อสูรไร้เทียมทาน

    บทที่ 35  หุบเขากระบี่ 

    บทที่ 35 

    หุบเขากระบี่ 

    รอบๆถูกหลอมรวมด้วยพลังบ่มเพาะจากธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ณสถานที่ที่ลู่เฟิ่งกำลังยืนอยู่มันถูกเรียกว่าหุบเขากระบี่

     

    หุบเขากระบี่มันเป็นหุบเขาที่ถูกห้อมล้อมด้วยพลังของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ภายในสถานที่แห่งนี้เหมาะสมกับการฝึกฝนกระบี่เป็นอย่างมาก

     

    มันเป็นสถานที่เพียงแค่ไม่กี่สถานที่ที่มีพลังของกระบี่หล่อหลอมอยู่ภายในธรรมชาติ สถานที่แห่งนี้คือหุบเขากระบี่มันตั้งอยู่บริเวณชายแดนของจักรวรรดิลู่

     

    ลู่เฟิ่งเมื่อรู้สึกตัวอีกทีตนเองก็เดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้แล้ว “ การฝึกฝนกระบี่ของท่านจำเป็นจะต้องใช้บรรยากาศรอบๆที่ส่งเสริมด้วยอย่างนั้นหรือ ”

     

    ลู่เฟิ่งมองตรงไปที่หลงหมิง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยคำถาม

     

    อีกฝ่ายยกยื้มกลับมาก่อนที่จะพูดขึ้น “ การฝึกฝนโดยที่มีทัศนียภาพและบรรยากาศรอบขายที่เกื้อหนุน ”

     

    “ ย่อมดีกว่าการฝึกธรรมดาไม่ใช่หรือ ” 

     

    “ ยอดเขากระบี่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีพลังบริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่ ”

     

    “ ถ้าเกิดว่าฝึกฝนจิตวิญญาณของกระบี่อย่างไรเสียก็สามารถพัฒนาฝีมือได้อย่างรวดเร็ว ”

     

    ลู่เฟิ่งรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นเป็นอย่างดี  จิตวิญญาณของกระบี่มันเป็นคำเรียกของพวกที่ฝึกฝนกระบี่ 

     

    สำหรับผู้ฝึกฝนกระบี่หรือวิชาใดๆก็ตาม  สิ่งที่พวกเขานั้นจำเป็นจะต้องมีก็คือการเข้าถึงหรือว่าการเข้าไปสู่แก่นแท้ของวิชา

     

    ถ้าเกิดว่าสามารถเข้าเข้าไปสู่แก่นแท้ได้  มันก็จะสามารถทำให้วิชานั้นพัฒนาขึ้นได้ ตามตำราบอกว่าการหลอมรวมจิตและสมาธิรวมไปถึงพลังทักทายในธรรมชาติ เข้าไปสู่วิชาของตนเองในขณะที่ฝึก 

     

    มันจะทำให้จิตวิญญาณน้ำแข็งแกร่งมากขึ้น สถานที่แห่งนี้มีพลังของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ เหมาะกับการฝึกฝนกระบี่เป็นอย่างมาก 

     

    สถานที่ที่มันเป็นยอดเขากระบี่แห่งนี้ กลายเป็นสิ่งเลื่องชื่อของอาณาจักรแห่งนี้ และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนภายในอาณาจักรส่วนใหญ่จะเลือกร่ำเรียนวิชากระบี่ 

     

    เพราะว่ามีพลังจากธรรมชาติคอยสนับสนุนทำให้ระดับของตนในขณะที่ฝึกฝนกระบี่มันพัฒนาได้รวดเร็วกว่าวิชาอื่น 

     

    “ เอาล่ะพวกเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า”

     

    “ ครั้งนี้จะไม่ใช่การต่อสู้เพียงแค่กระบี่ไม้ ”

     

    “ พวกเราจะใช้กระบี่จริงๆในการต่อสู้ ”

     

    “ ในตอนที่อยู่ภายในตำหนักเจ้าไม่อยากเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงของตนเองใช่หรือไม่ ”

     

