8
จันทร์ข้างแรม
ภากรเดินไปเดินมาเป็หนูติดจั่นเพราะเมื่อพักเที่ยงเขารีบขับรถเข้ามาในเมืองทันที ด้วยหวังจะมาถามเกศราให้รู้เื่ว่าพรบุหลันติดต่อมาบ้างหรือไม่ เพราะั้แ่วันที่พรบุหลันไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทของอารัญ เธอก็ไม่ได้กลับมาที่บ้านอีกเลย เพียงแต่ส่งข้อความมาบอกเท่านั้นว่าได้งานแล้ว และเ้านาย้าให้เธอเริ่มงานทันที และเมื่อเขาถามถึงการทำบุญให้ครูรัชนีกร ซึ่งจะถึงกำหนดในวันพรุ่งนี้ พรบุหลันก็ไม่ตอบอะไรกลับมาอีก ไม่ว่าเขาส่งข้อความไปนับสิบครั้ง หรือโทรศัพท์ไปหา เธอก็ไม่รับสาย และสุดท้ายก็กลายเป็ปิดเครื่อง
ดวงตาคมเข้มมองตรงไปยังท่าน้ำ ด้วยเขาต้องรอจนกว่าเกศราจะกลับมาจากพานักท่องเที่ยวไปล่องเรือชมวิวแม่น้ำ และเมื่อเสียงเครื่องยนต์เรือใกล้เข้ามา ภากรก็ลุกขึ้นทันที ความหวังของเขาดูราวจะมองเห็นอยู่รำไรเมื่อเกศราโบกไม้โบกมือให้เขาจากในเรือ ภากรรอจนนักท่องเที่ยวทยอยขึ้นจากเรือมาบนฝั่งเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไม่รอช้าที่จะะโลงไปในเรือ
“อ้าวพี่กร! ใจร้อนอะไรขนาดนี้ นี่รอให้เกดขึ้นจากเรือก่อนไม่ได้หรือไง”
เกศราเอ่ยเย้าเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของคุณครูคนเก่ง ผู้ชายที่เธอแอบชื่นชม แม้จะรู้ว่าไม่มีหวังเลยก็ตาม เพราะสายตาของภากรมีไว้มองแค่พรบุหลันคนเดียวเท่านั้น และเธอก็รักพรบุหลันมากจนอยากให้เพื่อนได้มีคู่ครองที่ดีอย่างภากรเช่นกัน ดังนั้นความเครียดเพราะห่วงหาพรบุหลันที่ภากรสื่อออกมานั้นเธอจึงเข้าใจได้
“พี่ร้อนใจจริงๆ เกด พี่ติดต่อจันทร์ไม่ได้เลยนะ เกดไม่ได้มีอะไรปิดพี่ใช่มั้ย”
ภากรมองตรงไปยังคนขับเรือหน้าตาจิ้มลิ้มด้วยสายตาจับผิด เพื่อจะมองให้รู้ว่าสิ่งที่เกศราตอบกลับมานั้นจริง หรือว่าเธอกับพรบุหลันมีอะไรที่ตั้งใจปกปิดเขากันแน่ แต่ที่เขาเห็นก็คือเกศราถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย แถมยังกลอกตาขึ้นบนเสียอีก
“ว่ายังไงล่ะเกด หรือว่าเกดกับจันทร์มีอะไรปิดบังพี่จริงๆ”
“เฮ้อ! พี่กร เกดจะมีอะไรไปปิดพี่ เกดก็รู้เท่าๆ กับที่พี่กรรู้นั่นแหละ แถมจันทร์ส่งข้อความหาพี่ ไม่ได้ส่งหาเกดด้วยซ้ำ แล้วเกดจะมีอะไรไปปิดพี่ได้”
“ก็พี่เห็นว่าเกดไม่ได้เดือดร้อนที่จันทร์หายไปเลย พี่ก็อดคิดไม่ได้น่ะสิ”
“แล้วพี่กรรู้ได้ยังไงว่าเกดไม่เดือดร้อน ในเมื่อพี่ไม่เคยใส่ใจเกดด้วยซ้ำ” เกศราพูดออกไปก่อนจะชะงักเพราะสายตาแปลกๆ ของภากรที่มองมา และเมื่อรู้ตัวว่าพลาดไปแล้วเธอจึงเฉไฉไปอีกทาง
