16……
“อุ๊ย..อะไรคะพี่พล..น่ากินจังเลย..”
สิตาอุทานสีหน้าพอใจ
“ยำบีบีซี. ซีฟู้ด เป็ไงชื่อโอเคไหม..”
สุรพลพูดพร้อมกับวางจานบนโต๊ะให้ทุกคนน้ำลายไหล
“ชื่อเดียวกับชื่อร้านอาหารเลยนี่ครับ..” ธีรยุทธพูดขึ้น
“คิดดีแล้วหรือพี่พลที่จะใช้ชื่อร้านบีบีซี.ซีฟู้ดน่ะ..” สิตาทักท้วงขึ้น
“อย่าทักสิวะ..คนยิ่งเสียว ๆ อยู่กลัวจะเจ๊งเหมือนแบ็งก์บีบีซี. อยู่เหมือนกัน แต่เมียพี่เขาชอบชื่อนี้เขาบอกว่าจะได้เป็สัญลักษณ์ให้รู้ว่าครั้งหนึ่งเคยทำงานที่บีบีซี.นี่ดีนะที่เมียพี่ไม่บ้าจี้เอาโลโก้แบ็งก์ตราสตางแดงขึ้นป้ายไม่งั้นจะเสียวหนักยิ่งกว่านี้”
สุรพลบอกเสียงสดใสไม่ได้กังวลอย่างที่ปากพูด
“ผมเห็นด้วยนะครับกับชื่อร้าน..” ธีรยุทธพูด
“แล้วอาหารจานนี้ก็กะว่าจะให้เป็อาหารจานเด่นของร้านด้วย ทุกคนลองชิมดูนะครับว่าจะเหมาะเป็อาหารแนะนำของร้านหรือเปล่า”
ทั้งเปมิกาและสิตาไม่รอช้าต่างก็ชิมกันอย่างเต็มใจโดยมีสองหนุ่มชิมตาม
“เป็ไงวะไอ้ป่าน... ทำไมทำหน้าเหมือนไม่แน่ใจ...”
สุรพล มีสีหน้าเหมือนลุ้นคำตอบ เมื่อเห็นกิริยาท่าทางของเปมิกาเคี้ยวอาหารไปแล้วหยุดชะงักแววตาครุ่นคิด
“ก็ไม่แน่ใจจริง ๆ นี่คะ....” เปมิกาว่า
“หา..ไม่แน่ใจว่าจะอร่อยดีหรือเปล่า..จะบอกว่ายังงั้นใช่ไหมวะไอ้ป่าน”
สุรพลทำหน้าเครียดคิดว่ารสชาติอาหารไม่ดี
“ไม่แน่ใจว่าจะสั่งเพิ่มอีกจานดีไหมต่างหากล่ะ...”
เปมิกาพูดจบสุรพลก็ยิ้มอย่างถูกใจ
“ลีลาเยอะนักนะ..นึกว่าไม่ได้เื่จะได้ปิดร้านซะวันนี้เลย..ไม่ต้องขายกันแล้วเจ๊งั้แ่ยังไม่ทันเปิด คงน่าอนาถพิลึกล่ะ..ยัยตาว่าไง..รสชาติเป็ไง” สุรพลหันไปถามสิตาบ้าง
“รสชาติแบบนี้แหละพี่...ถึงจะเรียกว่ายำมันแซบจัดจ้านใช้ได้เลยล่ะ..พี่ได้แม่ครัวจากที่ไหนเหรอ..ทำอร่อยน่ะเนี่ย..”
“ไปซื้อตัวมาจากร้านอาหารเก่าแก่..กว่าแกจะยอมมาช่วยต้องเพิ่มค่าตัวให้สองเท่าจากที่เดิมเชียวนะแก” สรุพลบอกด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
เมื่อทุกคนยืนยันว่าอาหารอร่อยสุรพลก็เดินไปหยิบขวดเหล้ามาฉลองตามถนัดทันที
“นึกว่าจะปลอดเหล้า..อุตส่าห์ดีใจแล้วนะเนี่ย...” สิตาพูดขึ้น
“ขาดเหล้าก็ขาดรสชาติชีวิตสิวะไอ้ตา...เออ..แต่ว่าวันนี้ผมขอตัวดื่มแค่แก้วสองแก้วนะครับคุณธีมคุณชัย เพราะเมียผมแอบมองอยู่..”
สุรพลกระซิบกระซาบแววตามองไปที่ครัวอย่างหวาดระแวง
“กลัวพี่ดวงจะปลดออกจากการเป็เ้าของร้านแหงๆ..” เปมิกาว่า
“ก็ใช่น่ะสิ...พี่สัญญากับเมียไว้ว่าจะดื่มน้อยๆ พอให้ย่อยอาหาร..”
“ขอให้จริงเถอะ...” สิตาไม่ค่อยเชื่อถือ
แต่เวลาต่อมาทั้งสองสาวก็ต้องยกนิ้วให้สุรพลเพราะเขาสามารถยับยั้งชั่งใจไม่ดื่มมากจนเมาคอพับคออ่อนเหมือนทุกครั้งได้ ทว่า...คนที่ดื่มเหล้าเหมือนดื่มน้ำอย่างไม่น่าเชื่อกลับเป็ธีรยุทธ
“ฉันว่าคุณธีมต้องมีปัญหาชีวิตแน่เลย..ดูสิขนาดดื่มแซงหน้าพี่พลได้นี่ไม่ธรรมดานะ..”
สิตาแอบกระซิบเปมิกา ซึ่งหล่อนก็เห็นด้วย เพราะแม้แต่ศรชัยก็ยังออกปากแสดงความแปลกใจที่เห็นธีรยุทธยกแก้วเหล้าดื่มเหมือนคนที่อยากจะให้ตัวเองเมาเร็วๆ
“มีปัญหาอะไรหนักอกหนักใจก็บอกกันบ้างสิวะ..ไม่ใช่นั่งซดเหล้าเอาเป็เอาตายแบบนี้”
ศรชัยต่อว่าเพื่อนแต่ธีรยุทธก็ไม่ปริปากพูดออกมา
“เื่ที่บริษัทเราก็แก้ปัญหาได้ทีละเปาะแล้วนี่นา..ไม่เห็นมีอะไรต้องกลุ้มมากไปกว่านี้แล้ว”
ศรชัยปลอบใจเพื่อนคิดว่าธีรยุทธกลัดกลุ้มเื่หนี้สินของบริษัท
“ใช่ครับคุณธีม..อย่าไปกลุ้มกับชีวิตเลยครับ..ทุกปัญหามีทางออกอย่างพี่ก็มาเปิดร้านอาหาร ไอ้ป่านก็ยุ่งอยู่กับการสมัครงาน แต่ถ้าไม่มีที่ไหนรับก็ว่าจะรับมาเป็เด็กเสริฟ และช่วยล้างจานที่ร้าน ส่วนไอ้ตา ก็ไปเป็ชาวสวนปลูกผักขาย..ถ้าคนเราไม่ยึดติดกับภาพเดิม ๆ มันก็มีสิ่งที่ให้เราทำอีกตั้งมากมายอย่างข่าวเศรษฐีพันล้านที่ล้มละลาย เขาก็ยังพาพนักงานไปขายแซนวิชเลย ถ้าคุณธีมอยากจะขายน้ำเต้าหู้บ้างก็ไม่แปลกนี่ครับ”
สรุพล พูดให้ข้อคิดกับธีรยุทธเผื่อเขาจะดื่มน้อยลง
“ขอบคุณครับพี่พลที่ให้กำลังใจ ผมก็แค่อยากดื่มเหล้าเท่านั้นเองครับไม่มีอะไรกลุ้มไปกว่าที่เคยกลุ้มหรอกครับ..”
ธีรยุทธพูดั์ตาปรือ ทุกคนมองออกว่าเขาเริ่มที่จะเมาแล้ว
“นี่ก็ดึกมากแล้ว..เราสองคนขอตัวกลับก่อนดีกว่า...”
สิตาเป็คนพูดขึ้นเมื่อเห็นเป็เวลาเที่ยงคืนแล้วและโต๊ะข้าง ๆ กลุ่มเพื่อนร่วมงานของดวงใจก็กลับกันไปหมดแล้ว
“บ้านคุณป่านอยู่ทางเดียวกัน..ให้ผมไปส่งนะครับ...” ธีรยุทธพูดขึ้น
“โอ้ย..ขืนให้นายไปส่งคงได้ถูกตำรวจจับเมาแล้วขับแน่นอน ดูสภาพตัวนายสิเดินก็ไม่รู้จะไหวหรือเปล่า คืนนี้นายก็ต้องไปนอนที่บ้านฉันอยู่แล้ว...” ศรชัยต่อว่าเพื่อน
“ไม่เป็ไรค่ะ ตาเอารถมาจะไปส่งยัยป่านที่คอนโดเอง” สิตาบอก
“จะกลับสุพรรณคืนนี้เลยหรือไงยัยตา..พี่ว่าเธอค้างกับยัยป่านดีกว่ามั้ง”
สุรพลเป็ห่วงอดีตลูกน้องเก่า
“ก็คงงั้นแหละพี่..พรุ่งนี้ค่อยกลับแต่เช้า..”
“เออ..ไปเถอะ..วันเปิดร้านอย่างเป็ทางการค่อยมาอีก”
สรุพลบอกพร้อมกับเดินไปส่งสองสาวที่รถปล่อยให้ศรชัยกับธีรยุทธดื่มเหล้าต่อ
นภาพร ไม่สามารถติดต่อธีรยุทธได้ทั้งคืนแม้ว่าหล่อนโทรศัพท์เข้ามือถือเขาหลายครั้งก็ให้ฝากข้อความทุกครั้งพอโทรเข้าที่บ้านก็ได้รับคำตอบว่าเขายังไม่กลับ หล่อนจึงรอเวลาถึงเช้าจึงโทรศัพท์เข้าบ้านของเขาอีกครั้งด้วยความเป็ห่วง
“คุณธีมยังไม่กลับมาเลยค่ะคุณแมว..”
สมจิตรก็เป็ห่วงธีรยุทธเช่นกัน
“แล้วคุณแม่ว่าไงบ้างคะป้าสมจิตร…”
“ยังไม่ตื่นหรอกค่ะ..เมื่อคืนก็ชวนป้าดูทีวีที่ข้างล่างรอคุณธีมจนถึงตีสอง…จนป้าต้องขอร้องให้ไปนอน”
“โธ่..ธีมนะธีมไปไหนมาไหนแทนที่จะโทรมาบอกกันมั่ง…อย่างน้อยไม่บอกแมวก็ไม่เป็ไรแต่ควรจะบอกคุณแม่ไม่ให้ท่านเป็ห่วง…”
“นั่นน่ะสิคะ ถ้าเกิดคุณนวลตื่นขึ้นมาถามหาคุณธีมป้าก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไงดีขืนพูดความจริงก็กลัวคุณนวลจะคิดมากจนความดันขึ้นน่ะสิคะ..นี่ป้าก็กำลังคิดจะโทรไปถามคุณชัยอยู่เหมือนกัน”
“จริงสิ..แมวก็ลืมไปเลยว่าธีมอาจจะไปหาคุณชัยก็ได้...”
นภาพรมีน้ำเสียงดีขึ้น
“แต่คุณชัยกลับบ้านที่ต่างจังหวัดนี่คะ..คุณธีมจะขับรถไปถึงเพชรบูรณ์เลยหรือคะ..”
“งั้นแมวโทรไปเองค่ะ..ได้เื่ยังไงเดี๋ยวแมวโทรบอกป้าเอง..”
นภาพร รีบติดต่อไปหาศรชัยทันทีและหล่อนก็ได้คำตอบว่าธีรยุทธเมามากจนศรชัยต้องพากลับไปค้างที่บ้านด้วยเพราะไม่อยากพาไปส่งที่บ้านนวลพรรณเกรงว่าจะทำให้มารดาของธีรยุทธไม่สบายใจที่เห็นสภาพของลูกชาย
“แมว พอจะรู้หรือเปล่าว่านายธีม มันกลุ้มใจอะไรนักหนาเห็นกินเหล้าแบบไม่เคยเห็นกินมากขนาดนี้มาก่อน หน้าตาก็เศร้าหมองเหมือนคนแบกทุกข์ไว้มาก”
ศรชัย เลียบเคียงถามคนรักของเพื่อน
“ก็น่าจะเื่เดิมนั่นแหละค่ะ.คงเสียใจที่ต้องขายรถคันโปรดไปแล้วยังจะเื่ขายบ้านอีก”
“วันที่พามันไปขายรถก็ไม่เห็นทุกข์โศกขนาดนี้นะ”
“คงหลายเื่รุ้มเร้าค่ะ ทั้งหนี้สินไหนจะแม่ป่วย..”
“แมวก็ดูแลมันดี ๆ หน่อยก็แล้วกันมัน้ากำลังใจมาก ๆ เลยล่ะ่นี้..”
“ค่ะ..งั้นเดี๋ยวแมวจะไปรับธีมที่บ้านคุณชัยก็แล้วกัน..”
วางสายจากศรชัยเรียบร้อยนภาพรก็ขับรถไปหาธีรยุทธที่บ้านของศรชัยทันที เมื่อไปถึงก็ได้รับคำตอบจากเ้าของบ้านว่าธีรยุทธยังนอนอยู่ที่ห้อง
“ตามสบายเลยนะแมว..ผมจะออกไปซื้อโจ๊กที่หน้าปากซอยหน่อย..”
ศรชัยบอกก่อนจะเดินไปที่จักรยาน เขาอยากจะปล่อยให้สองหนุ่มสาวได้อยู่ด้วยกันตามลำพังนั่นเอง ประตูห้องนอนของธีรยุทธไม่ได้ล็อคนภาพรจึงเข้าไป เห็นเขากำลังนอนหลับอย่างสบายไม่ได้รู้สึกตัวว่ามีคนกำลังมายืนมองเขาอยู่
“ธีม…ทำตัวให้แมวเป็ห่วงแบบนี้ไม่ดีเลยนะคะ..”
นภาพรพูดเหมือนพึมพำพร้อมกับทรุดนั่งที่ขอบเตียงหล่อนยื่นมือไปัักับแขนของเขาเบา ๆ อย่างห่วงใย
“รู้ไหมคะว่าเมื่อคืนแมวนอนไม่หลับเพราะเป็ห่วงธีมแค่ไหน...”
คำพูดและััจากนภาพรทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มที่จะขยับตัว
“ธีม...” นภาพรเรียกเขา และบีบมือเบา ๆ ให้เขารู้ตัว
ธีรยุทธงัวเงีย เขารู้สึกปวดหัวแต่เสียงเรียกและแรงััทำให้เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
“ธีม..เป็ไงบ้างคะ..”
“แมว…”
เขารู้สึกใระคนแปลกใจจนต้องขยับตัวลุกขึ้น
“โอ้ย..ปวดหัว..” เขายกมือขึ้นกุมศีรษะอัตโนมัติ
“ธีมดื่มเหล้าหนักน่ะสิคะ..ถึงได้เป็แบบนี้..”
“แล้วนี่แมวรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่..”
“ก็โทรหาคุณชัยน่ะสิคะ..เมื่อคืนแมวก็โทรหาธีมทั้งคืนแต่ติดต่อไม่ได้โทรหาที่บ้านก็บอกว่าธีมยังไม่กลับแมวแทบบ้าไปเลย..เป็ห่วงธีมแค่ไหนธีมไม่รู้หรอก..”
หล่อนบอกเพื่อให้เขารับรู้ว่าหล่อนน้อยใจเขาด้วย
ธีรยุทธค่อย ๆ ลุกขึ้นเขาเลื่อนตัวมานั่งที่ขอบเตียงคู่กับนภาพร
“ที่บ้านรู้หรือเปล่าว่าแมวมาหาผม”
เขาถามด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก
“ไม่รู้ค่ะ..เอ๊ะ..ทำไมคะ..ถึงที่บ้านจะรู้ก็ไม่เห็นจะเป็อะไรนี่คะ..ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าเราเป็อะไรกันธีมถามแบบนี้หมายความว่าไงคะ..”
“อ๋อ..เปล่า..ก็ถามไปยังงั้นเอง”
“พักนี้ธีมมีคำพูดแปลก ๆให้แมวไม่เข้าใจเรื่อยเลยนะ..แต่ช่างเถอะ.แมวเข้าใจธีมค่ะ.แต่ที่แมวมานี่ ก็อยากจะบอกเื่สำคัญกับธีมด้วย”
“เื่สำคัญ…อะไรครับ..”
เขามองหน้าหล่อนแต่ก็เพียงแวบเดียว
“ก็..เื่ธุรกิจ หนี้สินของธีมไงคะ..แมวมีทางออกให้ธีมแล้วธีมไม่ต้องขายบ้านก็ได้ เพราะแมวมีเงินให้ธีมชำระหนี้สิน และเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ได้แล้ว..”
หล่อนบอกเขาอย่างตื่นเต้น
“แล้วเงินที่ว่าแมวเอามาจากไหนกัน..”
“ก็..เอ้อ..ธีมไม่ต้องรู้หรอกค่ะรู้แต่ว่าแมวสามารถหามาให้ธีมได้ก็แล้วกัน”
“เงินไม่ใช่น้อย ๆ แมวจะไปหามาได้ยังไง..”
“คือ..แมว....”
“แมวฟังธีมนะ..ธีมมีศักดิ์ศรีพอ ถ้าธีมไม่รู้ว่าแมวเอาเงินมาจากไหนธีมก็ไม่สามารถที่จะรับความช่วยเหลือได้ ยิ่งแมวทำเพื่อธีมมากเท่าไหร่ธีมก็ยิ่งละอายแก่ใจมากขึ้นเท่านั้น”
“ธีม....”
นภาพร ถึงกับหน้าซีด หล่อนพลาดไปจริง ๆ แทนที่จะคิดคำพูดให้ดี ๆกว่านี้ หล่อนกลับคิดจะออกปากให้เงินเขาโดยที่ลืมนึกไปว่าเขาเป็คนที่ทรนงในตัวเองเพียงใดการที่หล่อนจะหยิบยื่นเงินให้เขาโดยที่ไม่มีที่มาที่ไปดูมันจะไม่ได้ผลกับคนอย่างธีรยุทธเลย