แกล็บ~!
หมวกเกราะถูกเปิดออกก่อนที่แอชเชอร์จะสูดอากาศบนยอดเขาเข้าสู่ปอดด้วยความรู้สึกชอบใจ นานมากแล้วที่เขาไม่ได้สูดอากาศบนพื้นดินแบบนี้ ถึงใต้ดินจะมีอากาศให้หายใจก็ตามที มันกลับผ่านเครื่องฟอกอากาศ ทำให้ไม่มีรสชาติของกลิ่นใดๆ เหมือนกลิ่นในตอนนี้ที่มีทั้งความชื้น มีกลิ่นต้นไม้ มีกลิ่นของน้ำลอยตลบอบอวลเต็มไปหมด จากป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ เป็นกลิ่นที่หอมมากๆสำหรับเขา
แกล็บ~!
หมวกเกราะถูกสวมใส่อีกครั้งหนึ่งจากนั้นแอชเชอร์ก็เริ่มถ่ายภาพรอบๆตัวเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานการสำรวจ ได้เวลาแล้วที่เขาจะสำรวจที่นี่อย่างจริงจัง แอชเชอร์วางแผนเอาไว้ว่าวันนี้เขาจะต้องสำรวจพื้นดินบนเขต F47 ให้หมด เพื่อที่เขาจะได้โฟกัสกับการขุดดิน กระทั่งการถ่ายรูปเสร็จสิ้น แอชเชอร์ได้ซื้อเครื่องตรวจจับการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากระบบมาใช้งาน มันไม่ได้เป็นเครื่องมือที่ราคาแพงแต่อย่างใด
ติ๊ด~!
ไม่จำเป็นต้องต่อพ่วงเข้ากับอุปกรณ์เสริมใดๆ ไม่จำเป็นต้องต่อพลังงานให้กับมัน สิ่งที่ซื้อออกมานั้นมีแกนมานาใส่มาให้พร้อม แอชเชอร์เพียงแค่เปิดใช้งานเครื่องตรวจจับการส่งสัญญาณเคลื่อนที่เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
“ใช้ได้สินะ”
บนใบหน้าของแอชเชอร์ปรากฎรอยยิ้ม ดูเหมือนว่าบนพื้นดินเหนือเขต F47 จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อมูลมอนสเตอร์ที่หายไปเลยสักนิด เนื่องจากว่าด้านบนนี้มีมอนสเตอร์อยู่มากมาย ไม่เพียงเท่านั้นมันยังเป็นเขตที่ไม่มีการใช้งานคลื่นรบกวนอีกด้วย จึงทำให้เขาตรวจหาสัญญาณอื่นๆที่หลงเหลืออยู่ได้ แม้เขาจะติดต่อกลับไปยังฐานไม่ได้แอชเชอร์กลับไม่ได้ใส่ใจกับมัน
“เยี่ยม อย่างน้อยๆ 3 จุดนี้ก็น่าจะเพียงพอ”
บนใบหน้าของแอชเชอร์เต็มไปด้วยรอยยิ้ม หลังจากเครื่องตรวจจับการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือของทางกองทัพ ตรวจจับสัญญาณได้ 3 จุด เขาไม่รู้ว่ามันเป็นสัญญาณเก่าหรือใหม่ เนื่องจากว่าเครื่องส่งสัญญาณจำนวนมากในชีวิตก่อนที่เขาเคยตรวจพบมีหลากหลาย บ้างมาจากรถถังรุ่นเก่า เรือรบเก่าๆ และอื่นๆอีกมากมาย ไม่สามารถแยกได้ว่ามันใหม่หรือเก่าหากไม่เดินทางไปดูด้วยตาตัวเอง หลังจากที่ได้จุดสำรวจแอชเชอร์ก็พุ่งไปยังตำแหน่งแรกเพื่อที่เขาจะนำภาพกลับไปยังฐาน
โฮ.. กล็อก~!
การฆ่าสำหรับเขายังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆ พลางระลึกเสมอว่าเขาไม่สามารถสร้างเสียงที่ดังได้ ภารกิจของเขาคือสำรวจ ดังนั้นจึงต้องทำให้ทุกๆอย่างเหมือนเดิมมากที่สุด เพื่อที่เขาจะได้ภาพสมจริง ไม่ใช่ภาพที่มีเพียงแค่ต้นไม้ เนื่องจากการต่อสู้ของเขาที่เกิดไปขับไล่มอนสเตอร์จนหนีออกจากสถานที่เดิม
กล็อก~!
เสียงกระดูกคอของมอนสเตอร์ตัวแล้วตัวเล่าหักดังต่อเนื่อง หากเจอมอนสเตอร์ที่อยู่เป็นกลุ่มแอชเชอร์จะหลีกเลี่ยงพวกมัน เขาจะฆ่าเพียงแค่มอนสเตอร์ที่อยู่ตามลำพังเท่านั้น อย่างน้อยๆการฆ่าของเขาก็ได้ฟอสเอนเนอร์จี้มาฟื้นฟูกำลังให้เขาได้ออกสำรวจสถานที่แห่งนี้
พรึ่บ~!
ร่างของแอชเชอร์พุ่งเข้าไปในพุ่มไม้ก่อนจะมองไปยังจุดที่มีสัญญาณขอความช่วยเหลือออกมา ด้านหน้าของเขาเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่สัญญาณที่ส่งออกมาน่าจะอยู่ใต้บึงน้ำ แต่เขาไม่สามารถเข้าไปได้ในตอนนี้เนื่องจากว่ามีมอนสเตอร์ 6 ดาวลักษณ์ 50 % เหมือนกับช้างกำลังเล่นน้ำ เขาจึงรอต่อไปเรื่อยๆจนกว่าพวกมันจะเดินทางจากไประหว่างนี้เองเขาก็ได้เก็บภาพเอาไว้ เพื่อให้คนในค่ายได้ดูว่าด้านบนมอนสเตอร์ใช้ชีวิตปกติมาก พวกมันไม่แม้แต่จะต้องระวังตัวใดๆเพราะไม่มีผู้ล่ามัน
จนการทั่งเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงมอนสเตอร์ก็เริ่มเดินหนีออกจากบึงน้ำ เขาจึงเดินออกจากพุ่มตรงเข้าหาบึงน้ำทันที
“ระบบ ในหนองน้ำนี้มีมอนสเตอร์ไหม”
[แจ้งเตือน ระบบตรวจพบสิ่งมีชีวิตจำนวน 1312 ตัว ภายในบึงน้ำกว้าง 78 เมตร]
“มีระดับ 7 หรือสูงกว่านี้ไหม”
[ภายในหนองน้ำมีระดับสูงสุดเพียงแค่ 5 ดาว]
“ปลอดภัยสินะ”
แอชเชอร์กระโดดลงไปในน้ำดำลงไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ทันที ระหว่างนี้เองเขาให้ระบบสแกนหาอุปกรณ์ทางทหารที่ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกไป ทันใดนั้นเขาก็เห็นจุดสีแองกำลังเรืองแสงจากการระบุจุดของระบบที่ตรวจพบจุดส่งสัญญาณ แอชเชอร์จึงรีบดำน้ำเข้าใกล้ จนกระทั่งเขาเริ่มมองเห็นบางอย่างนอนแน่นิ่งฝังอยู่ในโคลนใต้บึงน้ำ
“เฮลิคอปเตอร์ทหารเหรอ”
แอชเชอร์เข้าไปสำรวจเฮลิคอปเตอร์ปรากฎว่ามันเป็นเฮลิคอปเตอร์ที่กองทัพปลดประจำการแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน เขาจึงถ่ายรูปเก็บเอาไว้จากนั้นก็ว่ายน้ำเข้าไปข้างในค้นหากล่องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือแล้วเก็บกู้มันกลับไปด้วย ภายในกล่องนี้จะต้องมีภาพถ่ายช่วงสุดท้ายที่เครื่องบินตกอย่างแน่นอน จากนั้นแอชเชอร์ก็ว่ายน้ำออกจากสถานที่แห่งนี้เพราะไม่มีอะไรให้เขาสำรวจ โครงกระดูกของทหารไม่มีสักคน ชุดเกราะก็เช่นกัน ดูจากลักษณะเฮลิคอปเตอร์ ทหารคงจะร่วงออกมาจากเฮลิคอปเตอร์ก่อนจะตกลงสู่บึงน้ำแห่งนี้
ตู้ม ซ่า~!
ร่างภายในชุดเกราะออกวิ่งหลังจากขึ้นมาจากหนองน้ำ ตำแหน่งต่อไปอยู่ห่างจากที่นี่ราว 2 กิโลเมตร แอชเชอร์จึงใช้ความเร็วสูงสุดของชุดเกราะวิ่งหลบหลีกมอนสเตอร์ กระทั่งเขาเข้าใกล้ตำแหน่งส่งสัญญาณที่ถูกส่งออกมาแอชเชอร์ก็เริ่มย่องเบาไปตามพุ่มไม้ เนื่องจากว่าระบบตรวจพบว่าห่างจากเขาไป 100 เมตรมีฝูงมอนสเตอร์หลายร้อยตัว
“ที่นี่สินะ”
[แจ้งเตือน ตรวจพบสัญญาณช่วยเหลือห่างออกไป 51 เมตร]
แอชเชอร์มองไปยังจุดสีแดง ปรากฎว่าตำแหน่งนั้นมีต้นไม้ใหญ่ตั้งอยู่ รอบๆต้นไม้เต็มไปด้วยมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายลิงสูง 3 เมตรเกาะไปตามกิ่งไม้ขนาดใหญ่แตกกิ่งก้านสาขาออกไปนับหมื่นแผ่ขยายจนปกคลุมพื้นดินราว 30 - 40 เมตร อย่างไรก็ตามแอชเชอร์สนใจสิ่งที่อยู่บนต้นไม้มากกว่ามอนสเตอร์ นั่นเพราะว่าสัญญาณที่ถูกส่งกลับมาอยู่บนต้นไม้
“ฝีมือลิงพวกนี้เหรอ”
แอชเชอร์มองไปยังรถถังหลายสิบคัน ถูกห้อยไว้บนต้นไม้อย่างกับเครื่องประดับ ตามเกราะของรถถังเต็มไปด้วยรอยทุบจนบุบเบี้ยว น่าจะเป็นฝีมือลิงพวกนี้ที่มีแขนใหญ่ผิดปกติ บนแขนทั้งสองข้างของพวกมันนี้มีกระดูกโผล่ออกมาห่อหุ้ม แอชเชอร์ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกมันตอนนี้ เพียงแค่เห็นรถถังจากระยะไกลก็น่าจะทำให้หลายคนที่เห็นภาพถ่ายของเขา ไม่กล้าบอกเขาเข้าไปยุ่ง แอชเชอร์จึงเริ่มพุ่งไปยังจุดที่ 3 เพื่อสำรวจ พลางฆ่ามอนสเตอร์ตัวเดียวระหว่างทางที่มันเข้ามาขวางการวิ่งของเขา
[แจ้งเตือน ตรวจพบโครงกระดูกมนุษย์จำนวน 12 ร่าง]
แอชเชอร์หยุดเท้าพลางมองจ้องไปยังจุดที่ระบบชี้เป้าให้เขาดู ปรากฎว่าห่างออกไปในจุดที่เขาต้องการเดินทางไปสำรวจสัญญาณขอความช่วยเหลือ มีซากศพทหาร แต่ซากศพเหล่านั้นไม่ใช่ซากศพใหม่ เป็นศพที่ตายมานานแล้วเพราะระบบแจ้งเตือนให้เขารู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในชุดเกราะผุพังว่าเป็นร่างโครงกระดูกของคน 12 คน
“ระบบสแกนรหัสบนชุดเกราะมาได้ไหม”
[ระบบไม่สามารถตรวจหารหัสบนชุดเกราะได้]
“งั้นเหรอ ไม่เป็นไรคงมีแต่ต้องเข้าไปดูด้วยตาตัวเอง”
แอชเชอร์ถ่ายรูปตำแหน่งที่มีร่างของทหารจำนวน 12 คนนอนตายกระจัดกระจายกันอยู่คนละตำแหน่ง บางร่างนอนอยู่บนพื้นด้วยสภาพร่างกายขาดออกจากกันเป็นสองส่วน บางร่างถูกตรึงเอาไว้บนต้นไม้ กระทั่งเขาเก็บภาพทุกๆอย่างได้แล้ว แอชเชอร์จึงได้ยื่นมือซ้ายไปข้างหน้าจนมีคันธนูดีดตัวออกมาจากแขนสร้างเป็นธนูขนาดใหญ่เตรียมให้เขาได้ยิง
แกล็บ~!
ชุดเกราะด้านหลังที่มีส่วนเสริมเป็นกระบอกบรรจุลูกธนูเปิดออกเผยให้เห็นธนูจำนวน 20 ดอก แอชเชอร์จึงขยับร่างกายเล็กน้อยแล้วนำลูกธนูหนึ่งดอกขึ้นมาขึงตึงกับเส้นเอ็นคันธนู
คลืด~!
เป้าหมายถูกเล็งไปยังหนึ่งในมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายกับเสือดาว สูง 3 เมตร บางครั้งพวกมันจะยืนสองขาเหมือนมนุษย์บางครั้งก็ก้มเดิน 4 ขา ระหว่างที่พวกมันกำลังนั่งเล่นอยู่ใกล้ๆกับจุดที่แอชเชอร์อยากจะเข้าไปสำรวจ สกิลเชี่ยวชาญธนูขั้นสูงก็เริ่มเปิดใช้งานพร้อมกับสกิลยิงต่อเนื่อง
ทันทีที่สายธนูขึงตึงแอชเชอร์ได้ปล่อยมือส่งลูกธนูให้พุ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว จังหวะที่ลูกธนูดอกแรกพุ่งออกไปมือของเขาก็เคลื่อนไหวไปเองด้วยความรวดเร็วตามการใช้งานสกิลยิงต่อเนื่องเพื่อนำลูกธนูจากด้านหลังมาขึ้นสายยิงอีกครั้ง ภายใต้การดึงสายธนูแต่ละครั้งแอชเชอร์ไม่ผิดหวังเลยเพราะมันรวดเร็วมาก เพียงแค่ 2 วินาที ธนูทั้ง 11 ดอกก็ได้พุ่งเข้าหามอนสเตอร์ทั้ง 11 ตัวที่กำลังนั่งเล่นได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน
ฉั๊วะฉั๊วะฉั๊วะฉั๊วะฉั๊วะฉั๊วะฉั๊วะ
เสียงทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อหนังดังออกมาจากเป้าหมายที่ถูกยิง มอนสเตอร์ทุกๆตัวที่ตกเป็นเป้าล้วนชักดิ้นอยู่บนพื้นก่อนจะตาย อย่างไรก็ตามลูกธนูดอกที่ 12 ที่พึ่งยิงออกไปกลับพลาดเป้าหมาย หลังจากที่มอนสเตอร์ 7 ดาวที่เป็นตัวสุดท้ายหลบลูกธนูของแอชเชอร์ได้ด้วยการใช้พลังความเร็วของมัน
พรึ่บ~!
ธนูอีกดอกพุ่งออกจากคันด้วยความรวดเร็ว แอชเชอร์กลับพบว่าเป้าหมายเคลื่อนตัวหลบธนูของเขาได้ทั้งๆที่ใช้งานสกิลเชี่ยวชาญธนู เขาจึงไม่ยอมเช่นกันพุ่งเข้าหามันพลางใช้ธนูยิงไปเรื่อยๆ
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ~!
เสียงยิงธนูดังมาจากระยะไกลปรากฎว่าลูกธนูทำได้เพียงแค่สร้างรอยถากบนผิวหนังของมันเท่านั้น ไม่ถึงขั้นทำให้ตาย แอชเชอร์จึงกระโดดเข้าไปหามันด้วยการยิงเช่นเดิม
“มาดูกันว่าแกจะหลบได้ไหม”
ทันทีที่ธนูหมดเป็นจังหวะเดียวกันกับแอชเชอร์เข้าถึงเป้าหมาย เขาจึงดึงขวานขนาดใหญ่ออกมาจากด้านหลังฟันกระแทกลงไปบนพื้นด้านหน้าหลังจากกระโดดเข้าหามอนสเตอร์หวังให้มันตาย แม้มันจะเป็นสายความเร็วเขากลับไม่สนเพราะแรงสั่นสะเทือนที่ระเบิดออกไปรอบตัวน่าจะสร้างความเสียหายให้มันได้ แต่แล้วเขากลับได้ยินเสียงสายฟ้าระเบิดออกมาจากเท้ามอนสเตอร์ก่อนที่เป้าหมายโจมตีของเขาจะพุ่งอ้อมไปด้านหลัง
ตู้ม~! เพล้ง~!
สกิลลำแสงขวานระเบิดไอเย็นออกมารอบๆพร้อมกับสร้างแท่งน้ำแข็งแทงออกไปรอบจุดที่เกิดการฟัน แอชเชอร์ที่พลาดและรู้ว่าถูกลอบเข้าด้านหลังจึงดึงขวานกลับมาด้วยพละกำลังสูงสุดฟันไปยังทิศที่มีการลอบโจมตี มอนสเตอร์ที่เห็นเป้าหมายตอบสนองต่อความเร็วของมันได้นี้จึงหยุดที่จะโจมตีเปลี่ยนไปเป็นพุ่งหลบเพื่อหาจังหวะเข้าไปสร้างบาดแผล
เพล้ง~! เพล้ง ตู้ม บรึ้ม เพล้ง~!
เสียงระเบิดของสกิลลำแสงอาวุธดังกระหึ่มเป็นช่วงๆพร้อมกับหน้าดินถูกทำลายกลายเป็นน้ำแข็ง ระหว่างที่ต่อสู้ตัวต่อตัวกับมอนสเตอร์นี้เอง แอชเชอร์ไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ดูเหมือนว่าชุดเกราะมาร์คเอทของเขาที่รวมเข้ากับค่าสถานะ 50 % จะทำให้เขาแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ 7ดาวที่พยายามจะฆ่า
เพล้ง~!
การโจมตีของแอชเชอร์ยังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆ พลางมองหาจุดอ่อนของมอนสเตอร์ที่กำลังพุ่งไปรอบๆ แม้มันจะเป็นมอนสเตอร์ธาตุสายฟ้า น้ำแข็งที่เขาปลดปล่อยออกไปรอบๆกลับกำลังทำให้มันมีความเร็วที่ลดลง