“เกดหมายความว่า ร้อยวันพันปีพี่ก็ไม่เคยจะโทร. หาเกด แล้วพี่จะรู้ได้ยังไงว่าเกดห่วงจันทร์หรือไม่ห่วงกันแน่”
“เอาละ เอาละ เอาเป็ว่าพี่ขอโทษละกันที่เข้าใจเกดผิด แล้วเกดได้ข่าวอะไรจากจันทร์บ้าง จันทร์เขาบอกเกดมั้ยว่าได้งานที่ไหน แล้วพรุ่งนี้สรุปว่าจันทร์เขาจะมาทำบุญเจ็ดวันให้ครูหรือเปล่า พี่ส่งข้อความไปถาม จันทร์ก็ไม่อ่าน โทรศัพท์ก็ปิด พี่กลัวว่าจันทร์อาจจะ... อาจจะกำลังลำบาก”
ปากพูดออกไปว่ากลัวพรบุหลันจะกำลังลำบาก แต่ใจของเขากลับคิดตรงกันข้าม เพราะเขากลัวสายตาของพรบุหลันยามมองอารัญ นั่นคือความพึงพอใจที่ผู้หญิงมีต่อผู้ชาย และสายตาของอารัญที่มองพรบุหลันนั้น เธอก็ไม่ต่างไปจากเนื้อปลานุ่มๆ น่าเคี้ยว เขาจึงกลัวว่าพรบุหลันอาจจะถูกล่อลวง
สีหน้าหนักใจที่ภากรแสดงออกนั้นทำให้เกศราเม้มริมฝีปากแน่น เพราะหากเลือกได้ เธอขอเลือกไม่เผชิญหน้ากับภากรจะดีเสียกว่า เจอหน้ากันแล้วเจ็บแบบนี้ สู้โทรศัพท์คุยกันแต่ไม่เห็นหน้าจะยังดีกว่า แต่นาทีนี้เธอต้องสลัดไล่ความคิดไปให้พ้น เพราะหัวข้อสนทนานั้นคือพรบุหลัน
“จันทร์ก็ไม่รับสายเกดเหมือนกัน เกดก็เลยส่งข้อความไปถาม จันทร์เขาตอบกลับมาเมื่อเช้า พี่กรอ่านดูเองก็แล้วกัน เดี๋ยวจะไม่เชื่อเกดอีก”
เกศราหยิบมือถือออกมาจากเป้สะพาย ส่งให้ภากรเปิดอ่านข้อความของพรบุหลันเอาเอง เพราะเธอไม่อยากถูกกล่าวหาว่าบิดเบือนอีก
ภากรรับโทรศัพท์มือถือของเกศรามาเปิดอ่าน และข้อความที่พรบุหลันส่งมาก็คือ เธอจะทำบุญเจ็ดวันให้ครูรัชนีกรที่กรุงเทพฯ เพราะเพิ่งเริ่มงานได้แค่สองวัน ยังลางานมาไม่ได้ แต่จะกลับมาทำบุญครบร้อยวันที่บ้าน
“หมายความว่ายังไงเกด จันทร์เขาเห็นงานที่นั่นดีกว่าการทำบุญให้ครูเหรอ”
เกศรามองภากรอย่างแปลกใจ เพราะแม้เธอจะเป็ห่วงพรบุหลันที่ตัดสินใจเริ่มงานโดยไม่มาปรึกษากันก่อน แต่ชีวิตเป็ของพรบุหลัน ถ้าเพื่อนตัดสินใจแบบนี้ก็ต้องยอมรับ เธอคิดว่าดีเสียอีกที่พรบุหลันจะไม่มัวแต่คร่ำครวญถึงความทุกข์ที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ หากพรบุหลันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับงานที่เธอเลือก การไม่กลับมาทำบุญเจ็ดวันให้ครูรัชนีกรที่บ้านก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร เพราะครูรัชนีกรไม่มีญาติพี่น้องที่นี่ มีพรบุหลันเป็ลูกสาวคนเดียวเท่านั้น แค่ลูกทำบุญให้ จะสถานที่ไหนก็ไม่สำคัญ แล้วภากรซึ่งควรจะเข้าใจพรบุหลันมากกว่าคนอื่น ทำไมถึงได้แสดงความไม่พอใจออกมาแบบนั้น หรือที่ภากรเป็แบบนี้เพราะไม่อยากให้พรบุหลันไปอยู่ไกลตัว
“ทำไมพี่กรพูดแบบนั้นล่ะ จันทร์ได้งานทำก็ดีแล้วนี่พี่ จะได้ไม่มัวแต่นั่งเศร้า แล้วจันทร์ก็ไม่ได้เห็นงานดีกว่าครูนะ จันทร์เขาก็บอกว่าจะทำบุญที่กรุงเทพฯ หรือจริงๆ แล้วพี่กรไม่อยากให้จันทร์ไปห่างตัวมากกว่า”
“เกดไม่รู้อะไรหรอก”
“ไม่รู้พี่ก็บอกให้เกดรู้สิ พี่มาทำสีหน้าแบบนี้ พูดประชดประชันจันทร์แบบนี้ ไม่เหมือนพี่กรเลยนะ”
ภากรชะงักไป แววบางอย่างในดวงตายิ่งทำให้เกศราสงสัย หรือจะมีอะไรมากกว่าที่เธอไม่รู้ บางอย่างที่ทำให้ภากรกล้าแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมา ทั้งที่ปกติแล้วไม่กล้า
“บอกเกดสิพี่ เผื่อเกดจะช่วยอะไรได้บ้าง หรือพี่ไม่ไว้ใจเกด” เกศราถามหยั่งเชิงเพราะภากรยังดูอึดอัดเหมือนเดิม เขาครุ่นคิดเหมือนมีคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบ
“ถ้ามีอะไรที่เกี่ยวกับจันทร์ หรือจันทร์ไปอยู่ในที่ไม่ปลอดภัย พี่ควรจะต้องบอกเกด เพราะเกดก็เป็ห่วงจันทร์ไม่น้อยไปกว่าพี่ แต่ถ้าพี่เลือกจะอ้ำอึ้งและทำสีหน้าอมทุกข์แบบนี้ ปัญหาคงไม่อยู่ที่จันทร์แล้วละ เกดว่าปัญหาคงอยู่ที่ตัวพี่กรเอง”
“พี่ยังบอกเกดไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากบอกนะ เพียงแต่พี่ยังไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง แต่ถ้าพี่้าความช่วยเหลือ เกดจะเป็คนแรกที่พี่ขอให้ช่วย” ภากรพูดจบก็ก้าวขึ้นจากเรือ แต่คำถามของเกศราทำให้เขาต้องหันมองเธอ
“แล้วเื่ของจันทร์ล่ะพี่”
“พี่จะไปพาจันทร์กลับบ้าน”
“อะไรของพี่น่ะพี่กร เกดไม่เข้าใจพี่เลย พี่เป็อะไรของพี่เนี่ย”
ภากรพูดจบก็ก้าวเดินจากไป ไม่ฟังด้วยซ้ำว่าเกศราพูดไล่หลังว่าอะไรบ้าง เพราะทุกความคิดของเขามีเพียงต้องตามหาพรบุหลันให้เจอเท่านั้น เพราะสิ่งที่เขากลัวดูราวจะมีเค้าของความจริง
ท้องฟ้าเบื้องบนที่มองเห็นอยู่เหนือความวุ่นวายของเมืองฟ้าเมือง์ คืออิสระอย่างเดียวที่พรบุหลันมองไปถึง เพราะตลอดสามวันที่ผ่านมา เธอมีชีวิตอยู่แต่เพียงในอาณาจักรของเขาเท่านั้น ความสวยงาม โอ่อ่า ทันสมัย ข้าวของตกแต่งห้อง เครื่องใช้แต่ละอย่าง รวมถึงเสื้อผ้าแบรนด์เนมสวยหวานที่เธอสวมใส่อยู่ แต่ละอย่างแพงมหาศาลชนิดที่ชาตินี้คนอย่างเธอคงไม่มีโอกาสจับต้อง เมื่อได้มาััแล้วก็ควรจะตื่นเต้นและตักตวงเอาความสุขให้มากที่สุด แต่นั่นกลับไม่ใช่เธอเลย สิ่งที่เธออยากได้มากที่สุด คืออิสรภาพ โดยเฉพาะวันนี้ วันสำคัญของเธอ
แกร๊ก
เสียงเปิดประตูเข้ามาทำให้พรบุหลันตัวแข็งทื่อ เธอไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง เพราะไม่รู้ว่าวันนี้เ้าของอาณาจักรจะอยู่ในอารมณ์ไหน ั้แ่ค่ำคืนนั้นที่เขาไม่ทำตามสัญญา แต่กลับผูกมัดเธออีกชั้นด้วยคำขู่ เพื่อให้เธอตอบสนองความ้าของเขาทุกครั้ง ทุกเวลา ที่เขา้า จนกว่าวันที่เขาพอใจจะมาถึง แล้วเขาจะปล่อยเธอไป แต่หากเธอไม่เชื่อฟัง คลิปที่เธอแก้ผ้าเต้นกับคลิปความเร่าร้อนของเขากับเธอในค่ำคืนก่อนก็จะถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนให้รับรู้กันทั่ว
‘คุณไม่กล้าหรอก ถ้าคุณปล่อยคลิปนั้น ก็เห็นหน้าคุณด้วย”
‘ลองดูมั้ยล่ะ บันไดออฟฟิศของฉันคงจะลื่นปรึ๊ดเพราะสาวๆ วิ่งเข้าวิ่งออกกันทั้งวัน ลีลาฉันน่ะ ผู้หญิงคนไหนก็ชอบทั้งนั้นแหละ เธอยังครางเสียงหลง’
‘แล้วคุณจะปล่อยฉันเมื่อไหร่’
‘จนกว่าฉันจะพอใจ’
และคืนนั้นกว่าเขาจะพอใจเธอก็ครวญครางจนเกือบถึงเช้า และเมื่อวานเธอก็แทบจะไม่ได้ห่างจากเขาเลย เขาตักตวงเอาความพึงพอใจจากร่างกายของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ั้แ่เช้า สาย บ่าย เย็น จนถึงค่ำ เสื้อผ้าไม่จำเป็สำหรับเธอเลย เธอมีเวลาส่วนตัวก็แค่เข้าห้องน้ำเท่านั้น เพราะอาหารเขาก็นำมาเสิร์ฟถึงบนเตียง รวมทั้งอาบน้ำให้เธอด้วย และนั่นทำให้ความคิดของเธอที่มีต่อเขาดูราวกับจะซึมลึกลงไปมากยิ่งกว่ามาก
‘ฉันกำลังแก้แค้นเธออยู่ จำไว้ด้วย นี่คือหนี้แค้นที่เธอต้องชดใช้ให้ฉันจนกว่าจะสาสม’
นั่นคือคำพูดจากปากของเขาก่อนที่เขาจะเริ่มต้นชำระหนี้แค้น และเมื่อเขาเริ่มเก็บหนี้ การชำระแค้นของเขาก็หอมหวานไปจนถึงหัวใจเธอ เพราะแค่ครั้งแรกเท่านั้นที่เขารุนแรง จากนั้นครั้งต่อๆ มาก็มีแต่ความอ่อนโยนในคราแรกก่อนจะดุดัน กระแทกกระทั้น ตามแรงอารมณ์ของเขา และก็เป็แรงอารมณ์ความ้าของเธอด้วย ทุกครั้งที่เสียงร้องครางแว่ว ทุกครั้งที่เขาส่งผ่านความสุข เธอมีความสุขเสียจนหวาดกลัว
หากเขาเรียกสิ่งนี้ว่าการชำระหนี้แค้น เขาก็ทำสำเร็จแล้ว เพราะเขาควักเอาหัวใจของเธอออกไปจนหมด หากความพอใจของเขาสิ้นสุดลง แล้วเธอต้องเดินออกไปจากที่นี่ เธอคงออกไปอย่างคนที่ไร้หัวใจ และความเ็ปแสนสาหัสจากผู้ชายที่พรากพรหมจรรย์พรากหัวใจที่เธอได้รับ ก็คงจะสาสมแล้วกับสิ่งที่เข้า้า
เสียงคนเดินมาหยุดอยู่เื้ัทำให้พรบุหลันสะดุ้ง แต่ยังไม่กล้าหันกลับไปมอง จนคนด้านหลังเอ่ยทัก เธอถึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“โธ่! คุณกายคะ จันทร์ใหมดเลย จันทร์ก็คิดว่า...” ดวงตาหวาดหวั่นมองไปทางเื้ักายเพราะไม่แน่ใจ เขาอาจมาด้วยกันก็ได้
“บอสไม่ว่างน่ะครับ ก็เลยให้ผมนำนี่มาให้”
“นี่...”
“ครับ วันนี้คุณพรบุหลันคงต้องใช้ ตรงนี้ด้วยครับ”
พรบุหลันรับสิ่งของที่อารัญสั่งให้กายนำมาให้และมองตรงไปยังจุดที่กายผายมือไป ความรู้สึกหลากหลายที่ประเดประดังเข้ามาทำให้เธออ้าปากอยากจะถามเพิ่ม แต่กายกลับบอกให้เธออธิษฐานจิต เพราะเขาจะเป็คนจัดการทำธุระให้เอง
พรบุหลันมองเครื่องสังฆทานในมือและอาหารคาวหวานกับน้ำดื่มที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ด้านหน้า เธอเดินตรงไปยังจุดนั้น ดวงตาสวยหวานมีน้ำตาเอ่อคลอด้วยความปลาบปลื้มใจ เมื่อคิดว่าที่อารัญทำให้เธอแบบนี้ก็ย่อมแสดงว่าหนี้แค้นของเขาจางลงแล้วใช่หรือไม่ ดังนั้นทุกความอ่อนโยนที่เขามีให้เธอก็คือความจริงใช่ไหม
พรบุหลันวางตะกร้าสานสีน้ำตาลเข้มที่มีเครื่องสังฆทานบรรจุอยู่ให้ชิดกับตะกร้าอาหารหวานคาวและน้ำดื่ม ก่อนจะย่อกายลงนั่งพนมมือ ตั้งจิตอธิษฐานถวายสิ่งของเหล่านี้แก่พระภิกษุสงฆ์เพื่อทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้แม่
‘แม่คะ วันนี้จันทร์ไม่สะดวกไปทำบุญให้แม่ จันทร์ฝากให้คุณกายไปทำนะคะ แม่รับบุญที่จันทร์ทำให้ด้วยนะคะ จันทร์ขอให้แม่มีความสุข อย่ามีความทุกข์ใดๆ เลย อย่ากังวลในสิ่งที่คุณอารัญเขาทำกับจันทร์ เพราะจันทร์เต็มใจค่ะแม่ จันทร์รักเขา แม่ไม่ต้องห่วงจันทร์นะ จันทร์จะทำให้เขารักจันทร์ให้ได้ค่ะ จันทร์จะชดใช้หนี้แค้นของเขาด้วยความรักของจันทร์เอง แม่อวยพรให้จันทร์นะคะ’
นั่นคือความตั้งใจของเธอนับจากนี้ เธอจะไม่อ้อนวอนร้องขอหรือถามเขาอีกว่าจะปลดปล่อยเธอไปจากที่นี่เมื่อไร เธอจะไม่คาดหวังว่าหนี้แค้นจะหมดลงวันไหน เพราะเธอจะใช้ความรักที่เธอมอบให้เขาไปแล้วทั้งตัวและหัวใจสลายหนี้แค้นในใจของเขาให้ได้
ตามอ่านกันต่อนะคะเพื่อนๆ
ป้าต้องขอโทษค่ะที่ไม่ได้อัพเลยตลอดทั้ง 2 วัน
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โคราช
ป้าต้องไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลยค่ะ ได้แต่คอยตามข่าว รู้สึกสูญเสียไปกับทุกคนด้วย
#กอดแน่นๆ เป็กำลังใจให้ชาวโคราชและผู้ที่สูญเสียทุกท่านด้วยนะคะ