ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 140 ใครวางแผนจัดการใคร

            “ทำไม… ทำไมกัน”

            เสอฮวาฮวามองเสิ่นเสวียนพลางใช้สองมือกุมลำคอไว้พยายามทำให้ตนเองยืนหยัดต่อไปให้นานที่สุด

            “ยังต้องถามข้าอีกหรือ”

            เสิ่นเสวียนมองเสอฮวาฮวาที่อยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าเรียบเฉย

            จากนั้นเขาจึงยื่นมือซ้ายออกไปอย่างเชื่องช้า

            บนมือซ้ายของเขาจับงูเขียวตัวเล็กไว้หนึ่งตัว

            ที่หัวงูมีสามเขามันคืองูใบไผ่ที่มีพิษ พิษของมันค่อนข้างอันตราย หากโดนกัด แม้แต่ขั้นจักรพรรดิอาจถึงแก่ชีวิตได้และนี่คือไม้ตายแท้จริงของเสอฮวาฮวา อีกทั้งงูใบไผ่ค่อนข้างรวดเร็วเคลื่อนไหวได้อย่างลึกลับยากจะป้องกันได้

            ก่อนหน้านี้ตอนที่ราชามารตะวันตกสู้กับเสอฮวาฮวาและไม่ยอมแสดงพลังทั้งหมดออกไปเพราะต้องป้องกันงูใบไผ่โจมตี

            และก่อนหน้านี้ตอนที่เสอฮวาฮวาเข้าใกล้เขาเดิมทีงูใบไผ่ที่ซ่อนตัวอยู่บนหัวต้องกระโจนออกมาอย่างรวดเร็ว

            ทั้งยังเกือบฉกโดนเสิ่นเสวียนอยู่แล้ว

            แต่โชคดีที่เสิ่นเสวียนรู้ตัวก่อนจึงจับมันไว้ได้ตอนที่ปากของมันเข้าใกล้เส้นผมของเขาแล้ว มันจึงทำไม่สำเร็จ

            พลังโจมตีถึงชีวิตที่เสิ่นเสวียนตั้งใจใช้จัดการแม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิผู้นั้นจึงเบนเป้าหมายไปทางเสอฮวาฮวาได้ทันท่วงที

            แล้วราชานาคาอัจฉริยะอีกคนหนึ่งแห่งสำนักนาคาได้สิ้นสุดลงแล้ว

            “มีพลังแค่นี้ยังคิดสังหารข้าอีกหรือ”

            เสิ่นเสวียนมองเสอฮวาฮวาเขารู้ว่าอีกฝ่ายยังเหลือเวลาอีกหลายลมหายใจ

            “เจ้า! ข้า! ข้าไม่ยอม...”

            เสอฮวาฮวากล่าวออกมาอย่างยากลำบากแล้วมือของเขาก็ไม่มีกำลังประคองลำคอไว้ได้อีก ทันใดนั้นเลือดสายหนึ่งพุ่งออกมาทำให้ร่างของเขาร่วงลงไปกองกับพื้นราวกับว่าวเชือกขาด

            แล้วก็ล้มลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรงหมดสิ้นลมหายใจในทันที

            ตายแล้ว!

            ทุกคนในที่นี้ต่างรับรู้ได้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสีหน้าของแต่ละคนตื่นตกใจเป็นอย่างมากเดิมทีสำนักนาคากำลังสู้กับแม่ทัพเทพเหล่านั้นอยู่เมื่อเห็นว่าราชานาคาของตนเองถูกสังหาร ทำให้จิตใจของพวกเขาแตกสลายโดนแม่ทัพเทพจัดการไปหลายคนในชั่วพริบตา

            “เสอฮวาฮวาคิดสังหารข้าข้าสังหารเขาไปแล้ว หากพวกเจ้ายังไม่สู้อีก อีกไม่นานสำนักนาคาจะไม่มีเหลือ”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับสำนักนาคาเสียงดังก้องเขาสังหารคนด้วยความแค้น ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบ เขาจะไม่สังหารใครตามอำเภอใจและจะไม่เอาความโกรธแค้นไปลงที่คนอื่นเด็ดขาด

            “เร็วเข้าใช้พลังทั้งหมดออกไป”

            เหล่าผู้พิทักษ์แห่งสำนักนาคาต่างเรียกคนที่เหลือให้แสดงพลังออกไปเพื่อป้องกันและต่อสู้กับแม่ทัพเทพผู้นั้นทันที

            “เจ้ากล้าหาญมากจริงๆคนที่ข้าเพิ่งโน้มน้าวสำเร็จโดนเจ้าสังหารไปเสียแล้ว”

            แม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิส่ายหัวด้วยความเสียดาย

            เมื่อครู่เขาสู้กับเสิ่นเสวียนอยู่นานแล้วจึงแอบโน้มน้าวเสอฮวาฮวาอย่างลับๆ เขารู้ว่าเสอฮวาฮวาไม่มีทางยอมเป็นรองคนอื่นจึงยื่นข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมให้กับเขา เป็นข้อเสนอที่อีกฝ่ายต้องยอมรับอย่างแน่นอนคิดไม่ถึงเลยว่าเสิ่นเสวียนจะสังเกตเห็นล่วงหน้า จนทำลายแผนการของเขาไป

            “แต่เมื่อครู่เจ้าทำได้ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว”

            อีกฝ่ายถอนหายใจออกมาอีกครั้งไม่ได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของเสิ่นเสวียน คิดเพียงว่านั่นคือพลังโจมตีซึ่งพลังโจมตีนั้นทำให้เขาไม่ทันได้สังเกตเห็น

            “ต่อจากนี้ไปถึงเวลาของเจ้าแล้ว”

            หลังจากเสิ่นเสวียนสังหารเสอฮวาฮวาไปแล้วสีหน้าของเขาผ่อนคลายลงอย่างที่สุดเบื้องหน้าเขามีทั้งแม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิและผู้แข็งแกร่งขั้นราชันระดับสูงสุดส่วนเขากำลังก้าวเดินไปกลางอากาศ เข้าหาขั้นจักรพรรดิผู้นั้น

            กระบี่มังกรคำรามในมือส่งเสียงดังกึกก้องนี่คือครั้งแรกที่เขาเอากระบี่มังกรคำรามออกมาสู้ด้วยทักษะการต่อสู้ทำให้เขาแสดงอานุภาพของกระบี่มังกรคำรามได้รุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

            “ไม่รู้จักความตายเสียแล้ว”

            “ขึ้น”

            แม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิผู้นั้นออกคำสั่งแม่ทัพเทพขั้นราชันระดับสูงสุดที่อยู่ข้างๆแม่ทัพเทพขั้นราชันระดับสูงสุดจึงถือหอกเงินกระโจนขึ้นไปด้านบนโดยไม่ลังเล

            กระบี่มังกรคำรามถูกยกขึ้นคลื่นพลังสีแดงเข้มปะทุออกมาอย่างรุนแรง เสิ่นเสวียนเคลื่อนตัวไป จับกระบี่ด้วยสองมือฟันใส่แม่ทัพเทพที่แทงหอกกระโจนเข้ามา

            ด้วยอานุภาพขนาดนี้หากอีกฝ่ายเข้าปะทะไม่ตายก็คงโดนถลกหนัง

            เมื่อเห็นเสิ่นเสวียนฟันกระบี่ลงมาแม่ทัพเทพพลันสีหน้าซีดเผือดเนื่องจากไอพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากกระบี่มังกรคำรามหาใช่สิ่งที่เขาจะต้านทานได้

            ขั้นจักรพรรดิที่อยู่ข้างๆเห็นดังนั้นก็มีสีหน้าเคร่งขรึม พลังโจมตีนี้ต้านทานไม่ได้เลยจริงๆแต่เขามีแผนการของเขา แม้แม่ทัพเทพจะจัดการเสิ่นเสวียนไม่ได้แต่ทำให้เขาหมดพลังได้ หลังจากหมดพลังไปมากแล้วค่อยลงมือก็ไม่สาย

             

            ท้องฟ้าทิศตะวันตกบนบัลลังก์สีม่วง ชายชราชุดม่วงกำลังมองพลังโจมตีของเสิ่นเสวียนอย่างเงียบๆ

            “น่าแปลกไม่สอดคล้องกับนิสัยของเจ้าเลย”

            เขาเคยสูญเสียมาก่อนหลังจากได้เห็นการโจมตีของเสิ่นเสวียนจึงทำให้เขาสงสัย แม้สามารถสังหารแม่ทัพเทพของเขาได้แต่ก็เปิดเผยจุดอ่อนของตนเองออกมาเช่นกันข้างกายเขายังมีขั้นจักรพรรดิยืนอยู่อีกคนหนึ่งแม้เสิ่นเสวียนจะพยายามปกปิดจุดอ่อนอย่างสุดความสามารถแล้วแต่เจตนาหลอกล่อให้ติดกับยังเปิดเผยออกมาชัดเจนมากเกินไป

            และอีกฝ่ายเอาอะไรมาเชื่อมั่นว่าจะหลอกล่อขั้นจักรพรรดิได้

            แล้วก็เป็นอย่างที่คิดไว้แม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิที่ดูอยู่ข้างๆ ไม่คิดจะลงมือตั้งแต่แรกทว่าเมื่อเห็นจุดอ่อนที่เสิ่นเสวียนเปิดเผยออกมา ‘โดยไม่ตั้งใจ’ ทำให้เขาหวั่นไหวขึ้นมา

            เสิ่นเสวียนกำลังฟันกระบี่ใส่อีกคนหนึ่งไม่มีทางป้องกันเขาได้แน่

            เขาลงมือเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้น

            “ฉลาดอยู่แต่กลับฉลาดผิดที่ไปหน่อย เจ้าคำนวณพลาดเสียแล้ว”

            แม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิเห็นว่ากระบี่มังกรคำรามของเสิ่นเสวียนเข้าปะทะหอกเงินแล้วไม่มีทางตอบโต้กลับมาได้อย่างแน่นอน

            เขาจึงเริ่มเคลื่อนไหว

            เขาคิดว่าเสิ่นเสวียนคาดเดาไว้ว่าเขาไม่กล้าดังนั้นจึงตั้งใจเผยจุดอ่อนออกมาแต่เนื่องจากเขามีทักษะที่เหนือกว่าจึงเคลื่อนไหวออกไป

            หอกเงินในมือสั่นสะเทือนแสดงพลังน่ากลัวออกไปอย่างรุนแรง โจมตีใส่จุดอ่อนของเสิ่นเสวียน

            เป็นช่วงเวลาพอเหมาะพอดี

            ทุกคนต่างคิดว่าจะต้องมีคนตายอย่างแน่นอน

            มิอาจเปลี่ยนแปลงได้เลย

            หลังจากนี้เสิ่นเสวียนจะตายและในโลกก็จะไม่มีคนแบบนี้อีก

            กาลเวลาคล้ายจะหยุดนิ่งลงเสียงหัวใจเต้นดังจนได้ยินอย่างชัดเจน

            หลังจากราชามารตะวันตกทำให้แม่ทัพเทพขั้นราชันระดับสูงสุดสองคนล่าถอยไปได้แล้วเขาก็กระโจนเข้าไปหาเสิ่นเสวียนอย่างรวดเร็ว

            เริ่นเสี้ยวเทียนต่อสู้จนได้รับบาดเจ็บทำให้ศัตรูล่าถอยไปได้แล้วเขาก็กระโจนตามไปเช่นกัน

            ราชามารทิศเหนือจี๋เล่อน้อย ซูเหยียน และคนอื่นๆ ต่างเข้าไปหาเสิ่นเสวียนกันทั้งหมด

            ท้องฟ้าทิศตะวันตกบนบัลลังก์สีม่วงชายชราชุดม่วงเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้

            “ถอยเร็ว!”

            เสียงฟ้าลั่นดังขึ้นจากทิศตะวันตกเข้าในหูของทุกคนตรงนั้นอย่างแม่นยำ

            แม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิคนนั้นได้ยินเสียงอันดับแรกคือทำตามคำสั่ง ตามมาด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายท่านถึงสั่งให้เขาล่าถอย

            เห็นอยู่ว่าสามารถสังหารเสิ่นเสวียนได้และยังอยู่ใกล้มากอีกด้วยหากล่าถอยไปเขาจะต้องโดนพลังสะท้อนกลับจนบาดเจ็บหนักอย่างแน่นอน

            ในใจคิดว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นได้ในพริบตาเขาจึงไม่ได้ล่าถอยออกมา

            เคร้ง!!!

            กระบี่มังกรคำรามฟันลงไปบนหอกเงินอย่างแม่นยำพลังรุนแรงทำให้หอกเงินหัก แม่ทัพเทพใช้สองมือถือหอกต้านทานไว้เบื้องหน้าตอนนี้หอกเงินหักไปแล้วทำให้กระบี่มังกรคำรามฟันเข้าใส่ตนเอง

            ฉัวะ!

            ตามมาด้วยเสียงทะลวงดังก้องกระบี่มังกรคำรามทำให้ร่างของแม่ทัพเทพแยกออกเป็นสองส่วนในชั่วพริบตาเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ

            ในขณะที่แม่ทัพเทพผู้นี้กำลังถึงแก่ชีวิตหอกเงินของขั้นจักรพรรดิก็พุ่งเข้ามาตรงหน้าเขาด้วยอานุภาพรุนแรง

            เสิ่นเสวียนไม่ได้ตั้งใจเปิดเผยจุดอ่อนออกมาหากคิดสังหารอีกฝ่าย สามารถโจมตีเข้าที่จุดอ่อนได้จริงๆ และไม่อาจต้านทานอีกด้วยอย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้คิดปิดบัง จึงใช้ดึงดูดอีกฝ่ายได้อย่างเหมาะสม

            ฉึก!

            หอกเงินแทงเข้าที่ซี่โครงด้านซ้ายของเสิ่นเสวียนอย่างแม่นยำพลังรุนแรงไหลผ่านหอกเงินเข้าสู่ร่างกายของเสิ่นเสวียนทำลายพลังชีวิตของเสิ่นเสวียนไปอย่างบ้าคลั่ง

            “จบ...”

            แม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิผู้นี้มองเสิ่นเสวียนที่โดนแทงด้วยรอยยิ้มอำมหิตอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

            แต่หลังจากกล่าวไปแค่นั้นลำแสงสายหนึ่งพลันพุ่งออกมาจากร่างของเสิ่นเสวียน ทะลวงผ่านร่างของเขาไป

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน