ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 107 ฉู่รั่วหลานที่ไร้ยางอายถึงขีดสุด

            เมื่อรักอย่างลึกซึ้งไร้คำพูดใดมาบรรยายความรู้สึกนี้ได้ ศีรษะของมู่เฉิงอินซบลงที่อกของมู่เสวียนเย่มิได้กล่าวสิ่งใดเพิ่มเติม

            เสียงของนางไม่ดังทว่าเอ้อระเหย อ้อยอิ่ง และอ่อนโยนยิ่ง นำพาความรู้สึกที่ลึกซึ้งไร้ก้นบึ้งระเบิดอยู่ข้างหูของมู่เสวียนเย่

            เสียงระเบิดนั้นพาให้หัวใจของมู่เสวียนเย่เต้นแรงครั้งแล้วครั้งเล่าคำว่าพี่เย่กระแทกหูของเขา การอิงแอบแสนอ่อนโยนของนางทำให้ใบหูของเขาขึ้นสี

            หญิงสาวในอ้อมแขนของเขาทั้งบอบบางและนุ่มนวลแม้ใบหน้าเขาจะบูดบึ้ง ทว่าใบหูกลับแดงก่ำ

            “อืม”

            เขาพยักหน้าพลางกดเสียงต่ำตอบรับ

            มู่เฉิงอินกัดริมฝีปากหัวเราะขึ้นมานางเห็นว่าใบหูของบุรุษตรงหน้าเป็นสีแดงก่ำ และมือเขาก็บีบเอวนางแรงจนแทบจะหักอยู่แล้ว

            มู่เสวียนเย่กับมู่เฉิงอินมีความรักลึกซึ้งบรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสองหวานฉ่ำทว่าทั้งร่างของฉู่รั่วหลานกลับเต็มไปด้วยความอิจฉาจนแทบจะพุ่งเข้าไปฉีกหน้าของมู่เฉิงอินยิ่งอีกฝ่ายยิ้มอย่างมีความสุขเท่าไร นางก็ยิ่งริษยามากขึ้นเท่านั้นดวงตาที่เต็มไปด้วยโทสะทั้งสองข้างของฉู่รั่วหลานจ้องเขม็งไปที่มู่เฉิงอินนางตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาจากพื้น ใช้สายตาโหดเหี้ยมมองมู่เสวียนเย่กับมู่เฉิงอิน พลันกรีดร้องเสียงดังว่า“เยี่ยมนัก ช่างเป็นผู้บัญชาการมู่ผู้มีความรักลึกซึ้งดุจทะเลที่เยี่ยมยอดเป็นการประกาศมิรับอนุหรือสตรีใดที่ยอดเยี่ยม ข้าซาบซึ้งจนแทบจะหลั่งน้ำตาให้แต่ผู้บัญชาการมู่ เจ้ากล้าบอกทุกคนที่อยู่ที่นี่ดังๆ หรือไม่ว่าเจ้าเคยทำอันใดไว้กับข้า? เจ้าทำงานอยู่ในวังลอบล่วงเกินข้ามาเนิ่นนานแล้ว ทว่าวันนี้เจ้ากลับไม่คิดรับผิดชอบเหตุใดเจ้าถึงเนรคุณเยี่ยงนี้? ความรู้สึกลึกซึ้งที่ข้ามอบให้เจ้าแต่เจ้ากลับตอบแทนข้าเยี่ยงนี้ ทำกับข้าถึงเพียงนี้...”

            หยาดน้ำตาของฉู่รั่วหลานรินไหลนางกรีดร้องโหยหวนเสียงดัง

            นางเป็นสตรีร่างใหญ่เวลาร่ำไห้ช่างไร้ความงดงาม ทว่านี่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ คำที่นางร้องออกมาสร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกคน

            นกไร้เสียง [1] โรงน้ำชาพลันเงียบกริบทันที

            ไม่ ไม่ใช่หรอกกระมัง

            เวลานี้เหล่าผู้ชมแทบอยากให้ตนเองหูหนวกไปเสียสวรรค์ทรงโปรด เมื่อครู่พวกเขาได้ยินเรื่องที่มิอาจมองข้ามได้อันใด?

