[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด !

    45 ขั้นต่อไป

    มือขาวซีดคว้ากิ่งไม้เล็กๆริมแม่น้ำเอาไว้ด้วยแรงทั้งหมดเท่าที่มี จากนั้นจึงออกแรงดึงพาร่างกายตนเองขึ้นไปบนฝั่ง


    ชายสวมเสื้อผ้าหลุดรุ่ยหลังจากรอดจากความตายมาได้นั้น มันพยายามสำรวจร่างกายตนเองพลางแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาอย่างชัดเจน


    เสื้อผ้าที่ขาดหายไม่ใช่สิ่งที่มันให้ความสนใจ บาดแผลบนร่างกายคือสิ่งที่ทำให้มันรู้สึกกลัว ตามร่างกายมีรอยบาดลึกหลายแห่งเป็นผลมาจากการถูกหินในแม่น้ำกรีดแทงจนมีสภาพเช่นนี้ แขนข้างซ้ายหักผิดรูป กระดูกซี่โครงหักไปหลายสิบซี่ มันรอดตายจากสภาพนี้ได้ต้องขอบคุณดวงและเม็ดยาที่ท่านปู่เคยมอบเอาไว้ให้


    มันไม่รู้ว่าตนเองร่วงตกลงมาจากหน้าผานานเท่าใดแล้ว แต่จากพระอาทิตย์ลอยเด่นกลางศีรษะทำให้รู้ว่าน่าจะผ่านมาครึ่งวัน 


    “ ต้องหนี ”


    เทียนอวี้ตั้งสติได้แล้วมันจึงรีบลุกเดินออกจากที่แห่งนี้ สิ่งแรกมันจำเป็นต้องหาหมู่บ้านให้เจอก่อนเพราะไม่รู้ว่าตนเองถูกน้ำพัดมาไกลมากแค่ไหน ซึ่งดูเหมือนว่าดวงของมันจะยังคงแข็งอยู่ ไกลออกไปสุดสายตามันเห็นไร่นาและบ้านเรือนจึงพยายามไปให้ถึงที่แห่งนั้น


    สองเท้าที่ค่อยๆย่างเดิน ทุกครั้งที่ก้าวขาไปด้านหน้ามันรู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างจนอยากจะทิ้งตัวนอนให้จบไป  แต่หากทำเช่นนั้นคนของเจ้าเมืองอาจจะตามมาเจอได้ 


    การถูกเจ้าเมืองจับตัวกลับไปน่ากลัวกว่าตายตรงนี้ มันจึงก้าวเท้ามุ่งหน้าเข้าใกล้หมู่บ้านเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงไร่นาที่มีผักกะหล่ำปลีหัวใหญ่ เพียงแต่ว่าแปลงผักไม่มีใครมันจึงร้องตะโกนเรียกหาแล้วก้าวขาเข้าไปในแปลงผักหวังจะใช้เส้นทางนี้ตัดเข้าไปในหมู่บ้าน


     “ มีใครอยู่หรือไม่  มีใครอยู่ที่นี่หรือไม่! ”


    ในระหว่างที่ปากตะโกน สองตายังคงสอดส่องมองออกไปรอบๆหมู่บ้าน เทียนอวี้สังเกตได้ว่าที่นี่เงียบผิดปกติเกินไป มันจึงคิดว่าผู้คนภายในหมู่บ้านอาจจะกำลังรวมตัวกันอยู่ที่ไหนสักแห่ง


    แต่สิ่งที่มันเห็นสร้างความรู้สึกสงสัยให้มากขึ้น ตะกร้าผักที่วางอยู่บนพื้นแห้งเหี่ยวราวกับว่าเจ้าของทิ้งมันเอาไว้กระทันหัน


    ถังน้ำที่เห็นวางอยู่ข้างกัน ถังหนึ่งมีน้ำครึ่งถังส่วนอีกถังนอนคว่ำไม่มีน้ำเหลืออยู่เลยสักหยด ราวกับว่าเจ้าของทิ้งสิ่งนี้แล้วหนีไป


