ก่อนรุ่งสางอุทัยเก็บกวาดชำระสถานที่ด้านหลังของเทวสถาน แล้วจึงกลับไปดูอาการของราชิตพร้อมนำเสื้อเกราะที่สุรินทร์ทิ้งไว้ติดมือไปด้วย มันและราชิตตั้งใจเก็บไว้ให้เจ้าธรรมสวมใส่ ส่วนเจ้าธรรมนั้นไม่ว่าฟ้าจะถล่มหรือดินจะทลาย อย่างไรมันยังคงตั้งมั่นในการนอน ไม่รับรู้เรื่องราวเมื่อคืนแม้สักน้อย
ราชิตได้รับการรักษาทำให้พิษถูกจำกัดอยู่ที่ไขกระดูกสันหลัง ไม่สามารถแพร่กระจายไปตามอวัยวะต่างๆ อีก เมื่อก่อนมันไม่สามารถเดินลมปราณได้ ยิ่งใช่พลังปราณพิษก็ยิ่งแพร่กระจายเป็นการเร่งเวลาตายให้เร็วขึ้น จนเหตุการณ์เมื่อคืนมันตัดสินใจเข้าช่วยเหลืออุทัยโดยไม่คำนึงผลร้ายที่ตามมา
อุทัยใช้ ‘ปราณเทวะแท้จริง’ เข้าทำการรักษา ปราณก่อเกิดจากพลังเทวะบรรพกาลบริสุทธิ์จาก ‘มานัสสะวารี’ หรือ ‘วารีต้นกำเนิดแห่งชีวิต’ ของ ‘อาเมตีส์เทวี’ เทวาบรรพกาลแท้จริง พลังปราณนี้เมื่อใช้ออกจะมีสรรพคุณดังน้ำอมฤตสามารถล้างพิษ สร้างชีวะธาตุของร่างกายขึ้นใหม่ ทั้งยังเพิ่มพลังชีวิตทำให้ผู้ที่ได้รับมีชีวิตเพิ่มขึ้นยืนยาว
หากเทียบคุณสมบัติพลังของ ‘ปราณเทวะแท้จริง’ จากปราณของอุทัย มีความเข้มข้นและคุณสมบัติเพียงแค่หนึ่งในร้อยส่วนของ ‘มานัสสะวารี’ หยดหนึ่งเท่านั้น หากต้องการให้ราชิตหายขาดคงต้องร้องขออาจารย์เมฆาให้ทำการรักษาแล้ว
ถึงอย่างไรราชิตก็สามารถกลับมาใช้พลังปราณได้ แต่ก็เป็นเพียงแค่ห้าในสิบส่วนซึ่งนับว่าดีมากแล้ว หากไม่หักโหมเกินไปจะไม่กระทบพิษที่ไขกระดูก และเนื่องจากมันได้รับพิษมาเป็นเวลานาน คงต้องใช้เวลาพักฟื้นระยะหนึ่ง
วันนี้อุทัยจะได้พักหนึ่งวัน การชกมวยงานสมโภชพระธาตุหลวงจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้แล้ว หลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับราชิตและเจ้าธรรม มันไม่ค่อยมีกะจิตกะใจจะชกมวยต่อ แต่เมื่อการแข่งขันดำเนินมาแล้วก็ไม่ควรจะล้มเลิกกลางคัน
ตกสายมีพนักงานร้านอิ่มโอชานำปิ่นโตอาหารมาจำนวนมาก เป็นเถ้าแก่จัดส่งมาให้ถึงเทวสถานที่พักของอุทัย
พนักงานร้าน “อ่า .. เจ้าทัย .. นี่เถ้าแก่หมายให้นำอาหารมาส่ง” พร้อมกล่าวต่อ “เอ็งนี้สุดยอดเลย เข้าถึงรอบสุดท้ายได้ เป็นหน้าเป็นตาชาวตลาดยิ่งนัก .. ฮ่า ฮ่า”
อุทัยกล่าวตอบ “ข้าก็มีฝีมืออยู่บ้างท่าสองท่า .. ฮ่า ฮ่า .. แล้วนี่เอาข้าวปลาอาหารมาเสียมากมาย จักกินหมดรือ ..”
“หมดสิ .. หมดอยู่แล้ว ฮ่า ฮ่า” เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง เป็นเสียงของเจ้าธรรมเอง มันตื่นแล้วและตอนนี้ก็หิวอย่างยิ่ง
อุทัยกล่าว “จัดสำรับไปให้ลุงชิดด้วยหนา .. ลุงแกป่วย ..”
