กู้เฉินเดินซวนเซไปตามทางเดินจนถึงห้องส้วมที่เรียงกันเป็นพรืด ชายหนุ่มเข้าไปปัสสาวะเรียบร้อยก็เดินโซเซออกมา ดวงตาของเขาหรี่ปรือ รู้สึกถึงเงาร่างที่ขวางอยู่ข้างหน้า
“คุณชายกู้ ข้าน้อยเองเจ้าค่ะ ซุนหลัน”
กู้เฉินได้ยินชื่อนั้นก็ถอยหลังสองก้าว ร่างกายโงนเงน “แม่นางซุน ข้าเมาอยู่ หญิงชายไม่ควรชิดใกล้โดยเฉพาะในยามที่ข้าร่างกายไม่ปกติ สติก็ไม่สมบูรณ์”
“คุณชายอย่ากล่าวเช่นนั้นเลย เดิมทีซื่อจื่อก็ยกข้าให้เป็นของท่านแล้ว ข้าก็สมควรปรนนิบัติท่านต่างหาก”
กู้เฉินหันไปกอดเสาระเบียงทางเดินที่มีหลังคาเอาไว้แน่น “ไม่ๆ ข้าไม่อยากให้เจ้ามาแตะต้องข้า พี่หญิงสั่งเอาไว้ว่าห้ามสัมผัสร่างกายสตรี ข้าไม่อยากถูกโบยนะ”
“คุณชายข้ามาช่วยท่านนะเจ้าคะ ท่านเมาจนแทบจะเดินไม่ไหวอยู่แล้ว ให้ข้าช่วยพยุงไปนั่งพักสักครู่เถิด”
กู้เฉินสบตาของซุนหลัน “ข้าไม่เชื่อ เจ้าจะหาทางให้ข้ารับจวน ข้าไม่มีทางตกหลุมพรางของเจ้าหรอก”
นางระบำคนงามยกยิ้มมุมปาก “คุณชาย ข้าไม่ได้อยากไปอยู่ในจวนท่านจริงๆ นะเจ้าคะ เพียงแต่...” นางสืบเท้าเข้าไปใกล้ พร้อมสะบัดแขนเสื้อ ฝุ่นขาวฟุ้งกระจายตรงหน้าของกู้เฉิน
คุณชายรองแห่งสกุลกู้ค่อยๆ รูดร่างลงแนบเสา ซุนหลันโผเข้าไปประคองเขาเอาไว้ ยกแขนขึ้นพาดบ่าของตนแล้วประคองกู้เฉินไปทางเรือนด้านข้าง
มู่จ้านที่ซุ่มอยู่พุ่มไม้ข้างทางกับน้องชาย พยายามมองหน้าของหญิงสาวนามซุนหลัน จนมู่โจวรู้สึกผิดปกติ
“พี่จ้าน ท่านดูสนใจนางรำผู้นั้นมากนะขอรับ”
“เจ้าไม่รู้สึกหรือว่านางคล้ายกับจอมยุทธ์หญิงที่ช่วยชีวิตข้า”
“ข้ายังไม่เห็นหน้านางชัดเลยขอรับ”
“ทีแรกข้าไม่ได้สังเกตนางให้ดี เพิ่งสะดุดตาก็ตอนที่นางยืนคุยกับฝานกั๋ว วรยุทธ์นางสูงส่ง แต่กลับเป็นนางระบำที่ถูกส่งเข้าจวนอ๋อง ข้าไม่เชื่อว่านางจะเป็นแค่นางนกต่อของหลิงอ๋อง”สายตาของมู่จ้านเจือความเจ็บปวด สตรีที่เป็นรักแรกพบของเขา เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้?
มู่โจวขมวดคิ้ว จวนอ๋องมักจะมอบหญิงงามให้ไปปรนนิบัติขุนนางหรือคนสำคัญที่พวกเขาอยากล้วงความลับ หากว่านางทำงานให้หลิงอ๋องเจตนาครั้งนี้เห็นได้ชัดว่านางจะต้องไปเป็นอนุภรรยาของกู้เฉิน
“ท่านอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ ข้าไม่เคยได้ยินว่านางระบำของจวนอ๋องได้รับการฝึกวรยุทธ์ นางฝีมือล้ำเลิศถึงเพียงนั้น บางทีนางอาจจะเป็นผู้ที่แฝงกายเข้ามาล้วงความลับในนี้ก็ได้”
พอสองพี่น้องเห็นซุนหลันสะบัดฝุ่นสีขาวใส่กู้เฉินแล้วประคองชายหนุ่มผู้นั้นไปเรือนด้านข้าง พวกเขาก็รีบสะกิดกันตามไป มู่จ้านคับแค้นแน่นอก เขาอยากจะกระชากร่างบางนั่นไปสอบสวนนัก ยิ่งมองดูนางประคองบุรุษอื่นยิ่งโกรธเคือง เขาไม่น่ามองผิด คิดว่านางเป็นสตรีที่ดีจนยกย่องให้นางเป็นสตรีในดวงใจ
‘คอยดูเถิด กลับไปข้าจะเผารูปเจ้าให้สิ้นซาก แม่นางซุน หญิงลวงโลก’
พอเห็นซุนหลุนพากู้เฉินเข้าห้องนอนรับแขก มู่จ้านก็คิดจะพุ่งออกไป แต่มู่โจวดึงเอาไว้
“อย่าท่านพี่ ให้คนของซื่อจื่อเข้าไปก่อน พวกเขาวางแผนไว้รัดกุมแล้ว ท่านอย่าเข้าไปขวางเลย”
มู่จ้านท่าทางฮึดฮัด “แต่ว่าเราต้องช่วยกู้เฉินนะ”
“ท่านร้อนใจเพราะนางหรือเพราะกู้เฉินกันแน่?” มู่โจวยึดแขนพี่ชายเอาไว้แน่น พูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “โน่น ฝานกั๋วนำคนมาแล้ว”
ผัวะ!
ฝานกั๋วผลักประตูเข้าไป ด้านหลังของเขามีหมัวมัวอาวุโสประจำจวนอ๋องและสาวใช้อีกสี่คน บนเตียงมีร่างของกู้เฉินนอนหลับอยู่ เสื้อตัวนอกของเขาถูกโยนทิ้งบนพื้น ส่วนเสื้อผ้าของซุนหลันถูกดึงทึ้งจนขาดวิ่น
“แม่นางซุน เจ้ากับคุณชายกู้...” องครักษ์ฝานร้องขึ้น
“ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าเห็นเขาเดินเซกอดเสาอยู่ระเบียงทางเดินก็เลยเข้าไปช่วยพยุงมาที่นี่แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะเมาจนขาดสติทำกับข้าเช่นนี้”
หมัวมัวอาวุโสสีหน้าถมึงทึง “ไม่ได้ๆ เจ้าเป็นสตรีบริสุทธิ์ผุดผ่อง คุณชายกู้ต้องรับผิดชอบเจ้า” นางหันไปทางสาวใช้ “เจ้าไปรายงานซื่อจื่อเดี๋ยวนี้”
“ทันทีเลยเจ้าค่ะ” สาวใช้รีบยอบกายรับคำสั่ง
มู่โจวมองเข้าไปในห้องเห็นคนรุมอยู่รอบเตียงก็ยิ้มออกมา “เห็นทีแผนของซื่อจื่อจะสัมฤทธิผลแล้ว”
มู่จ้านใบหน้าอึมครึมลงหลายส่วน “นางนกต่อผู้นี้ คิดจะทำสิ่งใด?”
มู่โจวยกมือขึ้นตบบ่าพี่ชาย “พี่จ้าน ท่านน่าจะเข้าไปเป็นพยานอีกสักคนนะขอรับ จะได้ฟังชัดๆ”
“ได้ ในเมื่อนางมิใช่สตรีอย่างที่ข้าคิดแล้วก็ไปดูเพื่อตอกย้ำความจริงสักหน่อยก็แล้วกัน”
คุณชายใหญ่แห่งจวนแม่ทัพเดินอ้อมเพื่อไปเดินขึ้นทางเดินด้านข้างระเบียง จู่ๆ มู่ช่างก็โผล่หน้าออกมาจากพุ่มไม้ใกล้ๆ
“จะไปดูเรื่องสนุกกันสองคนโดยขาดข้าไม่ได้หรอกนะ”
“เสี่ยวช่าง เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”
“ข้าเห็นสาวใช้ไปเชิญคุณหนูใหญ่กู้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าน่าจะเกิดเรื่อง ยิ่งเห็นซื่อจื่อกับคุณชายรองหลิงลุกจากที่นั่งมารวมกลุ่มกับนาง ข้าก็เลยรีบตามมา”
“เจ้าหูตาว่องไวเหมือนเคย”
“พี่จ้าน ท่านกำลังชมข้าใช่หรือไม่?” มู่ช่างหัวเราะน้อยๆ
มู่โจวยิ้ม “พี่ช่างมาก็ดีแล้ว ข้าปรากฏตัวตอนนี้ไม่ได้ ท่านไปเป็นเพื่อน พี่จ้านหน่อยเถิดขอรับ ไปช่วยเป็นพยานให้ซื่อจื่อหน่อย”
มู่ช่างดูเครื่องแต่งกายของน้องชายคนเล็กก็พยักหน้า “ได้สิ เจ้าหลบอยู่ข้างหลังพวกเราก็แล้วกัน ในฐานะองครักษ์จวนอ๋อง คงไม่มีคนสนใจสังเกตเจ้าหรอก เรายืนอยู่ตรงประตูก็น่าจะได้รับรู้เหตุการณ์ชัดเจนแล้ว”
หลิงอ๋องซื่อจื่อนำหน้าคนกลุ่มใหญ่มาอย่างเร่งร้อน มู่โจวเห็น กู้เยว่ฉีรวมกลุ่มมาด้วยก็ยกยิ้มมุมปาก พอคนกลุ่มนั้นผลุบเข้าไปในห้อง สามพี่น้องก็มาหยุดยืนทำตัวเป็นชาวบ้านมุงอยู่หน้าประตูเรือนที่เปิดอ้าออกกว้าง
“เกิดอันใดขึ้นหรือหมัวมัว?” น้ำเสียงของหลิงเจาเหว่ยฟังดูร้อนใจ
“ซื่อจื่อ ท่านมาเสียที ข้าร้อนใจจะแย่แล้ว ท่านดูสิ คุณชายกู้เมามายจนเผลอล่วงเกินแม่นางซุนเข้าแล้วเจ้าค่ะ” หมัวมัวอาวุโสผายมือไปทางเตียง
กู้เฉินงัวเงียลุกขึ้นมองคนกลุ่มใหญ่ที่ยืนดาหน้าอยู่หน้าเตียง “พวกท่าน มากันทำไมหรือ?”
“เสี่ยวเฉิน เหตุใดเจ้าจึงไร้สติเช่นนี้” เสียงเยียบเย็นของกู้เยว่ฉีดังขึ้น นางก้าวขาออกมายืนใกล้เตียง จ้องมองน้องชายด้วยความโมโห
*******
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กเรื่อง "พลิกชะตาแค้นสามี" เล่ม 2 วางจำหน่ายแล้วนะคะ (ถึงตอนที่ 128 ค่ะ) กดตามไปซื้อได้ทางเว็บไซต์ mebmarket.com
