"ท่านพระยาถึงเวลาแล้วครับ ทัพหนึ่งแสนมาถึงแล้ว ช่างเป็เกียรติยิ่งนักที่จะได้ตายในสนามรบร่วมกับท่าน" พระสมุหโยวา ผู้เป็ดั่งแขนขาของเทพาของกองพันที่สามกล่าวด้วยความซาบซึ้งและรู้สึกเป็เกียรติ
ทั้งสองฝ่ายนั้นถ้าไม่ตายกันไปข้างก็ไม่เลิกราเป็แน่ ทัพห้าพันที่แตกแยกและทัพใหญ่แสนกว่านายกองกำลังนั้นเทียบกันไม่ติด
ทัพของพระยาศรไกรราชที่กำลังใจถึงจะห่อเหี่ยว แต่เป็ทหารพวกเขานั้นถ้าหนีทัพก็คงทำให้พวกเขาอยู่อย่างสงบใจไม่ได้ ศักดิ์ศรีนั้นค้ำคอพวกเขา ความตายก็เอาชนะความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของพวกเขาไม่ได้
แต่หนึ่งในห้ากองทัพห้าแคว้นเล็กๆนี้ ทัพของกองพันที่สองของพระยาจิตต์พยัคฆ์นั้นเกิดปัญหาทหารในกองทัพหนีทัพไปมากกว่าครึ่ง ทหารกว่าสองพันนายนั้นล้วนเป็พวกที่เห็นแก่ตัว และทั้งกองทัพก็มีแนวโน้มที่จะหนีไปจากที่นี่ทำให้เทือกเขาที่ล้อมรอบที่เป็ที่ตั้งของห้ากองพันนั้นหายไปทิศหนึ่ง
(ทัพห้ากองพันนั้นวางทัพกระจายตัวตามจุดเป็รูปห้าเหลี่ยม โดยกองพันที่หนึ่งตั้งอยู่ที่ทิศเหนือสุดเป็ด่านหน้าของทั้งห้ากองพัน
กองพันที่สองตั้งค่ายอยู่ที่ทางเทือกเขาตะวันออกเฉียงเหนือ
กองพันที่สามตั้งค่ายอยู่ที่ทางเทือกเขาตะวันตกเฉียงเหนือ
กองพันที่สี่ตั้งค่ายอยู่ที่ทางเทือกเขาตะวันตกเฉียงใต้
กองพันที่ห้าตั้งค่ายอยู่ที่ทางเทือกเขาตะวันออกเฉียงใต้
และทางใต้สุดเป็ทางออกทะเลทางเดียวของรัฐสันตคีรี และเป็ทางหนีทีไล่ไปยังอาณาเขตของรัฐอื่นเป้าหมายการอพยพของพลเรือนทั้งหมดและยังเป็ทางที่ทหารหนีทัพหนีอีกด้วย)
การหนีทัพของกองพันที่สองทำให้เกิดช่องโหว่ที่ทางป้องกันทางตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้กิงพันที่สามและกองพันที่สี่นั้นจำต้องส่งกองกำลังมาด้วย เพราะกองพันที่สามและกองพันที่สี่เป็กองพันที่มีคนเคารพนับถือจากทุกกองพันและเชื่อใจได้ แต่ทำให้การป้องกันสามทิศทางอ่อนแอลงเช่นกัน ทำให้ทหารทางตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ต้องทำงานหนักขึ้นตามไปด้วย
แต่ฝ่ายเมียวก๊กนั้นยาตราทัพมาเต็มกำลัง โดยทั้งห้าทิศทางมีทหารสามหมื่นนายเข้าประชิดทุกที่
ทั้งห้ากองพันรับศึกหนักอย่างยิ่งในการรบ่แรกพวกเขายังสามารถใช้ลูกไม้เดิมได้เพราะมีพลเมืองคอยช่วยส่งหินั์หรือลูกไฟมาให้แต่ตอนนี้พวกเขาล้วนจวนตัว แล้วยิ่งทัพเมียวก๊กนำโดยจอมทัพวุยคมงตำนานที่ยังมีชีวิตของทัพเมียวก๊กแล้วด้วย ขวัญกำลังนั้นต่างกันลิบลับฝ่ายห้ากองพันล้วนมีแต่ความสิ้นหวัง แต่ทัพฝ่ายเมียวก๊กกลับฮึกเหิมเตรียมพร้อมแก้แค้นที่ไม่สามารถพิชิตชัยมาได้สิบปีมานี้ด้วยความกระเหี้ยนกระหือรือ
