ไตรภพใช้พลังลมปราณอัดแน่นไปที่หมัดด้านขวาชกไปที่ตู้เซฟด้วยความรุนแรง ตู้เซฟเหล็กที่มีความหนาสามสิบเซนติเมตรถูกพลังหมัดชกจนสะเทือนหลุดออกมาเป็นแผ่น
“ไม่ใช่ทองไม่ใช่เงิน ไม่ใช่เพชรแฮะ เจ้านี่มันเก็บอะไรไว้”
จริง ๆ แล้วคงอินทร์มีเงินสดสองพันล้านบาทซึ่งแยกออกเป็นสองส่วนคือเงินสดของแก๊งพยัคฆ์ครามที่เอาไว้ใช้หมุนเวียนธุรกิจและเงินสดส่วนตัวที่เขานำเงินแค่หนึ่งพันล้านบาทไปประมูล ไม่ใช่เงินสองพันล้านบาทนั้นเขาคิดว่าเงินจำนวนนี้เพียงพอแล้ว
ปกติโสมหิมะอายุหนึ่งร้อยปีจะมีราคาอยู่ที่ต้นละสิบล้านบาทอายุห้าร้อยปีจะมีราคาที่ต้นละห้าสิบล้านบาทขึ้นไป เพราะฉะนั้นโสมอายุหนึ่งพันปีราคาคงจะไม่เกินสองร้อยล้านบาท แต่เขากลับคาดการณ์ผิดเพียงราคาประมูลเปิดมาก็สองร้อยล้านบาทแล้ว แถมยังไม่ใช่สามต้นแต่เป็นราคาของต้นเดียว
อีกหนึ่งเหตุผลของความประมาทนั่นคือไม่ว่าจะประมูลได้หรือไม่ได้ เขาก็สามารถแย่งชิงจากผู้ที่ประมูลมาจึงไม่น่าหวั่นวิตกอะไร ถ้าหากไม่เจอกับไตรภพเหตุการณ์ก็คงเป็นไปอย่างที่คงอินทร์คาดการณ์เอาไว้
ไตรภพหรี่ตามองของที่อยู่ในตู้เซฟเห็นกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง ไร้ปลอกใส่ ตัวกระบี่ถูกพันด้วยเชือกสีขาวบาง ๆไม่ได้ปิดด้ามกระบี่มิดชิด จึงเห็นลวดลายเล็กน้อย
ไตรภพแกะเชือกที่พันด้านกระบี่ออกเผยให้เห็นด้ามจับสีแดง มีลวดลายมังกรสองตัวคาบดวงอาทิตย์ ไอของความร้อนค่อย ๆแผ่พุ่งสู่มือไตรภพ
“กระบี่มังกรไฟทำไมมันมาอยู่ที่นี่”
กระบี่นี้ครั้งหนึ่งไตรภพเคยครอบครองก่อนที่จะบรรลุลมปราณชนชั้นสีรุ้งเนื่องจากได้รับสืบทอดเทพศาสตราจากอาจารย์ จึงจำใจต้องทิ้งกระบี่มังกรไฟลงหุบเหวสาเหตุเกิดจากเทพศาสตรานั้นมีอารมณ์ ความรู้สึกไม่ต้องการให้เจ้านายของมันมีศาสตราใด
กระบี่มังกรไฟเล่มนี้มีเรื่องราวต่างๆ มากมาย ไตรภพหลับตานึกย้อนไปในอดีตภาพที่เขาใช้กระบี่มังกรไฟฟาดฟันศัตรูคนแล้วคนเล่าผลักดันจนทำให้เขาก้าวขึ้นสู่จักรพรรดิเทพ เหนือดินแดนห้วงสุริยะทั้งปวง
กึก กึก
ดาบมังกรไฟในมือไตรภพสั่นไหวอย่างรุนแรงไตรภพสะดุ้งจากภวังค์มองดูกระบี่มังกรไฟด้วยอารมณ์หลากหลาย
“ข้าก็คิดถึงเจ้า… ข้าขอโทษที่ทิ้งเจ้าไป”