    เมื่อมาถึงบ้านหลังหนึ่งเขาจึงร้องตะโกนเข้าไปถามไถ่  แต่ไม่มีเสียงผู้ใดตอบกลับคืนมา


    เทียนอวี้จึงค่อยๆเดินวนไปส่องดูประตูทางเข้าบ้าน สิ่งที่เห็นคือประตูเปิดอ้าทิ้งไว้ มันจึงหันมองออกไปรอบๆเพื่อดูว่าบ้านหลังอื่นเป็นเช่นไร ก่อนจะพบว่าประตูแต่ละหลังเปิดอ้าออก บางหลังถูกทุบจนพังเสียหาย


    “ โจรบุกมาที่นี่เช่นนั้นหรือ ”


    สัญชาตญาณเตือนให้มันระมัดระวังตัว หากที่นี่ถูกโจรปล้น มันอาจจะเจอโจรกลุ่มนั้นก็เป็นได้ เทียนอวี้จึงค่อยๆก้าวเท้าให้เบาลงแล้วพาตัวเองสำรวจเพื่อดูว่ามีใครอยู่ที่นี่หรือไม่ แต่แล้วมันกลับตกใจเมื่อเห็นบางอย่างตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้าน


    “ ของน่ากลัวเช่นนี้คือสิ่งใดกัน ”


    ต้นไม้สีดำสูง 2 จั้งตั้งตระหง่านอยู่กลางหมู่บ้าน  ตามเปลือกไม้เต็มไปด้วยสีแดงเลือดราวกับว่ามันเกิดมาจากบ่อโลหิต สิ่งที่ทำให้เทียนอวี้ตกใจกลัวคือกิ่งก้านบนต้นไร้ซึ่งใบ มันกำลังมัดพันร่างของศพเอาไว้ แต่ละศพล้วนแห้งตายเหลือไว้เพียงผิวหนังติดกระดูก


    เทียนอวี้รู้ได้ในทันทีเลยว่าผู้คนเหล่านี้คงจะเป็นคนในหมู่บ้าน ต้นไม้ที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่รู้เช่นกันว่ามาจากที่ใด


    ขณะที่คิดว่าจะต้องหนีออกไปให้ไกล มันกลับได้ยินเสียงเรียกจากต้นไม้ใหญ่ ความปรารถนาของมันที่เก็บซ่อนเอาไว้ถูกเอ่ยออกมาราวกับว่ามันอยู่ในตัวของเขา รับรู้ถึงสิ่งที่เขาคิด


    “ ไม่ไม่ มันต้องเป็นภาพหลอน ข้าจะต้องรีบออกจากที่นี่ ”


    [  ด้วยสภาพของเจ้าเช่นนั้นหรือ เจ้าคิดว่าจะต่อลมหายใจตนเองได้นานเพียงใด ให้ข้าช่วยเจ้าดีหรือไม่ ข้าสามารถช่วยเจ้าได้ ]


    เท้าที่กำลังก้าวเดินหยุดลง คำว่าช่วยทำให้เทียนอวี้หันกลับมาคุยกับต้นไม้


    “ แกคืออะไร ”


    [  ข้าก็คือเจ้า เจ้าก็คือข้า ความปรารถนาของเจ้าก็เหมือนกับความปรารถนาของข้า มาสิ หากเจ้าให้ข้ายืมร่าง ข้าจะมอบพลังที่ทำให้เจ้าแข็งแกร่งจนไม่ต้องวิ่งหนีใครอีก ]


    เทียนอวี้รู้สึกใจเต้นรัว มันต้องการเป็นผู้แข็งแกร่ง แต่การจะแข็งแกร่งได้ด้วยการพึ่งสิ่งที่น่ากลัวตรงหน้ามันรู้ดีว่าไม่มีทางจะเป็นไปได้ หากมันเข้าใกล้ต้นไม้อาจจะตกตายเช่นเดียวกับชาวบ้าน มันจึงไม่คิดจะฟังเสียงกระซิบแล้วเดินต่อไป


