ตอนที่ 9 พอดีผมแสบตาไปหน่อยนะ
“แหม่ ๆ ขอโทษทีนะลุงพอดีผมแสบตาไปหน่อยน่ะ เลยไม่ค่อยเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด” ซินกล่าวแก้ตัว
“ข้าต่างหากโว้ยที่ไม่เห็น คนที่กินยาลึกลับของยายแก่นั้นก็ยังเห็นปกติ ข้าเคยกินมันอยู่อย่ามาแหลซะให้ยาก”
“ฮ่า ๆ ๆ โอ้ไม่ไหวแล้วซินจังแล้วนายไปต่อยเขาแบบไม่ถามเหตุการณ์ไม่ได้นะ”
“เอ๊ะ เธอนั่นแหละตัวดีเซจังไม่ต้องมาพูดกับผมเลย”
“โอ้ ๆ ไม่งอนนะ”
“ก็ได้ สรุปแล้วลุงจะจ่ายค่าเสียหายให้พวกผมเท่าไหร่”
“เป็แก้ต้มตุ๋นหรือไงฟระ เองมาต่อยข้าก่อนแท้ ๆ ”
“เมื่อครู่ผมเห็นลุงหลบได้แต่ไม่หลบถือว่าเป็การแกล้งเจ็บตัวเพื่อเรียกร้องความสงสารจากลูกของลุงนิ” ลุงหน้าซีดก่อนกล่าวว่า
“ไอ้หนูตาดีงั้น ข้าให้ดาบเองเล่มหนึ่ง” เพื่อปกปิดความลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ของทั้งสองคน
“ดิว!!”
“ว่าแต่เ้าไม่ใช่คนที่นี่มาทำอะไรใน่าจะปะทุ”
“ลุงรู้เื่าด้วยหรือ”
“รู้สิราชวงศ์สั่งคนสร้างอาวุธจำนวนมากทำให้เหล่าช่างฝีมือมีงานกันทั่วหน้า”
“เหอะโง่เขลา” ซินได้แต่กระซิบอย่างแ่เบา
ถามว่าทำไมนะเหรอที่เขาด่าอะ ก็เพราะว่าเป็การกระทำที่โง่ที่สุดยังไงละ อย่างดีแค่ขวัญกำลังใจลดลงนิดหน่อย อย่างร้ายมีคนแฝงตัวสร้างอาวุธหรือป่วนการสร้างอาวุธ ถ้าร้ายหน่อยก็รู้จำนวนทหารและขนาดของกองทัพจากการคำนวณอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้เลย ไม่เรียกโง่และเรียกอะไร
“อ๋อ ลุงคือช่างตีเหล็กที่นี่แล้วเด็กน้อยที่เป็ลูกของลุงละ”
“เฮ้อ ก็เป็ช่างเหมือนกันแต่ด้วยที่นิสัยของยัยนั้นมีดื้อไม่ฟังอะไรเลยชอบย่องไปตีเหล็กคนเดียวอยู่เรื่อย ๆ ห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง”
“แสดงว่า่นี้ลุงดูยุ่ง ๆ นะสิน้องเลยไม่อยากรบกวนอีกอย่างลุงควรมีเวลาให้ครอบครัวคนสุดท้ายให้มากกว่านี้” ซินกล่าวพร้อมปราดน้ำตาเล็กน้อย
“เมียข้ายังไม่ตายโว้ย แค่ออกไปซื้อของมาทำอาหาร ไหน ๆ แล้วก็ค้างที่นี่มันซะเลย เพราะวันนี้ข้าส่งอาวุธให้พวกนั้นหมดแล้วได้เงินมาจำนวนมากเลยละ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ”
“ลุงนี่นะผมแค่พบลุงครั้งแรกเองนะ”
“คนที่มาช่วยเด็กสาวจากคนไม่ดีนะ มันก็คือผู้กล้า… ไม่ก็โรคจิตแหละ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ”
“ดูท่าทางแล้วข้าไม่กังวลอะไรเลยนะ” เซจังกล่าวออกมาด้วยความสงสัย
“ก็เพราะเขาเก่งพอที่จะเมินเฉยต่อภัยคุกคามขนาดเล็กอย่างเรายังไงละ” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หมัดนั้นแม้ว่าพลังทำลายล้างไม่มากแต่เขาเลือกโจมตีจุดสำคัญซึ่งตัวลุงหลีกเลี่ยงได้หมดเลยแถมรับหมัดสุดท้ายของเขาตรง ๆ อีก
“ไม่ว่าผมไปไหนก็เจอสัตว์ประหลาดเต็มไปหมด”
‘ซินจังเองก็ไม่ต่างจากคนพวกนั้นหรอกนะ' เซจังกล่าวในใจ
คนธรรมดาอาจเห็นแค่หมัดเดียวแต่เธอเห็นเขาต่อยห้าหมัดเน้นไปที่จุดตายรวดเดียว ถึงไม่คิดจะฆ่าแต่แรกแต่ก็ไม่ปรานีให้แก่คนที่โดนอย่างแน่นอน
บ้านของลุงช่างตีเหล็กนั้นอยู่ข้าง ๆ ร้านของเขาเดินก้าวเดียวก็ถึง ส่วนเด็กน้อยที่โดนเห็นพ่อโดนต่อก็หลบอยู่หลังพ่อตัวเองตลอดเวลาเพราะสงสัยปกกลัวเล็กน้อย
ซินยิ้มให้แก่เด็กสาวก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องรับแขกที่ลุงจัดเอาไว้ให้เพื่อรอภรรยาของเขากลับมาทำอาหารเย็นทาน ส่วนเซจังก็เดินไปหาเซมบวกหาข่าวจากปากชาวบ้านทั่วไปเพราะนางเป็คนคุยเก่ง
“สรุปแล้วยัยนั้นเป็อัศวินหรือนินจากันแน่” ซินยิ้มและส่ายหน้าก่อนที่จะเปิดหน้าต่างควบคุมดินแดนขึ้นมา
[ยินดีด้วยท่านมีผู้อาศัยอยู่ในดินแดนเกิน 100 ตน]
[ได้รับทักษะสื่อสารกับพงไพร]
[ดินแดนได้เลื่อนระดับเป็ดินแดนขนาดเล็กสอง]
[เพิ่มประชากรต่อไปเพื่อดินแดนที่ยิ่งใหญ่ขึ้น]
[ปราสาทยกระดับเป็ปราสาทระดับเล็กขั้นกลาง]
ซินมองข้อความที่ถูกส่งมารั่ว ๆ ก่อนที่จะปิดมันทิ้งเพราะวันไม่มีอะไรน่าสนใจมากนัก ประชากรส่วนใหญ่ของเขากินมานาเป็อาหารปัญหาขาดอาหารที่เขียนเตือนจึงไม่จำเป็ ที่อยู่อาศัย ก็เป็ต้นไม้จะให้เขาไปอยู่ในบ้านก็แปลก ๆ เขายังไม่คิดในส่วนนั้นมากนัก เขา้าแค่ปรับพื้นที่ให้พร้อมกับการปลูกและอยู่อาศัยมากที่สุด
ส่วนเื่ของเฒ่าไม้ก็ไว้ใจแค่ระดับหนึ่งแต่ไม่ทั้งหมด เขาแก่และหัวโบราณเกินไปสำหรับเื่บางเื่ ซินจึงพยายามมอบหน้าที่แค่ในส่วนของคนที่เคร่งครัดนั้นทำได้ ส่วนอื่นนั้นเขาเป็คนควบคุมดินแดนทั้งหมด
แสงรอบ ๆ ได้ลดลงบ่งบอกว่าอาหารลับของแม่มดเฒ่าได้หมดฤทธิ์แล้ว ซินจึงหยิบลูกแก้วที่ได้รับมาจากนางมาตรวจสอบ
[ลูกแก้วจิติญญาแสง ระดับ S]
รายละเอียด : เป็สิ่งที่พบได้จากตัวภูติ์ที่ตกตายด้วยจิตใจบริสุทธิ์ ยิ่งภูติ์แข็งแกร่งเท่าไหร่ระดับของลูกแก้วยิ่งทรงพลังมากขึ้น ใช้ในการสร้างอาวุธ หรือ เพิ่มพลังเวทก็ได้
ซินมองหน้าต่างระบบด้วยสีหน้าว่างเปล่าแล้วคิดว่าทำไมคนเรามันชอบเอาอะไรที่สร้างปัญหาได้มายัดให้เขาตลอดเลย
ถามสิ่งนี้ถ้าเอาไปใช้สร้างอาวุธแม่งไม่กลายเป็สุดยอดอาวุธไว้ใช้ฆ่าแกงเลยหรือไงสำหรับคนรักสันติอย่างเขารับไม่ได้!!!
‘แต่ขอเก็บเอาไว้ก่อน’ ซินคิดอย่างนั้นก่อนเก็บเข้าช่องเก็บของไป
เขาเปิดหน้าควบคุมขึ้นมาก่อนจะนั่งดูรายละเอียด
ดินแดน
รายละเอียด
ประชากร 100 ตน ความเป็อยู่ 0 ค่าความสุข 80 ค่าความหิว 0
อัตราการผลิตอาหาร 0
อัตราการผลิตสิ่งของ 0
อัตราการปลูกต้นไม้ 10 เปอร์เซ็นต์
อัตราการเกิดใหม่ของภูตไม้ 20 เปอร์เซ็นต์
อัตราการผลิตหิน 0 เปอร์เซ็นต์
ซินมองหลายละเอียดทั้งหลายแล้วเริ่มวางแผนในใจอีกครั้ง เขา้าให้พวกภูตต้นไม้นั้นทำงานให้ก็จริงแต่มันไม่พอสำหรับการทำงานใหญ่ ๆ แถมการจะสร้างงานฝีมือต้องใช้สิ่งมีชีวิตที่มีความละเอียดอ่อนสูงด้วย
สิ่งที่มีอยู่ในความคิดของเขาคือคนแคระ แต่ว่าพวกนั้นไม่ได้อยู่ทวีปมนุษย์ เพราะฉะนั้นอาจต้องใช้มนุษย์เท่านั้นหรือ อันนั้นเป็สิ่งที่เขายังตัดสินใจไม่ได้
“ถ้าเป็ทาส” ซินคิด
ถ้าเป็ทาสก็เป็อีกเื่หนึ่งเป็เื่ปกติที่จะมีพวกลักลอบเข้าดินแดนไปจับทาสมา ถ้าเขาใช้ทาสในการทำงานอาจต้องหาแปลนสิ่งก่อสร้างสำหรับสร้างที่อยู่อาศัยก่อนซึ่งตอนนี้เขานั้นไม่มีมัน
เขารู้วิธีที่จะทำให้มีมันได้ก็คือการไปลุยในดันเจี้ยน
เมื่อคิดแผนต่อจากนี้ได้เขาก็จัดการกับระบบสมองของตัวเองนิดหน่อยก่อนที่จะเดินลงจากห้องรับแขก ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“โอ้มีเื่อะไรดี ๆ มาหรือไง” ลุงกล้ามโตถาม
“ผมเหรอเหอะเื่ดี ๆ สินะ เหอะ ๆ ” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ พร้อมหัวเราะออกมาจนลุงขนลุก
“เออ ใช่พวกเรายังไม่รู้จักกันเลยนิน่า ข้าชื่อกิลดาสเป็หัวหน้าช่างของกิลด์งานช่าง”
“อะแห่ม” ซินจัดเสียงและท่าทางของเขาให้ดูดีที่สุดก่อนจะกล่าวออกมาว่า
“กระผมมีนามว่า ดิเอรอส ดิ ซินเทียร์ กระผมนั้นเป็ใครไม่สำคัญแต่ ขอให้เรียกกระผมว่าซินก็พอ” ซินกล่าวเปิดตัวอย่างเป็ทางการครั้งแรกด้วยแรงกดดันทั้งหมดที่ตนเองจะสามารถทำได้จนทำให้ลุงกิลดาสขมวดคิ้วเล็กน้อย
“หึ ดี ตามสัญญาข้าจะให้ดาบแก่เ้าหนึ่งเล่มตามข้ามา” ลุงกล่าวขึ้นมาเกี่ยวกับสัญญาตอนแรกก่อนที่จะพาซินลงไปยังชั้นใต้ดิน
ข้างหน้าของเขาเป็ประตูเหล็กบานหนึ่งที่ส่งแรงกดดันมหาศาลเอาไว้
‘นั้นมัน’ แรงกดดันที่เขารู้สึกได้นั้นเขาคุ้นเคยเป็อย่างดีแต่ไม่ใช่จากโลกใบนี้แต่เป็โลกก่อน ๆ มันคือแรงกดดันของอาวุธสีฟ้าขึ้นไป
“โอ้เ้าทนแรงดันของพวกมันได้ด้วยสินะสมแล้วที่ข้ามองเอาไว้ไม่ผิดจริง ๆ ” ลุงกิลดาสกล่าวชมซิน
แต่ในหัวของเขายังคิดอีกเื่หนึ่งอยู่ต้องมีพร์ขนาดไหนถึงสร้างอาวุธสีฟ้าได้ ปกติแล้วตามรายงานที่เฟเรน่าบอกว่ามนุษย์สร้างอาวุธได้ระดับสูงสุดแค่สีเขียว
“เข้ามาก่อนสิ” ลุงกิลดาสกล่าวก่อนที่จะเดินนำเข้าไป
ซินก็เดิมตามอย่างลำบากนิดหน่อยเพราะมันเป็ภาระทางจิตใจเลยทำให้เขาทนได้แต่ถ้าร่างกายคงแหลกสลายไปแล้ว
เขามองรอบ ๆ อย่างสนใจด้วยร่างกายของเขาที่เต็มได้ด้วยหยาดเหงื่อ
แต่เขากลับไปสะดุดตากับสิ่งหนึ่งเข้ามันเป็พลังที่คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก เหมือนตัวของเขาเคยเจอแต่จำไม่ได้ว่าคืออะไร
“สิ่งนั้น” ซินชี้ไปที่ดาบสีดำเล่มหนึ่งที่วางเอาไว้อยู่ถ้าเป็โลกเก่าของเขามันก็ถูกเรียกว่าคาตานะ
“เ้าหมายถึงคาตานะสินะ สายตาของเ้านั้นดี แต่ข้าไม่ได้เป็คนตีมันขึ้นมาหรอก”
เมื่อได้ยินดังนั้นซินก็ใเป็อย่างมาก ถ้าเป็สิ่งที่เขาจินตนาการละก็
‘อย่าบอกนะว่า’
“ใช่ค่ะ หนูตีขึ้นมาเอง” เสียงเด็กสาวดังขึ้นจากข้างหลังซินโดยที่เขาไม่รู้ตัวแถวตัวของเธอนั้นดูเหมือนไม่ได้รับแรงกดดันจากอาวุธระดับฟ้าพวกนี้เลย