มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 43 : บอสใหญ่

    ตอนที่ 43


     


    ในที่สุดวันรับประกาศนียบัตรก็มาถึง นี่เป็นวันสุดท้ายที่ชิงเทียนจะได้อยู่ในรั้วโรงเรียน ซีเหมินจวินร้องไห้ พรางกระโดดกอดชิงเทียนอย่างอาลัยอาวรณ์ 


     


    หลังจากที่ได้ออกกำลังกายอย่างหนัก น้ำหนักของซีเหมินจวิน ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ภายในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ชิงเทียนตัดสินใจพาเขาเข้าสู้เส้นทางผู้บ่มเพาะ และฝากให้เขาไปช่วยงานหลงหยวน ซึ่งซีเหมินจวินก็ทำได้ดีเลยทีเดียว


     


    ทางด้านเย่เสวี่ยหลัน เธอจะย้ายไปเรียนที่เดียวกับชิงเทียน ถึงแม้จะไม่ได้อยู่คณะเดียวกัน แต่เขาก็รู้สึกดีใจที่ยังได้อยู่ใกล้ชิดเธอ 


     


    ชิงเทียนเดินไปหาหลานลู่จื่อเพื่อบอกลา “ลู่จื่อ เธอคงจะไม่ได้เห็นหน้าฉันไปสักพักเลย"


     


    หลานลู่จื่อเขินอายเล็กน้อย ที่ชิงเทียนเรียกเธออย่างสนิทสนม “เราอาจได้เจอกันเร็วๆนี้ก็ได้" เธอพูดอย่างมีเลศนัย 




    ชิงเทียนไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดหญิงสาวมานัก ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเขากำลังกังวลกับเงินในบัญชี ที่เหลือไม่ถึงห้าร้อยล้านเลยด้วยซ้ำ หลังจากลงทุนกับโครงการวังธาราสวรรค์ และสร้างศาสตราวุธเซียน ให้ทั้งหลิวลู่ซือ จินโม่เฉิน และจิ่วฟาง และทันใดนั้น ชิงเทียนก็พึ่งจะฉุกคิดได้ว่าตนเองยังมีหอนพเก้าอยู่ ชิงเทียนอยากตบหน้าตัวเองสักฉาด ทั้งๆที่มีแหล่งเงินทุนสำรอง แต่เขากลับไม่เคยคิดจะเอามาใช้


     


    ชิงเทียนควักโทรศัพท์ออกมา แล้วโทรหาจิ่วหยวนปิงทันที “หยวนปิง หอนพเก้าสามารถให้ฉันยืมเงินได้เท่าไหร่"


     


    “ประมาณห้าพันล้านค่ะ" จิ่วหยวนปิงตอบกลับมา 


     


    “ฉันขอยืมก่อน แล้วจะคืนให้ทีหลัง" เงินมากขนาดนี้ แน่นอนว่าธนาคารต้องตรวจสอบ ก่อนจะธนาคารจะทำเรื่องอนุมัติ จนในที่สุดเงินห้าพันล้าน ก็ถูกโอนเข้ามาในบัญชี


     


    “ค่อยสบายใจหน่อย" ชิงเทียนตั้งใจใช้เงินส่วนนี้ เพื่อเป็นทุนสำหรับสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่อย่าไรก็ตามนำสมุนไพรของเขายังไม่ทำกำไลเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นคงต้องพับโครงการนี้ไปอีกสักพัก


     


    หลังจากลับถึงวิลล่า ชิงเทียนก็พบฟ่านเสี่ยวโหรว ที่กำลังเป็นลูกมือลู่หลี่หลิน หากเทียบกันแล้ว เธอดูจะมีแววมากว่าหลิวลู่ซืออยู่พอสมควร 




    “ติดใจห้องครัวฉันหรือไง เสี่ยวโหรว"


     


    “ฉันกำลังหัดทำอาหาร เพื่อจีบผู้ชายอยู่ค่ะ" เธอหันกลับมาตอบ


     


    “ใครกัน?" ชิงเทียนขมวดคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน หรือเธอจะแอบชอบพนักงานในบริษัท


     


    ฟ่านเสี่ยวโหรวเห็นสีหน้าของชิงเทียน ก็แอบขำเล็กน้อย “แถมผู้ชายคนนั้น ยังเป็นคนซื่อบื้อด้วยค่ะ" เธอยกอาหารมาเสิร์ฟ แล้วเข้ามากระซิบที่ข้างหูชิงเทียน “ถ้าฉันทำอาหารเก่ง ฉันจะจีบคุณติดรึเปล่าค่ะบอส"


     


    ชิงเทียนนั่งอึ้งไปสักพัก ฟ่านเสี่ยวโหรวคิดว่านี่คือวิธีเข้าหาชิงเทียนที่ถูกต้องแล้ว หากเธอมัวแต่เขินอาย ชิงเทียนที่วันๆคิดแต่เรื่องการบ่มเพาะ ก็คงจะไม่มีทางหันมาสนใจเธอ และก็เป็นตามที่คาด เพราะชิงเทียนดูจะหลบสายตาเล็กน้อย คล้ายว่าเขาเป็นพวกขี้อายต่อหน้าผู้หญิงที่รุกหนัก ในที่สุดฟ่านเสี่ยวโหรวก็พบจุดอ่อนของบอสผู้เย็นชา และเมื่อเธอเท้าค้างมองดูเขาใกล้ๆ ก็ยิ่งทำให้เธอหลงเสน่ห์เขามากกว่าเดิม


     


    “อะแฮ่ม! ถ้าจะจ้องขนาดนี้ ทำไมไม่ไปรอที่เตียงฉันเลยล่ะ" ชิงเทียน พยายามขู่ให้หญิงสาวถอยห่างจากตนเอง แต่ทว่า ผลที่ได้กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง


     


    “บอสล็อคห้องไว้ค่ะ"


     


    หลังจสกที่ได้ยินเช่นนั้น ชิงเทียนก็ถึงกับสำลักน้ำทันที “ข...ขอตัวก่อนนะ"


     


    ฟ่านเสี่ยวโหรว รู้สึกสะใจที่สามารถแกล้งชายหนุ่มได้สำเร็จ หากเธอเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้หลิวลู่ซือฟัง คงทำให้เด็กสาวผู้เงียบขรึม.หลุดขำออกมาได้แน่


     


    ****************************


     


    สำนักงานลับองค์กรอิลลูมินาติ ชายผมทรงหยักศกสีดำ ก้าวเข้ามาในห้องผู้อำนวยการ ซึ่งดูจากท่่าทีและการวางตัว ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ให้ความเคารพโจนาธานสักเท่าไหร่ “เรียกฉันมามีธุระอะไร?" 




    “แอตลาส ดีจริงๆที่คุณสละเวลามาได้ นั่งลงก่อนสิ" โจนาธานยิ้มอย่างเป็นมิตร จะว่าไปเขาค่อนข้างเกรงใจชายคนนี้มากเลยทีเดียว ซึ่งไม่มีเหตุผลอะไรนอกจาก กำไลเหล็กที่อีกฝ่ายสวมไว้บนข้อมือ ที่สลักไว้ว่า ‘ระดับห้า' ซึ่งภายในองค์กรมีแค่สามคนเท่านั้น ที่จะได้สวมกำไลแบบเดียวกันนี้


     


    “ผมมีภารกิจให้คุณทำ" โจนาธานยื่นรูปชายหนุ่มชาวเอเชียให้เขาดู 


     


    แอตลาสยิ้มเย้ยหยัน “หึ!! แค่นี้ถึงกับต้องมาไหว้วานฉันเลยหรือ?"


     


    “อย่าดูถูกเด็กหนุ่มคนนี้เชียว เขาส่งซาโต้เข้าโรงพยาบาลมาแล้ว เราสันนิษฐานว่าเด็กหนุ่มคนนี้ คงเป็นผู้บ่มเพาะจากคำให้การของคริส"


     


    “ผู้บ่มเพาะ?" แอตลาสเริ่มที่จะสนใจภารกิจนี้ขึ้นมาแล้ว เมื่อห้าปีก่อน เขาพบกับเด็กสาวคนหนึ่งที่บอกว่าจนเองคือผู้บ่มเพาะ ซึ่งเธอแข็งแกร่งจนทำให้เขาหืดขึ้นคอได้เลยทีเดียว “ตกลง ฉันรับทำภารกิจนี้ แต่ขอเวลาหน่อยแล้วกัน พอดีมีธุระที่ต้องไปจัดการ" 


     


    *****************************


     


    ชิงเทียนเดินทางมารายงานตัวที่คณะ รถสปอร์ตที่เขาขับเข้ามา ทำให้สาวๆต่างชะเง้อคอมอง แต่เมื่อพวกเธอเห็นผู้หญิงที่นั่งมากับเขา ก็พากันผิดหวังไปตามๆกัน ชิงเทียนเดินไปเปิดประตูให้เย่เสวี่ยหลัน ความสวยของเธอ ทำให้ชายหนุ่มในบริเวณนั้นล้วนถูกมนต์สะกด


     


    เย่เสวี่ยหลัน เลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจ ในขณะที่ชิงเทียนเลือกเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ แม้สองคณะนี้จะคล้ายกัน แต่เศรษฐศาสตร์ มักไปทางการบริหารทรัพยากรเสียมากกว่า ชิงเทียนเดินไปที่โต๊ะลงทะเบียน ก่อนจะจัดการกับเอกสารอย่างชุลมุน เมื่อรู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านมาถึงช่วงบ่ายแล้ว ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวที่กำลังเดินตรงเข้ามา ซึ่งเขาไม่คิดว่าจะได้มาพบเธอที่เมืองหลวง




    “ลู่จื่อ เธอมาทำอะไรที่นี่!?" 


     


    หลานลู่จื้อใช้นิ้วชีปิดปากชายหนุ่ม “นายจะบ้ารึไง อยู่นี่ให้เรียกฉันว่าอาจารย์" หากมีคนมาได้ยินเขาเรียกเธออย่างสนิทสนม คงจะได้กลายเป็นข่าวลือไปทั่วมหาลัยอย่างแน่นอน


     


    “แล้วอาจารย์มาทำอะไรที่นี่" ชิงเทียนเอ่ยถามอีกครั้ง


     


    “ฉันอยากเปิดประสบการณ์ใหม่เลยย้ายมาสอนในระดับมหาลัย" พ่อหลานลู่จื่อเออกจากโรงพยาบาลแล้ว เธอต้องกล่อมหลานกงเซิ่งอยู่นาน กว่าเขาจะยอมให้เธอย้ายมาทำงานในเมืองหลวง


     


    “เอ่อ... ไม่ใช่ว่าคุณตามผมมา เพราะกลัวจะคิดถึงผมหรอกนะ" ชิงเทียนกำลังคิดว่า มันจะประจวบเหมาะจนเกินไปหรือเปล่า




    หลานลู่จื่อมีท่าทีเลิ่กลั่ก “ค...ใครคิดถึงนาย!! หลงตัวเอง" เธอตะออกมาเสียงดัง จนคนในคณะเริ่มหันมาให้ความสนใจ 


     


    “นั่นอาจารย์คนใหม่?"


     


    “ดูเหมือนเธอจะมีความสัมพันธ์ กับนักศึกษาคนนั้นนะ"


     


    พวกเขาเริ่มจับกลุ่มซุบซิบกัน หลานลู่จื่อถึงกับทำตัวไม่ถูก ก่อนที่เธอลากชิงเทียนไปยังสถานที่ลับตาคน ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการทำให้คนอื่นเข้าใจผิดกันไปใหญ่




    “นายจะไปไหนต่อ?"


     


    “กลับบ้าน เธอจะไปทานข้าวด้วยกันไหม" 


     


    หลานลู่จื่อ ตกใจที่ชิงเทียนเอ่ยปากชวนออกมาง่ายดายขนาดนี้ จนเธอเผลอคิดไปว่า บางทีเขาก็อาจกำลังสนใจเธออยู่เหมือนกัน




     “อาจารย์หลาน มาทำอะไรที่นี่เหรอค่ะ" 




    หลานลู่จื่อ ไม่รู้มาก่อนว่าเย่เสวี่ยหลันเลือกเรียนทีเดียวกับชิงเทียน แต่ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายทำแต้มนำห่างตัวเองไปไกล เธอก็ยังไม่ยอมตัดใจอยู่ดี “อาจารย์พึ่งย้ายมาบรรจุที่นี่จร่ะ" 


     


    “เสวี่ยหลัน เธอเองก็มาด้วยกันสิ" ชิงเทียนชวนเย่เสวี่ยหลัน ซึ่งเธอก็ตอบตกลงทันที


     


    จบด้วยการที่พวกเธอทั้งสองคน ขึ้นมานั่งบนรถของชิงเทียน ซึ่งกำลังขับออกจาก มหาวิทยาลัย รถจอดหน้าวิลล่าหลังใหญ่ ที่ชิงถิงฟงมอบให้เป็นของขวัญ ซึ่งอันที่จริงแล้วชิงเทียนปฏิเสธไป แต่ชายชราก็ค้านหัวชนฝา จนเขาต้องยอมรับมาอยู่ดี


     


    ชิงเทียนนั่งทานอาหารพร้อมกับ เย่วหนิงเอ๋อ หลานลู่จื่อ และเย่เสวี่ยหลัน และหลิวลู่ซือ ซึ่งเป็นภาพที่น่าอึดอัดใจมากเลยทีเดียว ส่วนเหตุผลที่เย่วหนิงเอ๋อต้องมาอยู่ที่นี่ ก็เพื่อคอยให้ชิงเทียนชี้แนะเรื่องการบ่มเพาะ จึงลงเอยด้วยการที่ต้องมาเป็นแม่บ้าอย่างไม่เต็มใจ


     


    หลิวลู่ซือหันมาหาชิงเทียน “เอ่อ... อาจารย์ นี่มันยิ่งกว่าจับปลาสองมืออีกนะค่ะ" 


     


    ชิงเทียนสำลักข้าวที่ทานเข้าไป “แค่กๆ หมายความว่ายังไง"


     


    “ฉันรู้ว่านายเจ้าชู้ แต่ไม่คิดว่าจะเจ้าชู้ขนาดนี้ ยังมีใครอีกไหมที่นายยังไม่ได้พามาเปิดตัว" เย่วหนิงเอ๋อจ้องเขาราวกำลังจับผิด


     


    “พี่ฟ่านเสี่ยวโหรว ผู้จัดการของอาจารย์ก็ชอบแวะมาบ่อยๆค่ะ" หลิวลู่ซือฟ้องเหล่าสาวๆที่กำลังนั่งทานอาหาร


     


    พวกเธอหันไปมองหน้าเขาพร้อมกัน โดยที่ไม่พูดอะไรออกมา ซึ่งนั่นทำให้ชิงเทียนรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าเดิม จนเขาต้องหาทางเปลี่ยนหัวข้อการสนทนา “วิลล่าหลังใหญ่แต่มีคนอยู่แค่สามคน ถ้าว่างก็แวะมาค้างได้นะ ที่นี่จะได้ครึกครื้นขึ้นหน่อย”




     “ได้สิ..."




     หลานลู่จื่อและเย่เสวี่ยหลัน กล่าวออกมาพร้อมกันไม่มีคนรู้จักในเมืองหลวง พวกเธออยากจะย้ายมาอยู่ที่นีเสียด้วยซ้ำ แต่ก็กลัวจะรบกวนเขามากเกินไป อีกทั้งกลัวว่าชิงเทียนและเย่วหนิงเอ๋อ จะแอบมีความสัมพันธ์กัน


     


    หลังจากที่ทานอาหารเสร็จแล้ว ชิงเทียนก็ขับรถไปส่งทั้งสองคนจนถึงที่พัก ก่อนจะกลับมาที่วิลล่า เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปยังหอนพเก้าสาขาหลัก 


     


    “อาจารย์ เดินทางปลอดภัยนะคะ" หลิวลู่ซือยืนส่งเขาที่หน้าประตู เธอมองชิงเทียนขับรถจากไป


     


    “ชิงเทียนไปไหนแล้วล่ะ" 


     


    “อาจารย์ต้องเดินทางไปที่หอนพเก้าสาขาหลักค่ะ"


     


    “หอนพเก้า?" เย่วหนิงเอ๋อเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน มันเป็นห้องอาหารหรู แต่ในเมืองหลวงก็มีไม่ใช่หรือไง


     


    “้เบื้องหน้าเป็นร้านอาหาร แต่เบื้องหลังเป็นสถานที่ฝึกผู้บ่มเพาะค่ะ อาจารย์เป็นคนดูแลกหอนพเก้าทั่วประเทศ" เธออธิบายตามที่ชิงเทียนเคยเล่าให้ฟัง


     


    เย่วหนิงเอ๋อผงะไปทันที เท่าที่เธอรู้ อาหารที่นั่นมีแต่อาหารราคาแพง และมีรายได้วันละหลายล้านหยวน แต่ชิงเทียนกลับเป็นเจ้าของที่นั่น


     


    *****************************


     


    คนของหอนพเก้า มารอรับชิงเทียนที่สนามบิน เมื่อไปถึงยังที่หมาย จิ่วหยวนปิงและผู้บ่มเพาะหลายคน ก็มายืนต้อนรับหน้าประตูทางเข้าอย่างเป็นระเบียบ ลูกค้าทต่างให้ความสนใจ พวกเขาเคยพบเห็นจิ่วหยวนปิงไม่กี่ครั้งเท่านั้น หลังจากสอบถามกับพนักงาน ก็ทราบว่าเธอเป็นผู้จัดการของสาขาหลัก ลูกค้าบางคนตามจีบเธอด้วยซ้ำ แต่ผลที่ตามมาก็คือ พวกเขาต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มไม่ต่ำกว่าหนึ่งเดือน




    “ยินดีต้อนรับค่ะบอสใหญ่ เธอโค้งตัว แล้วกล่าวทักทายชิงเทียน ลูกค้าทุกคนอ้าปากค้างไปตามๆกัน พวกเขาไม่คิดว่าบอสใหญ่ของหอนพเก้า จะเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มธรรมดา


     


    --------------------------------------


    ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ และกำลังใจนะครับ เวลาเขียนเหนื่อยๆแล้วมาอ่าน ทำให้มีแรงเขียนต่อไป ขอบคุณมากๆครับ //Master_Ye


    Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์


    https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน