ตอนที่ 19 เด็กหนุ่มผู้ใช้ไสยศาสตร์
แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าข้างทางหน้าบ้านเช่าลับในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทาบทับลงบนร่างของเด็กหนุ่มที่ดูไม่น่าจะมีพิษมีภัย น่านฟ้าในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่ชายเสื้อหลุดลุ่ยข้างหนึ่ง นั่งยองๆ อยู่บนขอบรั้วไม้ สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่หุ่นลวดทองแดงในมือพลางผิวปากเป็ทำนองเพลงพื้นบ้านที่ชวนให้คนฟังรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
ธีรภพก้าวเข้าไปหาเขาหนึ่งก้าว มือขวาที่ยังซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อเริ่มรู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่ค่อยๆ ฟื้นคืนมา “เฒ่าพรายส่งแกมา พิสูจน์มาสิว่าไม่ได้เป็สายให้พวกนกฮูกราตรี”
น่านฟ้าหัวเราะร่า เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองทันทีแต่กลับโยนหุ่นลวดทองแดงขึ้นไปในอากาศ “พิสูจน์เหรอ พี่ชาย ของแบบนี้มันต้องลองของกันหน่อย”
ฟุ่บ!
ทันทีที่หุ่นลวดทองแดงััพื้นดิน มันก็ขยายร่างขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็ร่างมนุษย์สูงเกือบสองเมตรที่ถักทอด้วยเส้นลวดทองแดงหนาทึบ ดวงตาของหุ่นมีแสงไฟสีส้มสว่างวาบ มันพุ่งเข้าหาธีรภพด้วยความเร็วที่เหนืุ์
“ธีรภพ! ระวัง” ลลินทิพย์ร้องเตือนพร้อมจะวาดไม้เท้า แต่ธีรภพยื่นมือห้ามไว้
ธีรภพเบี่ยงตัวหลบหมัดเหล็กของหุ่นพยนต์ได้อย่างหวุดหวิด ลมจากหมัดนั้นรุนแรงจนผิวแก้มเขาแสบแปลบ เขาชักดาบนิรันดร์โลหิตออกมาแต่ยังไม่ถอดฝัก ใช้เพียงสันฝักดาบกระแทกเข้าที่ข้อต่อเข่าของหุ่นพยนต์จนมันเสียหลัก
“ไม่เลว แต่เ้าแดงของผมไม่ได้มีดีแค่พละกำลังนะ” น่านฟ้าดีดนิ้วหนึ่งครั้ง
หุ่นลวดทองแดงหรือ เ้าแดงพลันสลายร่างกลับกลายเป็เส้นลวดนับพันเส้นที่เลื้อยคลานเหมือนงู พุ่งเข้ามัดพันแขนขาของธีรภพไว้กับพื้นถนน ธีรภพพยายามกระชากแต่เส้นลวดเ่าั้กลับแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าและแฝงไปด้วยกระแสไฟฟ้าอาคม
“แก” ธีรภพกัดฟัน เนตรอสูรบนฝ่ามือขวาเริ่มดิ้นรน
“พอได้แล้วน่านฟ้า” เสียงแหบพร่าของชายแก่ดังขึ้นจากความมืดข้างบ้าน เฒ่าพรายเดินถือไม้เท้าขุกขักออกมา แสงไฟสลัวเผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยยันต์เต็มไปหมด “ข้าให้แกมาช่วยเขา ไม่ใช่มาประลองวิชาจนความลับรั่วไหล”
น่านฟ้าสะบัดมือ เส้นลวดทองแดงทั้งหมดพุ่งกลับมารวมตัวเป็หุ่นตัวเล็กในมือเขาทันที “แหม ตา ผมก็แค่ขยับเส้นขยับสาย พี่ชายเขาก็เก่งสมคำล่ำลือนะ ขนาดเนตรอสูรยังไม่ตื่นเต็มที่ยังหลบหมัดเ้าแดงได้”
ทั้งหมดพากันเข้าไปในบ้านเช่าลับ ลลินทิพย์รีบสำรวจาแให้ธีรภพ ในขณะที่น่านฟ้านั่งไขว่ห้างอยู่บนโต๊ะไม้ สภาพของเขาดูเหมือนเด็กวัยรุ่นธรรมดาถ้าไม่ติดว่าย่ามของเขาเต็มไปด้วยตะปูโลงศพ ดินป่าช้า และหุ่นอาคมนานาชนิด
“น่านฟ้าเป็ศิษย์สายตรงของสำนักไสยเวทย์ทางเหนือ” เฒ่าพรายอธิบาย “ตระกูลของเขารับใช้ศราวิญญ์มาหลายชั่วอายุคนในฐานะผู้คุ้มกันเงา เขามีหน้าที่จัดการกับพวกที่ใช้หุ่นเชิดหรือคุณไสยสายต่ำ”
“แล้วเื่ที่บอกว่าจะมีกองทัพมาบุกเมืองพรุ่งนี้ หมายความว่ายังไง” ธีรภพถามพลางจิบน้ำชาที่เฒ่าพรายยื่นให้
น่านฟ้ามีสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที “พี่ธีรเทพของพี่น่ะ เขาไม่ได้แค่เล่นกับิญญาแล้วนะ ตอนนี้เขาเริ่มใช้อาคมเชิดร่างมนุษย์ เขาควบคุมคนในหมู่บ้านรอบนอกอยุธยาได้หลายสิบคนแล้ว คนพวกนั้นเดินเหมือนคนปกติ พูดเหมือนคนปกติ แต่ข้างในคือหุ่นเชิดที่รอสัญญาณโจมตี”
“คนเป็ๆ งั้นเหรอ” ลลินทิพย์อุทาน “นั่นมันผิดกฎ์ร้ายแรงเลยนะ”
“พี่ชายเขาสนใจกฎ์ที่ไหนกันล่ะ” น่านฟ้าหยิบหุ่นขี้ผึ้งสีดำออกมาจากย่าม
“พรุ่งนี้จะมีงานเทศกาลไหว้พระนอนที่วัดใหญ่ คนจะเยอะมาก และนั่นแหละคือที่ที่เขาจะส่งกองทัพคนตายเดินได้ไปสร้างความวุ่นวาย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจในขณะที่เขาไปเอากุญแจดอกสุดท้ายในกรุวัดราษฎร์บูรณะ”
ธีรภพมองไปที่ฝ่ามือขวา เนตรอสูรของเขายังคงปิดสนิทจากการใช้คาถาผนึกิญญาในหมู่บ้านไร้เงา “ผมเหลือพลังไม่มาก ถ้าต้องสู้กับคนเป็จำนวนมากโดยไม่ให้พวกเขาตาย มันยากเกินไป”
“นั่นคือเหตุผลที่ผมมานี่ไง” น่านฟ้ายิ้มกว้าง เขาเทของออกจากย่าม มีทั้งสายสิญจน์ลงอาคม แผ่นประเจียด และหุ่นพยนต์ตัวจิ๋วนับสิบตัว
“หุ่นของผมจะทำหน้าที่แยกิญญาที่ถูกควบคุมออกจากร่างคนเป็ พี่แค่ต้องหาตัวคนเชิดที่ซ่อนอยู่ในฝูงชนให้เจอแล้วจัดการซะ!”