    “ เพราะแบบนั้นเลยซ่อนความสามารถของตนเองเอาไว้ เพียงแค่มองก็รู้ได้ในทันทีว่าการต่อสู้ของเจ้าไม่ได้แสดงความสามารถทั้งหมดออกมา ” 

     

    หลงหมิงมองเห็นเพียงครั้งเดียวก็รู้ได้ในทันที ในระหว่างการต่อสู้แน่นอนว่าอัจฉริยะเช่นเขาต้องสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน

     

    ลู่เฟิ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา “ ไหนบอกว่าจะสอนวิชาข้าอย่างไรเล่า ”

     

    “ แล้วไหนมันมาเป็นการต่อสู้อีก ”

     

    “ ฮ่าๆๆๆ เจ้าหนูตัวของเจ้าเองก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ” 

     

    “ ข้าน่ะมองคนมามากมายได้ตลอดชีวิตที่ฝึกฝนและก็ผ่านโลกมา ข้ารู้ดีคนที่เป็นอัจฉริยะพวกเขามักจะเรียนรู้ทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว ”

     

    “ พัฒนาความสามารถของตนเองได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาจึงถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะ ”

     

    “ แต่ว่าสำหรับสัตว์ประหลาดจังเจ้าข้ารู้ดีเจ้าน่ะอัจฉริยะมากกว่าพวกอัจฉริยะภายในอาณาจักรแห่งนี้ ”

     

    “ ไม่เสร็จกล่าวได้ว่าทั่วทั้งดินแดนแห่งนี้ทั่วทั้งทวีปคนรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้าที่มีความอัจฉริยะเช่นนี้น่าจะไม่มีอยู่เลยด้วย ”

     

    “ เจ้าเป็นคนแรกที่ข้านั้นกล่าวชมเช่นนี้ ” 

     

    “ และสัตว์ประหลาดอย่างเจ้ามีความสามารถในการเรียนรู้วิชาได้มากกว่าพวกอัจฉริยะพวก ”

     

    “ แน่นอนว่าถ้าเกิดว่าเป็นอัจฉริยะ ตัวของข้าก็คงจะสอนพวกมันแต่ว่าสำหรับเจ้าสัตว์ประหลาดตัวน้อยถ้าพวกเราต่อสู้กันข้าแสดงวิชาให้เจ้าเห็น”

     

    “ เมื่อผ่านไปข้าเองก็มั่นใจว่าเจ้าเองก็น่าจะสามารถเรียนรู้วิชาจากการใช้งานของข้าได้ ”

     

    “ เอาละรับมือ!! ” ผู้อาวุโสด้านหน้าโยนกระบี่เหล็กมาให้กับลู่เฟิ่ง 

     

    ลู่เฟิ่งรับมันเอาไว้ผู้ที่อยู่ด้านหน้าพุ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นการต่อสู้บนยอดเขากระบี่มันเองก็เริ่มขึ้น 

     

    เสียงของกระบี่ที่ปะทะกันดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน  การต่อสู้ที่ดุเดือดของคุณทั้งสองมันเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น 

     

    หลังจากนั้นบนยอดเขาของสถานที่แห่งนี้ก็มีเพียงแค่เสียงปะทะกันของกระบี่  ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนผ่านไป 3 วัน 

     

    3 วันผ่านมา 

     

    ดวงอาทิตย์ปรากฏขึ้นสู่ท้องนภา 

     

    บนยอดเขากระบี่โขดหินทั้งสอง มีร่างกายของ 1 ผู้เยาว์ 1 ผู้อาวุโสนั่งพักเหนื่อยกันอยู่ ทั้งสองทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยเม็ด 

     

    หลังจากการปะทะกันมา 3 วันติดๆแน่นอนว่าพวกเขาทั้งสองนั้นเหนื่อยล้า ลู่เฟิ่งเองก็เหนื่อยล้าเช่นเดียวกัน 

     

    เขาไม่ได้ใช้พลังในการใช้งานสัตว์อสูรสู้กับอีกฝ่าย แต่ใช้ทักษะและการต่อสู้ที่ตนเองนักเรียนรู้มาในการปะทะ 

     

