อาลอน: ตำนานยอดจักรกลกายาเทวะ

    บทที่ 40: วันอำลาสถาบัน และเงามืดก่อนปิดเทอมใหญ่ (Farewell & The Gathering Storm)


    เสียงแก้วทองเหลืองบรรจุเครื่องดื่มสมุนไพรกระทบกันดังกังวาลสะท้อนไปทั่วห้องรับรองส่วนตัวในโซนสิบยอดมงกุฎ บรรยากาศภายในห้องนั้นอบอวลไปด้วยความคึกคักและรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากที่พิธีมอบเหรียญเกียรติยศเสร็จสิ้นลง พร้อมกับการประกาศผลสอบชั้นปีที่ 1 อย่างเป็นทางการที่ทำให้ชื่อของพวกเขาถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของรุ่น


    กลิ่นหอมของอาหารที่ปรุงอย่างพิถีพิถันลอยล่องไปในอากาศ ผสมผสานกับกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเนื้อย่างแร่อัคคีที่ส่งเสียงฉ่าอยู่บนจานร้อน ชาลัค ยักษ์หนุ่มผู้มีพละกำลังมหาศาล คว้าเนื้อชิ้นโตเข้าปากก่อนจะเคี้ยวกร้วมแล้วหัวเราะลั่นจนตัวโยน "ฮ่าๆๆ! ใครจะไปคิดวะว่าพวกขยะจากป้อมสนิมแดงอย่างพวกเรา จะกลายมาเป็นทีมฮีโร่ที่ล้มคาสิโนและคว้าอันดับ 1 ของชั้นปีมาครองได้สำเร็จ!"


    "ทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นได้เพราะการทำงานเป็นทีมแท้ๆ..." โบเฟอร์ คนแคระร่างอ้วนผู้ครองตำแหน่งอันดับ 1 ของชั้นปีอย่างเป็นทางการ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยขณะพยายามซ่อนใบหน้าขวยเขิน "แต้มมหาศาลที่เราได้มา ข้าได้จัดการโอนคืนเข้าการ์ดให้พวกนายทุกคนตามสัดส่วนเรียบร้อยแล้วนะ ตรวจสอบดูได้เลย!"


    คาเอลขยับปรับหน้ากากกันแก๊สที่สวมอยู่เป็นประจำให้เข้าที่ ก่อนจะชูแก้วเครื่องดื่มขึ้นสูงด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ "ช่วงปิดเทอมใหญ่สี่สัปดาห์นี้ ข้าจะไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ข้าจะกลับไปอัปเกรดเซิร์ฟเวอร์ดักฟังที่โถงใต้ดินให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ส่วนชาลัคก็จะไปช่วยงานช่างกลที่โรงหลอม และโบเฟอร์เองก็วางแผนจะไปศึกษาตำรากระเป๋ามิติขั้นสูงใช่ไหมล่ะ?"


    มิตรภาพที่หล่อหลอมผ่านอุปสรรคมาตลอดทั้งปีทำให้พวกเขาทั้งสี่คนยื่นมือมาวางทับกันที่กลางโต๊ะไม้ตัวหนา สบตากันด้วยความเชื่อใจอันแน่นแฟ้นที่ไม่อาจสั่นคลอนได้


    "สัญญาตามนี้..." อาลอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำทว่าแฝงไปด้วยกระแสความอบอุ่นที่หาได้ยาก "หลังจบปิดเทอมใหญ่... พวกเราจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับศึกประลองระดับเจ็ดพิภพที่รออยู่ข้างหน้า!"



    ยามเย็นอัสดง แสงอาทิตย์สีส้มอมแดงสาดส่องทอดเงายาวข้ามอาคารสถาปัตยกรรมที่วิจิตรบรรจงของหอคอยสภาบริหาร อาลอนก้าวเดินอย่างมั่นคงขึ้นสู่ห้องทำงานชั้นบนสุด สถานที่พำนักของผู้อำนวยการซาโลมอน


    เบื้องหน้าโต๊ะไม้สักแปรธาตุขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา ซาโลมอน ยืนตระหง่านกอดอก มือหนึ่งกุมไม้เท้าฟันเฟืองที่เป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา เคียงข้างเขามีร่างระหงในชุดเครื่องแบบ Uniform สีขาวสะอาดตาตัดด้วยเส้นไหมทองของ 'ลูเน่' หรือที่รู้จักกันในนาม มงกุฎไร้แสง ผู้ครองอันดับ 1 และศิษย์พี่สายตรงของเขา


    "เจ้าทำได้ดีมาก อาลอน..." ซาโลมอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและคำชมเชย "การสอบจบปี 1 และความสำเร็จในการปรับจูนแกนพลังของเจ้า มันพิสูจน์ให้เห็นอย่างแจ้งชัดแล้วว่าเจ้าพร้อมสำหรับการรับภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่รออยู่"


    ชายชราล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ แล้วหยิบตราประทับศิลาโบราณที่สลักลวดลายวงจรอักขระเรืองแสงสีทองอร่ามออกมา ยื่นส่งให้อาลอนด้วยความทะนุถนอม


    "นี่คือตราประทับศิษย์สายตรงแห่งซาโลมอน..." เขาเอ่ยกระซิบถ้อยคำที่สำคัญ "ตราประทับนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงาม แต่มันสลักรหัสอำนาจสูงสุดแห่งวิทยาลัยคาลิฟาไว้ภายใน ไม่ว่าเจ้าจะเดินทางไปที่ใดในเจ็ดพิภพ ตรานี้จะเป็นสัญลักษณ์แห่งการคุ้มครอง และมอบสิทธิ์ในการสั่งการฐานกำลังส่วนกลางให้แก่เจ้าในทันทีที่จำเป็น"


    ซาโลมอนทอดสายตามองอาลอน นัยน์ตาฉายแววครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยเตือนภัยสำคัญจากคลังความรู้ปฐมสงคราม:


    "อาลอน... เจ้าจงระวังพวกตระกูลอาหมัดและเหล่าขุนนางที่สวมตราสวรรค์ไว้ให้ดี..." ซาโลมอนเอ่ยเสียงเข้ม "เผ่าเทวะแห่งจักรวรรดิสวรรค์ ได้สร้างและสถาปนา 'ศาสนาตราสวรรค์' ขึ้นมายุคหลังสงครามแรกกำเนิด มันมิใช่ความเชื่ออันบริสุทธิ์ หากแต่เป็นลัทธิการเมืองแปรธาตุที่ถูกออกแบบมาเพื่อล้างสมองและสยบควบคุมผู้คนในเจ็ดพิภพ ให้ตกเป็นข้ารับใช้โชคชะตาของพวกมัน!"


    ลูเน่พยักหน้ารับคำอย่างจริงจัง "ศิษย์น้อง... ตราสวรรค์ที่พวกขุนนางทะเลทรายสวมใส่ คือเครื่องมือฝังอักขระควบคุมจิตใจ จงอย่าได้ประมาทพวกมันเด็ดขาด"



    อาลอนยื่นฝ่ามือซ้ายที่มีแกน [Blood-Spectrum Core] ฝังอยู่ ออกมารับตราประทับนั้นไว้ด้วยความเคารพสูงสุด ลูเน่ก้าวเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายเขา นัยน์ตาสีฟ้าครามดุจท้องฟ้ายามราตรีทอดมองเด็กหนุ่มกึ่งจักรกลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและอ่อนโยน


    "เดินทางปลอดภัยนะ... ศิษย์น้อง" ลูเน่กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมคลี่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "หากเจ้าต้องเผชิญกับอันตรายใดที่เกินกำลัง จงอย่าลังเลที่จะส่งสัญญาณมงกุฎมาหาข้าทันที"


    "ขอบคุณครับ... ผู้อำนวยการ ขอบคุณครับ... ศิษย์พี่" อาลอนตอบรับพร้อมรอยยิ้มจางๆ ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางเงามืดของสถาบันได้กลายเป็นพันธนาการที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองคน


    จู่ๆ เสียงแหลมสูงดุจเข็มที่ทิ่มแทงโสตประสาทก็กรีดร้องขึ้นภายในมวลอากาศ!

    ความสงบสุขพังทลายลงในพริบตา เมื่อแผงสแกนเนอร์ข้อมือของคาเอลที่เชื่อมต่อกับโสตประสาทของอาลอนส่งกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ เป็นจังหวะเตือนภัยระดับสูงสุด รหัสสีแดงฉุกเฉินกะพริบถี่วาบอยู่ในลานสายตาของเขา ราวกับลางร้ายที่แทรกซึมเข้ามาทำลายบรรยากาศอันชื่นมื่น

    สายตาของอาลอนจดจ้องไปยังอักขระเรืองแสงที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ข้อมูลมหาศาลถูกประมวลผลผ่านชิปประวัติศาสตร์ในสมองอย่างรวดเร็ว ระบบแจ้งเตือนหมายเลข 377 รายงานผลการถอดรหัสลับจากเครือข่ายของคาเอลว่า กองกำลัง 'เงามรณะ' ภายใต้บัญชาของซุลต่านอาหมัดกำลังเคลื่อนพลอย่างลับๆ มุ่งหน้าสู่ในเขตรากหญ้าทางใต้

    ใจของอาลอนกระตุกวูบเมื่อตระหนักถึงภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้าหาครอบครัว ระดับอันตรายที่ระบุไว้ชัดเจนว่าพวกขุนนางโฉดตั้งใจอาศัยช่วงเวลาปิดเทอมใหญ่ที่การคุ้มกันหละหลวม เข้าข่มขู่รีดไถและคุกคามพ่ออาดัม แม่มารียา และไรล่า น้องสาวตัวน้อยของเขา!

    ข้อความรหัสลับระบุไว้อย่างชัดแจ้ง: พวกลูกน้องขุนนางใต้บัญชาของซุลต่านอาหมัดและสมาชิกสภาหินผา กำลังอาศัยจังหวะในช่วงเวลาปิดเทอมใหญ่ที่การเฝ้าระวังหละหลวม มุ่งหน้าลงสู่เขตรากหญ้าทางใต้ เป้าหมายคือการเข้าข่มขู่ และคุกคามครอบครัวของอาลอน ทั้งพ่ออาดัม แม่มารียา และยัยหนูไรล่า!


    เสียงกลไกเหล็กกล้าลั่นเปรี๊ยะ!


    เสียงกลไกภายในร่างกายทำงานสัมพันธ์กับอารมณ์ที่พุ่งพล่าน นัยน์ตาสองสีของอาลอนพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจผลึกน้ำแข็งในชั่วพริบตา ออร่าปราณสเปกตรัมที่ทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนมวลอากาศรอบข้างเกิดการสั่นระริกอย่างรุนแรง


    "เกิดอะไรขึ้น อาลอน?" ลูเน่ถามขึ้นด้วยความตกใจและห่วงใยเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน


    "พวกขุนนางตระกูลอาหมัด... พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปเล่นงานครอบครัวของข้าที่บ้าน" อาลอนตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่ากลัว ทว่าแฝงไปด้วยรังสีฆ่าฟันที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า


    ซาโลมอนขมวดคิ้วแน่นด้วยความโกรธเคือง "พวกหมาลอบกัด... คิดจะใช้วิธีสกปรกจัดการกับศิษย์ของข้าด้วยการเล่นงานครอบครัวงั้นรึ!"


    "ข้าต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ครับ" อาลอนกระชับหมัดขวาจนแน่น ฟันเฟืองรมดำใต้ผิวหนังส่งเสียงดังกริ๊กเป็นสัญญาณแห่งการเตรียมพร้อม "ในเมื่อพวกมันกล้าข้ามเส้นมาคุกคามถึงบ้านของข้า... ข้าก็จะไปถอนรากถอนโคนพวกมันให้สิ้นซาก!"


    อาลอนก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อคำราบลาซาโลมอนและลูเน่ ก่อนจะหมุนตัวทะยานกายออกจากหอคอยบริหารด้วยความเร็วสูงสุด มุ่งหน้าตรงสู่ป้อมปราการสนิมแดงในเขตรากหญ้าทางใต้ เพื่อสะสางภัยคุกคามและปกป้องคนที่เขารักในทันที!

    คล้ายกับเรื่องอาลอน: ตำนานยอดจักรกลกายาเทวะ ที่คุณอ่าน