    เท้าที่กำลังพาตัวเองเดินห่างหยุดลงแล้วหันกลับไปหาต้นไม้อีกครั้ง โดยที่มันก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด 


    เมื่อเท้าก้าวเข้าไปใกล้ๆ ตามผิวหนังของเทียนอวี้ก็เริ่มมีเส้นเลือดสีดำปูดโปนขึ้นมามากมาย ทว่ามันกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด มีเพียงความรู้สึกระปรี้กระเปร่ากระจายไปทั่วร่าง


    [  ยื่นมือมาหาข้า ยื่นมือของเจ้าออกมา ]


    เทียนอวี้ยื่นมือเข้าไปหาต้นไม้ตามเสียงเรียกของมัน ทันทีที่ฝ่ามือแตะลงไปยังเปลือกไม้ในจุดที่เอื้อมไปถึง พลังงานสีแดงอมดำก็ได้พุ่งผ่านฝ่ามือเข้ามาในร่างไหลเข้าสู่ตันเถียนจนมันกรีดร้องดังลั่น


    ความรู้สึกเจ็บปวดกลับทำให้มันรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก โดยที่มันไม่รู้เลยว่าเหตุใดถึงมีความสุขเช่นนี้


    กระดูกแต่ละท่อนที่หักส่งเสียงดัง จากนั้นพวกมันก็ถูกไอพลังงานสีดำเข้าไปผสานจนกลับมาต่อกันเช่นเดิม บาดแผลทั่วร่างเริ่มสมานกันอย่างรวดเร็วจนแม้แต่มันเองยังตกตะลึงกับสิ่งที่เกิด


    เทียนอวี้ไม่เข้าใจว่าพลังที่ไหลเข้าสู่ร่างคือสิ่งใดทำเพียงมองมันด้วยความหลงไหล นอกจากมันจะรักษาร่างกายให้หายดีแล้วยังเพิ่มพูนปราณให้มากเป็นเท่าตัว


    บู้ม!


    พลังงานสีดำแผ่พุ่งออกมานอกร่าง โหมกระหน่ำเข้าโจมตีหมู่บ้านจนพังเสียหาย


    เทียนอวี้ไม่ได้สนใจเลยว่าสิ่งใดบ้างถูกทำลาย มันสนเพียงแค่พลังที่หลั่งไหลออกมาจากร่างกายของตนเอง ทันใดนั้นต้นไม้ตรงหน้าก็เริ่มแห้งเหี่ยวอย่างรวดเร็วก่อนจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน มันไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือสิ่งใดจึงไม่ถามให้มากความ ทำเพียงเก็บเรื่องเงียบแล้วออกวิ่งต่อ คนของเจ้าเมืองกำลังตามหามัน ต่อให้ตอนนี้ระดับของมันจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรับมือกับคนของเจ้าเมืองได้


    “ ฮ่าๆๆ พลังบ้าบอเช่นนี้คือสิ่งใด  เหตุใดข้ารู้สึกกระหายอยากจะฆ่าเช่นนี้ ”


    เทียนอวี้พูดด้วยใบหน้ามีความสุข ถึงแม้เขาจะรู้สึกกระหายอยากฆ่าฟัน  การได้มาซึ่งพลังที่ทำให้ระดับสูงขึ้นแล้วยังรักษาบาดแผลได้รวดเร็ว นับว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าไม่น้อย

     

    “ คุณหนู ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ ”


    บนศีรษะของยี่ยี่มีหม้อใบใหญ่ ภายในหม้อบรรจุหลายสิ่งหลายอย่างเอาไว้ ตั้งแต่เช้ายังไม่กินสิ่งใด เสวี่ยหรงจึงมอบเงินให้ยี่ยี่ไปซื้อหม้อใบใหม่แล้วก็วัตถุดิบอาหารเพื่อเลี้ยงคนจำนวนมากที่รับเข้ามาในตระกูล


