องค์หญิง เมิ่งอี้ รีบเข้าไปช่วยแม่นางเยี่ยฉิน รักษาบาดแผลให้อี้เฉินในทันที ตอนนี้อี้เฉินอยู่ในสถานการณ์เป็นตายเท่าๆ กัน หากไม่หยุดบาดแผลที่เส้นเลือดใหญ่อี้เฉินได้ตายจริงๆ แน่ นางไม่แม้จะสนใจว่าชุดอาภรณ์ที่นางสวมใส่จะเปรอะเปื้อนเลือดของอี้เฉินหรือไม่
นางเอ่ยสั่งการไปที่ เยี่ยฉินอย่างไม่รั้งรอ "เยี่ยฉิน เจ้าปลดโซ่ตรวนออกซะไม่เช่นนั้น เด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าข้ากับเจ้า ได้ตายแน่"
"ข้าเข้าใจแล้ว"
พวกเขาสองคนใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถหยุดบาดแผลที่เส้นเลือดใหญ่เอาไว้ได้ แต่ตัวอี้เฉินนั้นอ่อนแรงลงไปมาก ต้องรอให้เขาฟื้นคืนปราณพลังกลับมารักษาบาดแผลด้วยตัวเอง ไม่เช่นนั้นตัวเขาก็อาจจะตายตก
พวกนางทั้งสองตรวจดู ลมหายใจของอี้เฉินอยู่หลายครั้ง ลมหายใจของเด็กหนุ่มตอนนี้ ค่อยๆ อ่อนแรงลงไปอย่างมาก แต่พวกนางทั้งสองคนก็ทำสุดความสามารถแล้ว ถ้าเด็กหนุ่มไม่มีการตอบสนองอีกในไม่ช้า เด็กหนุ่มก็จะตายตกลงไป ในยามนี้เหมือนภายในร่างกายของเด็กหนุ่มไร้การตอบสนองอย่างไรอย่างนั้นแม้แต่ปราณพลังในร่างกายของเขาก็ไม่สามารถเล็ดลอดออกมา ราวกับถูกบางอย่างปิดผนึกไว้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เด็กหนุ่มได้หมดลมหายใจในอีกไม่ช้าเป็นแน่
.......
อี้เฉินในยามนี้ เขาที่หลับใหลเข้าไปภายในทะเลความรู้ของเขาไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ เขามองเห็นหญิงสาวที่เขาคุ้นเคยเรียกหาเขา อยู่ภายในทะเลความรู้ของเขา นางก็คือเมี่ยนจือ แต่เสียงนั้นมันกลับส่งมาไม่ถึงเขาแม้แต่น้อย
ในยามนี้พวกเขาทั้งสองเหมือนอยู่คนละโลกกัน เหมือนมีกระจกใสๆ ขวางกั้นไว้อย่างไรอย่างนั้น
เมี่ยนจือ นางพยายามส่งคำพูดออกไปหาอี้เฉิน แต่เหมือนอี้เฉินในยามนี้กำลังมึนงงอยู่ ภาพหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้า ตัวอี้เฉินเห็นได้อย่างชัดเจน แต่เขาไม่รู้นางต้องการจะสื่ออะไร แม้แต่เรื่องราวที่ผ่านๆ มา เขาก็จำมันไม่ได้แม้แต่น้อย ราวกับความทรงจำหลายๆ ส่วนของเขาสูญหายไป จนลืมเลือนเรื่องราวต่างๆ ไปเสีย
ในยามนี้เหมือนวิญญาณของอี้เฉินหลุดลอยออกจากร่าง ความคิดต่างๆ ไม่มีอยู่อีกต่อไป มองดูเมี่ยนจือในอีกฟากหนึ่งของทะเลความรู้ นาง ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ ราวกับคนบ้า ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา มือทั้งสองข้างของนาง ทุบลงไปด้านหน้าทิศทางของอี้เฉิน อย่างแรงหมายพังกำแพงกระจกใส ที่ขวางกั้นพวกเขาทั้ง2คนออกจากกัน เลือดหลั่งไหลออกจากมือนางไม่หยุด แต่นางไม่มีท่าทีว่าจะหยุดแม้แต่น้อย ทุบกำแพงใสหมายเข้ามาช่วยอี้เฉิน ออกไปอย่างไรอย่างนั้น
ทำให้อี้เฉินยืนอึ้งไปหลายลมหายใจ เขาตะโกนออกมาก้อง "มันเกิดอะไรขึ้น คิดให้ออกสิ ว่าข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"
อี้เฉิน เขาพยายามคิดอยู่นานก็ไม่สามารถคิดออกได้ ก่อนยกมือทั้งสองข้างขึ้น คิดพังกำแพงกระจกใส ที่ขวางกั้นระหว่างพวกเขาสองคนทิ้ง หมัดของอี้เฉิน ต่อยไปที่กำแพงกระจกใสอย่างบ้าคลั่ง หมายเข้าไปถามจากปากของเมี่ยนจือ ว่าเขาลืมสิ่งใดไปกันแน่ แล้วเหตุใดเขามาอยู่ยังที่แห่งนี้
..........
ด้านนอก พวกนางที่เห็นอี้เฉินค่อยๆ หมดลมหายใจลงไปเรื่อยๆ พวกนางทั้งสองชักมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก ก่อนองค์หญิง เมิ่งอี้ จะพยุงร่างของเด็กหนุ่มออกไปหมายมั่นหาคนมาช่วยรักษาเด็กหนุ่มโดยไว นางอยากจะพูดคุยกับเด็กหนุ่มอีกครั้งไม่รู้จะได้มีโอกาสนั้นหรือไม่
ในทันที ที่พวกนางจะออกไปยังด้านนอกห้องสืบสวน แม่ทัพใหญ่เยี่ยหาญกวง นายกองเยี่ยฉุนก็มาปรากฏตัวยังเบื้องหน้าของ พวกนางทั้งสองในทันที แม้แต่นางที่เป็นองค์หญิง เมื่ออยู่ต่อหน้า แม่ทัพใหญ่ นางก็ไม่ต่างอะไรจากของประดับตกแต่ง ไร้ตำแหน่งลาภยศอีกต่อไป ทั้งราชวงศ์พวกเขาต่างรู้ดี พวกเขาไม่ใช่ผู้ปกครองที่แท้จริง แม่ทัพใหญ่เยี่ยหาญกวงก็คือ ผู้ปกครองที่แท้จริงของดินแดนแห่งนี้ แม้แต่จักรพรรดิยังต้องรับฟังคำสั่งในบางครั้ง
"องค์หญิง ปล่อยเชลยสงครามลงเสีย ข้าจะไม่ถือสาหาความท่าน หากท่านปล่อยเด็กหนุ่มคนนั้นลง"
องค์หญิงเมิ่งอี้ ถึงกับกำหมัดแน่น "ข้าขอตัวพาเด็กหนุ่มคนนี้ไปรักษาก่อน ท่านคิดเห็นเช่นไร"
แม่ทัพเยี่ยหาญกวงยกยิ้ม "องค์หญิงท่าน ไม่ใช่ว่าอยากจะครองตัวเป็นโสดไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงอยากช่วยเด็กหนุ่มคนนั้นกันเล่า"
"ท่านต้องการจะพูดอะไรกันแน่ พูดมาตรงๆ ดีกว่า ท่านแม่ทัพใหญ่"
"เด็กที่ องค์หญิงจะพาไป เหมือนร่างกายของเขาไม่ตอบสนองอีกต่อไป รอคอยเพียงความตาย เท่านั้น หากองค์หญิงต้องการพาตัวเด็กหนุ่มไป ท่านต้องคิดเรื่องการแต่งงานระหว่างคนตระกูลเยี่ย กับราชวงศ์ไว้เสียบ้าง ข้าจะให้เยี่ยฉุนเกี่ยวดองกับท่าน ท่านคิดว่าเป็นเช่นไรเล่า"
เยี่ยฉุนที่อยู่ข้างๆ แม่ทัพใหญ่ ได้ยินถึงกับหน้าแดงขึ้นมาในทันใด "ท่านแม่ทัพอย่าพูดเล่นเช่นนี้ กับองค์หญิงเมิ่งอี้ สิขอรับ"
เยี่ยฉินนางมองไปที่องค์หญิงเมิ่งอี้ เหมือนตอนนี้องค์หญิงจะอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องมาคิดเรื่องแต่งงานกับพี่ชายของนางในยามนี้ ทั้งๆ ที่ อีกมือของนาง กอดร่างชายหนุ่มที่กำลังจะหมดลมหายใจอีกคนไว้แน่น ช่างเป็นสถานการณ์ที่แปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
นางไม่แม้จะคิดคำตอบ ทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นตกใจกับคำตอบนั้นไม่น้อย "ได้ๆ ข้าจะพิจารณาดู หลังจากเรื่องราวทั้งหมดจบลง"
ก่อนนางจะเรียก "เยี่ยฉิน เจ้าอย่ามัวยืนอึ้ง ไปช่วยข้า พาเขาไปภายในตำหนักของข้าเร็วเข้า"
เยี่ยฉินนางที่ได้สติกลับมา ต่างเร่งฝีเท้าตาม องค์หญิงเมิ่งอี้ไปในทันที
ไม่นานลมพายุที่ทั้งสองสาว นำพามาก็ค่อยๆ จางหายไป "ท่านแม่ทัพ ข้าว่ามันเป็นการบีบบังคับนางมากเกินไปหรือไม่"