เจ้าธรรมกล่าว “อ่า .. ลุงป่วยรึ .. ข้ามิเห็นรู้เรื่อง .. ประเดี๋ยวข้าจัดการเอง” กล่าวจบมันรับปิ่นโตอาหารทั้งหมดมา แล้วตรงไปยังห้องครัวอย่างรวดเร็ว
อุทัยหันไปกล่าวต่อพนักงานร้าน “ฝากขอบคุณเถ้าแก่ด้วยหนา ..”
พนักงานผู้นั้นแจ้งอีกว่าอุทัยยังไม่ต้องไปทำงานที่ร้าน ทางร้านจะจัดส่งอาหารมาให้ทุกวัน และอุทัยยังได้อัฐเป็นค่าจ้างรายวันเช่นเดิม พร้อมนำถุงบรรจุอัฐจำนวนหนึ่งมอบแก่มัน
.. ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจากอุทัยใช้ชื่อ ‘อิ่มโอชา’ ในการชกมวย มันชนะรอบแล้วรอบเล่าทำให้ร้านอิ่มโอชาได้รับการประชาสัมพันธ์ไปด้วย ทุกวันลูกค้าแน่นขนัดจนต้องเร่งขยายขอเช่าอาคารคูหาด้านข้างเพื่อรองรับปริมาณลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
วันถัดมางานสมโภชพระธาตุหลวงได้เริ่มขึ้น งานจะจัดขึ้นเก้าวันเก้าคืนเพื่อเฉลิมฉลองให้กับพระบรมธาตุของพระมังคลพุทธเจ้า ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพระเจดีย์หลวงหุ้มด้วยทองคำแท้ส่องแสงสีทองอร่าม เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวมณฑลอุดร
งานจัดอย่างยิ่งใหญ่ มีการแสดงแสงสีบนเวทีเป็นศิลปะบันเทิงจากศิลปินชื่อดัง ร้านสอยดาวเสี่ยงโชคชิงรางวัล กับสารพันการละเล่นต่างๆ .. ทั้งมหกรรมสินค้าและอาหารจากร้านทั่วมณฑลมาร่วมงานนับพันร้านค้า .. และที่ขาดไม่ได้คือการประกวดสาวงามเป็นเทพีขวัญใจชาวมณฑล
ผู้คนทั่วสารทิศต่างหลั่งไหลเข้ามาภายในเมืองเพชรปราการ ร้านอาหารและที่พักเบียดเสียดไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเหล่ายอดยุทธ์สำนักต่างๆ ที่ผ่านเข้ารอบมากันโดยพร้อมหน้า การชกมวยรอบสุดท้ายในงานสมโภชพระธาตุหลวงนี้ เปรียบเสมือนการแสดงศักยภาพของสำนักยุทธ์ในระดับมณฑล
การแข่งขันชกมวยครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ‘พระยาไกรนรสิงห์’ แม่ทัพใหญ่ผู้บัญชาการทหารประจำมณฑลอุดร มาเป็นประธานในวันชกในสามวันสุดท้าย คือตั้งแต่รอบสิบหกคนสุดท้ายเป็นต้นไป
.. แน่นอน !!! .. หากผู้ใดเชิงมวยเข้าตาท่านแม่ทัพ มันผู้นั้นต้องมีตำแหน่งในราชการทหารเป็นรางวัลตอบแทน
ในการแข่งขันรอบสุดท้ายนั้นผู้แพ้ต้องตกรอบไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก อุทัยได้รับการจัดเป็นตัววางอยู่ในสิบหกคนที่มีเชิงมวยและฝีมือดีที่สุด ไม่มีใครกล้าดูแคลนหรือประมาทมันอีกแล้ว
รอบหกสิบสี่คนจะเริ่มขึ้นในเวลาเที่ยงวัน ลานชกมวยถูกจัดตั้งขึ้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละสี่วา ทั้งสี่มุมมีเสาปักลึกลงในพื้นดินสูงขึ้นมาสองศอกดูมั่นคงแข็งแรง แต่ละเสาจะมีเชือกป่านเส้นหยาบใหญ่สามเส้นขึงเป็นแนวแสดงอาณาเขตของลานชก
ด้านข้างของลานชกทั้งสี่ด้านถูกล้อมรอบด้วยอัฒจันทร์ไม้มั่นคงแข็งแรง โดยด้านทิศเหนือเป็นฝั่งประธานนั่งไว้ด้วยผู้แขกผู้ทรงเกียรติจากที่ต่างๆ โดยรวมแล้วทั้งสี่ด้านสามารถบรรจุผู้ชมได้นับพันคน
การประกบคู่ชกทั้งหกสิบสี่คนถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว มีกระดานขนาดใหญ่แสดงรายชื่อนักมวยและผังการชกตั้งแต่สามสิบสองคู่ในรอบแรกเป็นเส้นทางจนถึงคู่ชิงขชนะเลิศ
ผู้ชมต่างจับจองพื้นที่บนที่นั่งจนเต็มทั้งอัฒจันทร์แล้ว ต่างพูดคุยและวิจารณ์นักมวยกันอย่างสนุกสนาน นักมวยคู่แรกที่จะขึ้นชกก็มาประจำข้างเวทีแล้วเช่นกัน
เสียงจากเจ้าหน้าที่พิธีการผู้หนึ่งกล่าวด้วยพลังวัตรดังมาจากอัฒจันทร์ฝั่งประธาน
“ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพรัก ... ขอนำทุกท่านเข้าสู่งานชกมวยประจำปีนี้”
“เพื่อเป็นการเฉลิมฉลององค์พระมหาเจดีย์หลวงมังคลพุทธาซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุขององค์พระพุทธะของเรา”
“ด้วยเวลาอันเป็นมงคลฤกษ์นี้ ขอเชิญท่านเจ้าเมืองเพชรปราการลั่นระฆังเพื่อเป็นพิธีเปิดการแข่งขัน ... เชิญ ... เชิญขอรับ ... ท่าน”
เจ้าเมืองเพชรปราการก้าวออกมาพร้อมรับไม้ท่อนหนึ่ง ปากกล่าวว่า
“เป็นเกียรติ .. เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ..”
ท่านเจ้าเมืองก้าวไปยังเบื้องหน้าระฆังสีทองใบใหญ่แล้วจึงกล่าวเสียงดังว่า
“การชกครั้งนี้ถือเป็นการรวบรวมนักชกทั่วทั้งมณฑลอุดร”
“มาดูกันซีว่า ลูกหลานชาวมณฑลเราจักมีความสามารถในเชิงมวยเยี่ยงไร”
“ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน .. ได้เวลาแล้ว .. การแข่งขันชกมวยประจำปี .. เริ่มนับแต่บัดนี้”
เจ้าเมืองจึงทำการตีระฆัง เสียงระฆังหวานใสดังกังวานไปทั่วลานพิธี
.. แก๊งงงงงงงงงงงงงงง
.. แก๊งงงงงงงงงงงงงงง
.. แก๊งงงงงงงงงงงงงงง
“เฮ้ ... เฮ้ ... เฮ้ฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ...” เสียงเฮจากผู้เฝ้ารอชมนับพันคนดังกึกก้องอื้ออึงไปทั่ว การแข่งขันชกมวยได้เริ่มขึ้นแล้ว
จากผังการชกรอบหกสิบสี่คน ในวันนี้จะชกสิบหกคู่และอีกสิบหกคู่ในวันพรุ่ง นักมวยคู่แรกของวันเตรียมพร้อมรอเรียกตัวขึ้นชกแล้ว ส่วนอุทัยจะขึ้นชกเป็นคู่ที่ห้ากับนักมวยนามว่า ‘นาบุญ’ จาก ‘สำนักเลิศภพ’ เมือง ‘เวียงภูฟ้า’ เป็นสำนักมีชื่อและเก่าแก่ไม่แพ้สำนักตักสิลา