    แม่นมหลิงรีบเข้าไปรับของจากยี่ยี่จากนั้นก็เริ่มต้มเตาต้มน้ำร้อน คุณหนูยังไม่ได้กินสิ่งใดมาตั้งแต่เช้าจนมืดค่ำ เธอจึงต้องรีบทำอาหารให้เสร็จก่อนจะมองไม่เห็นข้าวในจานเพราะไร้แสง


    เสวี่ยหรงมองไปยังลุงหานที่พึ่งกลับมาจากเยี่ยมพ่อบ้านหวาง เมื่อทราบอาการว่าดีขึ้นเธอจึงนั่งนิ่งๆมองตำราในมือตนเองเฝ้ารอคอยให้พี่สาวซินอี๋กลับมา


    หลังจากนั่งคิดมาครึ่งวันว่าจะทำสิ่งใดบ้างเพราะใกล้จะถึงเวลาที่ตัวละครเสวี่ยหรงรับพลังมารแล้ว หลังจากนั้นจะมีเรื่องเกี่ยวกับการใช้หนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง  เสวี่ยหรงจึงนำเงินทั้งหมดให้พี่สาวซินอี๋ออกไปซื้อของที่จำเป็นในการทำน้ำหอมกลับมาให้ได้มากที่สุด


    ทุกคนคุ้นหน้า ยี่ยี่ ลุงหานและแม่นมหลิงแล้ว ร้านค้าสมุนไพรที่ตระกูลม่อติดหนี้ล้วนแล้วไม่ขายสมุนไพรให้เธออีก เสวี่ยหรงจึงต้องพึ่งพี่สาวซินอี๋ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก


    เสวี่ยหรงไม่ได้ให้พี่สาวซินอี๋ซื้อสมุนไพรเพื่อทำน้ำหอมกลับมาเท่านั้น  ไข่มุกเรืองแสงทั้ง 10 ลูกที่ได้จากห้องลับตระกูลคือสิ่งที่เขาฝากให้พี่สาวซินอี๋หาที่ปล่อยเพื่อนำเงินมาฟื้นฟูตระกูล


    เธอต้องสร้างที่พักเป็นอันดับแรกเพื่อทุกคน จากนั้นจึงใช้เงินที่เหลือซื้อวัตถุดิบทำน้ำหอมมากักตุนก่อนจะมีคนรู้สูตร  ทว่าครั้งนี้เธอไม่คิดจะขายแค่น้ำหอมให้โรงเตี๊ยมตระกูลไป่เพราะคิดจะขายสบู่ที่ดีกว่าท้องตลาดทั่วไป ด้วยจำนวนคนในตระกูลที่เพิ่มขึ้น เธอคิดว่าจะกระจายกันออกไปขายสบู่ที่เป็นสินค้าตัวแรกในการหาเงินมาฟื้นฟูกิจการต่างๆของตระกูลม่อ


    แม้เธอจะมีเงินพอจะไถ่คืนร้านค้าจากหอการค้าตระกูลโจว เสวี่ยหรงยังไม่คิดทำเพราะมันอาจจะนำมาซึ่งปัญหาใหม่ ตระกูลโจวอาจจะวางแผนอย่างอื่นเล่นงานเธอ เพราะงั้นการทำให้ตระกูลโจวรู้ว่าเธอยังคงหาเงินได้ยากจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในช่วงนี้


     “ ขอให้ได้มากกว่า  1,000  เหลียงเถอะ  ”


    ตำราตระกูลม่อที่นำออกมาตากลมจนแข็งขึ้นกว่าเดิมค่อยๆเปิดอ่าน ในระหว่างที่นั่งรอเวลานี้เหมาะสมที่สุดที่จะเก็บความลับจากตำราเอาไว้ในความทรงจำ.




    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว]ฉันจะไม่ยอมเป็นบอสที่ต้องตายตอนต้นเรื่องเด็ดขาด ! ที่คุณอ่าน