ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่119 ข่าวด่วนพันลี้

    หอสมบัติ สาขาหลัก อาณาจักรซ่ง

     

    “เจ้าทั้งสองรู้ไหมว่าการออกไปด้านนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตมันผิด !” จ้าวหอโอสถไม่ได้เสแสร้งเขาโกรธทั้งสองคนนี่จริง ๆ การออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตมันเสี่ยงต่อการถูกลอบโจมตี และส่งผลเสียในการเข้าแข่งขันในงานนทีทีปสวรรค์ เรื่องแบบนี้มักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ 

     

    แน่นอนว่าตัวแทนไม่ได้มีเพียงอาณาจักรเยว่ แต่ยังมีทุกอาณาจักรเข้าร่วม ของรางวัลก็สูงไปด้วย จึงมีการแข่งขันอย่างดุเดือดกัน และที่สำคัญคือลดจำนวนตัวแทนของฝ่ายตรงข้าม นั่นคือสิ่งที่จ้าวหอโอสถเป็นกังวลที่สุด

     

    อย่างคนคนปริศนาทั้งสี่ที่เข้ามาโจมตีหนิงเฟยหลงก็คงจะเป็นนักฆ่าที่อาณาจักรอื่นส่งมา ถ้าดูจากการต่อสู้ละก็...สี่คนนั้นไม่ธรรมดาเลย วิชายุทธ์เฉพาะก็ไม่ได้แสดงออกมา หามือใครมาดมได้ยากยิ่ง หากจ้าวโอสถไม่ใช้จังหวะเหมาะปะทุพลังอัคคีใช้เคล็ดวิชาเพลิงผลาญฟ้ามีหรือที่จะสลัดหลุดจากคนพวกนั้นได้

     

    โดนจ้าวหอโอสถตำหนิเสียหน่อยคงไม่เป็นกระไร หนิงเฟยหลงนั้นคิดน้อยไปหน่อย ออกไปโดยพลการ แต่ถ้าหากไม่ใช่เพราะการเรียกร้องของเกราะว่างเปล่าล่ะก็เขาคงไม่ออกไป

     

    ชายหนุ่มมีสีหน้าค่อนข้างสลดต่างจากหลานสาวของท่านจ้าวหอที่มีสีหน้าราบเฉยราวกับว่าก่อนหน้านี้นางไม่ได้ไปทำสิ่งใดผิดมา

     

    จ้าวหอเองก็ไม่กล้าจะดุด่าหลานสาวอันเป็นที่รักจึงมุ่งมาลงที่ชายหนุ่มแทน “เจ้าน่ะสิที่เป็นควรชวนหลันเอ๋อร์ออกไป ต่อไปข้าจะกักบริเวณห้ามเจ้าออกจากห้องจนกว่าจะเวลาเดินทาง และยังจะคาดโทษไว้”

     

    “ไม่ยุติธรรม !” ถึงชายหนุ่มจะคิดอย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป อย่างไรก็สมควรต้องไว้หน้าท่านหน่อย เพียงหลานสาวเมินเฉยก็คงทำให้ใบหน้าด้านชาแล้วกระมัง 

     

    “ขอรับ” หนิงเฟยหลงรับคำอย่างว่าง่ายแล้วเดินกลับห้องไป อันที่จริงแล้วหลี่จงก็อยากจะต่อว่าอีกฝ่ายมากกว่านี้ แต่หลานสาวผู้ดื้อรั้นกลับไม่ยอมฟังอะไรเลย อาการนิ่งเฉยของอีกฝ่ายตัวของเขารู้ดีกว่าใคร

     

    ...

     

    สถานการณ์ดูท่าจะกลับมาเป็นปกติ จนถึงเวลาที่ต้องเคื่อนย้ายผ่านประตูเคลื่อนย้าย ทว่า...

     

    “รายงาน ! สารด่วนจากองค์รัชทายาท !” ชายคนหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามา เขาใส่ชุดเหมือนชาวบ้านธรรมดา แต่กลับสามารถผ่านเข้ามาในหอสมบัติได้ เขาไม่ใช่ใครที่ไหนคือ สายของทางอาณาจักรเยว่ส่งมาประจำที่อาณาจักรซ่ง

     

    “หืม ? องค์รัชทายาทที่ใด ?” จ้าวหอโอสถไม่ทราบถึงเรื่องนี้จึงถามออกไป

     

    “อาณาจักรเยว่ขอรับ” ชายผู้นั้นรีบตอบกลับทันที ดูท่าว่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วน

     

    “ถ้าเช่นนั้นก็ส่งมาเถอะ” จ้าวหอโอสถยังคงรักษาท่าทีที่สุขุมรับสารมาด้วยท่วงท่าสบาย ๆ ทว่าเมื่อเปิดอ่าน เพียงแค่เปิดออกเท่านั้น คิ้วของมันที่ขาวโพลนก็แทบจะรวมกันเป็นกระจุก “แย่แล้ว ! เร็วเข้ารีบกลับนครหลวง !” ไม่เหลือเค้าโครงของชายชราผู้สุขุมดังเดิม

     

    “เกิดอะไรขึ้น !” คนในกลุ่มอาณาจักรเยว่ต่างพากันแตกตื่น มันต้องเป็นเรื่องแย่เป็นแน่ นี่พึ่งผ่านมาแค่สิบกว่าเท่านั้นในอาณาจักรเกิดสิ่งใดขึ้นกัน ?

