Emperor of the Immortal God

    ตอนที่ 46 แต่งงานกับฉัน

    ไตรภพใช้พลังลมปราณอัดแน่นไปที่หมัดด้านขวาชกไปที่ตู้เซฟด้วยความรุนแรง ตู้เซฟเหล็กที่มีความหนาสามสิบเซนติเมตรถูกพลังหมัดชกจนสะเทือนหลุดออกมาเป็นแผ่น

     

    “ไม่ใช่ทองไม่ใช่เงิน ไม่ใช่เพชรแฮะ เจ้านี่มันเก็บอะไรไว้”

     

    จริง ๆ แล้วคงอินทร์มีเงินสดสองพันล้านบาทซึ่งแยกออกเป็นสองส่วนคือเงินสดของแก๊งพยัคฆ์ครามที่เอาไว้ใช้หมุนเวียนธุรกิจและเงินสดส่วนตัวที่เขานำเงินแค่หนึ่งพันล้านบาทไปประมูล ไม่ใช่เงินสองพันล้านบาทนั้นเขาคิดว่าเงินจำนวนนี้เพียงพอแล้ว

     

    ปกติโสมหิมะอายุหนึ่งร้อยปีจะมีราคาอยู่ที่ต้นละสิบล้านบาทอายุห้าร้อยปีจะมีราคาที่ต้นละห้าสิบล้านบาทขึ้นไป เพราะฉะนั้นโสมอายุหนึ่งพันปีราคาคงจะไม่เกินสองร้อยล้านบาท แต่เขากลับคาดการณ์ผิดเพียงราคาประมูลเปิดมาก็สองร้อยล้านบาทแล้ว แถมยังไม่ใช่สามต้นแต่เป็นราคาของต้นเดียว

     

    อีกหนึ่งเหตุผลของความประมาทนั่นคือไม่ว่าจะประมูลได้หรือไม่ได้ เขาก็สามารถแย่งชิงจากผู้ที่ประมูลมาจึงไม่น่าหวั่นวิตกอะไร ถ้าหากไม่เจอกับไตรภพเหตุการณ์ก็คงเป็นไปอย่างที่คงอินทร์คาดการณ์เอาไว้

     

    ไตรภพหรี่ตามองของที่อยู่ในตู้เซฟเห็นกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง ไร้ปลอกใส่ ตัวกระบี่ถูกพันด้วยเชือกสีขาวบาง ๆไม่ได้ปิดด้ามกระบี่มิดชิด จึงเห็นลวดลายเล็กน้อย

     

    ไตรภพแกะเชือกที่พันด้านกระบี่ออกเผยให้เห็นด้ามจับสีแดง มีลวดลายมังกรสองตัวคาบดวงอาทิตย์ ไอของความร้อนค่อย ๆแผ่พุ่งสู่มือไตรภพ

     

    “กระบี่มังกรไฟทำไมมันมาอยู่ที่นี่”

     

    กระบี่นี้ครั้งหนึ่งไตรภพเคยครอบครองก่อนที่จะบรรลุลมปราณชนชั้นสีรุ้งเนื่องจากได้รับสืบทอดเทพศาสตราจากอาจารย์ จึงจำใจต้องทิ้งกระบี่มังกรไฟลงหุบเหวสาเหตุเกิดจากเทพศาสตรานั้นมีอารมณ์ ความรู้สึกไม่ต้องการให้เจ้านายของมันมีศาสตราใด

     

    กระบี่มังกรไฟเล่มนี้มีเรื่องราวต่างๆ มากมาย ไตรภพหลับตานึกย้อนไปในอดีตภาพที่เขาใช้กระบี่มังกรไฟฟาดฟันศัตรูคนแล้วคนเล่าผลักดันจนทำให้เขาก้าวขึ้นสู่จักรพรรดิเทพ เหนือดินแดนห้วงสุริยะทั้งปวง

     

    กึก กึก

     

    ดาบมังกรไฟในมือไตรภพสั่นไหวอย่างรุนแรงไตรภพสะดุ้งจากภวังค์มองดูกระบี่มังกรไฟด้วยอารมณ์หลากหลาย

     

    “ข้าก็คิดถึงเจ้า… ข้าขอโทษที่ทิ้งเจ้าไป”

     

    ความรู้สึกผิดถาโถมมาสู่จิตใจไตรภพวันนั้นเป็นอีกหนึ่งวันที่เขาตัดสินใจยากที่สุดในชีวิต แต่เพื่อปนิธานของอาจารย์เขาได้แต่ละทิ้งศาสตราวุธคู่กายเล่มนี้ไปก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิเทพผู้ครอบครองเทพศาสตรา

     

    กระบี่มังกรไฟค่อยๆ หยุดสั่นก่อนที่จะเป็นปกติ ราวกับรับรู้ถึงความรู้สึกของชายหนุ่มไตรภพเหลือบไปเห็นมุมห้องมีกล่องใส่กีตาร์วางอยู่ จึงโยนกีตาร์ออกแล้วเอากระบี่ใส่เข้าไปแทน

     

    “เห็นแก่ที่ฉันที่พบเจอดาบมังกรไฟและได้เงินมา ฉันจะไม่ฆ่าแกแล้วกัน”

     

    ฟิ้ว

     

    ไตรภพทะยานร่างออกจากคฤหาสน์เลขที่99 ไปลัดเลาะออกจากหมู่บ้าน กลับไปสู่ปั้มน้ำมันใช้การเดินปกติท่ามกลางผู้คนเดินสัญจรไปมาในปั้มน้ำมัน

     

    ก๊อก ก๊อก

     

    ไตรภพเคาะกระจกรถของตัวเองที่สตาร์ทอยู่เขมิกาสะดุ้งตกใจ เผลอปล่อยโทรศัพท์ตก รีบกุลีกุจอปลดล๊อครถให้กับชายหนุ่ม

     

    “นายทำไมไปไวจังนายไปไหน ?”

     

    “ไม่ใช่เรื่องของเธอตกลงเธอมีอะไรก็รีบพูดมา ฉันไม่ว่างขนาดนั้น”

     

    ไตรภพค่อยๆวางกระบี่มังกรไฟที่อยู่ในกล่องกีตาร์ลงที่เบาะด้านหลังหันไปมองเขมิกาด้วยสาตาเบื่อหน่าย เขาตั้งใจจะไปกินข้าวนอกบ้านกับครอบครัวแท้ ๆแต่ต้องมาเจอเรื่องยุ่งยากเช่นนี้

     

    “นายนี่มันจองหองซะไม่มี”

     

    “ถ้าเธอไม่พูดอะไรหาเรื่องฉันไปมาแบบนี้ ฉันจะขับรถไปส่งเธอที่โรงแรมแล้ว”

     

    “เดี๋ยว ๆฉันพูด นายช่วย…”

     

    “ช่วยอะไร ?”

     

    ไตรภพยักคิ้วสายตามองไปที่เขมิกา เธออ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พูดติดอ่าง หลบสาตาของชายหนุ่มเขาได้แต่งงว่าตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่

     

    “ตะแต่งงานกับฉันได้ไหม”

     

    “!!!”

     

    ไตรภพดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่ห่านมองเขมิกาอย่างไม่เข้าใจ ดูเหมือนประสาทหูของเขาจะผิดเพี้ยนไปแล้วเขาได้ยินหญิงสาวกำลังขอเขาแต่งงาน ?

     

    “เธอว่าอะไรนะ”

     

    “ฉันบอกว่า นายช่วยแต่งงานกับฉันหน่อยได้ไหม”

     

    เขมิกาพูดอีกทีอย่างแผ่วเบาพยายามเงยหน้าเพื่อสบสายตากับไตรภพ เธอเห็นสายตาของเขามองเธอด้วยความไม่เข้าใจ

     

    “เธอเป็นบ้าอะไรของเธอถึงแม้เราจะเคย…”

     

    “หยุดพูดเลยฟังฉันก่อน คือ ฉันให้นายช่วยแต่งงานกับฉันปลอม ๆ เท่านั้น ฉันต้องการทะเบียนสมรส”

     

    “ไร้สาระเธอไปจ้างใครก็ได้ไป ทำไมต้องเป็นฉัน ?”

     

    ไตรภพย้อนถามเขมิกาทันทีหญิงสาวตรงหน้าใบหน้าสวย รูปร่างดี แถมยังร่ำรวย หากต้องการแต่งงานกับใครสักคนจริงๆ เพียงแค่เอ่ยปากคำเดียว ผู้ชายคงวิ่งตามขอความรักจากเธอเป็นฝูง

     

    “ฉันต้องการให้เป็นนายเพราะ วันนั้น”

     

    “พอเลยฉันขอปฏิเสธ”

     

    ไตรภพปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเรื่องอะไรเขาต้องแต่งงานกับเธอ แม้จะเคยมีความสัมพันธ์ทางกายกันแต่มันก็เป็นเพียงอุบัติเหตุ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรักใด ๆ เลยเขาไม่ชอบความสัมพันธ์เช่นนี้

     

    “ฉันมีข้อเสนอแค่สองปีเท่านั้น สองปี! แล้วฉันจะหย่า”

     

    “ไม่ฉันไม่ต้องการ”

     

    “ฟังฉันก่อนฉันยินดีจ้างนายด้วยเงินสิบล้านบาท”

     

    เขมิกาเห็นทีท่าไตรภพจะปฏิเสธจึงรีบเอ่ยเสนอเงินให้ไตรภพทันที นิสัยของเธอเคยชินกับการเอาเงินซื้อเรื่องราวต่างๆ อยู่แล้ว จึงแสดงปฏิกิริยาเช่นนี้โดยอัตโนมัติ

     

    “เงินเอาเงินฟาดหัวอีกแล้ว ? ฉันเกลียดนิสัยนี้ของเธอมาก เธอคิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างแต่ไม่ใช่ซื้อคนอย่างฉันได้”

     

    ไตรภพถอยหลังออกจากที่จอดรถขับรถออกไปนอกปั้มน้ำมันด้วยความเร็ว ไม่สนใจคำทัดทานใด ๆ จากเขมิกาเลย

     

    “ยี่สิบล้าน”

     

    “สามสิบล้าน”

     

    “ห้าสิบล้าน”

     

    เขมิกาพยายามเสนอตัวเลขให้กับชายหนุ่มซึ่งไตรภพไม่ได้เหลือบมองเธอเลย ตั้งหน้าตั้งตาขับรถไปยังโรงแรมให้เร็วที่สุด

     

    “หนึ่งร้อยล้านนี่คือขีดสุดที่ฉันให้ได้”

     

    เขมิกาเค้นเสียงคำว่า‘หนึ่งร้อยล้าน’ ออกมา เงินจำนวนนี้ช่างมหาศาลและยั่วยวนใจใครต่อใครได้ทั้งสาวสวยมาเป็นภรรยาและเงินเช่นนี้ ใครบ้างจะไม่เอา

     

    “ต่อให้หนึ่งแสนล้านฉันก็ไม่เอาเธอหุบปากซักที”

     

    แม้เขมิกาจะพยายามชักจูงไตรภพยังไงชายหนุ่มก็ไม่ได้ใจอ่อน ไตรภพขับรถจนมาจอดด้านข้างของรถ BMW Z4 สีดำของเขมิกา

     

    “ลงรถไปได้แล้ว”

     

    “เดี๋ยวก่อนนายฟังฉันก่อนได้ไหม”

     

    “ฟัง ? มีอะไรต้องฟังฉันบอกว่าฉันไม่ต้องการ เธอสติดีรึเปล่า อยู่ ๆ จะให้ฉันแต่งงานด้วยนอกจากเราจะไม่ได้รักกันแล้ว ฉันยังคงเป็นนักศึกษาอยู่”

     

    ไตรภพตะคอกใส่เขมิกาดูเหมือนใบหน้าของเธอจะสลดลง น้ำตาเริ่มคลอเบ้า มองไปที่ไตรภพด้วยสายตาอ้อนวอน

     

    “พ่อพ่อของฉัน”

     

    “…”

     

    เขมิกาสะอื้นค่อย ๆ เล่าเรื่องราวให้กับไตรภพฟังในระหว่างที่ฟังใบหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปมาหลายต่อหลายครั้งจนกระทั่งเขมิกาเล่าจบ

     

    “สรุปก็คือพ่อของเธอป่วยหนักอยากจะเห็นเธอแต่งงานก่อนเขาตาย เลยมาจ้างฉันให้แต่งงานหลอก ๆ กับพ่อของเธอ โอเคฉันพอเข้าใจ ฉันมีคำถาม”

     

    “คำถามอะไร ?”

     

    “เธอประมูลโสมหิมะพันปีไปทำไม”

     

    ไตรภพตัดสินใจถามเขมิกาตรงๆ วันนี้เขาเห็นเธอประมูลโสมหิมะต้นที่สามด้วยความบ้าคลั่ง ราวกับต้องการมันมาก

     

    “นายเห็นได้ยังไงนายอยู่ในห้องประมูล ?”

     

    เขมิกาไม่เข้าใจเธอได้สำรวจรอบห้องประมูลแล้ว ในบรรดาผู้เข้าประชุมทั้งหนึ่งร้อยคนเธอมั่นใจได้แน่นอนว่าไตรภพไม่ได้อยู่ในห้องประมูล

     

    “เรื่องนั้นช่างมันเถอะตอบคำถามฉันมาได้แล้ว”

     

    “มีคนบอกฉันว่าถ้าหากหาโสมหิมะอายุหนึ่งพันปีให้เขาได้เขาจะรักษาพ่อฉัน”

     

    “รักษา ?ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าโสมหิมะพันปีสามารถรักษาโรคได้ถ้าช่วยบำรุงร่างกายบ้างยังพอเข้าใจ พ่อเธอป่วยเป็นโรคอะไรกันแน่”

     

    “ฉันไม่รู้ฉันพาพ่อไปรักษาหลายโรงพยาบาลแล้ว แต่หมอก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้แม้แต่ทายาทของหมอเทวะอย่าง นพ.อุดมก็ได้แต่ส่ายหัวจู่ ๆ ก็มีใครบางคนส่งจดหมายมาหาฉันว่าสามารถรักษาพ่อฉันได้โดยมีโสมหิมะเป็นข้อแลกเปลี่ยน”

     

    เขมิกาบอกเล่าเรื่องราวของเธอออกมาไตรภพได้แต่ถอนหายใจ ดูเหมือนหญิงสาวตรงหน้าจะถูกหลอกเสียแล้ว โสมหิมะจะไปรักษาโรคได้อย่างไร

     

    “เอาแบบนี้เป็นไงถ้าฉันรักษาพ่อเธอได้ เธอยินดีจะยกโสมหิมะอายุหนึ่งพันปีที่เธอประมูลได้ให้ฉันได้ไหม”

     

    “นายรักษาได้ ?เรื่องนี้ฉันไม่ตลกนะ มันคือความเป็นความตายของพ่อฉัน”

     

    เขมิกาหายจากสะอื้นกล่าวออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว ชายหนุ่มตรงหน้าจะสามารถรักษาพ่อเธอได้อย่างไรกันโรคของพ่อเธอที่แม้แต่ทายาทหมอเทวะยังปฏิเสธที่จะรักษา แล้วเขาเป็นใครวิเศษมาจากไหน

     

    “เอาเลขบัญชีเธอมา”

     

    “เอาไปทำไม”

     

    ไตรภพไม่ตอบคว้าโทรศัพท์ Iphoneของเธอแสกนใบหน้าเธอ เข้าไปที่แอปพลิเคชั่นธนาคาร

     

    “ร่ำรวยไม่เบามีตั้งยี่สิบล้าน”

     

    ไตรภพเห็นยอดเงินของเขมิกาอดที่จะพูดขึ้นมาไม่ได้ชายหนุ่มเอาโทรศัพท์มือถือของตนเองโอนเงินให้กับหญิงสาว

     

    “ฉันโอนเงินให้เธอสามร้อยสิบล้านบาทเป็นค่าโสมที่เธอประมูลไปแล้ว”

     

    ไตรภพคืนโทรศัพท์ให้กับเขมิกาเมื่อเธอกด Refresh ที่แอปพลิเคชันได้ขึ้นยอดเงินสามร้อยสามสิบล้าน เธอมองไตรภพอย่างตกใจ

     

    “นะ นี่นาย”

     

    “ทีนี้พอจะวางใจฉันได้รึยังถ้าฉันรักษาพ่อเธอไม่ได้ ฉันยินดียกเงินจำนวนนี้ให้เธอ ทั้งยังไม่เอาโสมหิมะด้วย”

     

    สมองของเขมิกาหนักอึ้งพยายามใช้ความคิด เงินที่เธอมีอยู่แต่เดิมนั้นมีเพียงสามร้อยกว่าล้านเมื่อนำไปประมูลโสมหิมะ เธอเหลือเงินติดตัวแค่ยี่สิบล้านเท่านั้น เงินจำนวนนี้จะทำให้เธอขาดสภาพคล่องทางการเงินจนเข้าขั้นล้มละลายแต่เพื่อพ่อของเธอแล้ว เธอไม่ลังเลเลย

     

    “ได้ฉันจะลองดู”

     

    “วันนี้ฉันยังไม่สะดวกเธอแลก Lineกับฉันไว้แล้วกัน วันอาทิตย์หน้าฉันน่าจะว่างอยู่”

     

    “งั้นตกลงตามนี้”

     

    เมื่อพูดคุยกันเสร็จทั้งสองคนได้แยกย้ายกัน ไตรภพขับรถกลับไปที่บ้านตอนนี้ในใจของเขารู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก หากได้โสมหิมะอายุพันปีครบทั้งสามต้นเขาสามารถตัดผ่านไปสู่ลมปราณชนชั้นสีครามขั้นถัดไปได้เพียงชั่วข้ามคืน

     

    คล้ายกับเรื่องEmperor of the Immortal God ที่คุณอ่าน