"เจ้าอย่าคิดมาก เยี่ยฉุน อีกอย่างข้าเสียเวลาไปกับไอ้เด็กหนุ่มผมขาวนั้นไม่น้อย ไม่คิดในที่สุดมันก็มีประโยชน์กับข้าเสียที มันคงจะตายในอีกไม่ช้า"
เยี่ยฉุนได้ยินเขาส่ายหัวออกมา ไม่เข้าใจความคิดของแม่ทัพใหญ่ จริงๆ ถึงเขาจะชอบในตัวเมิ่งอี้ อย่างมากก็ตาม แต่ก็ไม่คิดบีบบังคับ ตัวนางแม้แต่น้อย
....ทันทีที่นางมาถึง ตำหนัก ก็พาอี้เฉินเข้าไปนอนพักที่เตียงในทันที ก่อนไต่ถามไปที่ "เยี่ยฉิน เราจะทำเช่นไรต่อไปเหมือน เด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าเราค่อยๆ หมดลมหายใจ ลงไปเรื่อยๆ"
"เราทำสุดความสามารถแล้ว องค์หญิง เหมือนปราณพลังในกายาของเขาไม่ตอบสนอง หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเขาคง"
เมิ่งอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย "มันไม่มีวิธีเลยงั้นหรือ"
เยี่ยฉิน นางส่ายหัวมีเพียงต้องรอให้อี้เฉินฟื้นตื่นกลับมาเองเท่านั้น "ท่านไปพักผ่อนก่อนไม่ดีกว่าหรือ เสื้อผ้าอาภรณ์ของท่านเองก็เต็มไปด้วยคราบเลือด ข้าจะเฝ้าเขาให้เอง"
"ไม่เป็นไร ข้ายิ่งอยู่ใกล้เขา ข้ายิ่งมั่นใจว่าเป็นเขา สหายน้อยในอดีตของข้า ข้าจำบาดแผลไฟไหม้ที่หางคิ้วของเขาได้ถึงมันจะจางไปบ้างก็ตาม แต่ข้าก็จำได้ไม่มีวันลืม"
ก่อนองค์หญิงเมิ่งอี้ นางจะเอ่ยพูดออกมาอีกครั้ง "เจ้าไปพักผ่อนเถิด ข้ารู้เจ้าเองก็เหนื่อยล้ามาไม่ใช่น้อย ข้าเองต้องขอบใจเจ้าที่ช่วยเหลือสหายของข้าในครั้งนี้"
"ไม่ๆ ข้าไม่อาจให้ท่าน อยู่กับศัตรูตามลำพังได้ หากเกิดเรื่องอะไรกับองค์หญิง ข้าคงหัวขาดเป็นแน่"
"ได้ๆ งั้นเจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าเยี่ยฉิน" เมิ่งอี้ นางรู้ดีหากอี้เฉินยังไม่มีการตอบสนองในอีก 4ชั่วยามอี้เฉินก็จะหมดลมหายใจอย่างสมบูรณ์ ร่างกายของเขาก็จะค่อยๆ ตายลง
แต่ภายนอกตำหนัก ขององค์หญิงในยามนี้ เต็มไปด้วยเหล่าองครักษ์ฝีมือดีมาประจำการ พวกเขาไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น ถึงอี้เฉินจะใกล้ตายอีกในไม่ช้าก็ตาม
ยิ่งเวลาเคลื่อนผ่านอี้เฉินยิ่งลมหายใจแผ่วเบาลงไปเรื่อยๆ ราวกับคนที่ใกล้ตายเข้าไปทุกที ดวงตาของพวกนางทั้งสองคนเริ่มหวาดหวั่น หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่า อีกไม่ถึงชั่วยามอี้เฉินได้ตายก่อนเป็นแน่ พวกนางทั้งสองเฝ้ามองเด็กหนุ่มค่อยๆ หมดลมหายใจไปทีละน้อย
แม้แต่วิธีจะยื้อชีวิตอี้เฉิน ก็ยังไม่มี เมิ่งอี้นางกุมมือเด็กหนุ่มไว้แน่น หวังว่าปาฏิหาริย์จะช่วย อี้เฉินในยามนี้ นางรู้สึกแปลกใจเหตุใด ปราณพลังของอี้เฉินถึงหายไปราวกับมันไม่มีอยู่