ตลอดทั้งคืน ธีรภพต้องเรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกับไสยศาสตร์ของน่านฟ้า เขาพบว่าน่านฟ้าไม่ใช่แค่เด็กหนุ่มกวนประสาท แต่มีความรู้เื่โครงสร้างร่างกายมนุษย์และจุดศูนย์รวมพลังงานิญญาที่แม่นยำมาก
“พี่ธีรภพ พี่รู้ไหมว่าทำไมปู่พี่ถึงทิ้งพี่ธีรเทพไว้ในนรก” น่านฟ้าถามขึ้นมาลอยๆ ระหว่างที่พวกเขากำลังช่วยกันลงอาคมบนตะปู
ธีรภพชะงัก “แกรู้อะไร”
“ปู่เคยบอกตาผมว่า ในบรรดาแฝดศราวิญญ์ จะมีเพียงคนเดียวที่แบกรับเมตตาได้ และอีกคนจะถูกเนตรอสูรกลืนกินตัวตนไปั้แ่อยู่ในท้องแม่” น่านฟ้ามองหน้าธีรภพด้วยสายตาเห็นใจ “พี่ธีรเทพไม่ได้ถูกทิ้งเพราะปู่ใจร้าย แต่เขาถูกทิ้งเพราะเขาไม่ใช่พี่ชายพี่อีกต่อไปแล้ว เขาคือเนตรอสูรที่เดินดินได้”
คำพูดของน่านฟ้าทำให้ธีรภพรู้สึกหนักอึ้งในอก ความจริงเื่สายเืศราวิญญ์ดูจะมืดมนลงเรื่อยๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ งานเทศกาลวัดใหญ่ชัยมงคล ผู้คนเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวและชาวบ้านที่มากราบไหว้ขอพร ภาคินปะปนอยู่ในฝูงชนพร้อมกล้องจิ๋วที่ติดตั้งไว้ตามคำสั่งของธีรภพ เพื่อคอยสังเกตการณ์พฤติกรรมของฝูงชนผ่านมิติของข้อมูล
“ธีรภพ ผมเห็นความผิดปกติในโซเชียลมีเดีย” ภาคินรายงานผ่านวิทยุสื่อสารขนาดเล็ก “มีคนหลายคนโพสต์สเตตัสเดียวกันเป๊ะๆ ว่า แสงสว่างกำลังจะดับสูญมาจากตำแหน่งต่างๆ รอบวัด”
“พวกนั้นแหละ เริ่มแล้ว” ธีรภพพึมพำ เขาอยู่ในชุดลำลองสีดำสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ข้างกายเขามีน่านฟ้าที่เดินผิวปากเหมือนมาเที่ยวงานวัดทั่วๆ ไป
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นจากหน้าอุโบสถ!
ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งประมาณยี่สิบคน จู่ๆ ก็หยุดเดิน พวกเขาหันหน้าไปทางพระพุทธรูปองค์ใหญ่พร้อมกัน แล้วเริ่มฉีกเสื้อผ้าของตัวเองออก เผยให้เห็นลายยันต์สีม่วงดำที่สลักลึกเข้าไปในิั ดวงตาของพวกเขาเปลี่ยนเป็สีขาวโพลน และเริ่มพุ่งเข้าหาผู้คนรอบข้างด้วยพละกำลังมหาศาล
“น่านฟ้า! ลงมือ!” ธีรภพสั่งการ
“จัดไปครับรุ่นพี่! ออกไปอาละวาดเลยเหล่าทหารของข้า!” น่านฟ้าสะบัดย่าม หุ่นพยนต์จิ๋วนับสิบตัวพุ่งออกมาจากย่ามแล้วขยายร่างเป็มนุษย์ทองแดงตัวเล็กเท่าเด็กทารก พุ่งเข้าเกาะตามจุดประสาทของชาวบ้านที่ถูกควบคุม
เคร้ง! เคร้ง!
เสียงอาคมปะทะกันดังก้องไปทั่วลานวัด ธีรภพพุ่งตัวผ่านฝูงชน เนตรอสูรบนฝ่ามือของเขากระตุกอย่างรุนแรง มันััได้ถึงคนเชิดที่อยู่ไม่ไกล
เขามองไปที่ยอดเจดีย์เก่า เห็นชายหน้ากากนกฮูกคนเดิมยืนถือขลุ่ยไม้ที่ทำจากกระดูกมนุษย์ เขากำลังเป่าเพลงที่ไม่มีเสียง แต่มีคลื่นพลังงานสั่นะเืิญญา
“เจอตัวแล้ว” ธีรภพถอดฝักดาบนิรันดร์โลหิตออก แสงสีเืสาดประกายท่ามกลางแสงแดดยามเช้า
ธีรภพใช้พลังจากเนตรอสูรที่เริ่มฟื้นคืน พุ่งทะยานขึ้นไปตามชั้นของเจดีย์อิฐเก่าอย่างคล่องแคล่ว น่านฟ้าใช้หุ่นพยนต์สร้างเป็บันไดลวดทองแดงให้ธีรภพเหยียบส่งตัวขึ้นไปจนถึงยอด
“แกอีกแล้วเหรอ” ธีรภพฟาดดาบเข้าใส่ชายหน้ากากนกฮูก
ชายหน้ากากนกฮูกใช้ขลุ่ยกระดูกรับดาบไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ
“เ้าเปลี่ยนไปนะธีรภพ เ้าดูสว่างขึ้น และนั่นแหละที่ทำให้ธีรเทพเกลียดเ้านัก!”
ทั้งคู่ปะทะกันบนพื้นที่แคบๆ เหนือความสูงหลายสิบเมตร ด้านล่างคือน่านฟ้าที่กำลังควบคุมหุ่นพยนต์นับร้อยเพื่อปกป้องประชาชนอย่างชุลมุน ภาคินพยายามเก็บภาพเหตุการณ์ทั้งหมดไว้เพื่อหาจุดอ่อนของพวกนกฮูก
“อาคมเื : คมดาบตัดิญญา!” ธีรภพหมุนตัวฟันเป็วงกลม คลื่นสีแดงตัดขลุ่ยกระดูกจนหักสะบั้น
ชายหน้ากากนกฮูกผงะถอยหลัง หน้ากากของเขาหลุดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็จากการถูกไฟคลอก “แกปิดรอยแยกมิติได้ แต่แกปิดข่าวลือไม่ได้หรอก!”
“แกหมายความว่ายังไง”
“ดูข้างล่างนั่นสิ” ชายคนนั้นยิ้มกว้างอย่างบ้าคลั่ง
ธีรภพมองลงไปข้างล่าง เขาพบว่าแม้พวกชาวบ้านจะถูกน่านฟ้าช่วยไว้ได้ แต่กล้องมือถือของนักท่องเที่ยวนับพันเครื่องกำลังบันทึกภาพหุ่นทองแดงและดาบสีเืของเขาไว้
“วันพรุ่งนี้ ทั้งโลกจะรู้ว่าตระกูลศราวิญญ์คือปีศาจที่แฝงตัวอยู่ในหมู่มนุษย์!”
ชายหน้ากากนกฮูกหัวเราะลั่นก่อนจะะโลงจากยอดเจดีย์หายวับไปในเงามืด ทิ้งให้ธีรภพยืนอยู่ท่ามกลางสายตาหวาดกลัวของประชาชนนับพันที่เริ่มมองมาที่เขาไม่ใช่ในฐานะผู้ช่วยชีวิต แต่เป็ตัวประหลาด
“ธีรภพ เราต้องหนีแล้ว!” ลลินทิพย์วิ่งเข้ามาหาพร้อมกับภาคินที่ดูมีสีหน้าเคร่งเครียด
“คลิปหลุดไปแล้วครับ” ภาคินโชว์หน้าจอมือถือที่มียอดคนดูไลฟ์สดพุ่งทะลุแสนภายในไม่กี่นาที “ตอนนี้มีข่าวลือไปทั่วว่ามีผู้ก่อการร้ายใช้ไสยศาสตร์บุกวัดใหญ่”
น่านฟ้าเก็บหุ่นพยนต์กลับเข้าย่ามด้วยท่าทางหงอยๆ “รุ่นพี่ ดูเหมือนภารกิจช่วยคนของเราจะกลายเป็เื่ใหญ่ซะแล้วนะเนี่ย”
ธีรภพกำด้ามดาบแน่น เขามองดูผู้คนที่เคยศรัทธาในพระธรรมกำลังถอยหนีเขาด้วยความหวาดกลัว นี่คือแผนการที่แท้จริงของธีรเทพ ไม่ได้้าฆ่าเขาที่ร่างกาย แต่้าฆ่าเขาที่ตัวตนในสังคม
“ไปจากที่นี่ก่อน” ธีรภพกล่าวเสียงเรียบ “เราต้องหาที่พักใหม่ และเตรียมรับมือกับสิ่งที่เรียกว่าความหวาดกลัวของมนุษย์”
าระหว่างพี่น้องศราวิญญ์ได้ก้าวพ้นจากโลกิญญาเข้าสู่โลกแห่งความเป็จริงอย่างเต็มตัว และข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัดราวกับไฟลามทุ่งนั้น กำลังจะนำพาอันตรายรูปแบบใหม่มาสู่พวกเขาในไม่ช้า
จบตอนที่ 19
สนับสนุนค่ากาแฟ หรือโดเนทเป็กำลังใจให้ได้นะครับ
4380169722 : ธนาคารไทยพาณิชย์