ความรู้สึกผิดถาโถมมาสู่จิตใจไตรภพวันนั้นเป็นอีกหนึ่งวันที่เขาตัดสินใจยากที่สุดในชีวิต แต่เพื่อปนิธานของอาจารย์เขาได้แต่ละทิ้งศาสตราวุธคู่กายเล่มนี้ไปก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิเทพผู้ครอบครองเทพศาสตรา
กระบี่มังกรไฟค่อยๆ หยุดสั่นก่อนที่จะเป็นปกติ ราวกับรับรู้ถึงความรู้สึกของชายหนุ่มไตรภพเหลือบไปเห็นมุมห้องมีกล่องใส่กีตาร์วางอยู่ จึงโยนกีตาร์ออกแล้วเอากระบี่ใส่เข้าไปแทน
“เห็นแก่ที่ฉันที่พบเจอดาบมังกรไฟและได้เงินมา ฉันจะไม่ฆ่าแกแล้วกัน”
ฟิ้ว
ไตรภพทะยานร่างออกจากคฤหาสน์เลขที่99 ไปลัดเลาะออกจากหมู่บ้าน กลับไปสู่ปั้มน้ำมันใช้การเดินปกติท่ามกลางผู้คนเดินสัญจรไปมาในปั้มน้ำมัน
ก๊อก ก๊อก
ไตรภพเคาะกระจกรถของตัวเองที่สตาร์ทอยู่เขมิกาสะดุ้งตกใจ เผลอปล่อยโทรศัพท์ตก รีบกุลีกุจอปลดล๊อครถให้กับชายหนุ่ม
“นายทำไมไปไวจังนายไปไหน ?”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอตกลงเธอมีอะไรก็รีบพูดมา ฉันไม่ว่างขนาดนั้น”
ไตรภพค่อยๆวางกระบี่มังกรไฟที่อยู่ในกล่องกีตาร์ลงที่เบาะด้านหลังหันไปมองเขมิกาด้วยสาตาเบื่อหน่าย เขาตั้งใจจะไปกินข้าวนอกบ้านกับครอบครัวแท้ ๆแต่ต้องมาเจอเรื่องยุ่งยากเช่นนี้
“นายนี่มันจองหองซะไม่มี”
“ถ้าเธอไม่พูดอะไรหาเรื่องฉันไปมาแบบนี้ ฉันจะขับรถไปส่งเธอที่โรงแรมแล้ว”
“เดี๋ยว ๆฉันพูด นายช่วย…”
“ช่วยอะไร ?”
ไตรภพยักคิ้วสายตามองไปที่เขมิกา เธออ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พูดติดอ่าง หลบสาตาของชายหนุ่มเขาได้แต่งงว่าตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่
“ตะแต่งงานกับฉันได้ไหม”
“!!!”
ไตรภพดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่ห่านมองเขมิกาอย่างไม่เข้าใจ ดูเหมือนประสาทหูของเขาจะผิดเพี้ยนไปแล้วเขาได้ยินหญิงสาวกำลังขอเขาแต่งงาน ?
“เธอว่าอะไรนะ”
“ฉันบอกว่า นายช่วยแต่งงานกับฉันหน่อยได้ไหม”
เขมิกาพูดอีกทีอย่างแผ่วเบาพยายามเงยหน้าเพื่อสบสายตากับไตรภพ เธอเห็นสายตาของเขามองเธอด้วยความไม่เข้าใจ
“เธอเป็นบ้าอะไรของเธอถึงแม้เราจะเคย…”
“หยุดพูดเลยฟังฉันก่อน คือ ฉันให้นายช่วยแต่งงานกับฉันปลอม ๆ เท่านั้น ฉันต้องการทะเบียนสมรส”
“ไร้สาระเธอไปจ้างใครก็ได้ไป ทำไมต้องเป็นฉัน ?”
ไตรภพย้อนถามเขมิกาทันทีหญิงสาวตรงหน้าใบหน้าสวย รูปร่างดี แถมยังร่ำรวย หากต้องการแต่งงานกับใครสักคนจริงๆ เพียงแค่เอ่ยปากคำเดียว ผู้ชายคงวิ่งตามขอความรักจากเธอเป็นฝูง
“ฉันต้องการให้เป็นนายเพราะ วันนั้น”
“พอเลยฉันขอปฏิเสธ”
ไตรภพปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเรื่องอะไรเขาต้องแต่งงานกับเธอ แม้จะเคยมีความสัมพันธ์ทางกายกันแต่มันก็เป็นเพียงอุบัติเหตุ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรักใด ๆ เลยเขาไม่ชอบความสัมพันธ์เช่นนี้
“ฉันมีข้อเสนอแค่สองปีเท่านั้น สองปี! แล้วฉันจะหย่า”
“ไม่ฉันไม่ต้องการ”
“ฟังฉันก่อนฉันยินดีจ้างนายด้วยเงินสิบล้านบาท”
เขมิกาเห็นทีท่าไตรภพจะปฏิเสธจึงรีบเอ่ยเสนอเงินให้ไตรภพทันที นิสัยของเธอเคยชินกับการเอาเงินซื้อเรื่องราวต่างๆ อยู่แล้ว จึงแสดงปฏิกิริยาเช่นนี้โดยอัตโนมัติ
“เงินเอาเงินฟาดหัวอีกแล้ว ? ฉันเกลียดนิสัยนี้ของเธอมาก เธอคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างแต่ไม่ใช่ซื้อคนอย่างฉันได้”
ไตรภพถอยหลังออกจากที่จอดรถขับรถออกไปนอกปั้มน้ำมันด้วยความเร็ว ไม่สนใจคำทัดทานใด ๆ จากเขมิกาเลย
“ยี่สิบล้าน”
“สามสิบล้าน”
“ห้าสิบล้าน”
เขมิกาพยายามเสนอตัวเลขให้กับชายหนุ่มซึ่งไตรภพไม่ได้เหลือบมองเธอเลย ตั้งหน้าตั้งตาขับรถไปยังโรงแรมให้เร็วที่สุด
“หนึ่งร้อยล้านนี่คือขีดสุดที่ฉันให้ได้”
เขมิกาเค้นเสียงคำว่า‘หนึ่งร้อยล้าน’ ออกมา เงินจำนวนนี้ช่างมหาศาลและยั่วยวนใจใครต่อใครได้ทั้งสาวสวยมาเป็นภรรยาและเงินเช่นนี้ ใครบ้างจะไม่เอา
“ต่อให้หนึ่งแสนล้านฉันก็ไม่เอาเธอหุบปากซักที”
แม้เขมิกาจะพยายามชักจูงไตรภพยังไงชายหนุ่มก็ไม่ได้ใจอ่อน ไตรภพขับรถจนมาจอดด้านข้างของรถ BMW Z4 สีดำของเขมิกา
“ลงรถไปได้แล้ว”
“เดี๋ยวก่อนนายฟังฉันก่อนได้ไหม”
“ฟัง ? มีอะไรต้องฟังฉันบอกว่าฉันไม่ต้องการ เธอสติดีรึเปล่า อยู่ ๆ จะให้ฉันแต่งงานด้วยนอกจากเราจะไม่ได้รักกันแล้ว ฉันยังคงเป็นนักศึกษาอยู่”
ไตรภพตะคอกใส่เขมิกาดูเหมือนใบหน้าของเธอจะสลดลง น้ำตาเริ่มคลอเบ้า มองไปที่ไตรภพด้วยสายตาอ้อนวอน
“พ่อพ่อของฉัน”
“…”
เขมิกาสะอื้นค่อย ๆ เล่าเรื่องราวให้กับไตรภพฟังในระหว่างที่ฟังใบหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปมาหลายต่อหลายครั้งจนกระทั่งเขมิกาเล่าจบ
“สรุปก็คือพ่อของเธอป่วยหนักอยากจะเห็นเธอแต่งงานก่อนเขาตาย เลยมาจ้างฉันให้แต่งงานหลอก ๆ กับพ่อของเธอ โอเคฉันพอเข้าใจ ฉันมีคำถาม”
“คำถามอะไร ?”
“เธอประมูลโสมหิมะพันปีไปทำไม”
ไตรภพตัดสินใจถามเขมิกาตรงๆ วันนี้เขาเห็นเธอประมูลโสมหิมะต้นที่สามด้วยความบ้าคลั่ง ราวกับต้องการมันมาก
“นายเห็นได้ยังไงนายอยู่ในห้องประมูล ?”
เขมิกาไม่เข้าใจเธอได้สำรวจรอบห้องประมูลแล้ว ในบรรดาผู้เข้าประชุมทั้งหนึ่งร้อยคนเธอมั่นใจได้แน่นอนว่าไตรภพไม่ได้อยู่ในห้องประมูล
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะตอบคำถามฉันมาได้แล้ว”
“มีคนบอกฉันว่าถ้าหากหาโสมหิมะอายุหนึ่งพันปีให้เขาได้เขาจะรักษาพ่อฉัน”
“รักษา ?ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าโสมหิมะพันปีสามารถรักษาโรคได้ถ้าช่วยบำรุงร่างกายบ้างยังพอเข้าใจ พ่อเธอป่วยเป็นโรคอะไรกันแน่”
“ฉันไม่รู้ฉันพาพ่อไปรักษาหลายโรงพยาบาลแล้ว แต่หมอก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้แม้แต่ทายาทของหมอเทวะอย่าง นพ.อุดมก็ได้แต่ส่ายหัวจู่ ๆ ก็มีใครบางคนส่งจดหมายมาหาฉันว่าสามารถรักษาพ่อฉันได้โดยมีโสมหิมะเป็นข้อแลกเปลี่ยน”
เขมิกาบอกเล่าเรื่องราวของเธอออกมาไตรภพได้แต่ถอนหายใจ ดูเหมือนหญิงสาวตรงหน้าจะถูกหลอกเสียแล้ว โสมหิมะจะไปรักษาโรคได้อย่างไร
“เอาแบบนี้เป็นไงถ้าฉันรักษาพ่อเธอได้ เธอยินดีจะยกโสมหิมะอายุหนึ่งพันปีที่เธอประมูลได้ให้ฉันได้ไหม”
“นายรักษาได้ ?เรื่องนี้ฉันไม่ตลกนะ มันคือความเป็นความตายของพ่อฉัน”
เขมิกาหายจากสะอื้นกล่าวออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว ชายหนุ่มตรงหน้าจะสามารถรักษาพ่อเธอได้อย่างไรกันโรคของพ่อเธอที่แม้แต่ทายาทหมอเทวะยังปฏิเสธที่จะรักษา แล้วเขาเป็นใครวิเศษมาจากไหน
“เอาเลขบัญชีเธอมา”
“เอาไปทำไม”
ไตรภพไม่ตอบคว้าโทรศัพท์ Iphoneของเธอแสกนใบหน้าเธอ เข้าไปที่แอปพลิเคชั่นธนาคาร
“ร่ำรวยไม่เบามีตั้งยี่สิบล้าน”
ไตรภพเห็นยอดเงินของเขมิกาอดที่จะพูดขึ้นมาไม่ได้ชายหนุ่มเอาโทรศัพท์มือถือของตนเองโอนเงินให้กับหญิงสาว
“ฉันโอนเงินให้เธอสามร้อยสิบล้านบาทเป็นค่าโสมที่เธอประมูลไปแล้ว”
ไตรภพคืนโทรศัพท์ให้กับเขมิกาเมื่อเธอกด Refresh ที่แอปพลิเคชันได้ขึ้นยอดเงินสามร้อยสามสิบล้าน เธอมองไตรภพอย่างตกใจ
“นะ นี่นาย”
“ทีนี้พอจะวางใจฉันได้รึยังถ้าฉันรักษาพ่อเธอไม่ได้ ฉันยินดียกเงินจำนวนนี้ให้เธอ ทั้งยังไม่เอาโสมหิมะด้วย”
สมองของเขมิกาหนักอึ้งพยายามใช้ความคิด เงินที่เธอมีอยู่แต่เดิมนั้นมีเพียงสามร้อยกว่าล้านเมื่อนำไปประมูลโสมหิมะ เธอเหลือเงินติดตัวแค่ยี่สิบล้านเท่านั้น เงินจำนวนนี้จะทำให้เธอขาดสภาพคล่องทางการเงินจนเข้าขั้นล้มละลายแต่เพื่อพ่อของเธอแล้ว เธอไม่ลังเลเลย
“ได้ฉันจะลองดู”
“วันนี้ฉันยังไม่สะดวกเธอแลก Lineกับฉันไว้แล้วกัน วันอาทิตย์หน้าฉันน่าจะว่างอยู่”
“งั้นตกลงตามนี้”
เมื่อพูดคุยกันเสร็จทั้งสองคนได้แยกย้ายกัน ไตรภพขับรถกลับไปที่บ้านตอนนี้ในใจของเขารู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก หากได้โสมหิมะอายุพันปีครบทั้งสามต้นเขาสามารถตัดผ่านไปสู่ลมปราณชนชั้นสีครามขั้นถัดไปได้เพียงชั่วข้ามคืน