เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K!

    ตอนที่ 76: ซื้อของขวัญปีใหม่

             

            เทศกาลปีใหม่ของปี 2539 นี้

            นับเป็นปีใหม่ที่ลูกพลับเพิ่งรู้สึกได้ถึงความเป็นเทศกาลปีใหม่เป็นครั้งแรกของชีวิตเพราะตั้งแต่จำความได้ ไม่ว่าจะปีใหม่หรือปีไหน ทุกวันพ่อก็จะเมาแล้วก็ตบตีเขาเหมือนกันทุก ๆ วันทั้งปีไม่มีหยุด 

             

            แต่ปีนี้เป็นปีใหม่ ลูกพลับได้บ้านใหม่ป๊ะป๋าก็สัญญาว่าจะเป็นคนใหม่ ป๊ะป๋าไม่เมาแล้วป๊ะป๋าก็ยังพาลูกพลับไปเที่ยวห้างด้วย

             

            “ของขวัญปีใหม่ต้องซื้อในวันปีใหม่ด้วยเหรอครับ”

            ลูกพลับถามป๊ะป๋า ที่พอตกเย็นอยู่ดี ๆ ป๊ะป๋าก็ชวนลูกพลับออกมาเที่ยวห้างบอกว่าจะมาหาซื้อของขวัญปีใหม่ให้เฮียฮั้ว เจ๊พร แล้วก็เจ๊ง้อ

             

            การเลือกซื้อของขวัญถึงแม้ว่าเด็กอย่างลูกพลับจะไม่รู้เรื่องแต่ลูกพลับก็ได้เดินเที่ยวกับป๊ะป๋า ถ้าได้เที่ยวกับป๊ะป๋านะ ป๊ะป๋าก็จะชวนลูกพลับทานขนมอันโน้นอันนี้ มีแต่ของอร่อย ๆ ทั้งนั้น ยังไง ๆ ลูกพลับก็สนุกอยู่ดี

             

            “จริง ๆ เราควรซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วล่ะครับแต่ว่าป๊ะป๋า ๆ ยุ่ง ๆ เรื่องย้ายบ้านก็เลยเพิ่งจะมีเวลามาวันนี้น่ะครับ”

             

            ไตเติ้ลตอบลูกชายและจังหวะนั้นเขาก็เดินผ่านหน้าร้านทองที่เป็นตู้กระจกเห็นต้นไม้มงคลที่ดัดลวดสีทองขดเป็นต้นและใบเป็นหยกห้าสีต้นเล็กมากขนาดเท่าฝ่ามือก็หยุดยืนนิ่งมองต้นไม้ต้นนั้นอยู่นานจนพนักงานขายเดินเข้ามาทัก

             

            “ต้นไม้มงคลต้นนี้เป็นหยกแท้นะคะเราก็เลยทำต้นไม่ใหญ่มาก เพื่อไม่ให้ราคาสูงน่ะค่ะ” พนักงานร้านทองในห้างใส่ชุดสูทสีแดงสวยอธิบายกับลูกค้า

             

            “ราคาเท่าไหร่ครับ” ภานุวัฒน์ถาม

             

            ปกติแล้วหากเป็นร่างของไตเติ้ลในโลกก่อนนั้นเขาเป็นคนสำอางสะอาดสะอ้าน อินเทรนด์ แม้วันมาเดินห้างตามปกติธรรมดาอย่างนี้ชายหนุ่มก็ยังสวมใส่แบรนด์เนมไปทั้งตัวคือก็ไม่ได้อวดรวยอะไรหรอกนะ แต่คนมันมีเงินซื้ออ่ะใช้เงินของตัวเองซื้อของที่ตัวเองชอบมันผิดตรงไหนกัน

             

            อ่ะนะพื้นฐานการเงินในชีวิตก่อนของไตเติ้ลนั้นจัดว่าดี ฐานะการงานก็ใช่ว่ารายได้จะกระจอกการใช้จ่ายซื้อของใช้ของตนเองเขาจึงไม่จำกัดจำเขี่ยอะไรนักแต่พอความซวยตกต้องมาเกิดในร่างเจ้าเดชานี่สิ เรียกได้ว่าชีวิตพลิกผันชะตากรรมพลิกกลับ

     

            จากค่อนข้างรวยมาเป็นจนสุด ๆ แบบไม่ค่อนข้างล่ะจนไปเลย จนมาก ๆ เลยด้วยแถมพอหาเงินได้จะใช้จ่ายอะไรแต่ละทีก็ต้องคิดถึงเจ้าตัวเล็กวัยกำลังกินกำลังนอนนี่อีกการแต่งตัว การซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ จึงกลายเป็นถูกควบคุมด้วยสถานะทางการเงินของตนเองไปโดยปริยาย

             

            เป็นต้นว่าตอนนี้ที่ชายหนุ่มใส่เสื้อยืดธรรมดา ๆ กับกางเกงยีนขาสั้นแล้วมายืนอยู่หน้าร้านทองถามราคาสินค้าหลักหมื่นด้วยท่าทางเหมือนพกเงินมาเต็มกระเป๋าในสภาพร่างของคนไม่มีเงินอย่างนี้ก็ไม่รู้ว่าจะโดนพนักงานมองแรงใส่หรือเปล่าสิ

             

            “หนึ่งหมื่นเก้าพันแปดร้อยห้าสิบบาทค่ะ”

            พนักงานร้านทองตอบอย่างสุภาพพอเจอแบบนี้ภานุวัฒน์ก็ค่อยสบายใจ มีอารมณ์จะซักถามรายละเอียดต่าง ๆ ต่อไป

             

            พนักงานร้านทองอันที่จริงแล้วแยกไม่ออกหรอกว่าเสื้อแบบไหนที่เรียกว่าแบรนด์เนมหรือไม่ใช่แบรนด์เนมแต่คนที่มาร้านทองไม่เหมือนกับผู้หญิงที่เดินเข้าไปในเคาน์เตอร์เครื่องสำอางแบรนด์เนม

            พนักงานขายเครื่องสำอางส่วนใหญ่จะสำรวจลูกค้าที่การแต่งหน้าและแต่งตัวสีของเครื่องสำอางที่อยู่บนหน้าของลูกค้าส่วนใหญ่จะมีเอกลักษณ์ของแบรนด์ต่าง ๆ อยู่ในตัวเช่นชมพูเฉดสีนี้เป็นออริจินอลของแบรนด์นี้ส้มเฉดนี้เป็นคอลเลคชั่นใหม่ของแบรนด์นี้ดังนั้นเพียงแค่มองสไตล์การแต่งหน้าแต่งตัวบางครั้งก็บอกยี่ห้อได้แล้วว่าคนคนนี้จะซื้อของไหม ใช่ลูกค้าของแบรนด์หรือเปล่าถ้าเป็นคนที่ไม่แต่งหน้า ไม่แต่งตัว พนักงานก็จะไม่มาคุยมาต้อนรับให้เสียเวลา

            ซึ่งอันที่จริงแล้วก็นับได้ว่าเป็นความคิดระดับสั้นอย่างหนึ่งเพราะบางคนถึงจะไม่แต่งหน้า ไม่แต่งตัวแต่เขาก็อาจจะเดินเข้าไปสอบถามเพื่อเลือกซื้อเป็นของขวัญให้คนอื่นก็เป็นได้

             

            อย่างไรก็ตามสำหรับพนักงานร้านทองนั้นจะผ่านประสบการณ์ความหลากหลายของลูกค้ามามากกว่าพนักงานเคาน์เตอร์แบรนด์คนรวยส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรวยฝ่ายชายนั้นชอบแต่งตัวเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองบางทีก็ใส่เสื้อยืดเก่าขาดคีบรองเท้าแตะตราดาวมาซื้อทองสิบยี่สิบบาทมีอยู่เยอะแยะร่ำไป

            คนพวกนี้น่ะไม่ใช่ว่าเป็นประธานบริษัทปลอมตัวมาหรือว่าอะไรหรอกแต่คิดดูเอาเถอะว่าขนาดการแต่งตัวยังมัธยัสถ์เสียขนาดนั้นแล้วจะไม่ให้รวยมีเงินถุงถังเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองได้ยังไง

             

            “มีโปรโมชั่นลดเปอร์เซ็นต์ช่วงปีใหม่ไหมครับ” 

            ไตเติ้ลถามของแบบนี้ส่วนใหญ่คนจะซื้อไปเป็นของขวัญให้คนอื่นดังนั้นหากมีการนำมาโชว์ในช่วงปีใหม่ได้อย่างนี้แปลว่าทางร้านจะต้องมีโปรโมชั่นลดราคาด้วยอย่างแน่นอน

             

            “เราลดให้ 10% สำหรับลูกค้าที่ชำระด้วยบัตรเครดิตค่ะ”พนักงานขายนำเสนอ

            สิบเปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าเยอะอยู่น่ะนี่ไตเติ้ลพยายามระลึกชาติ จากความทรงจำของเขาเหมือนว่าช่วงปี พ.ศ. 2539 อย่างนี้คนยังใช้บัตรเครดิตไม่แพร่หลายทั้งเศรษฐกิจประเทศก็กำลังแย่ เงินคงคลังกำลังจะหมดเขานึกไม่ออกว่าการมีการส่งเสริมการขายสำหรับลูกค้าที่จ่ายบัตรเครดิตอยู่ในยุคนี้เกินกว่า5% ด้วย

             

            ถ้าจำไม่ผิดเหมือนบัตรเครดิตจะให้เป็นแต้มสะสมสินะเพราะถึงแม้ไตเติ้ลจะไม่ชอบและไม่ใช้บัตรเครดิตแต่คุณนายทองกาวของเขาก็ได้มาทั้งไมโครเวฟ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทีวีของฟรีจากแต้มสะสมบัตรเครดิตมาทั้งนั้นเลย

             

            “ถ้าจ่ายสดจะลดได้กี่เปอร์เซ็นต์ครับ” ภานุวัฒน์ถาม

            พนักงานชะงักเล็กน้อยเธอเห็นว่าลูกค้าคนนี้ล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบไฟฉายอันเล็กออกมาส่องดูเนื้อหยก

             

            ‘.....’

            เดี๋ยวนะ... ถ้าดูงานเป็นแบบนี้นำเสนอดี ๆ มีสิทธิ์ขายออกอย่างแน่นอนของที่ร้านเรานั้นคุณภาพรับประกันได้อยู่แล้ว!

             

            “ลดได้ 15% ค่ะจากหนึ่งหมื่นเก้าพันแปดร้อยห้าสิบก็จะเหลือหนึ่งหมื่นหกพันแปดร้อยเจ็ดสิบสามบาทตรงนี้ทางร้านขออนุญาตปัดเศษขึ้นนิดนึงนะคะหากคุณลูกค้าต้องการนำไปเป็นของขวัญเรามีบริการห่อของขวัญให้ฟรีด้วยค่ะ”

             

            ไตเติ้ลฟังที่พนักงานเชียร์สินค้าไปพลางส่องดูเนื้อหยกแต่ละใบของต้นไม้มงคลไปพลางเห็นว่าเป็นหยกเนื้อดี งานเกรดจิวเวลรี่ ไม่มีรอยร้าวรอยแตกที่ตรงไหนราคาหมื่นแปดนับว่าสมควรแก่คุณภาพแล้ว แต่นี่ยังได้ลดไปอีก 15% ก็ยิ่งถูกมากเข้าไปอีก

             

            ชายหนุ่มใช้เงินซื้อบ้านไปจนหมดบัญชีแล้วก็จริง แต่เงินค่าของขวัญปีใหม่สำหรับเฮียฮั้วเจ๊พร และเจ๊ง้อ เหล่าผู้มีพระคุณทั้งหลายเขาหยอดเข้าบัญชีกันเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆแล้ว คนเหล่านี้ช่วยเหลือเขาในยามลำบากมาเยอะมากถึงเวลาเขาก็ควรตอบแทนเท่าที่จะทำได้

             

            “ป๊ะป๋าทำไมใช้เงินเปลืองจังเลยครับ ลูกพลับนับ ๆ ดูแล้วเงินหนึ่งหมื่นเป็นหนึ่งพันตั้งหลายครั้งเป็นหนึ่งร้อยหลายครั้งกว่า แล้วเป็นสิบบาทตั้งหลาย ๆ ๆ ครั้งถ้าเอาไปซื้อไอติมแท่งละสิบบาทก็จะได้หลาย ๆ ๆ ๆ อันเลย” 

            ลูกพลับทำท่านับนิ้วไปมา ทำหน้าเครียดเกินวัยเจ็ดขวบจนคิ้วแทบจะผูกกันเป็นโบว์ตอนนี้เด็กชายกำลังคิดว่าถ้าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่ ตัวเองต้องซื้อของขวัญปีใหม่แพง ๆแบบนี้ด้วยหรือเปล่าเนี่ย แล้วลูกพลับจะหาเงินจากไหนไปซื้อกันอันละตั้งหมื่นกว่าบาทแบบนั้น

             

            ‘พูดอะไรของเขาวะ หนึ่งหมื่นเป็นหนึ่งพันหลายครั้งหนึ่งร้อยหลายครั้ง สิบบาทหลาย ๆ ครั้งพยายามคูณเลขจำนวนมากในใจแล้วถึงทางตันไปต่อไม่ได้สินะ ถึงใช้คำว่าหลาย ๆ ครั้งแทนที่จะระบุจำนวนครั้งเนี่ย’

            ไตเติ้ลพยายามคิดตามคำพูดของลูกชายอย่างมึน ๆ เสร็จแล้วก็สรุปได้ว่ามึนมากเลยขอไม่คิดตามก็แล้วกัน

             

            “ลูกพลับจำตอนที่เฮียฮั้วถูกหวยแล้วเอาเงินให้พวกเราได้ไหมครับ”ภานุวัฒน์ถามเจ้าตัวเล็ก

            “จำได้ครับเฮียฮั้วให้ลูกพลับมาเป็นหนึ่งหมื่นสิบครั้งครับ” เด็กชายตอบเสียงฉะฉาน

             

            ‘หนึ่งหมื่นสิบครั้ง?’ 

            เป็นวิธีจำแบบใหม่ตามสไตล์เด็ก ๆ ที่ทำให้ยุ่งยากขึ้นกว่าเดิมสินะป๊ะป๋าที่สอนวิชาคณิตศาสตร์ให้ลูกชายชักจะรู้สึกมึนหัวเสียแล้วสิ

             

            “งั้น...เฮียฮั้วเคยให้เงินลูกพลับเป็นหนึ่งหมื่นสิบครั้งให้ป๊ะป๋าหนึ่งหมื่นสิบครั้ง รวมเป็นหนึ่งหมื่นยี่สิบครั้งแน่ะแต่ของขวัญในถุงนี้น่ะ เป็นหนึ่งหมื่นแค่หนึ่งครั้งครึ่งเองจำนวนมันน้อยกว่าที่เฮียฮั้วเคยให้พวกเราตั้งเยอะเลยล่ะครับถ้าเทียบกับน้ำใจของเฮียฮั้วที่มีให้พวกเราป๊ะป๋าว่าป๊ะป๋าจ่ายไม่แพงเลยครับ”

             

            “หนึ่งหมื่นหนึ่งครั้งครึ่ง... ก็เป็นหนึ่งหมื่นห้าพันเทียบกับสองแสนก็ไม่แพงจริง ๆ ด้วยครับ”

            ลูกพลับทุบกำปั้นเล็ก ๆ เข้ากับฝ่ามือของตนเองพยักหน้าทำท่าเข้าใจ

            ไตเติ้ลเมื่อได้ยินลูกชายพูดอย่างนั้นก็ถึงกับเบิกตากว้างเส้นเลือดผุดโผล่บนหน้าผากสามปึ๊ดขึ้นมาได้อย่างคาดไม่ถึง

             

            เดี๋ยวนะ!?

            พูดเลขให้สั้นก็พูดได้เหรอเนี่ย? แล้วเมื่อกี้คืออะไรฟะจะร่ายความคูณในคูณ บวกในบวก ซ้อน ๆ ๆ ๆ กันให้ป๊ะป๋าเอ็งงงไปทำไมเนี่ย

             

            เจ้าตัวแสบเอ๊ย!

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K! ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554