ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 72 ซือปิงฟูเหริน

            เหล่าขุนนางพากันเงียบกริบทุกคนคุ้นชินกันแล้ว ตราบใดที่ทั้งสองคนนี้อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะพูดคุยเรื่องใด ก็จะต้องมีการเสียดสีกันบ้างสักสองสามคำ

            ไม่รู้ว่าผู้ใดกระซิบเบาๆขึ้นมา “มีข่าวลือว่าแม่นางหวาผู้นั้นมีสามเศียรหกกร น่าเกลียดน่ากลัวอย่างยิ่ง”

            อีกคนพูดต่อ “สามารถสร้างสิ่งที่ร้ายกาจเช่นนี้ได้แสดงว่าสตรีผู้นี้แตกต่างจากคนทั่วไป รูปร่างหน้าตาก็คงไม่เหมือนคนธรรมดา...”

            คนเหล่านั้นพากันวิพากษ์วิจารณ์“จะหน้าตาเหมือนเทพเหลยกงและเตี้ยนหมู่ [1] หรือไม่?”

            “หากเป็นเช่นนั้นก็น่ากลัวเกินไปแล้ว!ผู้ใดจะกล้าแต่งงานด้วย?!”

            บางคนก็แอบมองหนิงอ๋อง

            สีหน้าของหนิงอ๋องมืดครึ้มไม่ได้พูดอะไร

            แต่ทุกคนคิดว่านั่นเป็นเพียงท่าทางที่หนิงอ๋องแสร้งทำหากได้แต่งงานกับหวาชิงเสวี่ย ก็เท่ากับได้ครอบครองอาวุธเทพเหล่านั้น ผู้ใดเล่าจะไม่โลภ?

            หลี่จิ่งหนานนั่งอยู่บนที่นั่งตำแหน่งสูงถึงแม้จะได้ยินคนข้างล่างพูดคุยเสียงดังอื้ออึง แต่ก็ฟังไม่ชัดว่ากำลังพูดคุยเรื่องอะไรกัน

            ส่วนเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้วเป้าหมายของวันนี้ไม่ใช่เพื่อประทานสมรสให้กับหวาชิงเสวี่ยจริงๆ เสียหน่อย

            หลี่จิ่งหนานเหลือบมองอัครมหาเสนาบดีจั่วอย่างจนปัญญาตาเฒ่านี่...เหตุใดทุกครั้งเรื่องราวที่ควรดำเนินไปตามครรลอง มักจะถูกเขาเบี่ยงเบนไปในทิศทางแปลกๆเสมอ

            “ถึงแม้เสด็จพ่อจะเสด็จสวรรคตแล้วแต่เจิ้นก็ยังจดจำพระราชประสงค์ได้ ไม่กล้าลืม ในเมื่ออาวุธประจำชาติมีวาสนาต่อแคว้นต้าฉีของข้าก็ควรจะเก็บเอาไว้” หลี่จิ่งหนานกระแอมสองครั้ง กล่าวอย่างจริงจัง “เจิ้นตัดสินใจจะประทานจวนพักส่วนตัวบนภูเขาหนึ่งหลังแก่หวาชิงเสวี่ยเพื่อให้นางได้อยู่อาศัย และแต่งตั้งให้เป็นซือปิงฟูเหริน [2] มีหน้าที่ดูแลการผลิตอาวุธควบคุมดูแลกรมสรรพาวุธ พวกท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร?”

            นี่เป็นครั้งที่สอง

            หลี่จิ่งหนานเอ่ยถึงการพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้กับหวาชิงเสวี่ยเป็นครั้งที่สอง

            ครั้งที่แล้วถูกเหล่าขุนนางปฏิเสธอย่างไร้ความปรานีดังนั้นครั้งนี้เขาจึงตั้งใจวางแผนมาอย่างดี แม้กระทั่งอ้างถึงเสด็จพ่อ เพื่อปิดปากพวกคนเหล่านี้!

            ถึงแม้หลี่จิ่งหนานจะคิดว่าครั้งนี้ตนเองวางแผนมาอย่างรอบคอบแต่เขาเองก็ต้องผิดหวังต่อหน้าเหล่าเสนาบดีอาวุโสหลายครั้งจนเกิดเป็นปมในใจ ตอนนี้ในใจจึงรู้สึกกังวลยิ่งนัก...

            แต่กลับคิดไม่ถึงว่าอัครมหาเสนาบดีจั่วจะตอบรับเป็นคนแรก!

            ตาเฒ่าคนนั้นกล่าวเสียงดังฟังชัดว่า“ฝ่าบาททรงปรีชา เมื่อมีบรรดาศักดิ์ สตรีผู้นี้ก็จะมีสถานะสูงขึ้น วันหน้าหากมีพระราชทานสมรสให้ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงคำครหาได้”

            มุมปากของหลี่จิ่งหนานอดไม่ได้ที่จะกระตุกตาเฒ่าผู้นี้เหตุใดถึงคิดแต่เรื่องการพระราชทานสมรส? คนแก่ชอบทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อกันทุกคนเลยหรืออย่างไร?

            สายตาของเขาเหลือบไปมองเสด็จอาหลี่เชียน

            สีหน้าของหนิงอ๋องเย็นชามองไม่ออกว่าปรีดาหรือโกรธา เมื่อเห็นหลี่จิ่งหนานมองมาทางตน ก็กล่าวอย่างเฉยเมยว่า“อาวุธนี้มีอานุภาพมาก แม่นางหวาสมควรได้รับรางวัล กระหม่อมไม่มีข้อโต้แย้ง”

            เมื่อสองผู้ยิ่งใหญ่ได้เอ่ยออกมาแล้วเหล่าเสนาบดีที่เหลือก็พากันเห็นดีเห็นงามตาม ไม่มีการคัดค้านแม้แต่คนเดียว

            นี่มันพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกชัดๆเลย!

            หลี่จิ่งหนานพยายามควบคุมมุมปากที่กำลังจะยกขึ้นของตนแสดงสีหน้าเคร่งขรึม แต่ในใจนั้นเบิกบานเป็นที่สุด!

            คิดในใจว่า ที่แท้การเป็นฮ่องเต้ก็ไม่เห็นจะยากเย็นขนาดนั้น!

            เมื่ออารมณ์ดีขึ้น เขาก็รู้สึกสบายกายสบายใจไปหมดจึงยกยิ้มกล่าวว่า “ลำบากอ้ายชิงทุกท่านที่เดินทางมาไกล วันนี้ทุกคนจะได้รับรางวัล!”

            ทุกคนพากันงุนงง ได้รับรางวัล?

            เงินรางวัลหรือ?แต่ท้องพระคลังขาดแคลนมิใช่หรือ?

            ในตอนนั้นเองก็เห็นขันทีหลายคนเริ่มแจกของขวัญ

            เป็นสบู่งานฝีมือที่วางเรียงกันห่อด้วยกระดาษหนังวัวเคลือบผงทองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส

            คนที่ได้รับไปก่อนเปิดกระดาษหนังวัวออกเมื่อเห็นสบู่ที่อยู่ด้านในก็พบว่ามีเนื้อสัมผัสเนียนละเอียดและอ่อนนุ่มลื่น บนผิวสลักเป็นรูปเกล็ดหิมะอย่างประณีตแต่ไม่รู้ว่าของสิ่งนี้คืออะไร

            หลี่จิ่งหนานไม่รอช้าที่จะเผยแพร่สิ่งนี้ออกไปให้หวาชิงเสวี่ย“นี่เรียกว่าสบู่ ใช้ทำความสะอาดและให้ความชุ่มชื้นได้ดีกว่าสบู่ก้อนแบบเดิม เป็นสิ่งที่ซือปิงฟูเหรินเป็นผู้ประดิษฐ์ทุกท่านกลับไปแล้วก็ลองใช้ดูได้!”

            ทุกคนต่างมองหน้ากันรู้สึกว่าแปลกประหลาดนัก

            ฮ่องเต้ประทับอยู่ที่เมืองหลวงเหตุใดถึงได้ชื่นชมแม่นางหวาที่อยู่ไกลไปทางเหนือผู้นั้นมากเหลือเกิน?ถึงแม้จะบอกว่าอาวุธนั้นมีอานุภาพมากจริงๆ แต่น้ำเสียงของฮ่องเต้...จะไม่ดูสนิทสนมมากเกินไปหรือ?

            มันช่างแปลกพิกล...

            ทุกคนนึกถึงฎีกาที่ฟู่ถิงเย่ส่งมาขอพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้หวาชิงเสวี่ยครั้งแรกจึงอดไม่ได้ที่จะเริ่มคิดในแง่ร้ายไปต่างๆ นานา... อาจจะเป็นความต้องการของฟู่ถิงเย่ก็เป็นได้พฤติกรรมของฮ่องเต้ในวันนี้ อาจจะเป็นสิ่งที่ฟู่ถิงเย่เป็นผู้สั่งการทั้งหมดก็ได้!

            หลี่จิ่งหนานขึ้นครองราชย์ฟู่ถิงเย่ได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋อง ระหว่างทั้งสองคนต้องมีข้อตกลงบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอนทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อหลี่จิ่งหนานยกย่องหวาชิงเสวี่ยจึงถูกเหล่าเสนาบดีเข้าใจกันไปเองว่าเป็นการยกย่องฟู่ถิงเย่

            หลี่จิ่งหนานไม่รู้ว่าเหล่าเสนาบดีของตนมองว่าเขาเป็นหุ่นเชิดของฟู่ถิงเย่เพียงรู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนเองต้องการ ทั้งยังได้ส่งของขวัญออกไปด้วย ยิ่งทำให้รู้สึกสบายใจเป็นอย่างยิ่ง

            ขบวนเสด็จเริ่มออกเดินทางกลับพระราชวังฮ่องเต้น้อยเดินจากไปด้วยความพึงพอใจ

            หนิงอ๋องมองดูขบวนเสด็จของฮ่องเต้ที่ค่อยๆเคลื่อนจากไปอย่างเย็นชา

            ขุนนางคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้เขาถามอย่างระมัดระวัง “ท่านอ๋อง ท่านคิดว่าเรื่องในวันนี้...”

            “อะไร เจ้ากลัวแล้วหรือ?”หลี่เชียนไม่ได้มองเขา สายตายังคงมองทอดไปไกล

            ขุนนางคนนั้นมีสีหน้าประหม่ารู้สึกกระอักกระอ่วนในใจ “อาวุธนั้นร้ายกาจจริงๆ ข้าน้อยเพียงแค่กังวลว่า หากฮ่องเต้ยืนกรานจะประทานบรรดาศักดิ์ให้แม่นางหวาผู้นั้นจะมีเรื่องราวเบื้องหลังใดหรือไม่...”

            หลี่เชียนยิ้มอย่างเย็นชา“ก็แค่ซือปิงฟูเหรินเท่านั้น มีฐานันดรศักดิ์แต่ไม่มีตำแหน่งขุนนาง เจ้าจะกลัวอะไร?เป็นเพียงกลลวงของฟู่ถิงเย่เท่านั้น”

            เมื่อขุนนางคนนั้นได้ยินคำพูดดังกล่าวดวงตาก็สว่างไสวขึ้นทันที “ท่านอ๋องก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ผิดปกติเหมือนกันหรือขอรับ?”

            “แล้วจะให้คิดเป็นอย่างอื่นหรือ?”หลี่เชียนหันหน้าไปมองภูเขาอวี้ชิงที่อยู่ไกลออกไปด้วยสีหน้าที่ไม่อาจคาดเดาได้“ฮึ...สตรีคนหนึ่งสร้างอาวุธได้ ผู้ใดจะเชื่อ? ก็ทำได้แค่หลอกเด็กเท่านั้นฟู่ถิงเย่คนนี้กำลังทำเรื่องลึกลับซับซ้อน คนที่มีฝีมือเช่นนี้จะต้องถูกเขาซ่อนเอาไว้อย่างแน่นอนส่วนซือปิงฟูเหรินที่ว่านั้น คงเป็นเพียงหุ่นเชิดที่สร้างขึ้นมาหลอกฮ่องเต้เล่นก็เท่านั้น”

            ความคิดของหลี่เชียนนั้นเป็นความคิดของคนส่วนใหญ่เช่นกัน

            คนที่มีความสามารถเช่นนี้ไม่เพียงต้องมีความเชี่ยวชาญเรื่องค่ายกลและเกราะไม้ แต่ยังต้องมีความรู้เรื่องกรรมวิธีการถลุงโลหะด้วยไม่มีทางที่จะเป็นแม่นางที่อายุยังน้อยไปได้

            เบื้องหลังของหวาชิงเสวี่ยจะต้องมีคนมากความสามารถอยู่อย่างแน่นอน!

            “ท่านอ๋องช่างเฉียบแหลมข้าน้อยก็คิดว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ เช่นกัน” ขุนนางคนนั้นก็รีบประจบสอพลอ “ฟู่ถิงเย่ผู้นี้ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก!หลอกลวงฮ่องเต้ที่ยังทรงพระเยาว์ นำพาให้หลงผิด โชคดีที่ราชวงศ์ต้าฉีของเรายังมีท่านอ๋องผู้เก่งกาจมิเช่นนั้นแคว้นต้าฉีคงตกอยู่ในอันตรายแล้ว!”

            คำประจบสอพลอเหล่านี้คงจะโจ่งแจ้งเกินไปขาดซึ่งชั้นเชิง หลี่เชียนจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย

            ขุนนางคนนั้นเอ่ยถาม“ท่านอ๋อง ฟู่ถิงเย่ขยายกำลังทหารทางเหนืออย่างไม่เกรงใจ เราจะปล่อยไว้ไม่ได้ จะฉวยโอกาสนี้...เปิดโปงเขาหรือไม่?”

            เปิดโปง?

            จะเปิดโปงได้อย่างไร?ทางเหนือเป็นดินแดนของฟู่ถิงเย่ แม้ว่าจะส่งคนไปก็ยากที่จะมีอำนาจ ยิ่งกว่านั้นอาวุธใหม่ก็เป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์แล้ว แม้จะโค่นล้มผู้ที่เรียกว่าซือปิงฟูเหรินลงได้ฟู่ถิงเย่ก็ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ! อย่างมากก็แค่มีความผิดที่รู้ความจริงแล้วไม่รายงานแค่นั้นไม่ได้ระคายผิวแต่อย่างใด

            เมื่อหลี่เชียนนึกถึงเสี้ยนหนามในอกอย่างฟู่ถิงเย่คิ้วก็ขมวดเข้าหากัน กล่าวเสียงเย็น “ไม่ต้อง”

            พูดจบก็ขึ้นรถม้าไปด้วยท่าทีเย็นชา

            เขาไม่ชอบการยั่วยุเล็กๆน้อยๆ หากไม่ซุ่มซ่อนอยู่เงียบๆ ก็ต้องลงมือทีเดียวให้ได้ผล! ถ้าไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยว่าจะฉีกกระชากเนื้อหนังอีกฝ่ายได้เขาจะไม่ลงมือโดยง่าย

            เพราะตำแหน่งนั้นใกล้กับของเขามาก

            เพราะว่าใกล้มาก ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็จะกลายเป็นเหตุผลให้ถูกโจมตีได้ง่าย

            เขาจะต้องระมัดระวังให้มากขึ้นต้อง...ซ่อนเร้นอำนาจให้มิดชิดยิ่งกว่าเดิม...

            ......

            ฮ่องเต้น้อยนำเหล่าขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊ไปดูการระเบิดภูเขาในที่รกร้างตอนกลางคืนทั้งยังพระราชทานบ้านพัก และบรรดาศักดิ์ แถมยังอารมณ์ดีแจกของขวัญอีกด้วย

            เรื่องนี้ถูกแพร่ไปถึงหูของไทเฮาอย่างรวดเร็ว

            “ฝ่าบาทร้อนใจเกินไปแล้ว”เจิ้งซูเหวินนั่งอยู่หน้าโต๊ะ ในมือกำลูกประคำไว้ เพราะความหงุดหงิดใจ นิ้วโป้งจึงลูบผ่านลูกประคำอย่างรวดเร็ว

            นางกำนัลเหลือบมองสีหน้าของพระนางอย่างระมัดระวังแล้วตอบกลับไปว่า “พระนางอย่าทรงกังวลไปเลยเพคะ ได้ยินมาว่าครั้งนี้อัครมหาเสนาบดีจั่วเป็นผู้สนับสนุนอย่างเต็มที่ด้วย”

            นางหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดเสริม “ดูเหมือนว่าหนิงอ๋องก็ไม่ได้คัดค้านด้วยนะเพคะ”

            “แต่ก็ทำให้ฟู่ถิงเย่ได้ใจไปแล้ว!”เจิ้งซูเหวินกัดริมฝีปาก ในดวงตามีความไม่พอใจฉายชัดขึ้น อารมณ์ของพระนางไม่ได้ดีขึ้นจากการปลอบใจของนางกำนัล“ฟู่ถิงเย่ต้องการบรรดาศักดิ์ ฝ่าบาทก็พยายามครั้งแล้วครั้งเล่าช่วยเขาเพื่อให้สตรีผู้นั้นได้มีบรรดาศักดิ์ไม่ลังเลที่จะล่วงเกินขุนนางในราชสำนัก! ฟู่ถิงเย่คงได้ใจมากแล้วล่ะ! คงคิดว่าข้ากับฮ่องเต้ถูกเขากุมเอาไว้ในมือแล้ว!อยากจะทำอะไรก็ได้!”

            นางกำนัลนิ่งเงียบ จากนั้นก็มีท่าทีเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ลังเล

            นางอยากจะพูดว่าฮ่องเต้ดูเต็มพระทัยยิ่งนัก...ได้ยินว่าฮ่องเต้ทรงตรวจสอบสมุดภาพของบ้านพักที่จะประทานให้ด้วยพระองค์เองแสดงว่าทรงให้ความสำคัญกับแม่นางหวาผู้นั้นมาก

            แต่เมื่อเห็นสีหน้ามืดมัวของไทเฮานางกำนัลก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา

            ไทเฮาหงุดหงิดอย่างยิ่งจู่ๆ ก็ตบโต๊ะเสียงดัง! “ซือปิงฟูเหรินอะไรกัน ตัวปัญหาชัดๆ!”

            “ฮัดชิ้ว!” หวาชิงเสวี่ยจามออกมาอย่างกะทันหัน

            นางลูบจมูกของตัวเองแล้วคิดว่า หรือว่านางใส่เสื้อผ้าน้อยเกินไปจนเป็นหวัด?ไม่เช่นนั้นเหตุใดอากาศร้อนขนาดนี้ถึงได้จาม?

            “อาจจะมีคนคิดถึงข้าก็ได้”นางกอดแตงโมไว้ กินไปพลางพึมพำกับตัวเอง

            มีคนมาเคาะประตู

            หวาชิงเสวี่ยวางแตงโมลงกำลังจะออกไปเปิดประตู พลันนึกถึงคำกำชับของฟู่ถิงเย่ ขาที่ก้าวออกไปจึงหยุดชะงัก

            ...เฮ้อ จะต้องทำตามธรรมเนียมพื้นเมืองเสียหน่อย

            โชคดีที่ในห้องมีน้ำแข็งที่จ้าวเซิงส่งมาให้ช่วยให้รู้สึกเย็นสบาย แม้จะสวมชุดกระโปรงยาวแขนยาวก็ไม่ได้ทำให้ร้อนเกินไป

            หวาชิงเสวี่ยสวมเสื้อคลุมแขนยาวอีกชั้นหนึ่งทับด้วยชุดด้านในที่คอเสื้อซ้อนทับกันอย่างแน่นหนา รัดด้วยผ้าไหมบางๆ ที่เอว ทำให้มีเหงื่อไหลออกมาอีกครั้ง...

            หวังว่าคนที่มาจะพูดสั้นๆนะ นางทนได้ไม่นานจริงๆ

            หวาชิงเสวี่ยอดทนต่อความร้อนเดินไปที่ลานบ้าน รู้สึกเหมือนตนกำลังจะถูกแดดเผาจนละลาย

            “ท่านอาจารย์ ข้าเองเปิดประตูหน่อย!” คนที่อยู่ข้างนอกไม่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว จึงเคาะประตูอีกครั้ง

            คนที่มาข้างนอกคือเหลียงเหวินเฉิงเมื่อไม่นานมานี้หลังจากที่ได้เห็นอานุภาพของระเบิดอสนีบาต เขาก็หน้าด้านอยากจะมาเป็นศิษย์ของหวาชิงเสวี่ยเสียให้ได้

            ตอนแรกหวาชิงเสวี่ยก็ไม่ยินยอมไม่ใช่เพราะกลัวว่าสูตรจะถูกเปิดเผย แต่เพราะว่านางไม่คุ้นเคยกับความสัมพันธ์ที่เน้นความเคารพกันมากเกินไประหว่างศิษย์กับอาจารย์ในสมัยโบราณนี้แต่เหลียงเหวินเฉิงยังยืนกรานอย่างหนักแน่น อีกทั้งนางก็กำลังขาดผู้ช่วย และยังเชื่อใจในตัวของเหลียงเหวินเฉิงอีกด้วยจึงตอบตกลงไป

            นางรีบเปิดประตูออกเหลียงเหวินเฉิงที่อยู่ด้านนอกเหงื่อท่วมตัว เพราะร้อนมากเกินไปจึงพับแขนเสื้อขึ้นสูงปลดคอเสื้อลงกว้าง ขากางเกงก็พับขึ้นมา เห็นแล้วหวาชิงเสวี่ยก็รู้สึกอิจฉาเสียเหลือเกิน

            นางก็อยากพับแขนเสื้อและขากางเกงขึ้นบ้างเหมือนกัน...

            “ท่านอาจารย์!” เมื่อเหลียงเหวินเฉิงเห็นนางก็ยิ้มขึ้นมา“ช่างทำแก้วพวกนั้นมาถึงแล้ว ข้าพาพวกเขาไปพักที่ค่ายอาวุธไฟแล้ว!”

            ค่ายอาวุธไฟสร้างห้องพักเอาไว้มากมายเพื่อให้ช่างฝีมือได้พักอาศัยโดยไม่ขาดแคลนที่พัก

            หวาชิงเสวี่ยแสดงสีหน้าดีใจ“ดีมากเลย เจ้ารอข้าก่อนนะ ข้าจะไปเก็บของสักหน่อยเดี๋ยวจะตามไปดู!”

            เมื่อช่างทำแก้วมาแล้วก็จะสามารถทำแก้วได้! เมื่อมีแก้วแล้ว ก็จะสามารถทำเครื่องกลั่นได้! เมื่อมีเครื่องกลั่นแล้วจะสามารถสกัดสารต่างๆ ให้บริสุทธิ์ได้! และเมื่อมีวัตถุดิบที่บริสุทธิ์แล้ว...นางก็จะไร้เทียมทาน!

            แผนผังเทคโนโลยีของนางกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

            ——————————————————————

            [1]เหลยกงและเตี้ยนหมู่(雷公电母)คือเทพที่บัญชาการปรากฏการณ์ฟ้าแลบฟ้าร้อง ฟ้าผ่า

            [2]ซือปิงฟูเหริน(司兵夫人)ซือปิงเป็นชื่อตำแหน่งผู้ดูแลอาวุธในกองทัพ ฟูเหรินเป็นคำเรียกสตรีในเชิงยกย่อง

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592