     

    “ไม่มีเวลาแล้ว หากอยากรู้สิ่งใดให้ถามระหว่างเดินทาง การไปงานนทีทีปสวรรค์ในครั้งนี้เห็นทีจะต้องงดเอาไว้ก่อน” หลี่จงถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้า “เอาล่ะสั่งการลงไปกลับนครหลวงเหอผิง !”

     

    สีหน้าจ้าวหอโอสถไม่สู้ดีทุกคนต่างรับรู้ได้ แต่คนที่เป็นกังวลที่สุดเห็นจะเป็นหนิงเฟยหลงที่ในหัวพลางขบคิดเรื่องราวมากมาย ทั้งสายลับของมันยังไม่ส่งข่าวมาให้อีก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ?

     

    ...

     

    การเดินทางเป็นไปอย่างเร่งรีบโดยที่แทบไม่มีการหยุดพัก รถม้าได้ถูกขายแลกเปลี่ยนเป็นม้าหลายตัว ทุกคนขี่ม้ากลับอาณาจักร จนกระทั่งมาถึงเขตชายแดนหน้าด่านหนันเฉิงแม่ทัพรักษาด่านปิดเขตแดนไม่ยอมให้มีการเข้าออกระหว่างสองอาณาจักร

     

    โดยอ้างว่าอาณาจักรกำลังวุ่นวายเพื่อเป็นการป้องกันอาณาจักรจึงไม่อาจให้ผู้ใดเข้าออกได้ แต่การกระทำนี้เหมือนเป็นการยับยั้งไม่ให้คนจากอาณาจักรเยว่กลับไปเสียมากกว่า

     

    “ทำอย่างไรดีท่านจ้าวหอ ?” ผู้อาวุโสหลายคนเริ่มไม่สบายใจ พวกเขาก็มีครอบครัวอยู่ที่นั่นหากเกิดอะไรขึ้นต้องแย่แน่ ๆ จ้าวหอโอสถใช้เวลาครุ่นคิดชั่วครู่ สูดลมหายใจลึกจากนั้นฝ่ามือก็พลันปรากฏเปลวอัคคีสีแดงเพลิง มือนั้นขยับวูบวาบอีกรอบ เปลวเพลิงนั้นก็พลันพุ่งพรวดสังหารทหารยามที่ยืนเฝ้าเวรหน้าประตูไปสิ้น

     

    “เร็วรีบเปิดประตู !” จ้าวหอโอสถตวาดเรียกสติ หนิงเฟยหลงเป็นคนแรกที่พุ่งทะยานออกไปหมายจะเปิดประตูด่าน ทว่า

     

    ฟิ้ว ! ปัก !

     

    หอกเล่มหนึ่งพุ่งเฉียดหัวหนิงเฟยหลงไป คนที่ปามานั้นแม่นมาก หากไม่ใช่เพราะหนิงเฟยหลงไหวตัวทันล่ะก็คงต้องหอกนั่นเข้าเต็ม ๆ

     

    จากนั้นนายทหารผู้หนึ่งก็กระโจนลงมีจากบนกำแพง รูปร่างหน้าตาเกลี้ยงเกลา คงอายุไม่เกินยี่สิบ แต่ชุดเกราะที่สวมใส่นั้นต่างจากผู้อื่น เห็นชัดว่าต้องเป็นระดับแม่ทัพ อาณาจักรซ่งไม่ธรรมดาจริง ๆ

     

    “ชาวเยว่ควรรู้มารยาท เมื่ออยู่ดินแดนอื่นก็ควรทำตามกฎ แม้ว่าอาณาจักรซ่งจะเล็ก แต่ก็ใช่ที่ไปมาโดยง่าย !” แม่ทัพผู้นั้นกล่าวเสียงแข็งปลุกจิตใจให้ทหารฮึกเหิม ไม่นานทหารซ่งก็กรูเข้ามาปิดล้อมกลุ่มชาวเยว่ไว้

     

    “ยุ่งยากจริงเชียว” สิ้นเสียงทหารซ่งที่เข้ามาล้อมทางประตูก็พลันล้มลง ประตูนั้นก็ถูกเปิดออกทันที

