[รายรับประจำวันจากหุ่นเทพจำแลงที่วังเหมันต์: บวก 3,000 แต้ม]
เสียงแจ้งเตือนของระบบหยินหยางเย้ยสวรรค์ดังขึ้นในหัวของหลีเฮงตั้งแต่เช้าตรู่ ชายหนุ่มลอบยิ้มกริ่มในใจ ขณะที่ร่างจริงของเขากำลังซุ่มซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของคฤหาสน์ตระกูลมู่ หอการค้าที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองหลวง สถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเงินตรา ทองคำ และยอดฝีมือที่คอยอารักขาทุกตารางนิ้ว
หลีเฮงอาศัยจังหวะชุลมุนลักลอบเข้ามาถึงเขตคฤหาสน์ชั้นในสุดได้สำเร็จ โดยใช้ไอเทมวิเศษ 'ใบไม้พรางตัว' ที่แลกมาจากระบบ ทว่าความโชคดีมักอยู่กับเขาไม่นานนัก...
ฟุ่บ!
จู่ๆ ม่านพลังเร้นกายที่ห่อหุ้มร่างของเขาก็แตกสลายออกเป็นละอองแสงสีเขียวจางๆ ก่อนจะเลือนหายไปในอากาศ
"ฉิบหายแล้ว... หมดเวลาพรางตัวพอดี!" หลีเฮงสบถอุบในลำคอ เบิกตากว้างเมื่อพบว่าตนเองกำลังนั่งยองๆ อยู่หลังหีบสมบัติใบยักษ์กลางห้องโถงทางเดิน ซึ่งรายล้อมไปด้วยองครักษ์ชุดดำนับสิบคน
"ผู้บุกรุก! จับตัวมันไว้!"
สิ้นเสียงตวาดกร้าว ร่างขององครักษ์ระดับสูงกว่าสิบคนก็พุ่งพรวดเข้ามาล้อมกรอบชายหนุ่มไว้อย่างรวดเร็ว ปลายดาบคมกริบและหอกยาวนับสิบเล่มจ่อมาที่ลำคอและตามจุดตายของเขาอย่างพร้อมเพรียง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบด้านเย็นเยียบ
หลีเฮงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางรอด หากเขาขืนสู้ตรงๆ มีหวังโดนสับเป็นหมูบะช่อแน่ๆ ในเสี้ยววินาทีความเป็นความตายนั้นเอง บานประตูไม้แกะสลักลวดลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาบานใหญ่ที่อยู่สุดทางเดินก็ถูกเปิดออก
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นและทรงพลังจนทำให้เหล่าองครักษ์ต้องรีบถอยฉากออกไปคุกเข่าทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง
ร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งก้าวออกมาจากหลังบานประตู นางสวมชุดคลุมไหมสีทองคำสลับดำที่ตัดเย็บอย่างประณีต ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวที่โค้งเว้าเย้ายวนอย่างร้ายกาจ เส้นผมสีดำขลับราวกับน้ำหมึกถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยสูงประดับด้วยปิ่นหยกชั้นเลิศ ใบหน้างดงามหมดจดทว่าเย็นชาและหยิ่งยโสราวกับนางพญา ดวงตาหงส์ตวัดมองมาที่หลีเฮงด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล
นางคือ มู่ชิงหลาน จักรพรรดินีแห่งหอการค้าตระกูลมู่ ยอดฝีมือระดับ SSS ผู้กุมอำนาจทางเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของเมืองหลวง!
"เกิดเรื่องอันใดขึ้น ทำไมถึงมีหนูสกปรกหลุดเข้ามาถึงตำหนักชั้นในของข้าได้?" น้ำเสียงของนางเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง ทว่ากลับแฝงไปด้วยพลังปราณที่ทำให้ผู้ฟังต้องลอบสั่นสะท้าน
"เรียนท่านประธานมู่! ชายผู้นี้ลักลอบเข้ามาอย่างมีพิรุธ ข้าน้อยกำลังจะจับกุมตัวไปเค้นความจริงและลงทัณฑ์ขอรับ!" หัวหน้าองครักษ์รายงานเสียงหนักแน่น
หลีเฮงรู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ เขาคงได้ลงไปเยือนปรโลกก่อนวัยอันควรแน่ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้กลายเป็นผู้ทรงศีลที่เคร่งขรึมและเปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรม ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ
"หึหึหึ... ช่างน่าขันยิ่งนัก หอการค้าตระกูลมู่ที่ยิ่งใหญ่ทะลุฟ้า กลับต้อนรับ 'จอมแพทย์วิเศษผู้พเนจร' ด้วยคมดาบเช่นนี้หรือ?" หลีเฮงเชิดหน้าขึ้น เอามือไพล่หลัง วางมาดปรมาจารย์ผู้หลุดพ้นจากโลกีย์
มู่ชิงหลานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาหงส์หรี่ลงประเมินชายหนุ่มตรงหน้า "จอมแพทย์พเนจร? ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามาก่อน และหอการค้าของข้าก็ไม่ได้เชิญแพทย์คนใดมารักษาโรค เจ้ามีจุดประสงค์อันใดกันแน่?"
หลีเฮงเปิดใช้งาน 'เนตรวิเศษตรวจชีพจร' ของระบบเทพแมงดาทันที ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองวาบหนึ่ง ก่อนจะกวาดตามองเรือนร่างเย้ายวนของสตรีตรงหน้า ทะลุผ่านเสื้อผ้าอาภรณ์หรูหรา เข้าไปเห็นถึงเส้นชีพจรที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน
เขาพบว่าบริเวณหน้าอกและช่วงท้องของมู่ชิงหลาน มีกระแสพลังลมปราณธาตุทองคำที่คมกริบประดุจกระบี่ทิ่มแทงเข้าใส่เส้นชีพจรภายในจนเกิดรอยฉีกขาดเรื้อรังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายของนางไม่สามารถสมานแผลเหล่านั้นได้ทัน ทำให้เกิดรอยแผลเป็นหนาขัดขวางการโคจรพลัง ลมปราณธาตุทองคำย้อนกลับตีกระแทกเข้าใส่จนเส้นชีพจรรอบหัวใจอักเสบรุนแรงเจียนแหลกสลาย!
"ประธานมู่ ท่านเก่งกาจและร่ำรวยล้นฟ้า ทว่าเงินทองเหล่านั้นคงไม่อาจซื้อความทรมานในยามวิกาลของท่านได้กระมัง..." หลีเฮงพูดเสียงเรียบ แต่จงใจเน้นย้ำทุกถ้อยคำ
มู่ชิงหลานชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงรักษาสีหน้าเรียบนิ่ง "เจ้าพูดจาเหลวไหลอันใด?"
"ลมปราณธาตุทองคำของท่านแข็งแกร่งเกินไป จนร่างกายรับไม่ไหว มันเริ่มย้อนกลับเข้าโจมตีจุดชีพจรหลักที่หน้าอกและช่วงท้อง..." หลีเฮงก้าวเดินเข้าไปใกล้นางอีกก้าว ท่ามกลางสายตาหวาดระแวงของเหล่าองครักษ์ "ทุกยามวิกาล ร่างกายของท่านจะหลั่งเหงื่อเย็นเฉียบเกร็งสะท้านราวกับถูกของมีคมนับร้อยกรีดผ่านภายในเส้นปราณ ความเจ็บปวดร้าวลึกทะลวงเข้ากระดูกจนเจียนตาย ท่านต้องทนทรมานเช่นนี้มานานนับปีแล้วใช่หรือไม่?"
คำพูดของหลีเฮงราวกับสายฟ้าผ่าลงกลางใจของจักรพรรดินีหอการค้า!
ดวงตาหงส์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตื่นตระหนกพาดผ่านใบหน้าเพียงเสี้ยววินาที นางเก็บซ่อนอาการป่วยนี้ไว้เป็นความลับสุดยอด ไม่มีผู้ใดในหอการค้าล่วงรู้ แม้แต่แพทย์หลวงที่นางแอบเรียกมารักษาก็ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ตรงจุดเช่นนี้ แล้วชายแปลกหน้าผู้นี้ล่วงรู้ได้อย่างไร!
ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาที่กลางอกราวกับเป็นการตอกย้ำคำพูดของหลีเฮง มู่ชิงหลานกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ร่างกายของนางเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยจากพลังทองคำที่ตีกลับกะทันหัน
"พวกเจ้า... ออกไปให้หมด..." มู่ชิงหลานออกคำสั่งเสียงพร่า
"แต่ว่าท่านประธาน! ชายผู้นี้อาจเป็นอันตราย..."
"ข้าบอกให้ออกไป! ใครขัดคำสั่ง ข้าจะตัดหัวมันเสีย!" นางตวาดลั่น พลังปราณระดับ SSS ระเบิดออกมากดทับจนเหล่าองครักษ์หน้าซีดเผือด ต้องรีบถอยกรูดออกไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเหลือเพียงพวกเขาสองคน มู่ชิงหลานก็ทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้บุนวม มือเรียวจิกพนักวางแขนแน่น หอบหายใจอย่างยากลำบาก หน้าผากมนมีเหงื่อเย็นผุดพราย
"เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่... และเจ้ามีวิธีรักษาข้าหรือไม่?" นางช้อนตามองหลีเฮงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังระคนเคลือบแคลง
"ข้าบอกแล้วไงว่าข้าคือจอมแพทย์วิเศษผู้พเนจร นามของข้าคือหลีเฮง" ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก "ข้าไม่ได้แค่มีวิธีรักษา ทว่ามีเพียงข้าผู้เดียวในใต้หล้านี้ที่สามารถนวดบำบัดฟื้นฟูเส้นชีพจรของท่านได้ ด้วยวิชา 'หัตถ์ประสานสวรรค์หยินหยาง' ของข้า โดยการนวดจะเข้าไปกระตุ้นและเร่งผลการทำงานการฟื้นฟูของธาตุไม้ซึ่งแฝงเร้นอยู่ในร่างกายของทุกคน เพื่อมาสมานและเชื่อมรอยแผลฉีกขาดในชีพจรทองคำของท่านให้กลับคืนดีในพริบตา แต่ว่าการรักษานี้จำต้องอาศัยการสัมผัสร่างกายโดยตรง... หากท่านยินยอม ข้าก็พร้อมจะรักษาให้ทันที"
มู่ชิงหลานขบกรามแน่น ความเจ็บปวดที่หน้าอกทวีความรุนแรงขึ้นจนนางแทบทรงตัวไม่อยู่ นางคือจักรพรรดินีผู้หยิ่งทะนง ไม่เคยยอมให้บุรุษใดแตะต้องกาย ทว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ นางคงต้องตายอย่างทรมานในไม่ช้า
"ตามข้ามา..." นางแค่นเสียงบอก ก่อนจะพยุงร่างที่สั่นเทาเดินนำเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวที่อยู่ด้านหลัง
ห้องนอนของมู่ชิงหลานหรูหราโอ่อ่าสมฐานะ เตียงไม้จันทน์หอมแกะสลักปูทับด้วยผ้าไหมเนื้อดี บนเพดานประดับด้วยไข่มุกราตรีที่ส่องแสงนวลตา บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบและมิดชิด
"ข้าต้องทำอย่างไรบ้าง?" นางเอ่ยถามเสียงแผ่ว ขณะนั่งลงบนขอบเตียง
"ท่านต้องถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก และปลดสายคาดเอว เพื่อให้ข้าสามารถเข้าถึงจุดชีพจรที่หน้าอกและช่วงท้องได้อย่างแม่นยำ" หลีเฮงตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาไร้ซึ่งความคุกคามทางเพศ (แม้ในใจจะร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้นก็ตาม)
มู่ชิงหลานหน้าแดงซ่านด้วยความอับอายและโกรธเคือง ทว่าความเจ็บปวดที่รุมเร้าทำให้นางไม่มีทางเลือก มือเรียวสั่นเทาค่อยๆ ปลดสายคาดเอวออก เลื่อนเสื้อคลุมไหมสีทองหลุดรุ่ยลงไปกองที่ข้อศอก เผยให้เห็นเอวคอดกิ่วขาวผ่อง และเรือนร่างท่อนบนที่ถูกปกปิดไว้เพียงเอี๊ยมผ้าไหมสีแดงสดตัวจิ๋ว
ผิวพรรณของนางขาวราวกับหิมะแรก ทว่ากลับมีเส้นเลือดสีทองปูดโปนขึ้นมาตามหน้าท้องและเนินอกอย่างน่ากลัว มันคือหลักฐานของพลังทองคำที่กำลังกลืนกินร่างกายนาง
ปทุมถันคู่งามที่ซ่อนอยู่ภายใต้เอี๊ยมสีแดงนั้นอวบอิ่มและใหญ่โตจนผ้าไหมแทบจะปริขาด ร่องอกลึกที่เบียดชิดกันดึงดูดสายตาจนหลีเฮงต้องลอบกลืนน้ำลาย
"มองพอหรือยัง! รีบลงมือรักษาข้าเสียที ก่อนที่ข้าจะควักลูกตาเจ้าออกมา!" มู่ชิงหลานตวาดเสียงสั่น เมื่อเห็นสายตาของชายหนุ่ม
"ขออภัยท่านประธาน ข้าเพียงแค่ประเมินตำแหน่งของเส้นชีพจรเท่านั้น" หลีเฮงกระแอมไอเรียกสติ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ร่างระหงที่นั่งอยู่บนเตียง
เขาเริ่มต้นด้วยการถ่ายทอดพลังปราณอุ่นหยางจากระบบเทพแมงดาลงสู่ฝ่ามือทั้งสองข้าง จนเกิดเป็นไอความร้อนจางๆ แผ่ซ่านออกมา
"ข้าจะเริ่มจากการสลายความเย็นที่ช่วงท้องและเอวของท่านก่อน อาการอาจจะรู้สึกแปลบปลาบเล็กน้อย ท่านโปรดอดทน"
พูดจบ หลีเฮงก็วางฝ่ามือร้อนผ่าวลงบนหน้าท้องแบนราบและเอวคอดกิ่วของมู่ชิงหลาน
"อ๊ะ!..."
มู่ชิงหลานสะดุ้งเฮือก หลุดเสียงร้องครางแผ่วเบาออกมาอย่างไม่อาจควบคุม ความร้อนจากฝ่ามือหนาที่ทาบทับลงมาบนผิวเนื้อที่เย็นเฉียบของนาง สร้างความรู้สึกวูบวาบและซ่านสยิวอย่างประหลาด มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่มันคือความรู้สึกผ่อนคลายที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อน
หลีเฮงเริ่มขยับฝ่ามือ นวดคลึงและกดจุดตามเส้นชีพจรที่หน้าท้องอย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น พลังปราณอุ่นหยางแทรกซึมผ่านผิวเนื้อ ปรับสมดุลธาตุทั่วร่างพร้อมปลุกกระตุ้นพลังธาตุไม้ที่แฝงเร้นในกายของมู่ชิงหลานให้ลุกโชนขึ้นมาทำงาน เร่งฟื้นฟูและสมานรอยฉีกขาดของเส้นชีพจรที่เคยเสียหายสะสมช้าๆ
"อื้อออ... อ๊า..."
ริมฝีปากอิ่มสีชาดเผยอออก ปล่อยเสียงครางเครือออกมาเป็นระยะ ร่างกายที่เคยแข็งเกร็งเริ่มอ่อนระทวยลงทีละน้อย ความรู้สึกเจ็บปวดร้าวลึกค่อยๆ มลายหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นและกระแสความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
"ลมปราณที่ช่วงท้องเริ่มไหลเวียนเป็นปกติแล้ว ทว่าจุดที่สาหัสที่สุดคือที่บริเวณทรวงอกของท่าน..." หลีเฮงเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาจับจ้องไปที่เนินเนื้ออวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจของสตรีตรงหน้า "ข้าจำเป็นต้องสัมผัส... ปทุมถันของท่าน เพื่อทะลวงจุดชีพจรใหญ่รอบหัวใจ"
มู่ชิงหลานหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู ดวงตาหงส์ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความซ่านสยิว นางกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงอนุญาต
"ทำ... ทำเถอะ... ข้าทนไม่ไหวแล้ว..."
หลีเฮงไม่รอช้า เขาสอดฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าไปใต้ผ้าเอี๊ยมสีแดงสด สัมผัสเข้ากับก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นขนาดมหึมาที่ล้นทะลักเต็มสองฝ่ามือ ความนุ่มนวลและอุ่นร้อนของปทุมถันคู่งามทำเอาสติของหมอนวดหนุ่มแทบกระเจิง
เขาออกแรงบีบเค้นกลีบเนื้ออวบอิ่มอย่างเบามือ พร้อมกับส่งผ่านปราณหยางอันร้อนแรงเข้าไปตามเส้นชีพจร นิ้วหัวแม่มือกดคลึงลงบนจุดชีพจรสำคัญบริเวณรอบฐานอกและเนินเนื้ออย่างชำนาญ
"อ๊างงง! ขะ... ข้าเสียว... ตรงนั้น... อื้อออ!"
มู่ชิงหลานแอ่นอกรับสัมผัสอย่างลืมตัว ยอดถันสีชมพูระเรื่อที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าแพรหดเกร็งชูชันขึ้นสู้ฝ่ามือหนา ความร้อนแรงจากปราณหยางของหลีเฮงแผ่ขยายพลังช่วยเกื้อหนุนประสาน ปลุกพลังธาตุไม้ให้ไหลหลากเข้าสมานรอยแผลเป็นหนาและซ่อมชีพจรทองคำจนกลับมาเรียบเนียน ปลดปล่อยให้พลังปราณทองที่เคยปั่นป่วนโคจรได้อย่างสมดุลราบรื่น ทว่าพลังปราณอันอบอุ่นที่ไหลแล่นก็กลับกระตุ้นเร้าความกระสันซ่านจนถึงขีดสุด
หลีเฮงเพิ่มน้ำหนักมือให้หนักขึ้น นวดคลึงขยำขยี้ปทุมถันงามสลับกับการกดจุดอย่างเป็นจังหวะ ทุกครั้งที่เขาลงน้ำหนัก ร่างของจักรพรรดินีสาวจะกระตุกเกร็งและปลดปล่อยเสียงครางหวานหูออกมาไม่ขาดสาย
"อ๊าา! หลีเฮง... ข้า... ร่างกายของข้ามัน... ร้อนไปหมดแล้ว... อื้อออ!"
มือเรียวของนางจิกขยุ้มลงบนท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มเพื่อระบายความเสียวซ่านที่อัดอั้นอยู่ภายใน ร่องรักเบื้องล่างที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำหวานขมิบตอดรัดอากาศอย่างบ้าคลั่ง ความต้องการทางเพศที่ถูกเก็บกดมานานเริ่มปะทุขึ้นมาตามสัญชาตญาณ
หลีเฮงใช้ปลายนิ้วสะกิดเขี่ยยอดถันที่แข็งขืนอย่างหยอกล้อ พร้อมกับถ่ายทอดปราณระลอกสุดท้ายเพื่อประสานรอยฉีกขาดเรื้อรังที่จุดชีพจรสุดท้ายใกล้ขั้วหัวใจให้สมานกลมกลืนสนิท
"อ๊างงงงงงง!"
มู่ชิงหลานกรีดร้องลั่น ร่างกายอ่อนโค้งดั่งคันศร เส้นชีพจรที่เคยฉีกขาดและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นหนากลับมาเรียบเนียนมั่นคงและส่งพลังธาตุทองออกไปได้อย่างเต็มเปี่ยมในพริบตา ความเจ็บปวดมลายหายไป ทิ้งไว้เพียงความสุขสมและความเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นางหอบหายใจรวยริน ซบหน้าลงกับอกแกร่งของชายหนุ่มอย่างหมดเรี่ยวแรง
หลีเฮงค่อยๆ ถอนมือออกจากความนุ่มหยุ่นที่แสนเสียดาย ดึงเสื้อคลุมของนางขึ้นมาปกปิดเรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยแดงจางๆ จากการถูกบีบเค้น
"การรักษาเสร็จสิ้นแล้ว ท่านประธานมู่... พลังปราณของท่านกลับมาไหลเวียนเป็นปกติแล้ว" หลีเฮงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พยายามปั้นหน้าให้ดูเป็นแพทย์ผู้ทรงธรรมที่สุด
มู่ชิงหลานเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ใบหน้าที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้กลับอ่อนโยนและแฝงไปด้วยความเสน่หาอย่างลึกซึ้ง นางรับรู้ได้ว่าร่างกายของนางปลอดโปร่งและเบาสบายราวกับได้เกิดใหม่ ชายผู้นี้ไม่ได้โกหก เขาคือจอมแพทย์วิเศษของจริง!
"ขอบคุณเจ้า... หลีเฮง..." นางเอ่ยเสียงหวาน แววตาฉ่ำปรือ "หากไม่ได้เจ้า ข้าคงต้องตายอย่างทรมาน... นับแต่นี้ไป หอการค้าตระกูลมู่เป็นหนี้บุญคุณเจ้า..."
ติ๊ง!
[แจ้งเตือนจากระบบหยินหยางเย้ยสวรรค์]
[ปลดล็อกเป้าหมายคู่พันธะคนที่ห้าสำเร็จ: มู่ชิงหลาน (ระดับ SSS)]
[ค่าความเสน่หาของมู่ชิงหลาน: เพิ่มขึ้น +30 แต้ม]
[ได้รับแต้มแมงดาจากการนวดจุดสงวนของสตรีเพื่อรักษา(และแอบหื่น): +1,200 แต้ม]
[ค่าศักดิ์ศรี: ลดลง -15 แต้ม เนื่องจากโฮสต์จงใจบีบเค้นและขยำเนินเนื้อนุ่มนานเกินความจำเป็นทางการแพทย์ไปถึง 3 นาที!]
[แต้มสะสมแมงดาคงเหลือ: 35,030 แต้ม]
[ประเมินจากระบบ: ทักษะการแพทย์ของโฮสต์ช่างน่าเลื่อมใสยิ่งนัก ปากบอกรักษาชีพจร แต่มือกลับขยำอกสตรีไม่ปล่อย ระบบขอรับประกันว่าบัลลังก์ทองคำในนรกขุมที่ลึกที่สุด จะต้องถูกจารึกชื่อของโฮสต์ในฐานะ 'ราชาจอมลามก' อย่างแน่นอน!]
หลีเฮงมุมปากกระตุกยิกๆ เมื่อเห็นข้อความเยาะเย้ยจากระบบ เขาแอบชูนิ้วกลางในใจให้กับระบบที่รู้ทัน ทว่าเมื่อก้มลงมองจักรพรรดินีสาวที่กำลังซุกซบอยู่กับอกของเขา พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้างดงาม ชายหนุ่มก็รู้ได้ทันทีว่า... การเสี่ยงตายเข้ามาเกาะขาทองคำครั้งนี้ มันคุ้มค่าเสียยิ่งกว่าคุ้ม!