    หลังจากผ่านไป 3 วันปะทะกับคนผู้นี้มันทำให้ตัวของเขานั้นเหนื่อยล้า ‘ ร่างกายของข้าเหนื่อยล้ามากกว่าที่คิด ’

     

    ‘ ถ้าเกิดว่าเป็นภายในชีวิตก่อนคงจะไม่เหนื่อยล้าแบบนี้อย่างแน่นอน  ’

     

    ‘ แต่ว่าคนผู้นี้แข็งแกร่งจริงๆ ทางทักษะการต่อสู้ไหวพริบการต่อสู้ และก็เทคนิคในด้านต่างๆล้วนแล้วอยู่ในระดับสูง ’

     

    ‘ กล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในยอดฝีมือของยุทธภพแห่งนี้เลยก็ว่าได้ ’

     

    ‘ แต่ว่ามันเองก็มีเรื่องที่ตัวของข้าสงสัยเช่นเดียวกัน ในเมื่อคนพูดนี้มีความสามารถมากขนาดนี้ แล้วทำไมต่อจากนี้เพียงไม่กี่ปีเขาถึงโดนสังหารกันเล่า ’ 

     

    หลังจากที่ได้ปะทะกับผู้อาวุโสผู้นี้มา  มันก็ยิ่งมีคำถามปรากฏขึ้นมาภายในหัวลู่เฟิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ 

     

    การปะทะกัน 3 วันเด็กติดทำให้ลู่เฟิ่ง รู้ถึงพลังของอีกฝ่ายความสามารถของเขากล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในยอดฝีมืออันดับบนๆของยุทธภพก็ไม่ผิด 

     

    แล้วทำไมคนที่มีฝีมือขนาดนี้ถึงถูกสังหารตายกัน มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิดไม่ว่ามองอย่างไรมันก็น่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

     

    “ เอ้า!!! ” อาวุโสโยนน้ำเต้าสุรามาให้

     

    ลู่เฟิ่งรับมันเอาไว้ ดวงตามองตรงไปได้อีกฝ่าย ผู้อาวุโสพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ ดื่มสุราหลังจากที่ฝึกฝนกระบี่เสร็จ ”

     

    “ มันถือว่าเป็นอะไรที่เยี่ยมยอดมากที่สุด ”

     

    “ มันนานขนาดไหนแล้วที่ข้าไม่ได้ขัดเกลาวิชากระบี่มากขนาดนี้ ”

     

    “ เจ้านี้เป็นสัตว์ประหลาดจริงๆความสามารถเช่นนั้นในวัยเพียงแค่นี้ เหตุใดเจ้าถึงมีความสามารถพวกนั้นได้ ” 

     

    “ ว่าอย่างไรจะไม่ตอบอย่างนั้นหรือ? ”  

     

    “ ข้าเนี่ยนะขอรับเป็นคนที่มีความสามารถ”

     

    “ ข้ากลับมองแตกต่างออกไปตัวของข้าไม่ได้เป็นคนที่มีความสามารถขนาดนั้น ท่านไม่รู้หรอกว่าค่านั้นพยายามมามากขนาดไหน ” ลู่เฟิ่งไม่ได้พูดโกหก 

     

    ถึงแม้ว่ามันจะเป็นก่อนที่เขานั้นย้อนกลับมา เขาใช้เวลากว่า 20 ปีในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่เลว  ขัดเกลาตนเองมาเรื่อยๆ 

     

    ช่วงชีวิตหนึ่งที่เคยใช้ไปแล้วมันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเป็นอย่างมาก ตัวของเขาใช้เวลานานขนาดนั้นในการขัดเกลา 

     

    แล้วแบบนั้นจะกล่าวว่าตัวของเขานั้นเป็นอัจฉริยะได้อย่างไร 

     

    “ ฮ่าๆๆ นั่นสินะไม่มีผู้ใดเก่งโดยที่ไม่ต้องฝึกฝน”

     

    “ ถ้าถูกใจเจ้าจริงๆ ถ้าเช่นข้าจะสอนกระบี่ลับได้กับเจ้าดีหรือไม่ ”

     

    “ หะ ” 

     

    จบบท


     

    คล้ายกับเรื่องอสูรไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน