***นักรบสมองกล้าม เอรีส
จากจุดที่พวกเรายืนอยู่นั้น สามารถเห็นผลลัพธ์ของาได้อย่างชัดเจนว่าใครเป็ฝ่ายปราชัยล่าถอยไป
พวกั์ได้ใช้กำลังพลส่วนหนึ่งคอยถวงเวลาเอาไว้ และเริ่มขนย้ายคริสตั้นั์ด้วยพละกำลังไปที่ฝั่งตรงข้ามกัน
สิ่งมีชีวิตที่ดูคล้ายมดเป็ฝ่ายได้รับชัยชนะ
พร้อมกับ่เวลาที่ตะวันตกดินพอดี
โลกนี้ยังคงมี่เวลากลางวันและกลางคืนอยู่
สิ่งเดียวที่แตกต่างไปจากโลกเดิมของพวกเรานั้น ก็คือการที่บนท้องฟ้านั้น มันไม่มีทั้งพระจันทร์ ดวงอาทิตย์ หรือแม้แต่ดาวพระเคราะห์ดวงใดเลยแม้แต่สักดวงเดียว
ราวกับว่าทั่วทั้งจักรวาลมีเพียงแค่โลกใบนี้ใบเดียวเท่านั้น
“พวกนั้นเองก็้าหลับพักผ่อนเหมือนกันสินะ…”
ฉันรู้สึกเป็กังวลใจ
เพราะไม่รู้ว่าหลังจากที่พวกมดมันได้รับชัยชนะจากพวกั์แล้ว คราวต่อไปพวกมันจะเล็งเป้าหมายมาที่พวกเราแทนหรือเปล่าเนี่ยสิ
ฉันหันกลับไปมองแท่งคริสตั้นที่อยู่ข้างหลัง
แท่นทรงกระบอกแปดเหลี่ยมโปร่งแสงสูงสิบแมตร กว้างสามเมตรได้ตั้งตระหง่าอยู่ที่ข้างหลังของพวกเรา
หน่วยที่ออกไปทำแผนที่และค้นหาทรัพยากรณ์ยังไม่กลับมาสักคนเดียว
และตอนนี้ก็เริ่มทำท่าจะหมดวันที่สองนับแต่ที่พวกเราได้มาเกิดในโลกใบนี้แล้วด้วย
หิวก็หิว เสื้อผ้าก็ยังไม่มีใส่ ถ้าเป็แบบนี้คงได้ตายอีกรอบเพราะหิวและทนหนาวไม่ไหวแน่นอน
ในระหว่างที่คิดอะไรเช่นนี้อยู่
ฉันก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้
“ศพ...ศพพวกนี้ไม่ได้หายไปนี่น่า? ”
ซากศพที่เกิดขึ้นจากาวันแรกยังคงนอนตายซากอยู่ที่พื้น
มีทั้งศพของมนุษย์และศพของพวกมนุษย์นกปนรวมอยู่ด้วย
ถึงจะเริ่มเน่าลงไปแล้วบ้าง แต่ก็ถือว่าเป็แหล่งเนื้อชั้นดี
ก้อนชั้นไขมันเองก็ดูท่าจะเอามาใช้จุดไฟได้อยู่
เืเองก็ยังไม่ได้แห้งเหือดไป น่าจะเอามาใช้ดื่มแทนน้ำประทังชีวิตไปได้ก่อน
แถมหนังกับขนของพวกมนุษย์นกก็ดูอบอุ่นน่าเอามาทำเป็ชุดหนังขนสัตว์สวมใส่
กระดูกเองก็น่าจะเอามาใช้ทำอาวุธยุคหินชั่วคราวได้
แต่บางอย่างที่มีอารยะธรรมภายในตัวของฉัน ได้หยุดไม่ให้ตัวฉันลงมือกระทำชำเราศพอย่างสัตว์ป่า
หิวค่ะ
ฉันหิวมาก ๆ เลยค่ะ
หรือว่าช่างหัวอารยะธรรมอันดีงาม แล้วให้สัญชาตญาณพลักดันพฤติกรรมไปเลยดีนะ?
ฉันมองไปที่คนอื่นรอบตัว
มีหลายคนที่เริ่มจับจ้องไปที่ศพตรงหน้าพร้อมกับเสียงท้องร้อง
“...คิดไปก็ปวดหัวเปล่า ลุยแม่งเลย”
ฉันทนหิวไม่ไหวแล้ว
ถึงจะดูโหดร้าย แต่ถ้ามาหิวตาย กว่าจะเกิดใหม่อีกรอบก็ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็ม
ถ้าระหว่างนั้นพวกเราถูกบุกขึ้นมา แล้วใครจะอยู่ปกป้องคริสตั้นกันละ?
ว่าแล้วฉันเลยไม่รอช้า ลงมือกระชำแหละศพของมนุษย์นกตรงหน้าด้วยสองมือของตัวเอง
ส่วนเหยื่อของฉันก็คือเ้าตัวที่มันฆ่าฉัน และฉันได้ฆ่ามันกลับตอนที่เกิดใหม่อีกรอบ
เ้าตัวที่มีใบหน้าน่ารัก และมีขนสีแดงตัวนั้น
ว่าแล้วฉันก็ใช้มือขวาถลกหนังมันออกมา
เืสีแดงได้กระฉูดออกมาจากร่างของมนุษย์นก
อืม...มีใบหน้าคล้ายมนุษย์ มีหน้าอกแบบเพศหญิง มีช้างน้อยด้วย!? อะไรเนี่ย เป็พวกมีสองเพศในตัวเดียว!?
พวกมนุษย์นกนั้นมีขนที่หนาและนุ่ม
พวกมันไม่มีแขน แต่มีขาสองข้างที่คล้ายกับเหยียว
กรงเล็บของมันคมมาก ดูแล้วน่าจะเอาไปใช้ทำเป็มีดพกได้
ขนาดตัวโดยเฉลี่ยของพวกมันน่าจะอยู่ที่ราวร้อยหนึ่งถึงร้อยห้าสิบเิเได้มั้ง?
โอ้ย พอคิดวิเคราะห์มาก ๆ แล้วปวดสมอง
ลงมือชำแหละศพต่อดีกว่า
โชคดีที่อดีตเป็ทหาร เลยพอจะรู้วิธีการชำแหละเนื้ออยู่บ้าง
กลิ่นเืและคาวเหม็นของเนื้อสัตว์ได้ลอยคลุ้งไปทั่ว
พวกคนที่อยู่รอบตัวฉันต่างพร้อมใจทำหน้าย่น และเดินถอยหนีออกห่าง
ฉันแยกส่วนด้วยกรงเล็บที่คมเหมือนมีดของมันเอง
พอตัดแยกหนังที่มีขนสีแดงสลับขาวอันสวยงามออกมา ฉันก็เริ่มขูดเอาสิ่งที่ดูคล้ายว่าจะเป็ชั้นไขมันออกมา
แยกส่วนไขมัน กระดูก เครื่องใน และเนื้อส่วนต่าง ๆ
แสงตะวันเริ่มจะลับฟ้าแล้ว ต้องรีบหน่อยแล้วละ
ลมเย็นเริ่มพัดผ่านทุ่งหญ้า
ฉันเลยเอาหนังสัตว์ขนนกมาคลุมตัวเองเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ตัวเอง
เหม็นคาววุ้ย
“...ให้ผมช่วยจุดไฟมั้ยครับ”
“อ๊ะ? ขอบคุณ”
ชายผิวดำคนหนึ่งเข้ามาทักฉัน
ดูแล้วน่าจะเป้นชนชาวแอฟริกา
ที่ข้างหลังของเขาก็มีชาวแอฟริกาอีกราวห้าสิบคนตามติดมาด้วย
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง พวกเขาเริ่มลงมือกวาดศพของพวกมนุษย์นกเอามาชำแหละเหมือนอย่างที่ฉันทำ
พอมีคนเปิด ก็เลยเริ่มมีคนกล้าทำตามสินะ
กองไฟที่เกิดจากการเอาเศษหญ้าแห้งมาสุม และเพิ่มเชื้อด้วยไขมันสัตว์ จนได้กองไฟขนาดย่อมปะทุขึ้นมา
อือฮือ กลิ่นกับควันนี่สุดยอดไปเลย
ความจริงไม่อยากจะใช้ไขมันสัตว์มาเป็เชื้อไฟหรอก แต่ทุ่งหญ้าแถวนี้มันมีหญ้าแห้งขึ้นน้อย ตัวเลือกเลยมีไม่มากละนะ
ท้องเริ่มมืดบอดลง
ในที่สุดก็มืดจนได้
แต่ฉันกลับเห็นกองไฟขนาดย่อมถูกจุดขึ้นมาจากหลาย ๆ จุด
อ่าว? แสดงว่ามีอีกหลายกลุ่มที่คิดเหมือนฉันสิแบบนี้
ฉันหันไปมองชายคนแอฟริกาเมื่อกี้นี้
พวกเขาเริ่มลงมือย่างเนืุ้์นกกันแล้ว บางคนเองก็ต้มเืเอามาดื่มกินกัน
“นี่ครับ”
“ขอบคุณ”
ฉันรับเนื้อย่างมาจากเขา แล้วกัดมันลงไป
ชุ่มฉ่ำอร่อยวุ้ย
อาหารมื้อแรกของต่างโลก เนืุ้์นกย่าง ท่านคู่กับเืสด ๆ ของมนุษย์นก
...ป่าเถื่อนชะมัดยาด
วิถีชีวิตแบบนี้มันมนุษย์ยุคหินชัด ๆ
หลังจากที่ท่านอาหารกันเสร็จแล้ว ฉันก็เริ่มเห็นคนอื่น ๆ ลงมือทำเสื้อจากขนสัตว์กัน
แต่เนื่องจากศพของมนุษย์นกมีไม่พอจำนวนหนึ่งล้านคน บางคนเลยใช้หนังของศพมนุษย์ที่ตายอยู่บนพื้นแทน
ไอพวกนี้กล้าจริงวุ้ย ...ไม่สิ ฉันเองก็ไปว่าพวกเขาไม่ได้หรอกนะ
“...ไหน ๆ ก็ป่าเถื่อนแบบยุคหินได้ขนาดนี้แล้ว ฉันเองก็อย่าได้ลังเลอีกเลย”
ฉันลุกขึ้นยืน
ถึงจะไม่มีคำสั่งถ่ายทอดลงมาชัดเจน แต่ฉันเห็นผู้นำกิงชี้นิ้วออกคำสั่งกับพวกผู้นำชาติต่าง ๆ อยู่ตรงคริสตั้น
หลังจากนั้นพวกเขาก็กระจายคนออกไป แล้วกองไฟก็เริ่มถูกจุดขึ้นมาที่รอบ ๆ คริสตั้น
มาตรการเพิ่มการป้องกันสินะ
ฉันหันกลับไปดูพื้นที่กว้างตรงหน้า
ศพของมนุษย์กับมนุษย์นกเริ่มถูกเก็บกวาดอยู่ในความมืดนั้น
แย่ละ ถ้ามัวแต่ชักช้า เดียวก็ได้พลาดโครงกระดูกดี ๆ สำหรับเอามาทำอาวุธหรอก
ฉันเอาโครงกระดูกของมนุษย์นกตัวเมื่อกี้ มาพันด้วยหนังสัตว์ที่เหลือ แล้วพอกด้วยไขมันสัตว์ลงไป
ได้แล้ว คบเพลิงทำมือยุคโบราณ
ด้วยแสงจากคบเพลิง เลยทำให้ฉันกล้าที่จะเดินห่างออกมาจากแคมป์รวมพล
ฉันเดินตรงมายังจุดที่ตัวเองคิดว่าน่าจะมีศพของตัวเองนอนกองอยู่
ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก ศพของฉันเอง
ที่อยากไปดู ก็เพื่อแค่อยากยืนยันว่าการคืนชีพนี้ไม่ใช่ความฝัน
แล้วฉันก็ได้พบ ร่างของสาวสวยน่ารักผมดำที่มีส่วนหัวกับลำตัวถูกแยกออกจากกัน
“โอ๊กกก! ”
ฉันอ้วกออกมาโดยไม่รู้ตัว
ไม่ได้ฝันไปจริง ๆ ฉันตายมาแล้วครั้งหนึ่งจริง ๆ
“...ถ้าจะทำอาวุธ งั้นขออันที่เกิดจากกระดูกของตัวเองดีกว่า”
ฉันคิดแบบนั้น
แต่ก่อนที่ฉันจะได้ทันลงมือชำแหละร่างของตัวเอง เสียงกรีดร้องดังลั่นก็ได้ดังขึ้นมาจากที่แคมป์
ฉันรีบเงยหน้าขึ้นมา
แล้วก็ได้พบกับแสงไฟจำนวนมากจากพื้นที่ฝั่งตรงข้าม
“...พวกมดมันจุดไฟเป็เหมือนกันหรือ!? ”
ตำแหน่งของแสงไฟคือพื้นที่อาศัยของพวกมนุษย์มดเมื่อตอนกลางวัน
การที่สามารถจุดไฟขึ้นมาได้ แสดงให้เห็นว่าพวกมันมีสติปัญญาสูงกว่าที่คาดคิด
ไม่เพียงแค่ที่พื้นดิน แม้แต่ท้องฟ้าเองก็ยังมีแสงไฟเจิดจ้าขึ้นมาด้วยเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้นตรงนั้นกันแน่นะ”
ฉันรู้สึกไม่ดีกับฉากตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
ดูท่าค่ำคืนนี้คงจะไม่ได้หลับนอนอีกเช่นเคยแล้วละสิ
***ปักษาผู้เป็ไท [เปอร์ไซด์]
หนู เผ่าปักษา [เปอร์ไซด์]
อดีตตายเพราะซื่อบื้อ เผลอทำปีกตัวเองเปียกน้ำ เลยทำให้จมน้ำตายไป
พอรู้สึกตัวอีกที ก็มาอยู่ในโลกบ้า ๆ นี้แล้ว
พวกเราเผ่าปักษานั้นมีสัญชาตญาณที่เฉียบคมมาก
ทันทีที่ได้รับแสงสว่างจาก [ท่านท้องฟ้า] ภายในหัว ทุกคนก็กรีดร้องขึ้นมาทันที
กรีดร้องดังลั่นว่า “ถ้าไม่ทำตาม ได้ตายห่านกันทุกคนแน่”
ทั้งตัวหนูเองและทุกคนจึงเกิดอาการคลั่ง แล้วบุกเข้าโจมตีคริสตั้นฝ่ายตรงข้ามทันที
และเป้าหมายของพวกเราก็คือสิ่งมีชีวิตที่ยืนสองขา และดูท่าทางอ่อนแอ
สาเหตุก็ไม่มีอะไรมาก แค่รู้สึกว่า “เ้าพวกนี้อันตรายที่สุด ห้ามปล่อยให้พวกมันอยู่รอดนานได้เด็ดขาด”
แน่นอนว่าหนูก็เข้าต่อสู้ด้วย
ส่วนที่เหลืออีกสองในสามก็ไปช่วยกันขนย้ายคริสตั้น หนีไปที่ไกล ๆ ด้วยพลังกล้ามปีกแทน
ในตอนที่ต่อสู้นั้น หนูจำได้ว่ามีฆ่าไปได้คนหนึ่ง มันมีขนที่หัวสีดำ ดวงตาสีดำ และมีก้อนเนื้อปูดโปนสองลูกตรงแถวหน้าอก
แล้วพอผ่านไปครบหนึ่งวัน ในตอนที่พวกเรากำลังจะได้รับชัยชนะ คนที่หนูได้ฆ่าทิ้งไปก็กลับมาปรากฏตัวตรงหน้าหนูอีกครั้ง
มันจับหนู คว้านลูกตาออกมา แล้วก็ทุ่มลงพื้นจนหนูดับคาที่ไปเลย
เอาละ จบการย้อนความแต่เพียงเท่านี้
“เปอร์ไซด์ เป็ยังไงบ้าง”
“ไม่เป็ไร ขอบคุณนะ [ไฮเจน] ”
ไฮเจนคือเพื่อนของหนูเอง
พวกเราทั้งคู่จมน้ำตายพร้อมกัน บางทีก็คิดนะว่าเป็การตายที่งี่เง่าชะมัด
“ตอนนี้ก็เริ่มมืดแล้ว พวกเรามาพักกันก่อนดีมั้ย เปอร์ไซด์? ”
“แต่คนอื่นยังบินอยู่เลยนะ เดียวได้หลงฝูงหรอก”
“แต่ผมเหนื่อยแล้วงะ~”
เ้าไฮเจนบินเข้ามาเกาะฉัน
ไอหมอนี่...มันทำให้บินลำบากนะยะ
รู้แต่แรกแล้วละว่าไฮเจนนะ้าร่างกายของหนู
แต่หนูเกลียดมัน
ก็เ้าหมอนี่มันเ้าชู้นี่น่า
ขนาดตายแล้วยังไม่เลิกนิสัยแบบนี้อีกนะ
เป้าหมายของพวกเราคือการบินกลับมาดูสภาพของพวกสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด หลังจากที่พวกเราได้พ่ายแพ้
จ่าฝูงที่ถูกคัดเลือกอย่างเร่งด่วน ได้ออกคำสั่งให้จำนวนหนึ่งในสี่แยกออกเป็แปดกลุ่มย่อย แล้วบินกระจายในลักษณ์ขบวนทัพหน้ากระดานเพื่อออกสำรวจภูมิศาสตร์โดยรอบ
ส่วนฝูงของหนูก็มีไฮเจน เพื่อนสมัยเด็กที่ว่าเป็จ่าฝูงย่อยคอยทำหน้าที่นั้น
แต่แทนที่มันจะบินนำดี ๆ กลับเข้ามาเกาะหนูจนน่ารำคาญ
ดูสิ รูปขบวนฝูงบินเริ่มสับสนแล้วเห็นมั้ย
“รีบกลับไปทำหน้าที่ได้แล้วยะ! ”
“จร้า จร้า”
ปีกสีขาวและใบหน้าที่คมกริบแลดูดุร้ายของมันได้บินถอยออกไป
และมันก็ไม่ลืมที่จะส่งยิ้มกระชากใจสาวกลับมาให้หนู
หนูได้ยิงเสียงพวกสาว ๆ กรี๊ดกร๊าดมาจากทางด้านหลัง
แหวะ อยากจะอ้วก
หลังจากบินออกสำรวจมาได้สักพัก แสงจากท้องฟ้าก็ได้มืดบอดลง
“มาพักแถวนี้กันเถอะ”
ไฮเจนบินถลาลงไปบนพื้นทุ่งหญ้า
และในตอนนั้นเองที่สัญชาตญาณภายในร่างกายได้กรีดร้องลั่นขึ้นมา
“บิน บินให้สูงที่สุดเลย! ”
หนูกรีดร้องออกไปเช่นนั้น
ในเวลาต่อมา ร่างของนกอิทรีย์ขาวก็ถูกศิลาขนาดเท่าหัว ทุ่มเข้าใส่เต็มแรง
ไฮเจนร่วงลงพื้นและแน่นิ่งไปเลย
แล้วแสงไฟก็ได้พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน
หนูเห็นสิ่งมีชีวิตที่ยืนสองขาและมีสี่แขนยืนเรียงรายอยู่ด้านล่าง
ดวงตาของมันคล้ายกับตาข่ายสานทรงวงรีขนาดใหญ่
ที่ปากของพวกมันมีเขี้ยวน่ากลัวยื่นออกมาให้เห็น
รูปร่างของพวกมันมีหลายขนาด ั้แ่พวกที่มีขนาดเล็กเพียงหนั่งร้อยเิเ ไปจนถึงขนาดใหญ่กว่าสามร้อยเิเที่มีจำนวนน้อยกว่า
ภายในมือของพวกมันมีอุปกรณ์บางอย่างที่ใช้สำหรับขว้างหินเมื่อกี้ติดอยู่ด้วย
หนูรู้จักอุปกรณ์พวกนั้น มันน่าจะเป็ที่ใช้สำหรับขว้างหิน เป็อาวุธสำหรับการโจมตีระยะไกล
พวกเราเองก็เคยสร้างของแบบนั้นขึ้นมาเพื่อทำาเหมือนกัน
แสดงว่าสิ่งมีชีวิตพวกนี้รู้จักการใช้อาวุธ? เป็พวกที่มีสติปัญญาเช่นนั้นหรือ?
แต่ที่หนูรู้สึกสงสัยคือแสงไฟพวกนั้น
แสงสีแดงที่พวยพุ่งพร้อมกับควันสีดำมันคืออะไรกัน?
ทำไมถึงได้ให้ความสว่างในที่มืดได้?
ดวงแสงสว่างเ่าั้ เลยทำให้พวกเราเห็นภาพตรงหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น
พื้นดินที่ถูกขุดลงไป
สิ่งก่อสร้างที่เกิดจากการคว้านหน้าดินออก
และสิ่งมีชีวิตที่กำลังยืนเรียงแถวอย่างพร้อมเพรียงจนดูน่าเกรงขาม
ราวกับอาณาจักรที่กำลังพึ่งถูกก่อสร้างขึ้นมาใหม่
ในฐานที่เผ่าปักษาเป็พวกบ้างานก่อสร้าง เลยรู้สึกสนอกสนใจกับอาคารที่แปลกตาไม่เคยเห็นมาก่อนพวกนั้น
“กรี๊ดด!? พวกมันโจมตีใส่แล้ว!? ”
ในระหว่างที่กำลังบินชื่นชมสิ่งก่อนสร้างซึ่งตัวเองไม่รู้จัก พวกสิ่งมีชีวิตประหลาดด้านล่างก็ได้ขว้างของบางอย่างขึ้นมาบนฟ้า
มันเป็อะไรบางอย่างที่มีขนาดกลมเท่าศรีษะของพวกเรา และยังส่องแสงไฟพร้อมกับอะไรบางอย่างที่ลุกโชด่แลดูน่ากลัว
บิน ต้องบินให้สูงยิ่งกว่านี้!
หนูรีบกระพืบปีกบินขึ้นฟ้าอย่างเอาเป็เอาตาย จนกระทั้งไต่ขึ้นมาที่ระดับหนึ่งหมื่นแปดพันฟุตได้
การโจมตีของพวกมันไม่มีทางลอยขึ้นสูงมาถึงตรงนี้ได้
“...ต้องรีบกลับไปรายงานจ่าฝูงแล้วสิ”
หนูคิดว่าเื่นี้เป็เื่ที่อันตรายมาก
สิ่งมีชีวิตตัวอื่นที่ถูกสงมาให้เป็ศัตรูทำาด้วยนั้น ไม่ใช่สัตว์ที่โง่เขล่า แต่มีสติปัญญาและใช้อาวุธเป็เหมือนกับพวกเรา
ถ้าหากพวกเราไม่รีบหาถิ่นที่อยู่ และเริ่มลงมือสร้างอารยธรรมกับอาวุธ มีหวังได้พ่ายแพ้ในศึกาเอาตัวรอดของโลกใบนี้แน่
เมื่อคิดได้ดังนี้ พวกเราจึงบินถอยทัพกลับไปรวมฝูงก่อน
ถึงวันนี้พวกเราจะเป็ฝ่ายปราชัยและล่าถอยไป แต่วันหลัง พวกเราจะเป็ฝ่ายที่ไล่ล่าพวกแกเอง
เตรียมใจรอเอาไว้ได้เลย
จะว่าไป ไอพวกตัวสองขาสองแขนที่เจอเมื่อวานไปอยู่ที่ไหนกันแล้วนะ?