ฝ่ายห้ากองพันใช้วิธีเดิมเพื่อกำจัดแนวหน้าของทัพศัตรู ซึ่งแน่นอนว่ายังคงได้ผลสามารถกำจัดศัตรูได้ไปหลายร้อยหลายพันคนเช่นเดิมแต่ไม่มีพลเมืองมาช่วยส่งอาวุธให้แล้ว ความซวยจึงบังเกิด
"มันไม่ปามาแล้วโว้ย!! รุกคืบไปด้านหน้า" ขุนศึกผู้ช่วยจอมทัพห้าคนทำหน้าที่นำทัพแทนวุยคมงในทัพย่อยห้าทัพสั่งการทันทีเมื่อไม่เห็นการเคลื่อนไหวมาจากเบื้องบนของเทือกเขา
ทั้งสองฝ่ายเข้ารบแบบตรงๆครั้งแรกในรอบสิบปี การเสียเปรียบได้เปรียบนั้นเห็นได้อย่างชัดเจนทัพหนึ่งพันจะเอาสิ่งใดไปสู้สามหมื่น ตอนแรกทุกคนก็คิดเช่นนั้นแต่ทันทีที่ผู้นำกองพันของทั้งห้ากองพันลงมือก็เกิดคลื่นการบุกสังหารอย่างบ้าคลั่ง พระยาบูรพาชัย พระยาจิตต์พยัคฆ์ พระยาศรไกรราช พระยาทศกร พระยาฟ้าคำรณ ผู้กรำศึกมาช้านาน ทั้งห้าพระยาสามารถทะลวงกองทัพด่านหน้าของเมียวก๊กแตกได้อย่างง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ
สร้างความเสียขวัญให้แก่กองทัพย่อยเมียวก๊กจนพวกเขาหวาดกลัวได้
ขุนศึกของวุยคมงห้าคนมีนามว่า
วุยคโจย เป็บุตรบุญธรรมของวุยคมงเอง
วักกา เป็หลานเขยของวุยมคง
เปียวมัง เป็ญาติห่างๆของวุยคมง
จวงจง เป็เพื่อนของวุยคมง
มาควุย เป็ภรรยาน้อยของวุยคมง และนี่ไม่ใช่ชื่อเดิมของหญิงนางนี้ชื่อใหม่ของนางนั้นแปลว่า "ของของวุย" สมกับเป็ภรรยาน้อยของวุยคมงนัก
ทั้งห้าติดตามวุยคมงมาเกือบทุกศึกการรบ และครั้งนี้วุยคมงได้มอบหน้าที่สำคัญให้พวกเขาทำ วุยคมงนั้นอยากลองลับคมให้คนของเขาทำงานที่ยากไม่มากดูและคอยเฝ้าดูผ่านม้าเร็วที่จะคอยส่งข่าวเื่การบัญชาการของคนของเขาให้เขาตลอดๆ
วุยคมงนั้นขมวดคิ้วเมื่อเห็นสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั้งห้าสมรภูมิรบ
วุยคโจย ที่แทบจะถอดแบบบิดาบุญธรรมของเขามาทุกระเบียดนิ้ว ร่างสูงใหญ่รอยแผลเป็เต็มร่าง หน้าตาโหดร้าย ฉลาดทุกอย่างแต่เพียงใจร้อนยิ่งนัก วุยคโจยพุ่งเข้าหาพระยาบูรพาชัยทันที คนหนุ่มเืร้อนและคนแก่เืเย็นเข้าประจัญบานกัน
พระยาบูรพาชัยใช้หอกยาวและขวานคู่เชี่ยวชาญและชำนิชำนาญที่สุด
ขุนศึกวุยคโจยใช้พลองหนักที่หัวเป็ลูกตุ้มตามความบ้าคลั่งของเขา
หอกและลูกตุ้มฉวัดเฉวียนใส่กัน หนึ่งทิ่มแทงหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ หนึ่งฟาดหนึ่งหลบหลีก สองฝ่ายนั้นชำนาญอาวุธที่ใช้และใช้ความเร็วที่เหนือประสาทััไปแล้วเข้าปะทะกัน
เคร้งง!!! เวียงเหล็กอาวุธพุ่งชนใส่กัน ขุนศึกาุโใช้หอกปัดป้องและปัดการฟาดของวุยคโจยได้อย่างสบายๆ ขุนศึกหนุ่มฟาดใส่อย่างบ้าคลั่ง..
วุยคมงส่ายหัวให้กับความเืร้อนของวุยคโจย วุยคโจนเก่งกาจก็จริงแต่นั่นก็เป็จุดอ่อนเพราะยิ่งแข็งแกร่งยิ่งไม่ค่อยเห็นหัวผู้อื่นทึกทักเอาเองว่าผู้อื่นสู้ตนไม่ได้ ถ้าพลาดก็คือตายเป็แน่
ส่วนวักกานั้นเป็คนที่เหลาะแหละเขาอยากเกาะภรรยาที่เป็หลานสาวของวุยคมงเพื่อเอาตัวรอดไปเท่านั้นไม่ได้คิดอยากจะทำศึก เป็ผู้ที่วุยคมงไม่คาดหวังปละไม่คิดจะคาดหวังอยู่แล้ว
ซึ่งผลก็เป็ดังคาด พระยาจิตต์พยัคฆ์ดุร้ายเหมือนพญาเสือโคร่ง พุ่งตะครุบเหยื่อที่เป็ดั่งกระต่ายอย่างวักกา แล้วใช้ง้าวบุกเข้าไปท่ามกลางวงล้อมการป้องกันของทัพศัตรูมุ่งไปที่ขุนศึกนำทัพเพื่อสังหารและตัดกำลังใจอันล้นเหลือของทัพเมียวก๊กเสีย วักกาเริ่มถอยหนีด้วยความหวาดกลัวตัวส่ัน สุดท้ายก็โดนพระยาจิตต์พยัคฆ์ใช้ง้าวฟันจนร่างขาดสะพายแล่ง ดับดิ้นอย่างอนาถ
เปียวมังนั้นก็นับว่าเป็คนหนุ่มที่องอาจและมีพร์ที่ดีแต่คู่ต่อสู้ของเขานั้นคนละรุ่นกับเขาเลย เทพาแห่งสันตคีรีไม่ได้ตั้งมาแบบมั่วๆ พระยาศรไกรราช เชี่ยวชาญวิชาธนูและอาวุธระยะไกลทุกชนิด และยังสามารถประยุกต์ใช้ทุกอย่างในสมรภูมิมาเป็อาวุธได้อีกด้วย
พระยาศรไกรราช ถือคันธนูคู่ใจของเขาอย่างองอาจสง่างามสมกับเป็เทพาที่ผู้คนเคารพนับถือ เขาง้างลูกธนูหัวเหล็กกล้าของเขาไปทางเปียวมังที่กำลังหัวเราะใส่เขาว่ากำลังทำเื่โง่เง่าเพราะเปียวมังอยู่ไกลลิบ ไกลมากกว่าระยะสายตาด้วยซ้ำและเพื่อกันลูกธนูเปียวมังถึงกับใช้โล่มากกว่าสิบชิ้นมากันที่หน้าของเขาและเยาะเย้ยด้วยสายตาดูถูกคนชราอย่างพระยาศรไกรราช
"คนแก่สายตาฝ้าฟางแบบนั้น จะยิงถึงหรือและยังมีโล่สิบอันนี้ปกป้องอยู่ เหอะ กระจอกยิ่งนัก!!" เปียวมังยิ้มเยาะ
แต่เทพานั้นไม่ได้สนคำเยาะเย้ยดูถูกเพียงใช้ฝีมือตอบกลับเท่านั้น
ลูกธนูพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงและหลบหลีกการปัดป้องของทัพแนวหน้าได้อย่างกับมีมนตรา และพุ่มเข้าไปที่ช่องว่างของโล่นับสิบชิ้นและแทงไปที่ช่องว่างของเกราะหนักของเปียวมังที่คอของเปียวมัง ซึ่งเป็จุดอ่อนเดียวที่ทำเปียวมังตายได้พอดิบพอดี
"ค๊อกๆ ไอ้ปีศาจ แกมันไม่ไม่ใช่คน ท่านวุยต้องแก้แค้นให้เปียวคนนี้เป็แน่ รอก่อนเถิด อั๊ก!!" เปียวมังเอามือกุมคอที่โดนธนูของพระยาศรไกรราชยิงใส่ด้วยความเ็ป ก่อนจะล้มลงตกจากม้าด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ เปียวมังนอนตายตาเหลือกเพราะความขัดข้องใจ เืเต็มปากของเขาไปหมด ตายอนาถไปอีกราย
จวงจงก็นับว่าเป็ขุนศึกที่เก่งฉกาจกว่าอีกสี่คนอย่างเทียบไม่ติดเป็เพื่อนที่โตมาด้วยกันกับวุยคมงเป็ผู้ที่มากประสบการณ์ผู้หนึ่ง แต่โดนรัศมีเพื่อนของตนกลบจนสิ้น แต่นับว่าเก่งมากผู้หนึ่ง คู่ต่อสู้ที่บุกประชิดเขาคือพระยาทศกร พระยาสิบแขนผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเทพาคนใหม่ สองคนที่มีฝีมือการรบใกล้เคียงกันกำลังโรมรันกันอยู่บนหลังม้าอย่างดุเดือด
"สมแล้วพระยาสิบแขนนั้นสมคำร่ำลือนัก จวงคนนี้ถ้าไม่ได้อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับท่าน เราคงเป็มิตรที่ดีเป็เพื่อนที่ดีต่อกันได้ แต่ครั้งนี้ท่านนั้นจำเป็ต้องตาย กระผมขอรับศรีษะของพระยาสิบกรผู้เลื่องชื่อไปถวายองค์จักรพรรดินะขอรับ ท่านพระยา!!" จวงจงเร่งกระบวนง้าวของตนให้รุนแรงและเร็วขึ้น
"ท่านนั้นก็เก่งกาจไม่น้อย แต่ท่านคิดว่ากระผมนั้นจะยอมหรือ" พระยาทศกรสำแดงเดชตามนามของเขาแล้ว เขาทิ้งหอกของเขาแล้วชักดาบยาวสองเล่มที่หลังมาร่ายรำวิชาดาบ "ทศทิศบูชา" วิชาดาบที่สืบทอดมาในสำนักของเขา
เขาร่ายรำดาบได้เร็วยิ่งจนเห็นดาบเป็เงาดาบถึงสิบดาบในชั่วพริบตา
พระยาทศกรเปลี่ยนท่าทางจากนั่งบนหลังม้าไปยืนบนหลังม้าแล้วะโพุ่งใส่จวงจง
จวงจงใไม่น้อยแต่ประสบการณ์ของเขาเป็ของจริง พยายามใช้ง้าวฟันไปที่่ท้องของพระยาทศกรออย่างไร้ปราณี
แต่เมื่อง้าวใกล้จะััโดนพระยาทศกรนั้นเอี้ยวตัวกลางอากาศก่อนจะใช้ดาบฟาดฟันไปที่ปลายง้าวจนง้าวโดนสกัดปลายว่าวทิ่มลงพื้นและจังหวะนั้นดาบยาวก็มาถึงคอของจวงจงและบั่นศรีษะของเขาจนขาดกระเด็น
มาควุยนั้นเป็ของเล่นเพื่อระบายอารมณ์ทางเพศของวุยคมง แต่หญิงสาวนางนี้นั้นมีร่างกายที่บึกบึนอย่างยิ่งนางใช้ดาบฟันวัวขนาดใหญ่เล่มหนึ่งเป็อาวุธ อาวุธที่สามารถฟันคนและสัตว์ใหญ่จนขาดเป็ท่อนได้ง่ายๆ
คู่ต่อสู้ของนางก็คือพระยาฟ้าคำรณผู้ดุร้ายที่มุ่งสังหารคู่ต่อสู้ด้วยพละกำลังและเสียงปานฟ้าถล่มผู้นี้
พละกำลังสองฝั่งที่รุนแรงดุจั์ปักหลั่นเข้าชนกับแนวหน้าของสองฝ่าย ทหารแนวหน้าของทั้งสองทัพปลิวกระเด็นไปด้วยการฟาดฟันของสองผู้นำทัพ
มาควุยนั้นใช้โซ่สีดำที่มีหนามติดเต็มโซ่เมื่อฟาดใส่ใครก็จะทิ่งาแฝังลึกถึงกระดูกเอาไว้ให้ หญิงนางนี้ฟาดจนกองพันที่ห้านับร้อยปลิวกระเด็นเป็กระดาษเลยทีเดียว
พระยาฟ้าคำรณใช้พลองขนาดใหญ่ที่คนธรรมดานั้นจับไม่ได้เลยทีเดียว ร่างกายกำยำดุดันเหมือนวัวหนุ่มคลั่งตัวหนึ่งและพลองคู่ใจของเขาที่ใช้ฟาดใส่ร่างของศัตรูทีเดียวกระดูกก็ถูกสะบั้นและเสียงกู่ร้องดุจฟ้าคลั่งเพื่อเรียกขวัญกำลังใจในกองพัน นี่แหละ พระยาฟ้าคำรณ
ทั้งสองเหมือนเป็วัวกระทิงคลั่งสองตนพุ่งไข่ขวิดกันเลยทีเดียวมอยู่ที่ว่าใครจะอดทนได้มากกว่า ถ้าอดทนได้น้อยกว่าเท่ากับ ตาย!!