     

    “!!!!!” แม่ทัพหนุ่มตะลึงเกิดอะไรขึ้น ? ชายคนนั้นเป็นคนเปิดประตูรึ ? เขาผ่านกองทหารไปได้อย่างไร ? แม่ทัพหนุ่มรู้สึกอึ้ง ชายผู้นั้นรวดเร็วเกินไป อายุดูท่าจะน้อยกว่ามัน แต่กลับมีฝีมือเหลือร้ายนัก

     

    “ไป !” ไม่รอให้แม่ทัพหนุ่มคืนสติ จ้าวหอโอสถก็ให้คนควบม้าตามออกไป 

     

    “อย่าปล่อยให้หนีไปได้ ตามพวกมันไป !” เสียงคำรามดังขึ้นทุกคนกลับมาได้สติวิ่งตามพวกเยว่ไป

     

    แม่ทัพวัยกลางคนปรากฏตัว ในมือถือง้าวควบอาชาสีดำทมิฬไล่ตามพวกเยว่ไปพร้อมกับหน่วยทหารม้าจำนวนร้อยนาย แม่ทัพผู้นี้คือผู้บัญชาการรักษาด่านหนันเฉิง

     

    กร๊อบ กร๊อบ !

     

    เสียงม้าไล่ตามกระชั้นชิดมา จ้าวหอโอสถไม่มีเวลาจะสนใจเพียงแต่ม้าที่ขี่ม้าเริ่มอ่อนกำลังลงแล้ว สู้ม้าศึกของทหารพวกนั้นไม่ได้ ระยะห่างจึงน้อยลงเรื่อย ๆ

     

    อันที่จริงก็ไม่เข้าใจ พวกเขาข้ามเขตแดนอาณาจักรซ่งมาแล้ว ทำไมทหารซ่งจึงกล้าตามมาอยู่ หรือว่าระหว่างทหารชายแดนจะมีบางปิดซ่อนไว้ อำนาจตระกูลถูมาถึงอาณาจักรซ่งเชียวหรือ ? ขบคิดเพียงแค่นี้หนิงเฟยหลงก็นึกหวาดกลัวขึ้นเล็กน้อย วางแผนได้ยอดเยี่ยม สมแล้วที่เป็นตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุด

     

    เมืองหลวงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ?

     

    นี่เป็นสิ่งที่ค้างคาใจมาก แต่จ้าวหอโอสถยังไม่ปริปากบอกเรื่องราวแม้แต่น้อย ได้แต่หวังว่าพอมาถึงเขตแดนเยว่แล้วหน่วยสอดแนมจะส่งข่าวมาทันที

     

    พรึ่บ ! “พิราบสื่อสารรึ ?” หนิงเฟยหลงต้องแปลกใจ ปกติแล้วการติดต่อแม้จะมีใช้พิราบสื่อสารบ้าง แต่นั่นก็เฉพาะเรื่องเร่งด่วนเท่านั้น

     

    แต่ทันใดนั้นหนิงเฟยหลงก็นกพิราบบินมาแต่ไกลคำถามของเขาจะได้คำตอบแล้ว จ้าวหอโอสถและคนอื่น ๆ ไม่มีเวลามาสังเกตสิ่งอื่นพวกเขากังวลกับกองทหารที่ติดตามมา

     

    ระยะห่างคงไม่ถึงร้อยจั้งแล้ว “พวกเจ้าไปก่อน แล้วข้าจะตามไป” จ้าวหอโอสถกล่าวจบก็ทะยานร่างออกจากอาชา มุ่งสู่หน่วยทหารม้าที่ไล่ตามมา ผู้อาวุโสอีกสองคนที่ทะยานตามไป ปล่อยให้ศิษย์สามคนกับผู้อาวุโสอีกแปดคนมุ่งหน้าต่อไป

     

    คราแรกหลี่ฮุ่ยหลันทำท่าจะตามไป แต่ก็ถูกสายตาที่จริงจังของจ้าวหอโอสถสะกดไว้ ได้แต่เพียงเชื่อใจยอมรับแล้วเร่งเดินทางต่อ

     

    พิราบน้อยร่อนลงที่ไหล่ซ้ายของชายหนุ่ม เขาหยิบเอาสารที่แนบติดมากับขานกพิราบ ดวงตาก็พลันสั่นไหว “แย่แล้ว !” ที่แท้ข่าวนี้สำคัญมาก แม้แต่จ้าวหอโอสถยังตื่นตกใจ ไม่น่าแปลกเลย เพราะสารลับที่ส่งได้เขียนไว้ด้วยเนื้อความที่กระชับ เรียบง่าย แต่ได้ใจความมากที่สุด !

     

    องค์จักรพรรดิ.......สิ้นพระชนม์ !!!!

     

    …

     

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน