ฮาเวสพูดปลุกเร้าอารมณ์รวมไปถึงจิตวิญญาณในการต่อสู้ของทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมขึ้นมา หลังจากฮาเวสพูดจบการประชุมยังคงดำเนินต่อไป ทุกคนต่างเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับสงครามที่กำลังจะมาถึง ระดมความคิดและพยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสงครามก่อนหน้านี้ การประชุมกลายเป็นทุกคนต่างร่วมมือและพูดคุยกันอย่างดุเดือดไปจนดึกการประชุมถึงเลิก
"ข้ารู้ว่าทุกคนต้องการที่จะเห็นความสามารถของชายคนนั้น แต่ข้าบอกกับพวกท่านตรงนี้ได้เลยว่าท่านจะไม่ได้เห็นความสามารถจริงๆของเขาอย่างแน่นอน ข้าเคารพการตัดสินใจของเสียงส่วนมากจึงไม่เลือกที่จะต่อต้าน พูดตรงๆการทำเช่นนี้มันจะไม่เป็นผลดีต่อคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นตัวแทนของพวกท่านในอนาคตเลย" ฮาเวสพูดปิดท้ายก่อนที่การประชุมจะจบลง ความจริงเขาต้องการจะพูดว่าให้ตัวเขาเข้าร่วมคัดเลือกแทนบางทีอาจจะดีเสียกว่า แต่พูดไปก็เปล่าประโยชน์เขาจึงกล่าวขอบคุณและปิดการประชุมแทน
ท้องฟ้ามืดมิด แต่วันนี้กับไม่ค่อยมีก้อนเมฆปกคลุมมากนัก เผยให้เห็นดวงดาวส่องสว่าง ภายใต้ค่ำคืนอันเงียบสงบ เสียงรถยนต์คันสุดท้ายค่อยๆจางหายออกไปจากคฤหาสน์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของกองทัพ ดวงไฟบางดวงถูกดับลงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้งานแสงสว่างมากมายเหมือนก่อนหน้า
ฮาเวสยืนมองท้องฟ้าอยู่ด้านบนหลังคาของคฤหาสน์ ภายใต้ความมืดมิดปรากฏร่างของชายชราขึ้นภายใต้ความว่างเปล่า ฮาเวสหันมองไม่มีท่าทีตกใจแต่อย่างใด เหมือนกับว่ากำลังยืนรออีกฝ่ายอยู่ก่อนแล้ว ฮาเวสค่อนข้างอารมณ์ดีในวันนี้เขาจึงรู้สงบกว่าปกติ แต่เมื่อมองไปที่ใบหน้าของชายชราที่ดูตึงเครียด ใบหน้าของฮาเวสเองก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง
การสนทนาของทั้งสองฝ่ายใช้เวลานับชั่วโมง ก่อนจะแยกย้ายกันไป
เช้าวันต่อมา หลินตื่นเร็วกว่าปกติ เนื่องจากเมื่อวานเขานอนค่อนข้างเร็ว พอออกจากห้องมาเขาก็พอกับเรเชลและฟีร่านั่งอยู่ที่ห้องรับแขก หลินได้ฟังเรื่องดันเจี้ยนพิเศษและการคัดเลือกในวันพรุ่งนี้รวมถึงตัวที่เขาต้องเข้าคัดเลือกด้วย เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจเพราะทราบมาก่อนแล้ว ส่วนเลือกที่เขาจะต้องคัดเลือกหรือไม่คัดเลือก ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
เรเชลและฟีร่า ถูกเรียกตัวกับตระกูลเพื่อไปทำการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเข้าร่วมการคัดเลือกรวมไปถึงการฝึกซ้อมที่มีเวลาเหลืออีกเพียงวันนี้วันเดียวเพื่อเตรียมตัว หลินไม่ได้ห้ามทั้งสอนคน เขาบอกแค่ว่าพวกเธอจะต้องเข้าคัดเลือกด้วย เพราะเขาเองก็จะเข้าร่วมด้วยเช่นกัน โอกาสเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ หากมันมีโอกาสที่จะช่วยให้เขาแข็งแกร่งมากขึ้น เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธมัน
สงครามใกล้เข้ามาแล้ว หลินได้รับข้อมูลจากฮาเวสผ่านข้อความ เขารู้ศักยภายภาพของตัวเองดี แต่เขาไม่รู้ศักยภาพของศัตรู เรื่องราวในสงครามที่ถูกบันทึกไว้ก็ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก หากสงครามยังเป็นแบบนี้ต่อไป แม้จะกินเวลาได้อีกหลายปี แต่สุดท้ายแล้วก็ยังคงพ่ายแพ้ในที่สุด แม้ว่าตัวเขาจะทรงพลังหรือแข็งแกร่งขนาดไหน เขาก็ยังไม่เคยเข้าร่วมสงคราม เขาจึงไม่มีความมั่นใจมากนัก ดังนั้นจึงต้องฝึกฝนและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
หลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เขามองไปที่ข้อความที่เขาเปิดขึ้นมาอ่านหลายต่อหลายครั้ง หลังจากที่เขาออกจากสถาบันวาเดลเข้าร่วมกองทัพ เขาก็ไม่ได้ติดต่อเพื่อนในสถาบันวาเดลแม้แต่คนเดียว จนเวลาผ่านมาหนึ่งเดือน เทียร์ได้ทักข้อความเขามาถามว่าทำไมไม่ติดต่อมาบ้าง
ในตอนนั้นเองหัวใจของเขาก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ ก่อนจะตอบอีกฝ่ายและหลังจากนั้นพวกเขาก็คุยกันผ่านข้อความาโดยตลอดจนถึงตอนนี้ ทุกๆวันเขามักจะหยิบโทรศัท์ขึ้นมาเช็คข้อความเสมอ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงข้อความเข้า เขากับรู้สึกมีความสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
หลินอ่านเมลที่พ่อส่งมา ซึ่งส่วนมากจะเป็นรูปภาพ เขาไม่ได้โทรหาครอบครัว เพราะเมื่อวานเขาได้โทรไปแล้วและพ่อของเขาบอกว่าจะส่งรูปมาให้ดูวันนี้ บ้านหลังใหญ่ที่เขาซื้อเอาไว้ค่อนข้างอบอุ่นเนื่องจากมีคนเพิ่มเข้ามา เงินที่เขาเคยให้พ่อกับแม่เอาไว้อย่างเหลืออยู่อีกมาก แต่หลินก็ยังคงส่งเป็นเงินประจำไปให้ทุกเดือน
หลินเก็บโทรศัพท์ก่อนจะเรียก หอกแทนช่วงเวลาที่นึกถึง ขึ้นมา ความจริงเขาต้องการจะเอามันให้เรเชลตั้งนานแล้ว แต่ว่าระดับของมันยังเป็นแค่ระดับโกล แถมยังเป็นแค่ขั้นสูง ตอนนี้เขามีแร่ระดับอเมทิสต์อย่างเหลือเฟือ แถมความสามารถในการสร้างของเขาก็เพิ่มขึ้นจนสามารถสร้างทุกอย่างให้อยู่ในขั้นสุดยอดได้แล้ว
พรุ่งนี้จะมีการคัดเลือก ฟีร่าที่มีดาบของจอมเวทต์มนดำที่เขาได้สร้างขึ้นจะต้องผ่านการคัดเลือกอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนเรเชลเขาไม่ได้จะดูถูกความสามารถของเธอ แต่การคัดเลือกเพียงสิบคนเขากับไม่คิดว่าเธอจะผ่านเข้าได้ง่ายนัก ซึ่งหากเธอไม่ผ่านและเขายังดึงดันให้เธอได้เข้าร่วมดันเจี้ยนพิเศษไปด้วย แน่นอนว่าย่อมไม่มีใครยอมรับในเรื่องนี้ได้
หลินถือหอกก่อนจะเดินไปห้องที่ถูกสร้างเอาไว้สำหรับเขาโดยเฉพาะ แน่นอนว่ามันต้องไม่มีปัญหาอะไรเพราะที่พักเขาของยังเหลือห้องว่างอยู่อีกมาก ตึกที่เขาได้ซื้อเอาไว้ก็ไม่ได้ถูกใช้อีกต่อไป การเคลื่อนไหวของเขาถูกจับตามองโดยตลอด ดังนั้นการไปที่นั่นเพื่อทำอะไรบางอย่างแทนที่จะเป็นความลับ กลับกลายเป็นการเปิดเผยเสียเปล่าๆ
หอกแทนช่วงเวลาที่นึกถึง ถูกตั้งเอาไว้เพื่อเป็นต้นแบบ ก่อนที่หลินจะใช้เงินเปลวไฟสีเหลืองเพื่อสร้างอุปกรณ์ในการสร้างอาวุธอีกที ภายใต้การจ้องมองของเจ้ามังกรน้อยที่เดินชายหนุ่มมา
มังกรน้อยไม่กลัวความร้อน การอยู่ในห้องจึงไม่เป็นปัญหาอะไรสำหรับมัน หลินลงมือสร้างหอก เนื่องจากมันเป็นแร่ระดับอเมทิสย์ และเขายังใส่ทักษะเสริมเข้าไปด้วย ทำให้การสร้างมันขึ้นมาจำเป็นต้องใช้เวลาและความพิถีพิถันเป็นพิเศษ ทักษะระดับอเมทิตย์ที่เขาเลือกมาก็เป็นทักษะที่เขาเก็บเอาไว้เพื่อสร้างหอกเล่มนี้โดยเฉพาะ
เวลากว่าสองชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่หอกกำลังจะสร้างเสร็จนั้นเอง หอกแทนช่วงเวลาที่นึกถึงได้ลอยขึ้นและพุ่งเข้ามาห้องที่กำลังถูกสร้าง เหมือนกับว่ามันถูกแรงดึงดูดของหอกที่หลินได้สร้างขึ้นมาใหม่ดูดเข้ามา ก่อนที่มันจะรวมหลวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในที่สุด