            องค์หญิงฉู่กับผู้บัญชาการมู่มีความสัมพันธ์ล่วงเกินกันอยู่ก่อนแล้ว?

            มิน่าเล่ามิน่าเล่า ตอนที่องค์หญิงทราบว่าคุณชายมู่กับแม่นางมู่มีการเจรจาหมั้นหมายกันแล้วถึงได้ตื่นตระหนกเยี่ยงนั้น?

            คำพูดดังกล่าวสะท้านสะเทือนราวกับคลื่นพันชั้นในที่สุดฝูงชนก็ระเบิด

            ไม่ว่าอย่างไรมู่เสวียนเย่ก็คาดไม่ถึงว่าฉู่รั่วหลานจะลั่นถ้อยคำดังกล่าวออกมาได้อันใดคือล่วงเกินกันแล้ว? การล่วงเกินมาจากที่ใดกัน? องค์หญิงผู้นี้แม้แต่ชื่อเสียงของตนก็มิต้องการแล้วหรือปรารถนาเพียงจะเกาะเขาแทนแล้วหรือ?

            ยามนี้ใบหน้าของมู่เสวียนเย่ที่ดำอยู่แล้วทะมึนยิ่งกว่าหมึกสายตาเย็นยะเยือกของเขาแทบแช่แข็งคนได้สามฉื่อ

            เขาเป็นบุรุษแต่ก็รู้ว่าชื่อเสียงของสตรีนั้นสำคัญเทียมฟ้า เหตุใดจึงมีสตรีที่ไร้ยางอายเช่นนี้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางเป็นถึงองค์หญิงแห่งต้าโจว

            แต่เดิมปากมู่เสวียนเย่ก็โง่งมอยู่แล้วตอนนี้ฉู่รั่วหลานยังทิ้งชื่อเสียงของตนลงน้ำทั้งยังลากเขาจมลงไปด้วยช่างทำให้เขาโมโหจนพูดอันใดไม่ออก มิอาจโต้แย้งได้

            “ไร้ยางอาย”

            จากนั้นไม่นานมู่เสวียนเย่ก็พ่นคำสามคำออกมา

            นี่เป็นคำหนักหนาที่สุดที่เขาใช้พูดกับสตรี

            “ใช่ ข้าไร้ยางอายองค์หญิงผู้สูงส่งมีเกียรติเช่นข้าไม่ต้องการหน้าตาชื่อเสียงอีกแล้ว มิใช่เพราะรักเจ้ามากเกินไปและข้ากลายเป็นคนของเจ้าแล้วหรอกหรือ นอกจากเจ้าจะไม่แต่งงานตลอดชีวิตทว่าหากเจ้าต้องการแต่งมู่เฉิงอิน ข้ายังคงย้ำคำเดิม จงให้นางเป็นอนุ”

            ที่สุดในใจของฉู่รั่วหลานก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นแล้ว

            เมื่อครู่นางหมดหนทางไม่รู้จะทำเยี่ยงไรดียามถูกมู่เสวียนเย่ผลักออกและได้ยินคำกล่าวขอบคุณที่ปกป้องตนของมู่เฉิงอิน ทั้งร่างของนางราวกับหัวใจถูกแผดเผาเสียสติจนแทบถึงขีดสุด ทว่าโชคดีที่นางได้รับคำแนะนำจากลูกพี่ลูกน้องของนาง

            วันนี้นางนัดลูกพี่ลูกน้องออกมาด้วยเรื่องของมู่เสวียนเย่เมื่อทราบว่ามู่เสวียนเย่ไม่ได้วางแผนจะแต่งงานกับนางและปฏิเสธเจตนาของบิดานางอย่างสุภาพนางก็เริ่มร้อนรนมิอาจอยู่สุข

            นางต้องตาพึงใจมู่เสวียนเย่มานานแล้วชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา รู้ว่าเขาเป็นหัวหน้าหน่วยราชองครักษ์ประจำวังหลวงต้องปฏิบัติหน้าที่ภายในวังอยู่บ่อยครั้ง นางจึงแอบไปเมียงมองเขาและมีบางครั้งที่เล่นละครจนได้อิงแอบแนบชิดกับเขา ทว่าบุรุษผู้นี้เคารพกฎรักษามารยาทมิเคยแสดงท่าทีหรือความรู้สึกใดต่อนางเลย

            แต่นางไม่พอใจนางเป็นถึงองค์หญิง นางต้องการแต่งให้ผู้ใดก็ต้องได้ตามใจทั้งสิ้น

            หากมู่เสวียนเย่ยังไม่เจรจาเรื่องงานแต่งเช่นนั้นนางก็ยังมีโอกาส ดังนั้นหลังจากที่รู้ว่ามู่เสวียนเย่กับมู่เฉิงอินได้เจรจาเรื่องงานแต่งไปแล้วทั้งร่างของนางก็ระเบิดด้วยโทสะจนแทบบ้า ก่อนหน้านี้ยามความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองยังไม่แน่ชัดนางเพียงหาเรื่องมู่เฉิงอินในบางคราเท่านั้นทว่าตอนที่นางตระหนักได้ว่ามู่เสวียนเย่กับมู่เฉิงอินมีใจให้กันและเหมือนทั้งสองครอบครัวกำลังเจรจาดองกัน นางก็พลันตื่นตระหนกไปทั้งร่างแล้ว

            นางแบกหน้าหนาๆของตนไปขอพระราชโองการอภิเษกสมรสจากเสด็จพ่อ นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ไม่มีใจให้นางแต่นางไม่มีวิธีอื่นแล้ว นี่เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้นางได้แต่งงานกับมู่เสวียนเย่

            กลับคาดไม่ถึงว่าตระกูลมู่จะปฏิเสธ

            ดังนั้นนางจึงนัดหมายฉู่หลิวซวงผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องออกมาเพื่อขอคำแนะนำจากอีกฝ่าย เพราะรู้ว่าลูกพี่ลูกน้องผู้นี้ฉลาดกว่านางนัก

            ใช่แล้วต้องขอบคุณฉู่หลิวซวง เมื่อครู่ที่นางล้มลงข้างฉู่หลิวซวงนางเห็นรูปปากของฉู่หลิวซวงกล่าวกับนางว่า “โยนความผิด ล่วงเกิน”

            นางเองก็มิใช่คนโง่แค่คำเตือนสองสามคำ นางก็โต้กลับได้แล้ว

            ในเมื่อมู่เสวียนเย่ไม่ต้องการแต่งงานกับนางเช่นนั้นนางจะทำทุกทางเพื่อจับมู่เสวียนเย่ให้ได้ จะไม่มีวันปล่อยมือจากเขาเด็ดขาด!

            แน่นอนวิธีนี้ใช้ได้ผล

            เวลานี้ฉู่รั่วหลานคล้ายเห็นแสงแห่งความหวังประกายแห่งความหวังสาดส่องออกมาจากดวงตาของนาง นางบังคับมู่เสวียนเย่และรอคอยให้เขาก้มศีรษะยอมแพ้นาง

            ...

            ฉู่หลิวซวงที่ยืนอยู่ด้านข้างกำลังกอดอกพิงกำแพงมุมปากปรากฏรอยยิ้มเยาะ ยามเห็นคนในตระกูลมู่ไม่เป็นสุขในใจของนางรู้สึกสบายยิ่งนัก

            ต้องขอบคุณลูกพี่ลูกน้องผู้นี้ที่โง่เขลาสามารถทุ่มเทจนสุดตัวได้

            “เฉิงอินข้า...”

            “พี่เย่เรียกข้าว่าอินอิน”

            มู่เสวียนเย่โกรธเป็นอย่างยิ่งเขาก้มศีรษะลงเพื่อหวังจะอธิบายแก่มู่เฉิงอิน ทว่าทันทีที่เปิดปากกลับถูกมู่เฉิงอินขัดจังหวะสตรีในอ้อมกอดของเขามีใบหน้าอ่อนโยน ดวงตาของนางเปี่ยมด้วยความรักและเชื่อใจมิได้นำคำพูดของฉู่รั่วหลานมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ทั้งขอให้เขาเรียกขานนางว่าอินอิน

            ยามมู่เสวียนเย่นึกถึงเสียงนุ่มนวลที่เพรียกหาเขาว่า ‘พี่เย่’ ร่างกายของเขาก็รู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้งและรู้สึกว่าคำเรียกขานว่า ‘เฉิงอิน’ ค่อนข้างแปลกหูเมื่อเทียบกับ ‘พี่เย่’ ทว่าเขาก็ยังเปิดปากพูดด้วยเสียงแหบพร่าว่า “อินอิน ข้า ข้าไม่เคยแตะต้องนางแม้เพียงปลายนิ้ว ข้าไม่สนิทมักคุ้นกับนาง”

            “ข้ารู้”

            มู่เฉิงอินกล่าวตอบนางตบมือของมู่เสวียนเย่เป็นการปลอบโยนและแสดงถึงความไว้วางใจที่ไร้เสียงอารมณ์หงุดหงิดของมู่เสวียนเย่จึงถูกบรรเทาลงจนสงบด้วยการตบเบาๆ นี้

            มู่เฉิงอินเดินออกจากอ้อมแขนของมู่เสวียนเย่ใช้ใบหน้านวลอ่อนเยาว์ที่ฉายแววเย็นชาจดจ้องฉู่รั่วหลาน ก่อนจะค่อยๆ กวาดตามองไปทั่วฝูงชนและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า“องค์หญิงฉู่ หม่อมฉันเกิดในครอบครัวนักปราชญ์มักคุ้นกับคัมภีร์ ‘เตือนหญิง’ และ ‘สอนหญิง’ [2] จึงรู้ว่าชื่อเสียงสำหรับสตรีนั้นสำคัญเทียมฟ้า แต่คิดไม่ถึงว่าองค์หญิงผู้งามสง่าจะละทิ้งคำว่าชื่อเสียงเหมือนเปลี่ยนรองเท้าเพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของตนเองจึงสาดน้ำโคลนใส่ผู้อื่นเช่นนี้ ก่อนที่หม่อมฉันจะเจรจาหมั้นหมายกับพี่เย่ก็ทราบอยู่แล้วว่าท่านทรงรบเร้าวุ่นวายอยู่กับเขา ทว่าความรู้สึกของท่านกลับถูกปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่าวันนี้หลังจากที่หม่อมฉันกับพี่เย่บอกว่าได้มีการเจรจาหมั้นหมายกันแล้ว ท่านก็ยังก่อเรื่องปวดหัวให้พวกหม่อมฉันมิหยุดหย่อน เรื่องเหล่านี้หม่อมฉันล้วนมองข้ามไม่คิดเล็กคิดน้อยได้ทว่าวันนี้ท่านกลับทำลายชื่อเสียงตนเองจนป่นปี้ ทั้งยังคิดจะลากพี่เย่ของหม่อมฉันให้ล่มจมไปกับท่านด้วยเรื่องนี้หม่อมฉันมู่เฉิงอินมิยอมปล่อยผ่านเป็นแน่เพคะ”

             

            เชิงอรรถ

            [1] นกไร้เสียง 雅雀无声 (Yǎ què wú shēng) เป็นสำนวนหมายถึง เงียบจนถึงขีดสุด

            [2] คัมภีร์ ‘เตือนหญิง’ 女诫 (Nǚ jiè)  และ ‘สอนหญิง’ 女训 (nǚ xùn) เป็นวรรณกรรมสอนสตรีเรื่องแรกๆของจีน ประพันธ์โดยนักวิชาการผู้ยึดมั่นในหลักปรัชญาขงจื๊อที่มีแนวความคิดบุรุษเป็นใหญ่สะท้อนชะตากรรมของสตรีที่มีจารีต ประเพณี และค่านิยมทางสังคมเป็นตัวกดทับหรือเหนี่ยวรั้งความปรารถนาของตนเองไม่ให้ออกนอกกรอบทุกสิ่งเป็นไปตามกฎระเบียบแห่ง “สามคล้อยตาม สี่คุณธรรม” ที่สังคมปิตาธิปไตยพึงประสงค์และเป็นผู้หยิบยื่นให้

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359