เจ้าธรรมกล่าว “นั่นอย่างไร .. นาบุญ คู่ชกของเอ็ง” พลางบุ่ยปากไปยังนักมวยผู้หนึ่ง อุทัยหันมองตาม เห็นคู่ชกของมันนั่งอยู่ไกลๆ
เจ้าธรรมเริ่มกล่าวบรรยาย
“มันผู้นี้เชิงมวยคล่องแคล่วว่องไวรวดเร็ว เอ็งต้องระวังไม้ยาว โดยเฉพาะลูกเตะลูกถีบของมัน”
“ยังมีศอกอีก .. มันมีศอกสั้นที่รุนแรงยิ่ง”
“แต่ที่สำคัญคือท่าจับทุ่ม .. ในรอบคัดเลือกมันทุ่มจับคู่ชกออกนอกลานมาแล้วสี่คน”
เจ้าธรรมทำการบ้านมาอย่างดี บอกถึงจุดแข็งของคู่ชกให้อุทัยระวังตัว
“แล้วจุดอ่อนของมันเล่า?” อุทัยเอ่ยถาม
“ฮ่า ฮ่า .. นั่นหล่ะที่ข้าจะบอกกล่าว ..” เจ้าธรรมกล่าวหัวเราะ พร้อมยื่นหน้าเข้าหาราวกลัวคนอื่นได้ยิน
“มันกำลังวังชาไม่ค่อยดีนัก ..” เจ้าธรรมกล่าวเสียงเบา
อุทัยแปลกใจกล่าวว่า “ข้ามิเห็นมันมีปัญหาใด .. ช่วงขาแลหน้าท้องของมันดูแข็งแรงนัก” จ้องมองไปยังนาบุญที่อยู่ห่างออกไป
เจ้าธรรมยังกล่าวเสียงเบาลงอีก “เจ้าแดงท้ายตลาดแจ้งข้าว่า เมื่อคืนเจ้านาบุญผู้นี้เที่ยวเล่นโปปั่นทั้งคืน แลได้กำไรมาจำนวนหนึ่งจึงไปสถานชำเราบุรุษกว่าจะกลับมาที่พักก็ตีสี่แล้ว .. ฮ่า”
เจ้าแดงเป็นเด็กบริกรของสถานที่พักแห่งหนึ่ง คุ้นเคยกับเจ้าธรรมเป็นอย่างดี
อุทัยกล่าวถาม “จริงหรือไม่ .. เจ้าแดงรู้ได้อย่างไร ..”
เจ้าธรรมยิ่งกล่าวยิ่งเสียงเบาลงอีก “เป็นมัน .. เป็นผู้นำเที่ยวเอง .. ฮ่า”
“...” อุทัยยิ้มไม่มีใดจะกล่าว มันมีวิธีจัดการเจ้านาบุญผู้นี้แล้ว
“เฮ้ฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ..” เสียงผู้ชมรอบสนามเฮลั่น การชกคู่ที่สี่รู้ผลแพ้ชนะแล้ว
ครู่หนึ่งอุทัยจึงถูกตามไปลานชก บรรดาผู้ชมนับพันจดจ่ออยู่กับนักชกทั้งสอง
“คู่ที่ห้าของวันนี้... อุทัยยยยยย อิ่มมมม โอชาาาาาาา พบกับ... นาบุญญญญ สำนักเลิศภพพพพพ” เสียงกรรมการแนะนำตัวนักมวย ช่างเร้าใจกระชากอารมณ์คนดูยิ่งนัก
เจ้านาบุญกระโดดข้ามเส้นเชือกป่านจากมุมลานชกด้านหนึ่ง มันมีอายุสิบแปดปีหน้าตาหล่อเหลากรุ้มกริ่ม ระดับพลังคือมัธยะปราณขั้นปลาย
ทั้งสองประจันหน้ากลางลานชก ครูมวยกรรมการกล่าวอบรมกติกาการชกเช่นเดิม
“การชกไม่จำกัดยก .. หนึ่งยกมีเวลาห้านาทีให้ฟังเสียงระฆังเริ่มแลหมดยก”
“ผู้ใดล้มลงไม่ลุกขั้นภายในสิบลมหายใจ ถือว่าพ่ายแพ้”
“ผู้ใดก้าวออกจากลานชกมวยก่อนระหว่างยก ถือว่าพ่ายแพ้”
“ผู้ใดยอมแพ้ให้แจ้งต่อกรรมการ ถือว่าการชกสิ้นสุด”
แก๊งงงง เสียงระฆังดังเริ่มยก “ชกได้ ..”
เจ้านาบุญเดินเข้าหาด้วยความว่องไว มันเริ่มปล่อยไม้มวยยาวเข้าใส่ เป็นลูกเตะลูกถีบที่รุนแรง ทั้งลีลาท่าทางก็สวยงามยิ่งนัก และยังมีท่าหนีบจับขาแล้วจับทุ่มอีก
หากอุทัยเตะลำตัวแล้วดึงแข้งกลับช้า เจ้านาบุญจะคอยจับจังหวะใช้แขนจับเหนี่ยวขาไว้ แล้วจึงจับอุทัยขัดขาทุ่มลงพื้นลานชก เรียกเสียงเฮลั่นจากผู้ชม
.. โครมม !!! อุทัยถูกเจ้านาบุญเหนี่ยวขา แล้วจับเหวี่ยงทุ่มลงพื้น
“เฮ้ฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ..” เสียงผู้ชมรอบสนามเฮลั่น
“ไอ้ทัย .. ลุกสิว่ะ .. เออ .. อย่างนั้น ..” เสียงเจ้าธรรมร้องดัง ออกท่าออกทางราวกำลังขึ้นชกเอง
“ไอ้นาบุญ .. เออออ .. เช่นนั้น .. ถูกต้อง .. ถูกต้อง ...” เสียงนักพนันที่วางเดิมพันข้างนาบุญ
อุทัยใช้การออกอาวุธที่แน่นอน เมื่ออยู่วงนอกจะเน้นจังหวะเตะตัดเข้าลำตัวและขาทั้งสอง ค่อยๆ ตัดกำลังเจ้านาบุญไปเรื่อยๆ
นาบุญถูกเตะจนตัวแดงก่ำจึงเปลี่ยนเป็นเข้าประชิดวงใน อุทัยป้องกันศอกของนาบุญด้วยการใช้แขนทั้งสองเข้าพลิกกดสกัดไว้ สามารถป้องกันทั้งศอกและการจับทุ่ม แล้วจึงใช้เข้าตีเข้าชายโครงเจ้านาบุญรัวๆ
.. ปั๊กกก !!! .. ปั๊กกก !!! .. ปั๊กกก !!! .. เสียงเข่ากระแทกชายโครง
เจ้านาบุญดิ้นหลุดจากท่าเข่าของอุทัย อวัยวะภายในมันแทบถูกกระแทกออกมาทางปาก คนเริ่มโมโหขึ้นมา ปลดปล่อยท่าเตะอย่างรุนแรง
.. ลูกเตะเลิศภพ !
เจ้านาบุญเท้าซ้ายปักมั่น คนปล่อยออกด้วยแข้งขวา เกิดเป็นเงาแข้งเตะใส่อุทัยอย่างรุนแรงรวดเร็วนับสิบแข้ง
.. ปั๊กกก !!! .. ปั๊กกก !!! .. ป๊าบบบ !!! .. อุทัยทำการตั้งศอกและเขาซ้ายตั้งรับเป็นพัลวัน
ชกกันจนมาถึงยกหก เจ้านาบุญถูกอุทัยเตะนวดลำตัวและท่อนขามาตั้งแต่ยกแรก มันรู้สึกสำนึกเสียใจ หากรู้ว่าต้องเจอคู่ชกแข็งแกร่งเช่นอุทัย เมื่อคืนมันคงนอนพักผ่อนออมแรงอยู่แต่ในห้องพักแล้ว
มันรู้สึกเริ่มอ่อนแรงขาแข้งเริ่มสั่น กัดฟันปล่อยออกด้วยหมัดวิชาก้นหีบ
.. หมัดเลิศภพ !
เจ้านาบุญปล่อยหมัดขวาตรงออกเป็นเงาหมัดนับสิบหมัด อุทัยใช้สันมือซ้ายสับโดนเข้าเงาหมัดหนึ่ง สันมือสับเข้าปะทะตรงข้อมือของนาบุญ ทำท่าหมัดของมันหยุดชะงักไม่สามารถชกต่อได้
อุทัยใช้แขนซ้ายนั้นม้วนจับขัดแขนขวาของนาบุญ พร้อมใช้ตัวเหวี่ยงออกแรงดัดเพื่อหักแขนของนาบุญไปด้านหลังและเหนี่ยวรั้งไว้
.. กร๊อบบบบบบ !!!
“อ๊ากกกก ..” นาบุญถูกแขนซ้ายของอุทัยทั้งรั้งทั้งหักทั้งเหวี่ยงไปมายังไม่สามารถสลัดหลุด ปรากฏอุทัยเอี้ยวตัวกลับมาปล่อยศอกขวาเข้าปลายคางมันอย่างจัง
.. ปั๊กกก !!! .. ปั๊กกก !!! .. ปั๊กกก !!!
สามศอกทำนาบุญเลือดกบปาก อุทัยยังแถมเข่าขวากระแทกเข้าชายโครงอีกสองดอก
.. ปั๊กกก !!! .. ปั๊กกก !!!
นาบุญถูกอุทัยรัดรั้งแขนไว้ไม่สามารถดิ้นหลุดแถมยังโดนเข่าศอกอย่างต่อเนื่อง มันพลันเหวี่ยงสะโพกปล่อยออกด้วยแข้งซ้ายในระยะประชิด
นาบุญ “!!!” มิคาดขณะแข้งซ้ายจะเตะเข้าชายโครงอุทัย มันถูกอุทัยเตะเข้าท่อนขาขวาที่มันใช้ยืนอยู่ ขาขวาท่อนล่างถูกเกี่ยวตวัดขึ้นทำตัวมันลอยอยู่กลางอากาศ
อุทัยสาวหมัดขวาเข้าหน้าเจ้านาบุญ หมัดรวดเร็วเป็นชุดจนมองแทบไม่ทัน
.. ผลั่กกก !!! .. ผลั่กกก !!! .. ผลั่กกก !!! .. ผลั่กกก !!! .. ผลั่กกก !!!
อุทัยปล่อยแขนซ้ายที่รั้งแขนของนาบุญออก คนกระโดดพุ่งปล่อยเท้าขวาดีดยันเข้าช่องท้องของนาบุญ .. ปุ๊กกกกก !!!
เพียงชั่วครู่ที่ตัวลอยอยู่กลางอากาศ นาบุญทั้งถูกชกแล้วยังถูกเท้าถีบเข้าท้องอย่างแรง นาบุญตัวบินล่องลอยผ่านเชือกป่านหยาบที่กั้นขึงไว้ทะลุออกนอกลานชก คนกลิ้งสองสามตลบนอนคุดคู้ยังไม่มีท่าทีจะลุกขึ้นมา
“เยสสสส ..” เจ้าธรรมชูหมัดขวาร่ำร้องอย่างสะใจ จ้องมองหาเซียนพนันที่ได้ตกลงการค้ากันไว้
“อุทัย อิ่มโอชา เป็นฝ่ายเข้ารอบบบบบบบ ..” เสียงกรรมการประกาศยืนยันผลการชก
“เฮ้ฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ ..” เสียงผู้ชมรอบสนามเฮลั่น นักพนันวิ่งทวงถามอัฐกันพัลวัน
หลังการชกอุทัยผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเดินทอดน่องเที่ยวชมงานสมโภชพระธาตุหลวง ช่วงเวลาเย็นย่ำผู้คนมากมายต่างเบียดเสียดกันเที่ยวชมงาน .. เจ้าธรรมไม่รู้หายไปที่ใดแล้ว
มันหยุดยืนดูการละเล่นชนิดหนึ่ง มีสตรีสาวสวยสะคราญสามนางอายุราวสิบเจ็ดสิบแปด พวกนางนุ่งกระโจมอกนั่งอยู่บนแท่นไม้วางไว้บนถังน้ำใหญ่ ถังน้ำวางเรียงกันสามถังมีสตรีนั่งอยู่ถังละคน บุรุษวัยต่างๆ ถือลูกหนังทำการขว้างใส่แป้นไม้ข้างถัง หากขว้างถูกแป้นไม้นั้นจะมีสลักกลไกทำให้แท่นไม้ที่สตรีนั่งหลุบลง สตรีสาวสวยตกลงในถังน้ำเป็นที่สนุกสนานของผู้เล่นยิ่งนัก
.. ดรุณีน้อยร่วงวารี !!!
ตูมมมมม ... สาวน้อยผู้หนึ่งร่วงหล่นลงถังน้ำ ผ้านุ่งกระโจมอกสั้นแค่น่องเป็นผ้าบางเบาเปียกแนบกายหญิงสาว แสดงออกถึงส่วนเว้าส่วนโค้งทำบุรุษทุกผู้ทุกวัยต่างยิ้มกริ่ม
ค่าธรรมเนียมการละเล่นก็ย่อมเยาจ่ายเพียงหนึ่งอัฐจะได้ลูกหนังมาสามใบ อุทัยยืนชมอยู่เนิ่นนาน ทำท่าจะล้วงอัฐเพื่อลองละเล่นบ้าง
“…” อุทัย ชายเสื้อของมันถูกกระตุกวูบวาบ
“พี่ใหญ่ .. พี่ใหญ่ ..” เสียงเล็กแหลมของเด็กผู้หญิงดังขึ้นจากด้านหลังของอุทัย