ระบบฝึกฝนสัตว์อสูร

    บทที่ 55 ขัดขวาง

            บทที่ 55

            ขัดขวาง

            “ ผัวะ!!!  ”  คลื่นลมปราณอันรุนแรงอาจกระแทกเข้าที่ร่างกายของมัน 

            ชายชุดดำที่เป็นยอดฝีมือระดับห้าโดนลมปราณอันแข็งแกร่งอัดกระแทกเข้าที่ร่างกาย

            ลมปราณอันแข็งแกร่งอาจกระแทกเข้าที่ร่างกายทำให้ร่างกายของมันกระเด็นออกมาจากจุดนั้นหลาย10 เมตร

            ร่างกายของมันกระเด็นไปบริเวณด้านหลังจนร่างกายไปติดอยู่กับต้นไม้ใหญ่

            ร่างกายที่กระเด็นออกไปและติดกับต้นไม้ใหญ่ค่อยๆยืดตัวของตนเองตรงขึ้นมันใช้ดวงตาจ้องมองไปที่ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้า

            ชายร่างกายสูงสองเมตรผู้นี้แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังมองตรงไปก็เห็นร่างของบุรุษรูปงามพูดถึงที่สวมใส่อาภรณ์สีดำสนิทยืนอยู่เบื้องหน้า

            อี้หลงเซียนยืนอยู่เบื้องหน้าของมันเว้นวรรคนางปรากฏกายออกมาแล้วใช้ลมปราณจากฝ่ามือกระแทกใส่ร่างกายของคนผู้นั้น

            ในตอนนี้ตำแหน่งที่กำลังยืนอยู่เป็นตำแหน่งของชายผู้นั้นก่อนหน้านี้

            พี่หลงเซียนใช้ดวงตามองตรงไปที่มันก่อนที่จะพูดขึ้นมา “ รับฝ่ามือของข้าได้ด้วยคนที่รับฝ่ามือของข้าได้และก็ร่างกายไม่ได้รับบาดเจ็บเช่นนั้นหาเจอได้ยากแล้ว”

            ใช้ร่างกายสูง2 เมตรคู่นั้นยืดตัวตรงขึ้นเมื่อครู่มันโดนฝ่ามือของนางโจมตีเข้ามาบริเวณร่างกาย

            แต่ว่ามันสามารถรับฝ่ามือหันเอาไว้ได้ในช่วงเวลาพริบตาที่การโจมตีนั้นพรุ่งทะยานเข้ามา

            ร่างกายของมันที่กำลังจะโจมตีและปิดฉากสัตว์อสูรตอนนี้ก็เปลี่ยนการเป็นตั้งรับอย่างรวดเร็ว

            ร่างกายออกมาในตอนนี้ไม่มีบาดแผลให้เห็นก็จริงอยู่แต่ว่าภายในร่างกายจะบอบช้ำภายในอยู่ไม่น้อย

            เพียงแค่ปรากฏกายออกมาชายวัยกลางคนผู้นี้ก้อรู้ได้ในทันทีว่าบุรุษวัยเยาว์ที่อยู่เบื้องหน้าและเป็นยอดฝีมือที่มีระดับสูงกว่ามั้ง

            แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายมีระดับฝีมือที่สูงกว่ามันแต่แน่นอนว่ามันนั้นไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย

            ด้านหลังของอี้หลงเซียนจางหมิงปรากฏกายขึ้นแล้วก็จ้องมองร่างของจิ้งจอกมายาสามหาวที่อยู่ที่พื้น

            แววตาในตอนนี้เต็มไปด้วยความเป็นห่วงมองดูร่างกายของมันที่ปรากฏให้เห็นเต็มไปด้วยบาดแผล

            ความสง่างามที่เคยเห็นในตอนแรกที่พบเจอมันไม่มีอยู่เลยแม้แต่น้อย

            ชายวัยกลางคนร่างกายสูง2 เมตรที่ยืนอยู่ตรงต้นไม้ห่างออกไปมันแสดงใบหน้าจริงจังแล้วก็พูดถามขึ้นมากับพวกเขาทั้งสองที่ปรากฏกายขึ้น “ พวกเจ้าเป็นผู้ใดกันแล้วเหตุใดถึงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้? ”

            โดยทั่วไปการล่าสัตว์อสูรสำหรับเราจอมยุทธ์จะรู้ดีว่าผู้คนส่วนใหญ่ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเหยื่อการล่าของผู้อื่น

            ในตอนนี้เมื่อเห็นว่าคนพวกนี้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับยาคาร่าของมันมันจึงรู้สึกสงสัยแล้วก็เอ่ยถามขึ้นมา

            อี้หลงเซียนยิ้มจากนั้นก็พูดขึ้น “ ข้าถูกใจเจ้าจิ้งจอกมายาตนนี้เลยอยากได้ข้าอยากได้เพราะแบบนั้นก็เลยเข้ามาชิงมา ”

            เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดออกมาเช่นนั้นชายวัยกลางคนผู้นั้นสวนกลับมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “ กฎของยุทธภพเหยื่อของผู้อื่นไม่มีสิทธิ์เข้ายุ่ง”

            อี้หลงเซียนแสดงใบหน้านิ่งเฉยนางเอียงคอไปทางด้านขวาเล็กน้อยใช้ดวงตามองไปที่มันพร้อมกับเอ่ยขึ้นมา “ น่าเสียดายที่ว่าตัวของข้าคิดว่ากฎของยุทธภพมันก็คือข้าเอง ” 

            นางพุ่งทะยานออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วหลังจากที่พูดจบ 

            ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วคำพูดก่อนหน้านี้ที่พูดออกไปก็เป็นการแสดงความยืนยันและความคิดของตนเองได้แล้วว่านางไม่ให้

            ชายผู้นั้นตั้งท่าอย่างจริงจังมันแสดงใบหน้าที่เคร่งขรึมรตั้งรับการโจมตีที่จะมาถึงในอีกไม่กี่ลมหายใจ

            อย่างไรเสียคนผู้นี้ก็ไม่คิดหนีมองเห็นชายชุดดำที่อยู่เบื้องหน้าพุ่งทะยานมามันชักดาบของตนเองขึ้นเตรียมพร้อมตั้งรับ

            อี้หลงเซียนด้วยระยะห่างหลายเมตรเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วพริบตาเดียวไปประชิดร่างกายของคนผู้นั้น

            ร่างกายเคลื่อนที่เข้าไปประชิดนางทำท่าทีว่าจะโจมตีเป็นเส้นตรงเข้าทางด้านหน้า

            ชายผู้นั้นเลยตั้งดาบของตนเองเป็นแนวนอนต้องรับการโจมตีทะยานเข้ามา

            แต่เมื่อมองเห็นว่าการโจมตีพุ่งทะยานเข้ามาอย่างตรงตรงนั้นอยู่อยู่ก็เปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว

            อี้หลงเซียนล่อหลอกมันนางตั้งใจจะแสดงแสดงท่าทางโจมตีด้านหน้าแต่ในกระพริบตาเดียวไปปรากฏกายอยู่ด้านหลัง

            นางไปปรากฏกายอยู่บริเวณด้านหลังอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ใช้ฝ่ามือซัดเข้าที่แผ่นหลังของมัน 

            ฝ่ามือแหวกอากาศลมปราณอันแข็งแกร่งห่อหุ้มฝ่ามือนั้นเอาไว้โจมตีใส่แผ่นหลัง

            แต่ว่าในขณะที่ฝ่ามือกำลังพุ่งทะยานเข้าไปชายผู้นั้นมันได้เปลี่ยนทิศทางของดาบพุ่งทะยานมารับการโจมตีจากด้านหลังด้วยท่วงท่าที่สมบูรณ์แบบ “ ปั้ง!!! ”

