สุสารของจักรพรรดิเหยียน​ในเวลา1 สัปดาห์เเละเมื่อมาถึงพวกหยางจื่อก็พบเข้ากับกลุ่มของสำนักวารีพิรุณ สำนักกระบี่นภาและสำนักปฐพีคลั่งโดยเฉพาะคนของสำนักปฐพีคลั่งที่หันมามองทางกลุ่มของหยางจื่อด้วยสายตาที่เย็นชาและชั่วร้าย

            "ดูเหมือนพวกเราจะมาเป็นกลุ่มสุดท้ายนะ" เฉินฝ่านกล่าว

            "เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอกเพาะต่อให้มาก่อนก็ใช่ว่าจะสามารถทำลายอาคมป้องกันที่วางอยู่ตรงทางเข้าได้"เจ้าสำนักกระบี่นภากล่าว

            "พวกข้ากำลังรอท่านอยู่พอดีเลยเจ้าสำนักเฉิน" เจ้าสำนักวารีพิรุณกล่าว

            "หืม แล้วเจ้าสำนักปฐพีคลั่งหละทำไมข้าไม่เห็นเขาเลย"เฉินฝ่านกล่าวด้วยความสงสัย

            "เจ้านั่นไม่มานะสิแต่กลับส่งผู้อาวุโสสูงสุดมาแทนเพราะงั้นถึงทำลายอาคมนี้ไม่ได้"เจ้าสำนักกระบี่นภากล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

            "เจ้าสำนักของเรากำลังเก็บตัวบ่มเพาะ เพราะงั้นถึงไม่สามารถมาได้"ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักปฐพีคลั่งกล่าว

            "เจ้าสำนักของพวกเจ้าไม่ใช่ว่าปิดด่านฝึกตนมานับสิบปีเเล้วยังไม่สามารถทะลวงขั้นต่อไปได้หรอกนะฮ่า ฮ่า" เจ้าสำนักกระบี่นภากล่าว​

            "เหอะเดี๋ยวพวกเจ้าก็จะได้รู้เมื่อเจ้าสำนักฝึกฝนทักษะปีศาจจนสำเร็จแล้วละก็พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องตายอย่างแน่นอน" ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักปฐพีคลั่ง​เค้นเสียงอย่างเย็นชาอยู่ในใจ

            "ข้าได้ข่าวมาว่าพวกเจ้าได้ข้นพบกับทักษะโบราณที่ทรงพลังเรื่องนี้จริงหรือไม่”เฉินฝ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            "เรื่องนี้เป็นความจริงงั้นรึ" เจ้าสำนักวารีพิรุณกล่าว

            "แน่นอนเพราะข้าได้พบเข้ากับผู้อาวุโสระดับสูงของสำนักปฐพีคลั่งแถมอาณาเขตตระกูลหมิงพลังของผู้อาวุโสคนนั้นอยู่ปราณจักรพรรดิแถมกลิ่นอายของเขายังทำให้ข้ารู้สึกขนลลุกเลยทีเดียว"เฉินฝ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            "มิน่าเจ้าสำนักของพวกเจ้าถึงเก็บตัวไม่ยอมออกไปใหนที่แท้ก็กำลังฝึกฝนทักษะโบราณนี่เอง"เจ้าสำนักกระบี่นภากล่าว

            "ข้าว่าพวกเรามาทำลายรูปแบบได้เเล้ว" ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักปฐพีคลั่ง​กล่าว

            "พูดอย่างกับว่าเจ้าสามารถช่วยพวกเราได้"เจ้าสำนักกระบี่นภากล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

            ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักปฐพีคลั่ง​ได้แต่ยืนกัดฟันเพราะเขาในตอนนี้ไม่สามารถเอาชนะเจ้าสำนักกระบี่นภาได้

            ทางด้านหยางจื่อที่ยืนฟังพวกเฉินฝ่านสนทนากันก็ยิ้มออกมาเพราะคำกล่าวของเฉินฝ่านเป็นเหมือนยาพิษที่ทำให้พวกสำนักปฐพีคลั่งรู้สึกหวาดระแวง

            "คุณชายหยางจื่อไม่ได้พบกันนานเลย ท่านสบายดีหรือไม่" เอี่ยฮวากล่าว

            "ที่แท้ก็แม่นางเอี่ยฮวาจากหอประมูลทุ่งสว่างนี่เองข้าสบายดีเเล้วท่านละ" หยางจื่อกล่าว

            "ข้าเองก็สบายดี แต่ดูเหมือนท่านจะเเข็งแกร่งขึ้นอีกเเล้วสินะ"เอี่ยฮวากล่าว

            "ข้าก็แค่โชคดีเท่านั้น" หยางจื่อกล่าว

            "แล้วนี่คงเป็นแม่นางมู่โหลวใช่หรือไม่ ข้าเอี่ยฮวายินดีที่ได้รู้จัก"เอี่ยฮวากล่าว

            "ข้าเองก็ยินดีที่ได้รู้จักกับแม่นางเอี่ยฮวาเช่นกัน" มู่โหลวกล่าว

            "แคร๊ก ๆ"

            ในขณะที่พวกหยางจื่อกำลังคุยกันเสียงของค่ายกลที่แตกออกก็ดังขึ้นด้วยการใช้พลังของเจ้าสำนักทั้งสามที่อยู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่ 6ค่ายกลจึงถูกทำลาย

            "นี่มันอะไรกันทำไมถึงมีประตูอยู่ 2 บาน"เจ้าสำนักกระบี่นภากล่าว

            "ดูที่ข้างบนประตูสิมีอักษรเขียนอยู่ด้วย" เฉินฝ่านกล่าว

            "ประตูข้างซ้ายคือประตูของรุนเยาว์ที่แสวงหาความแข็งแกร่งซึ่งคนที่จะเข้าไปได้ต้องมีอายุไม่เกิน30 ปี ส่วนทางด้านขวาคือประตูของคนที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป และเส้นทางทั้งสองจะมีสมบัติที่แตกต่างกันออกไปขอให้พวกเจ้าโชคดี"

            หลังจากอ่านข้อความที่สลักอยู่บนประตูผู้คนก็แสดงความงุนงงออกมาทางสีหน้า

            "ดูเหมือนว่าจักรพรรดิเหยียนจะเตรียมพร้อมเพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบกันสินะ"เฉินฝ่านกล่าว

            "มันก็จริงก็ละนะ"

            หลังจากนนั้นกลุ่มรุ่นเยาว์และเหล่าผู้อาวุโสก็แยกกลุ่ทคนรุ่นเยาว์เองต่างก็เกาะกลุ่มกับคนที่อยู่ในสำนักเดียวกันในตอนนั้นเองที่สีหน้าของผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักปฐพีคลั่ง​ก็แสยะยิ้มออกมาและมองไปทางหยางจื่อด้วยสายตาที่ชั่วร้าย

            หยางจื่อเองก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่ชั่วร้ายของผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักปฐพีคลั่ง​แต่เขาทำเป็นไม่สนใจเพราะตัวเขาในตอนนี้สามารถที่จะต่อสู้กับคนที่อยู่ปราณปฐพีขั้นที่2ได้อย่างสูสีและในกลุ่มศิษย์ของสำนักปฐพีคลั่งคนที่มีพลังมากที่สุดก็อยู่ปราณปฐพีขั้นที่2 พอดี

            "เอาละพวกเราเข้าไปสำรวจกันเถอะ"

            กลุ่มคนที่เริ่มเข้าไปในประตูในทันทีแต่ว่าเมื่อผู้คนเข้าไปในประตูเเล้วพวกเขาก็ต้องตกใจเพราะข้างในประตูนี้กลับเป็นเขาวงกรตและที่สำคัญทุกคนที่เคยเกาะกลุ่มกันต่างก็ถูกแยกออกจากกันจนหมด

            "บัดซบ!!!!" หยางจื่อสบทออกมา

            เพราะหยางจื่อในตอนนี้มองไปเห็นมู่โหลวแสดงว่านางถูกแยกออกไปหยางจื่อที่เริ่มตามหามู่โหลวเป็นอันดับแรกแต่ว่าเขาวงกรตนี้ซับซ้อนเกินไปจนหยางจื่อเริ่มหลงทางซะเอง

            "คูณชายหยางจื่อช่างบังเอิญจริง ๆที่พวกเราได้พบกัน" เอี่ยฮวากล่าว

            "แม่นางเอี่ยเห็นมู่โหลวบ้างหรือไม่" หยางจื่อกล่าวถาม

            "ข้าเองก็ไม่เห็นนะแต่ดูเหมือนจะมีคนของสำนักกระบี่นภาเห็นนางถูกสำคนของสำนักปพีคลั่งไล่ตามอยู่ข้างเองก็เป็นห่วงเลยตามมาถึงตรงนี้นี่แหละ"เอี่ยฮวากล่าว

            "นางไปทางใหน" หยางจื่อกล่าวอย่างร้อนรน

            เอี่ยฮวาได้พาหยางจื่อไปในทิศทางที่มู่โหลวไปไม่นานพวกเขาทั้งสองก็เห็นกับกลุ่มคนของสำนักปฐพีคลั่งที่ยืนล้อมมู่โหลวไว้สภาพของมู่โหลวในตอนนี้มีบาดแผลจำนวนมากใบหน้าของนางนั้นซีดขาวเสื้อผ้าของนางขาดหลายแห่งจนเผยให้เห็นผิวพันที่ขาสวดุจหิมะและใบหน้าของคนสำนักปฐพีคลั่งก็มองไปทางมู่โหลวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยราคะอย่างชัดเจน

            หยางจื่อรีบใช้ความเร็วสูงสุดของตนพุ่งผ่านเอี่ยฮวาและไปถึงกลุ่มคนของสำนักปฐพีคลั่งได้อย่างรวดเร็ว

            "ตาย!!!!"

            "ฉึบ!!!!!"

            หัวของคนที่อยู่ปราณปฐพีขั้นที่1 ถูกตัดขาดได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว

            "พวกเจ้าต้องตาย ข้าจะฆ่าพวกเจ้าหมดทุกคน" หยางจื่อกล่าวด้วยความโกรธ

            ในตอนนี้เองที่ใบหน้าของศิษย์สำนักปฐพีคลั่งต่างก็ซีดขาวในทันที

            ---------------------------------------------------------------------------------------

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน