ณ ทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง ถึงแม้จะบอกว่าเป็นทุ่งหญ้าแต่หญ้าบนดาวดวงนี้เป็นใบไม้ที่มีรอยหยักใบเดี่ยว อย่างไรก็ตามจุดนี้ไม่สำคัญที่สำคัญคือมีสัตว์ตัวหนึ่งกำลังขู่คำรามใส่ใครบางคน
สัตว์ปีศาจตัวนี้มีขาลีบสองข้าง ร่างกายโค้งงอเล็กน้อยและมีแขนสองข้างที่ใหญ่มากๆคอยค้ำร่างกายเอาไว้ ดวงตาสีแดงก่ำและเผยเขี้ยวแหลมยาวสองซี่ จุดเด่นของสัตว์ปีศาจคือมันจะมีออร่าสีเทาหม่นปกคลุมร่างกาย
ปึง ปึง!!
สัตว์ปีศาจยกแขนสองข้างทุบพื้นเพื่อโชว์พละกำลังหวังจะขู่ศัตรูตรงหน้าให้หวาดกลัว ทว่าร่างนั้นกลับยืนนิ่งและจ้องมองมันเหมือนไม่รู้สึกอะไร
โจค้นหาข้อมูลในอุปกรณ์และพบว่าสัตว์ปีศาจตัวนี้เรียกว่า เจ้าแขนยักษ์ มันเป็นสัตว์ปีศาจระดับ 2 และมีจุดเด่นคือพละกำลังมหาศาล โจไม่แปลกใจที่มันจะมีพละกำลังมหาศาล ดูแขนของมันก็รู้ว่าหากใครโดนแขนนั่นทุบคงบี้แบนแน่ๆ
“ราคาอยู่ที่ประมาณ 4,000-6,000 ซูลสินะ” โจกำลังคิดว่ามันคุ้มค่าหรือไม่ที่จะแบกตัวนี้ไปขาย สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจเอามันไปขาย ด้วยเงินจำนวนนี้จะทำให้เขาเข้าพักในเมืองต่างๆได้
สัตว์ปีศาจแม้ว่ามันจะไม่ฉลาดแต่มันก็รู้สึกว่าศัตรูตรงหน้ากำลังดูถูกมันอยู่ ในฐานะที่เป็นสัตว์ปีศาจระดับ 2 และเอาชนะศัตรูไปไม่น้อยทำให้มันรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งที่สุด แต่สิ่งมีชีวิตตรงหน้าที่ดูผอมแห้งแรงน้อยกำลังจ้องมองมันโดยไม่หวาดกลัวทำให้มันเริ่มไม่สบอารมณ์
โฮก!
มันคำรามพร้อมกับทุบพื้นแล้ววิ่งใส่โจ หากมันวิ่งโดยใช้สองขาจะช้ามากแต่เมื่อมันใช้สองแขนทุบพื้นเป็นแรงส่งไปข้างหน้าทำให้มันว่องไวขึ้นเยอะ
เมื่อเข้ามาในระยะ 3 เมตรมันก็ทุบพื้นอย่างรุนแรงแล้วส่งตัวเองลอยขึ้นเหนือพื้นดิน 5 เมตรแล้วง้างแขนทั้งสองไว้เหนือหัวหมายจะทุบหัวโจให้แหลก
โจแสยะยิ้มยื่นสองมือรับแขนทั้งสองข้างของมันอย่างเหมาะเจาะ
ตูม!!
โจสามารถรับได้อย่างสบายๆแต่พื้นที่โจเหยียบกลับยุบลงไปเนื่องจากรองรับแรงกระแทกไม่ไหว
“หึหึ…”
โจหัวเราะในลำคอแล้วดันแขนทั้งสองข้างของเจ้าแขนยักษ์จนมันผงะไป โจใช้จังหวะนี้ง้างหมัดลุ่นๆต่อยเข้าอกของเจ้าแขนยักษ์โดยใช้เพียงพละกำลัง
เจ้าแขนยักษ์ปลิวเป็นเส้นตรงกระแทกต้นไม้หักโค่นไปหลายต้นก่อนจะหยุดลง ฝุ่นฟุ้งกระจายค่อยๆหายไป
เจ้่าแขนยักษ์สะบัดหัวไล่ความมึนงงก่อนจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง หมัดเมื่อกี้ของโจไม่ได้ทำให้มันบาดเจ็บแม้แต่น้อย โจไม่ได้หมายกะเอาชีวิตในทีเดียวเขาแค่อยากลองกายเนื้อของตนว่าแข็งแกร่งแค่ไหน เมื่อสักครู่เขาใช้พละกำลังกายเนื้อล้วนๆแค่ 10% เท่านั้น
อย่างไรก็ตามเจ้าแขนยักษ์มีกล้ามเนื้อที่แน่นมากราวกับเกราะทำให้มันสามารถทนรับหมัด 10% ของเขาได้
โฮกกกกกก!!
เจ้าแขนยักษ์คำราม มันพ่ายแพ้ในการปะทะครั้งแรกทำให้มันรู้สึกเสียศักดิ์ศรี มันมองโจราวกับมองศัตรูตัวฉกาจ
“มาสิ ไอ้ยักษ์ มาเล่นกับพี่หน่อย” โจกระดิกนิ้วยั่วยุ
ดูเหมือนจะได้ผล เจ้าแขนยักษ์ทุบพื้นด้วยความโกรธและตะบึงเข้าหาโจอย่างโกรธเกรี้ยว
มันไม่ได้ใช้รูปแบบการโจมตีเดิมและเปลี่ยนเป็นยกแขนข้างเดียวเหวี่ยงแนวขวางใส่โจ
โจใช้แขนรับเอาไว้แล้วง้างหมัดอีกข้างต่อยไปที่ใบหน้าของเจ้าแขนยักษ์ ใบหน้าของเจ้าแขนยักษ์บิดเบี้ยวพร้อมกับกระเด็นออกไปหลายเมตร
เมื่อมันลุกขึ้น จมูกของมันมีของเหลวสีแดงสดไหลออกมา ครั้งนี้มันได้รับบาดเจ็บ
แต่ความเจ็บปวดที่มันได้รับกลับทำให้มันคลั่งยิ่งกว่าเดิม ดวงตาสีแดงก่ำของมันเหมือนจะเรืองแสงได้ทำให้มันดูน่าหวาดกลัวกว่าเก่า
“โอ้…คลั่งซะแล้ว” โจหัวเราะ
เจ้าแขนยักษ์บุกโจมตีใส่โจโดยไม่สนใจอะไรอีกต่อไป มันคลั่งจนควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ทุกครั้งที่มันโจมตีใส่โจจะถูกโจรับเอาไว้ได้และถูกต่อยสวนกลับไป
หลังจากที่มันกระเด็นไปเกือบสิบครั้งมันก็อ่อนแรง ความบ้าคลั่งในดวงตาหายไปเหลือเพียงความหวาดกลัวที่แสดงออกมาให้เห็น
มันคลานอยู่บนพื้นพยายามใช้แขนยักษ์ของมันพาร่างตัวเองหนีไป ทั่วร่างกายของมันเต็มไปด้วยเลือดโดยเฉพาะใบหน้าของมันดูเหมือนจะบิดเบี้ยวผิดรูปไปแล้ว
โจเดินเข้าไปหามันแล้วหยุดตรงหน้าขวางทางที่มันจะหนี
ฮึด ฮึด!
เจ้าแขนยักษ์ส่งเสียงอ้อนวอนให้ปล่อยมันไป แต่สิ่งที่มันได้รับกลับมาคือหมัดของโจและนั่นก็เป็นภาพสุดท้ายที่มันได้เห็นในชีวิตนี้
โจไม่คิดปล่อยมันไปแม้ว่ามันจะส่งสายตาอ้อนวอนแค่ไหนก็ตาม เพราะมันเป็นสัตว์ปีศาจและได้เข่นฆ่ามนุษย์สัตว์ไปตั้งเท่าไรแล้วก็ไม่รู้
“ขอโทษทีนะเจ้าแขนยักษ์ ตอนนี้ฉันต้องใช้เงินน่ะ” โจกล่าวพร้อมกับแบกร่างของมันไว้บนบ่า
ร่าง 3 เมตรถูกแบกไว้บนบ่าของโจทำให้ดูแปลกตา
โจเปิดแผนที่สักครู่แล้วออกเดินทางต่อ
ราว 4 ชั่วโมงโจเดินทางจนใกล้จะถึงเมือง คาดว่าคงใช้เวลาอีกประมาณ 1 ชั่วโมงก็น่าจะถึง
โดยปกติแล้วโจสามารถไปถึงเมืองได้ในเวลาไม่กี่นาทีถ้าใช้พลังเต็มที่ แต่เขาจำเป็นต้องสำรวจไปรอบๆระหว่างทางด้วยเผื่อบังเอิญเจอพวกคนแคระ
นอกจากนี้เขาอยากจะสูดบรรยากาศดีๆแบบนี้ กาแลคซี่เต็มไปด้วยดวงดาวแต่มีเพียงไม่กี่ดวงที่มีสภาพแวดล้อมอันสมบูรณ์
“หืม?” ขณะที่โจกำเดินๆอยู่นั้น จิตสัมผัสของเขาก็สัมผัสได้ถึงใครบางคนซึ่งกำลังวิ่งหนีอะไรอยู่
โดยไม่รอช้าเขาก็ได้คำตอบเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหญิงสาวที่มาจากตระกูลนกพิลเพิ้ล!! เธอคือลูกสาวของผู้นำตระกูลนกพิลเพิ้ล!!
สภาพของเธอตอนนี้ดูอิดโรยเล็กน้อยเนื่องจากวิ่งมาเป็นเวลานาน
แม้ว่าจะมีชื่อเรียกว่านกพิลเพิ้ลแต่พวกเขากลับบินไม่ได้เหมือนนกจริงๆซะหน่อย โจนึกขำอยู่ในใจ
“คุณ!” หญิงสาวตกใจที่เห็นชายหนุ่มแบกร่างของเจ้าแขนยักษ์ น้ำหนักของมันนั้นหนักมากแต่น่าตื่นตกใจจริงๆที่ชายหนุ่มคนนั้นกลับสามารถแบกมันไว้บนบ่าได้อย่างสบายๆ
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องพวกนั้น ตอนนี้เธอกำลังถูกไล่ล่า!!
ไม่รอช้า มีกลุ่มคน 5-6 คน มีทั้งปืนและดาบ มีด พวกเขามีสีหน้าดุร้ายดูก็รู้ว่าไม่ใช่พวกดี
หญิงสาวเห็นเช่นนั้นจึงรีบคิดจะวิ่งหนีต่อ ทว่าเธอหยุดลงเมื่อได้ยินพวกมันพูด
“ไอ้บ้านี่มันเป็นใคร เรื่องนี้จะให้คนอื่นรู้เห็นไม่ได้ฆ่าปิดปากมันซะ!!” ชายที่เป็นมนุษย์สิงโตสั่งการอย่างดุร้าย แม้ตอนแรกมันจะตื่นตะลึงที่เห็นโจแบกร่างของเจ้าแขนยักษ์ แต่มันก็คิดว่าชายคนนี้อาจโชคดีเจอตอนที่มันตายไปแล้ว เขากะว่าจะฆ่าชายตรงหน้าแล้วนำร่างของเจ้าแขนยักษ์ไปขาย