            ลมปราณจากฝ่ามือกระทกเข้าที่ดาบเหล็กของมัน

            เมื่อลมปราณจากความมืดอาจกระแทกเข้าที่ดาบเหล็กที่มันนำเอามารับการโจมตีทำให้ร่างกายของคนผู้นั้นกระเด็นออกมา

            การโจมตีอัดกระแทกเข้าไปที่ดาบเล็กแทนที่จะนอนร่างกายเต็มๆ

            มันเลยทำให้ชายผู้นั้นกระเด็นออกไปจากบริเวณนั้นโดยที่บาดเจ็บไม่มาก

            ร่างกายของมันที่กระเด็นออกไปกระเด็นเกลือกกลิ้งไปกับพื้นโดยมานั้นกระโดดขึ้นมาแล้วก็รอตั้งรับการโจมตีถัดไป

            อี้หลงเซียนไม่ได้สิ้นสุดการโจมตีเพียงแค่นั้นเมื่อเห็นว่ามันสามารถตั้งรับการโจมตีได้นางยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาจากนั้นก็ปล่อยฝ่ามือผ่านอากาศพุ่งทะยานไปเป็นเส้นตรง

            ระยะห่างนับ10 เมตรลมปราณของนางที่ปล่อยออกมาจากฝ่ามือพุ่งทะยานเข้าไปกระแทกใส่ร่างกายของคนผู้นั้น

            “ ตรึง!!! ” การโจมตีอันรุนแรงอาจเกิดให้เขาไปอย่างเต็มเต็ม

            ชายผู้นั้นกระเด็นออกไปอีกหลาย10 เมตรหลังจากที่โดนการโจมตีสองครั้งต่อเนื่อง

            ร่างกายของมันตั้งหลักได้อีกครั้งเท้าทั้งสองข้างเหยียบลงที่พื้นอย่างเต็มแรงแล้วก็ใช้ดาบเหล็กภายในเมืองปักลงไปในพื้นเพื่อยันร่างกายของตนเองเอาไว้

            ร่างกายของมันเต็มไปด้วยแรงกดดันอันมหาศาลที่หนักอึ้งหลังจากที่โดนการโจมตีนั้นต้องไปดูมันยิ่งตอกย้ำถึงความห่างของพลัง

            ชายผู้ที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านล่างแสดงใบหน้าที่จริงจังดูแววตาที่ดุร้ายราวกับสัตว์ร้ายของคนผู้นี้มันจะแหม่มไม่ยอม

            ร่างกายที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้าพรุ่งทะยานเข้าไปหาอี้หลงเซียน 

            คราวนี้มันเลือกเคลื่อนไหวเป็นฝ่ายรุกเข้าหานานอี้หลงเซียนยืนอยู่ไม่คิดที่จะหลบการโจมตีนี้

            นางยืนรอต้อนรับการโจมตีของที่กำลังพุ่งทะยานเข้าชายวัยกลางคนผู้นั้นเท้าทั้งสองข้างมาหยุดลงบริเวณด้านหน้า

            ดาบภายในมือของมันเคลื่อนไหวไปบริเวณรอบร่างกายอย่างรวดเร็วลมปราณอันมหาศาลของไม่มีเข้าไปที่ดาบแล้วก็ปลดปล่อยเป็นการโจมตีที่รวดเร็ว “ ดาบผ่าวายุ”

            การโจมตีพุ่งทะยานเข้ามาส่องตรงตรงไม่มีอะไรซับซ้อน

            เห็นการโจมตีนั้นอย่างชัดเจนอี้หลงเซียนเคลื่อนไหวโดยการเอนร่างกายไปทางด้านซ้ายเล็กน้อยเพื่อหลบร่างกายของตนเองไปทางด้านข้างการโจมตีนั้นพุ่งผ่านร่างกายไป

            เมื่อหลบการโจมตีได้หนึ่งครั้งแน่นอนว่าการโจมตีมันไม่ได้จบเพียงแค่นี้ดาบของมันเพิ่งทะยานไปทางด้านซ้ายและขวาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับว่าเป็นสายลม

            สิ่งที่มันถูกแสดงออกมาในตอนนี้คือดาบอันรวดเร็วที่ตวัดไปมาอย่างต่อเนื่อง

            การโจมตีของทะยานเข้ามาหาร่างกายของอี้หลงเซียนยังไม่หยุดราวกับว่าเป็นพายุที่โหมกระหน่ำ

            ไปตั้งแรงกดดันอันมหาศาลของกระบวนท่าที่ถูกใช้ออกมาอย่างไม่หยุดอี้หลงเซียนเคลื่อนไหวไปทางด้านซ้ายทั้งขวาหลบการโจมตีเรานั้นอย่างต่อเนื่อง

            การโจมตีเหล่านั้นยิ่งรวดเร็วขึ้นตามระดับราวกับว่ามันนั้นยิ่งตวัดออกมายิ่งรวดเร็วมากขึ้นไปเรื่อยเรื่อย

            ลมปราณที่ควบแน่นอยู่บนดาบเองก็มีพลังอำนาจมากขึ้น

            จางหมิงหันไปมองการต่อสู้ที่กำลังดำเนินอยู่ในตอนนี้และดาบที่รวดเร็วและกำลังตวัดไปมาอย่างต่อเนื่องเข้าหาร่างกายของอี้หลงเซียนมองเห็นกระบวนท่านั้นก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นวรยุทธ์ระดับราชัน

            กานโจมตียิ่งรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆชายผู้นั้นกำลังเร่งเครื่องของตนเองเว้นวรรคการเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วขึ้นประสาทสัมผัสในการรับรู้เองก็ทะลวงขึ้นไปอีกระดับ

            วิชาดาบที่ปล่อยออกมาเกรงว่ามันจะรวดเร็วมากกว่าประสาทสัมผัสและการโจมตีของผู้ฝึกฝนวรยุทธระดับห้าไปแล้ว

            ท่ามกลางคมดาบที่พุ่งผ่านไปทางซ้ายและขวาอี้หลงเซียนอยู่ภายใต้แรงกดดันเหล่านั้นและหลบการโจมตี

            แล้วมันก็ถึงเวลาที่การโจมตีเหล่านั้นพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมจะโดนร่างกายของนางดาบอันแหลมคมพุ่งเข้ามาจากบริเวณทางด้านหลัง

            จางหมิงมองเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน “ หลบไม่พ้นอย่างแน่นอน”

            แสงของดาบเหล็กสองกระทบ  เกิดประกายแวววาวขึ้นมาชั่วขณะ

            แต่ในขณะที่ดาบเหล็กอันแหลมคมจะฟันเข้ามาที่บริเวณกลางแผ่นหลังของนาง

            อี้หลงเซียนที่กำลังยืนอยู่คล้ายคลึงว่าจะสิ้นท่าเว้นวรรคแต่ในช่วงวินาทีนั้นเองบนใบหน้าที่เรียบเฉยก็เปลี่ยนเป็นจริงครั้ง

            พร้อมกับเท้าของนางที่เหยียบลงไปที่พื้นลมปราณภายในตันเถียนถูกระเบิดออกมาในครั้งเดียว

            ชั่วพริบตานั้นลมปราณสีมรกตแผดพุ่งออกมาจากร่างกายกระแทกดาบเล่มนั้นกระเด็นออกไปพร้อมกับทะลวงเข้าที่กลางหน้าอกของชายผู้นั้นอย่างเต็มแรง “ ตรึง!!! ”

            “ อ๊าก!!! ” ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วชายคนนั้นก็กระอักโลหิตออกมาเป็นจำนวนมากพร้อมกับร่างกายที่กระเด็นไปด้านหลังหลายสิบเมตร

            จางหมิงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่แสดงใบหน้าจริงจัง “ ลมปราณดารุณีหยกนางฝึกฝนมาถึงในระดับนี้… ”

            จบบท

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกฝนสัตว์อสูร ที่คุณอ่าน